- หน้าแรก
- พลิกผันคืนวันเก่า สู่ความรุ่งเรืองของครอบครัว
- บทที่ 97 ละครโรงใหญ่
บทที่ 97 ละครโรงใหญ่
บทที่ 97 ละครโรงใหญ่
ใต้ต้นพุทรา บนแผ่นหินสี่เหลี่ยมมีกรงตั๊กแตนสานวางอยู่ บนกองดินเล็กๆ มีกิ่งไม้เบี้ยวๆ ปักอยู่สามก้าน หน้ากองดินยังมีชามใส่ผักดองและหมั่นโถวข้าวโพด (วอวอโถว) อีกสามลูกวางเซ่นไหว้
หลี่เสี่ยวเทานั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น
หลี่เสี่ยวเจียงยืนอยู่ข้างๆ ตะโกนสั่งการ "คำนับครั้งที่หนึ่ง"
หน้าแผ่นหิน หลี่เสี่ยวโปและหลี่เสี่ยวไห่ก้มตัวคำนับด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"คำนับครั้งที่สอง" "คำนับครั้งที่สาม" "ญาติผู้ตายตอบรับการคารวะ~"
หลี่เสี่ยวเทาตบต้นขาตัวเอง กลิ้งเกลือกไปมาบนพื้น ร้องโหยหวนเสียงดัง "เจ้าตั๊กแตนของพ่อเอ๋ย~ ทำไมเจ้าถึงด่วนจากไปเล่า! ผักที่พ่อป้อนทำไมเจ้าไม่กิน~ ถ้าเจ้ากินสักนิดก็คงไม่อดตายแบบนี้~"
หลี่เซี่ยงตงเห็นภาพตรงหน้า รู้สึกเหมือนในหัวมีพลุแตกดังเปรี้ยงปร้างไม่หยุด
เขาชาไปทั้งตัว!
โครม!
โหวซานที่ชะโงกหน้าออกมาจากกำแพงบังตาพร้อมกับหลี่เซี่ยงตง มือสั่นจนทำกล่องจิ้งหรีดหล่นกระแทกพื้น
"ฮ่าๆๆๆๆ~ เชี่ยเอ๊ย~! พี่ตง หลานบ้านพี่แม่งโคตรฮา! ฮ่าๆ~ แค่กๆ~ แค่กๆ!"
หลี่เสี่ยวเจียงที่กำลังสวมบทพิธีกรอย่างเมามัน ได้ยินเสียงหัวเราะ หันขวับไปเห็นหัวสามหัวโผล่ออกมาจากกำแพงบังตา "อาสามกลับมาแล้ว หนีเร็ว!"
สิ้นเสียงตะโกน เขาก็มุดหายเข้าไปในห้องของตัวเองทันที
หลี่เสี่ยวไห่กับหลี่เสี่ยวโปก็ใส่เกียร์หมาวิ่งหนีตามไป เหลือเพียงหลี่เสี่ยวเทาที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามตัว เงยหน้ามองอาสามที่เดินเข้ามาหา แล้วฟ้องด้วยความเสียใจ "อาสาม ตั๊กแตนตายแล้ว"
หลี่เซี่ยงตงมองไปทางเรือนหลัก ที่บ้านดูเหมือนจะมีแต่ลิงทะโมนสี่ตัวนี้ สองสาวน้อยเสี่ยวหลานกับเสี่ยวเหมยไม่อยู่ มิน่าพวกมันถึงกล้าเล่นพิธีศพเลียนแบบชาวบ้านเขาแบบนี้!
เขายิ้มแห้งๆ "อ๋อ ที่แท้ตั๊กแตนตายนี่เอง อาก็นึกว่าอาตาย แล้วพวกเอ็งมาแสดงความกตัญญูกันซะอีก"
อาเจ๋อที่เดินตามเข้ามาหัวเราะ "ตงจื่อ นี่หลานคนรองของนายเหรอ? ตัวแค่นี้ร้ายกาจนะเนี่ย ฉากลงไปดิ้นร้องไห้เมื่อกี้เหมือนเปี๊ยบ ฝึกให้ดีๆ ต่อไปไม่อดตายแน่"
"ไสหัวไปเลย!"
หลี่เซี่ยงตงด่าอาเจ๋อ แล้วเดินจ้ำอ้าวไปใต้ต้นพุทรา เตะแผ่นหินจนคว่ำ "ไอ้พวกที่มุดหัวอยู่ในห้อง ไสหัวออกมาให้หมด!"
