- หน้าแรก
- ข้ามโลกสร้างตัว จากชาวนาสู่ผู้คุมระบบ
- บทที่ 4 ระบบเทพเจ้าเศรษฐีในเมือง (4)
บทที่ 4 ระบบเทพเจ้าเศรษฐีในเมือง (4)
บทที่ 4 ระบบเทพเจ้าเศรษฐีในเมือง (4)
นานทีปีหนจะได้กลับบ้านเร็ว ได้กินข้าวเย็นพร้อมหน้าลูกสาว เซี่ยซูหลิงจึงอยากทำเมนูที่ปกติไม่มีเวลาทำเพราะต้องรีบไปทำงาน
เธอหยิบปลาดาบเงินที่ตุนไว้ตั้งแต่ก่อนฤดูงดจับปลา กุ้งทะเลเกลือถุงครึ่งชั่ง และกุนเชียงที่แม่ของเธอทำเองช่วงตรุษจีนออกมาจากช่องแช่แข็ง
"หยางหยาง อยากกินปลาดาบเงินน้ำแดงหรือนึ่งซีอิ๊ว?"
ส่วนกุนเชียงน่ะต้องนึ่งกินอยู่แล้ว
เซี่ยหยาง: "นึ่งซีอิ๊วแล้วกันค่ะ"
นึ่งซีอิ๊วง่ายดี
อากาศร้อนขนาดนี้ ให้ไปขลุกอยู่ในครัวสามตารางเมตรตั้งกระทะทอดปลา แค่คิดก็ร้อนแล้ว
"งั้นนึ่งซีอิ๊วราดน้ำมันต้นหอมนะ"
พอได้คำตอบจากลูกสาว เซี่ยซูหลิงก็อารมณ์ดีเป็นพิเศษ ไม่รู้สึกร้อนสักนิด กุลีกุจอทำกับข้าวอยู่ในครัวแคบๆ อย่างมีความสุข
คืนนั้น สองแม่ลูกได้นั่งกินมื้อเย็นด้วยกัน ซึ่งนับว่าหรูหราอุดมสมบูรณ์มากทีเดียว: ปลาดาบเงินนึ่งซีอิ๊วราดน้ำมันต้นหอม, กุ้งคั่วพริกเกลือ, ยำแตงกวาใส่เนื้อวัว, ข้าวอบกุนเชียงหม้อดิน
ทั้งสองกินจนอิ่มแปล้ พุงกางต้องลูบท้อง
"เดี๋ยวแม่ลงไปทิ้งขยะ แล้วจะแวะเอาพัสดุด้วย ลูกอยากลงไปเดินเล่นไหม?"
พอล้างจาน ทำความสะอาดครัวเสร็จ เซี่ยซูหลิงก็มัดปากถุงขยะเตรียมลงข้างล่าง
ใกล้จะถึงวันเกิดลูกสาวแล้ว เมื่อหลายวันก่อนเธอสั่งซื้อกระโปรงทางออนไลน์ให้ตัวหนึ่ง เมื่อวานได้รับข้อความแจ้งให้ไปรับของ แต่ยังไม่ได้ไปเอา
วันนี้กลับบ้านเร็ว ทิ้งขยะเสร็จแวะไปเอาของก็พอดี
เซี่ยหยางส่ายหน้า "หนูมีธุระค่ะ ไม่ไปดีกว่า"
เซี่ยซูหลิงไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไร แค่วันนี้ลูกสาวคุยกับเธอตั้งหลายคำ เธอก็ดีใจมากแล้ว ไม่อยากลงไปเดินเล่นก็ไม่เป็นไร
พอแม่แกออกจากห้องไป เซี่ยหยางก็กลับเข้าห้องเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดแขนสั้น แล้วค่อยๆ หิ้วไม้กวาดเดินออกจากห้องไปอย่างใจเย็น เริ่มกวาดโถงทางเดินจากชั้นดาดฟ้าไล่ลงมาทีละชั้น
ห้อง 501 ฝั่งตรงข้ามมีนักศึกษาเช่าอยู่รวมกันหลายคน ปกติเข้าออกไม่ค่อยเจอหน้ากันเท่าไหร่ ตอนนี้ก็ล็อกประตูแน่นหนา
ชั้นสี่ทั้งสองห้องเปิดประตูทิ้งไว้ อากาศอบอ้าว เปิดระบายอากาศสักหน่อย
ห้อง 401 เป็นครอบครัวพ่อแม่ลูก ฝ่ายหญิงนั่งแกะถั่วแระอยู่หน้าประตู ฝ่ายชายกำลังสอนการบ้านลูกชั้นประถม
ห้อง 402 เป็นบ้านของไป๋ซวนซวน
ครอบครัวสกุลไป๋ย้ายมาอยู่ที่นี่เมื่อเจ็ดปีก่อน ได้ยินว่าบ้านเดิมเอาไปลงทุนทำธุรกิจแล้วเจ๊ง
พอย้ายมาเช่าที่นี่ พ่อของไป๋ก็ยังหวังจะกลับมาผงาดอีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่ราคาบ้านพุ่งสูงขึ้นทุกปีราวกับรถไฟเหาะ ความทะเยอทะยานอันแรงกล้าของพ่อไป๋จึงค่อยๆ มอดดับลง ไม่เพียงแต่กู้คืนทรัพย์สินที่เสียไปไม่ได้ แม้แต่งานประจำมั่นคงก็ยังหาไม่ได้ ปัจจุบันต้องขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน
แม่ของไป๋ตั้งแต่แต่งงานก็ไม่เคยทำงานเลย
ก่อนจะย้ายมาเช่าที่นี่ ครอบครัวไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินเดือนของเธอ
แต่พอย้ายมาอยู่ที่นี่ ดันมาท้องลูกหลงตอนอายุมาก
ลูกชายคนเล็กจะเข้าโรงเรียนประถมปลายปีนี้ กำลังอยู่ในวัยซนสุดขีด เพื่อไม่ให้ป่วนบ้าน วันนี้เลยพาไปเที่ยวสวนสนุกมาทั้งวัน
เพิ่งจะกลับถึงบ้าน พ่อไป๋พาลูกไปอาบน้ำ แม่ไป๋ที่ปวดเอวตุบๆ กำลังทำกับข้าว ได้ยินเสียงไม้กวาด สวบ สาบ ดังมาจากโถงทางเดิน จึงชะโงกหน้าออกมาดูด้วยความสงสัย
"อ้าว? นี่หยางหยางไม่ใช่เหรอ? ทำไมมาวาดพื้นทางเดินล่ะ?"
เซี่ยหยางตอบรับเนือยๆ "อืม"
"......"
"อืม" นี่หมายความว่าไง?
ทำไมไม่อธิบายหน่อยล่ะว่าทำไมถึงมากวาด
ชุมชนเก่าไม่มีนิติบุคคล มีปัญหาอะไรก็แจ้งคณะกรรมการชุมชนให้จัดการ
โถงทางเดินสกปรก น้ำขังบนดาดฟ้า ก้นบุหรี่เกลื่อนแปลงดอกไม้ เรื่องพวกนี้คณะกรรมการชุมชนจะส่งอาสาสมัครมาทำความสะอาดเป็นระยะ
คนในตึกกลับปิดประตูอยู่แต่ในบ้าน ดูแลแค่หน้าบ้านตัวเอง อย่างมากก็กวาดแค่พื้นที่ตารางเมตรเดียวหน้าประตูห้อง
ส่วนพื้นที่ส่วนกลางอย่างบันได ดาดฟ้า ไม่มีทางที่จะไปยุ่งเด็ดขาด แค่ทำงานก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว ใครจะว่างมากินแรงทำสาธารณประโยชน์
ดังนั้น พอเห็นคนในตึก โดยเฉพาะเซี่ยหยางที่ขึ้นชื่อว่าขี้เกียจสันหลังยาว เกาะพ่อแม่กิน แถมเห็นแก่ตัว ดันถือไม้กวาดมากวาดทางเดิน มันช่างเป็นเรื่องเหลือเชื่อจริงๆ!