ในลานบ้านมีเพียงเสียงหัวเราะของโหวซานกับอาเจ๋อ แต่ในห้องปีกตะวันออกและตะวันตกเงียบกริบ
ผ่านไปครู่ใหญ่ หลี่เสี่ยวเจียงแง้มประตูโผล่หัวออกมา เห็นแผ่นหินคว่ำกระจัดกระจาย หมั่นโถวกับผักดองกลิ้งเกลื่อนพื้น
เขาถามด้วยความเป็นห่วง "อาสาม อาเตะหมั่นโถวกับผักดองกระจายหมดแบบนั้น ย่ากลับมาจะอธิบายยังไงล่ะครับ?"
"มานี่มา"
หลี่เซี่ยงตงกวักมือเรียก "ออกมานี่ เดี๋ยวอาจะบอกวิธีอธิบายให้ฟัง"
"ผมไม่ออกไปหรอก"
หลี่เสี่ยวเจียงเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มทะเล้นทันที "อาสาม อย่าโกรธสิครับ เมื่อกี้พวกผมแค่เล่นกันเฉยๆ"
"อารู้ว่าเล่นกัน รีบออกมาเถอะ อาซื้อของอร่อยกลับมาด้วยนะ"
หลี่เซี่ยงตงหยิบไก่ตุ๋นที่ซื้อกลับมาออกมาจากกระเป๋าสะพายผ้า เปิดห่อกระดาษมันให้หลี่เสี่ยวเจียงดู "ไก่ตุ๋นจะกินไหม? อยากกินก็รีบออกมา"
หลี่เสี่ยวเจียงจ้องไก่ตุ๋นตาเป็นมัน กลืนน้ำลายเอือก "อาสาม ผมไม่กินหรอก มันเยิ้มเกินไป ผมกลัวท้องเสีย"
พูดจบเขาก็ปิดประตู ปัง ลงกลอนขังตัวเองทันที
"อาสาม ผมอยากกินไก่ตุ๋น"
หลี่เสี่ยวเทาขยับเข้ามาใกล้หลี่เซี่ยงตง จ้องไก่ตุ๋นตาแป๋วแล้วยิ้ม "อาสามใจดีจัง ซื้อไก่ตุ๋นมาฝากพวกเราด้วย"
โหวซานที่ยืนอยู่ข้างๆ สนใจในตัวหลี่เสี่ยวเทามาก ยิ้มถามว่า "เคยกินไก่ตุ๋นไหม?"
หลี่เสี่ยวเทาเบิกตากว้างมองโหวซาน ไม่มีความเกรงกลัวคนแปลกหน้าแม้แต่น้อย "ไม่เคยครับ ทำไมเหรอ? เดี๋ยวก็ได้กินแล้วนี่นา?"
"ไอ้หยา เจ้าหนูนี่น่าสนใจแฮะ"
โหวซานมองสำรวจหลี่เสี่ยวเทาตั้งแต่หัวจรดเท้า พลางเดาะลิ้น 'จุ๊ๆ'
หลี่เซี่ยงตงห่อไก่ตุ๋นกลับเหมือนเดิม แล้วพูดว่า "เอ็งไปลากหลี่เสี่ยวโปกับหลี่เสี่ยวไห่ออกมาจากห้องให้อาหน่อย ถ้าพาออกมาได้ อาให้ปีกไก่เอ็งอันนึง แต่ถ้าเรียกพี่ใหญ่เอ็งออกมาได้ด้วย อาให้เอ็งกินน่องไก่เลยเอ้า"
หลี่เสี่ยวเทาถามซื่อๆ "อาสามไม่หลอกผมนะ?"
"อาจะหลอกเอ็งทำไม ไปเร็วเข้า"
พูดจบหลี่เซี่ยงตงก็หันหลังเดินไปที่ห้องรับแขกในเรือนหลัก
หลี่เสี่ยวเทาวิ่งไปที่หน้าห้องพี่ชายคนรองด้วยความตื่นเต้น ทุบประตูดังปังๆ "เสี่ยวโป รีบออกมาเร็ว อาสามซื้อไก่ตุ๋นมาตัวเบ้อเริ่ม หอมฉุยเลย!"
......
"พวกนายรินน้ำกินกันเองนะ"
พอเข้าห้องมา หลี่เซี่ยงตงก็บอกโหวซานกับอาเจ๋อ แล้วเดินหายเข้าไปในห้องนอนพ่อแม่
อาเจ๋อเพิ่งรินน้ำให้โหวซานเสร็จ ก็เห็นหลี่เซี่ยงตงถือไม้ขนไก่ออกมาจากห้องฝั่งตะวันตก "ตงจื่อ นายจะทำอะไร? เด็กๆ มันก็แค่ซนตามประสา ไม่ถึงกับต้องลงไม้ลงมือหรอกมั้ง"
"พี่ตง พี่เปลี่ยนอาวุธเถอะ"
โหวซานเห็นไม้ขนไก่ก็นึกถึงความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีต ตาขวากระตุกยิกๆ
"ฉันเอามาขู่พวกมันเฉยๆ หรอกน่า ไอ้วีรกรรมเมื่อกี้ถ้าคนนอกมาเห็นเข้า มีหวังเอาไปนินทาจนขายขี้หน้าตายชัก"
หลี่เซี่ยงตงฟาดไม้ขนไก่ใส่มือตัวเองสองทีเพื่อลองน้ำหนัก แล้วหันไปกำชับโหวซานกับอาเจ๋อ "พวกนายสองคนห้ามเอาเรื่องนี้ไปเล่าเป็นเรื่องตลกให้ใครฟังนะเว้ย"
อาเจ๋อยิ้ม "วางใจเถอะตงจื่อ ฉันกับโหวซานไม่บอกใครหรอก"
"ผมไม่พูดแน่นอน พี่ตงวางใจได้เลย"
โหวซานจิบน้ำ แล้วส่ายหัวถาม "พี่ตง หลานคนที่ลงไปดิ้นร้องไห้กับพื้นเมื่อกี้คือหลานคนรองของพี่เหรอ?"
หลี่เซี่ยงตงหันมามองโหวซาน "อือ ทำไมเหรอ?"
โหวซานจุดบุหรี่สูบ โยนซองบุหรี่ลงบนโต๊ะ "เปล่า ผมแค่ถามดูเฉยๆ ผมว่าหลานคนรองของพี่ตลกดี"
"ตลก?"
อาเจ๋อหยิบบุหรี่บนโต๊ะส่งให้หลี่เซี่ยงตงมวนหนึ่ง แล้วจุดของตัวเองสูบ "ถ้าลูกนายเป็นแบบนี้ นายจะขำไม่ออก"
โหวซานยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ "แล้วไง? ถ้าฉันมีลูกตลกๆ แบบนี้ก็ดีออก! สองพ่อลูกคงมีความสุขหัวเราะได้ทั้งวัน"
อาเจ๋อได้ยินคำพูดของโหวซาน ก็ยกนิ้วโป้งให้ด้วยความนับถือ "นายนี่แน่จริงๆ แต่ฉันว่านะ ถ้านายมีลูก ก็ควรอบรมสั่งสอนให้ดีๆ หน่อย ไม่งั้นพ่อนายคงอกแตกตายเพราะนายแน่"
เพียะ
โหวซานตบโต๊ะดังสนั่น ลุกขึ้นจ้องหน้าอาเจ๋อด้วยความโมโห "พ่อฉันจะตายหรือไม่ตายมันเกี่ยวอะไรกับฉัน? ทำไมต้องมาตายเพราะฉันด้วย?!"
"แค่กๆ~"
อาเจ๋อสำลักควันบุหรี่เพราะคำพูดเนรคุณของโหวซาน "ท่านโหว ผมผิดไปแล้วครับ นั่งลงเถอะครับ"
โหวซานยังไม่ยอมจบ "นายพูดให้เคลียร์ก่อน พ่อฉันจะตายเกี่ยวอะไรกับฉันที่ไปทำให้เขาโกรธ?"
"ไม่เกี่ยวครับ ปากผมมันพาซวย ผมผิดเอง"
"รู้ว่าปากพาซวยก็พูดให้น้อยหน่อย!"
"ครับๆ ท่านโหวสั่งสอนได้ถูกต้องครับ"
หลี่เซี่ยงตงมองดูทั้งสองคนเถียงกันพลางยิ้ม มือคีบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุด เคาะโต๊ะเล่นเบาๆ
หลี่เสี่ยวเทาหลานชายคนรองของเขาสมองไม่ค่อยทันคน เรื่องนี้ทำเอาคนในบ้านกลุ้มใจกันมาก
พี่ใหญ่ของเขาเป็นห่วงลูกชายจอมซื่อบื้อคนนี้จนผมหงอกขึ้นเต็มหัว ทั้งที่อายุเพิ่งสามสิบกว่าๆ หงอกจะแซงพ่ออยู่แล้ว
อาเจ๋อมองหลี่เซี่ยงตงที่เงียบไป "ตงจื่อ เป็นอะไรไป?"
"เปล่า"
หลี่เซี่ยงตงเงยหน้าขึ้นมองโหวซาน แล้วถามโพล่งขึ้นมา "นายอยากรับลูกศิษย์สักคนไหม?"