แม่ไป๋ดูแคลนในใจ แต่ใบหน้ากลับยิ้มแย้ม "หยางหยางนี่ขยันจังเลยนะ มีน้ำใจมากวาดทางเดินให้พวกเราด้วย ไม่เหมือนซวนซวนบ้านน้า วันเสาร์ก็ไม่ยอมอยู่ติดบ้าน ไม่รู้ว่าไปทำงานล่วงเวลาที่หน่วยงานหรือไปเดินห้างกับแก๊งเพื่อนสาวที่ไหน"
ประโยคเดียวแต่เหยียบย่ำจุดอ่อนเซี่ยหยางถึงสองจุด: หนึ่ง ลูกสาวฉันมีงานทำนะ เป็นพนักงานประจำของสำนักงานเขตด้วย สอง ลูกสาวฉันมีเพื่อนฝูง เพื่อนซี้ ไม่เหมือนเซี่ยหยางที่ไม่มีเพื่อนสักคน หรือถ้ามีก็เป็นพวกสิบแปดมงกุฎที่หลอกทั้งเงินทั้งใจ
เซี่ยหยางเลิกคิ้ว: ยัยคนคลั่งรักไป๋ซวนซวนน่ะเหรอ? คงหนีไปเดตมากกว่ามั้ง?
เห็นเซี่ยหยางไม่พูดอะไร กวาดพื้นผ่านหน้าเธอลงไปชั้นล่าง แม่ไป๋ก็รู้สึกหมดสนุก เบะปากแล้วกลับเข้าบ้านไปทำกับข้าวต่อ
เซี่ยหยางกวาดเสร็จหนึ่งชั้น ก็กวาดฝุ่น เศษกระดาษ ก้นบุหรี่ใส่ที่ตักขยะ พอเต็มที่ตักก็กวาดมาถึงชั้นหนึ่งชั้นสองพอดี
หวางเจียฉีหิ้วถุงขยะเปิดประตูออกมา เห็นเซี่ยหยางกำลังกวาดทางเดิน ก็ชะงักไปนิด ร้องเรียกเบาๆ อย่างไม่อยากเชื่อสายตา "หยางหยาง?"
เซี่ยหยางพยักหน้าให้ทีหนึ่ง
หวางเจียฉีอุทานในใจ เชี่ย: เซี่ยหยางจริงๆ ด้วย! ไม่ได้ตาฝาด! คุณพระคุณเจ้า! ทำไมจู่ๆ มาซุ่มกวาดทางเดินเงียบๆ แบบนี้?
นึกไปถึงตอนสี่โมงเย็นที่ได้ยินเสียงร้องไห้โฮมาจากชั้นห้า ฟังดูก็รู้ว่าเป็นเสียงพี่ซูหลิง
หรือว่าพี่ซูหลิงจับได้ว่าลูกสาวไปก่อเรื่องอะไรอีก สองแม่ลูกเลยทะเลาะหรือตบตีกัน? คราวนี้พี่ซูหลิงตัดสินใจเด็ดขาดไม่ตามใจนังเด็กนี่อีก เลยยึดโทรศัพท์ไป?
พวกติดเกมพอขาดโทรศัพท์ ก็ว่างจนไม่มีอะไรทำ เลยต้องมากวาดทางเดินงั้นสิ
เดี๋ยวนะ! ทำไมว่างแล้วต้องมากวาดทางเดินด้วยล่ะ?
ถ้าเป็นเธอ ต่อให้หัวโดนประตูหนีบก็ไม่มีทางมากวาดทางเดินหรอก ไม่ใช่ทางเดินบ้านตัวเองสักหน่อย
พื้นที่สาธารณะ กินอิ่มจนจุกหรือไงถึงไปกวาด
ไม่สิ! ต่อให้กินอิ่มจนจุก ยอมนอนอืดดีกว่าไปกวาดทางเดิน!
หวางเจียฉีคิดไม่ตกกับการกระทำของเซี่ยหยาง สุดท้ายก็สรุปเอาเองว่า:
คงกวาดให้พี่ซูหลิงดูล่ะสิ! แกล้งทำตัวน่าสงสาร เรียกร้องความเห็นใจ เป้าหมายก็เพื่อจะเอาโทรศัพท์คืน
วินาทีนี้ หวางเจียฉีมั่นใจว่าตัวเองเดาถูกเผง
เซี่ยหยางกวาดทางเดินยูนิตตัวเองเสร็จ ก็ไปกวาดต่อที่ยูนิตกลางและยูนิตตะวันออก
กวาดไปจนครบรอบ แทบทุกยูนิตมีคนจับกลุ่มคุยกันเรื่องความผิดปกติของเธอ: "เมื่อกี้ใครน่ะ? อาสาสมัครจากชุมชนเหรอ? หรือแม่บ้านที่หมู่บ้านจ้างมา?"
"หมู่บ้านเรามีนิติบุคคลที่ไหนล่ะ จะเอาแม่บ้านมาจากไหน? ถึงมีก็ต้องเป็นอาสาสมัครที่ชุมชนส่งมา"
"วันก่อนฉันได้ยินว่าชุมชนจะมีตรวจงาน สงสัยจ้างแม่บ้านชั่วคราวมาทำความสะอาดต้อนรับคณะตรวจมั้ง"
"งั้นก็ไม่น่าจะจ้างเซี่ยหยางนะ"
"คุณรู้จักเหรอ?"
"คุณไม่รู้จักเหรอ? ก็ยัยลูกล้างผลาญห้อง 502 ยูนิตตะวันตก ที่มีแฟนออนไลน์เป็นสิบแปดมงกุฎ กู้เงินมาเติมเกมคนนั้นไง! วันที่ตำรวจมาบ้าน ฉันก็ไปมุงดูด้วย แม่เขาน่าสงสารจะตาย มีลูกสาวน่าปวดหัวแบบนี้"
"หา? ที่แท้ก็ยัยคนนั้นเหรอ! แล้วนึกครึ้มอะไรขึ้นมาถึงมากวาดทางเดิน? หรือว่าจะเล็งดูลาดเลาห้องไหนที่เปิดประตูไว้แต่ไม่มีคน จะได้เข้าไปขโมยของ?"
"อุ๊ยตาย! พูดแบบนี้ก็เป็นไปได้นะ! พวกขโมยชอบมาดูลาดเลาแบบนี้แหละ ไม่ได้การละ ฉันต้องไปแจ้งชุมชนหน่อย เมื่อไหร่จะถึงคิวหมู่บ้านเราติดลิฟต์ ติดประตูคีย์การ์ดสักที! อยู่แบบนี้ไม่ปลอดภัยเลย"
"พรุ่งนี้ฉันหยุด เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อน"
"ฉันไปด้วย!"
เซี่ยหยางไม่รู้เลยว่าการทำความสะอาดทางเดินของเธอได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้คนกลุ่มหนึ่ง ถึงขนาดจะรวมตัวกันไปฟ้องชุมชนในวันรุ่งขึ้น
เธอกวาดบันไดและทางเดินของทั้งตึกเสร็จอย่างสบายอารมณ์ หิ้วไม้กวาดกับที่ตักขยะเดินกลับบ้าน ระหว่างทางก็ฟังระบบเทพเจ้าเศรษฐีประกาศผลอย่างร่าเริง:
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจทำความสะอาดทางเดินสำเร็จ รางวัลคือตึกเก่าซอมซ่อในหมู่บ้านว่านหัวหนึ่งหลัง! โฉนดที่ดินจะถูกส่งถึงมือโฮสต์ตามช่องทางปกติ]
[ติ๊ง! เนื่องจากโฮสต์ทำภารกิจสำเร็จก่อนกำหนดเวลากว่า 10 ชั่วโมง มอบรางวัลพิเศษเพิ่มเติม: วิลล่าหรูโครงการเซิ่งซื่อเถาหยวนหนึ่งหลัง]
พอได้ยินรางวัลที่สอง เซี่ยหยางก็ยิ้มร่า "นี่สิถึงจะเป็นวิถีแห่งระบบเทพเจ้าเศรษฐีที่แท้ทรู! เสี่ยวหาวมีการพัฒนานะเนี่ย!"
ระบบเทพเจ้าเศรษฐีแหงนหน้าขึ้นอย่างลิงโลด: [จริงเหรอฮะ? ขอบคุณโฮสต์ที่ชมฮะ! ป๋มจะพยายามต่อไปฮะ!]
ระบบหลัก: [......]
ระบบลูกที่ใสซื่อบริสุทธิ์ดั่งผ้าขาว พอมาเจอกับโฮสต์แบบนี้ คงโดนหลอกกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูกแน่ๆ
ตอนแรกไปหลงคิดได้ยังไงว่าโฮสต์เป็นยอดคนดีศรีสังคมผู้มีเมตตาธรรมค้ำจุนโลก?
ระบบแม่พระทำพิษชัดๆ!
(จบตอน)