- หน้าแรก
- พลิกผันคืนวันเก่า สู่ความรุ่งเรืองของครอบครัว
- บทที่ 82 ทำไมตั๊กแตนไม่ร้องแล้วล่ะ?
บทที่ 82 ทำไมตั๊กแตนไม่ร้องแล้วล่ะ?
บทที่ 82 ทำไมตั๊กแตนไม่ร้องแล้วล่ะ?
ย่าหลี่เห็นเหลนตัวน้อยโดนตีไปหลายที ส่วนตาแก่คู่ชีวิตกลับนั่งมองดูด้วยความเอร็ดอร่อย นางจึงเอ่ยปากห้าม "ตีสักทีสองทีก็พอแล้ว เจ้าเทามันไม่รู้หรอกว่าปู่มันชื่ออะไร"
"หึ!"
พ่อหลี่ได้ยินแม่ตัวเองออกปาก ก็ทำเสียงฮึดฮัดก่อนจะกลับไปนั่งหน้าบึ้งที่โต๊ะกินข้าว
"รีบไสหัวไปให้พ้น"
พี่ใหญ่หลี่เองก็โมโหแทบแย่ ลูกชายตัวดีเลี้ยงตั๊กแตนตัวเดียวยังดันเสกญาติผู้ใหญ่เพิ่มมาให้เขาอีกคน ถ้าไม่ใช่เพราะย่าหลี่เอ่ยปาก เขาคงอยากจะตบกบาลหลี่เสี่ยวเทาเพิ่มอีกสักสองฉาด
หลี่เสี่ยวเทาสูดย้ำมูก สองมือปิดก้นวิ่งตัวงอหดคอหนีออกไปท่ามกลางสายตาดุร้ายของพ่อ จนป่านนี้เขาก็ยังงงเป็นไก่ตาแตก ไม่รู้เลยว่าทำไมตัวเองถึงโดนตี
"เอ็งขำอะไร? ถ้าไม่ใช่เพราะเอ็งเอาตั๊กแตนกลับมา จะมีเรื่องบ้าบอพวกนี้ไหม?"
พ่อหลี่หันไปเห็นลูกชายคนเล็กยืนยิ้มเผล่ดูเรื่องสนุกอยู่ข้างๆ ก็พูดแขวะด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์
"เกี่ยวอะไรกับผมซะหน่อย"
หลี่เซี่ยงตงบ่นพึมพำ อุ้มลูกสาวกลับไปนั่งกินข้าวต่อที่โต๊ะ
ย่าหลี่มองดูหลานชายคนเล็กที่กำลังตักข้าวกินคำโต นางถามด้วยรอยยิ้ม "ตงจื่อ เอ็งไปทำงานทำไมถึงหิ้วตั๊กแตนกลับมาด้วยล่ะ?"
"ขากลับมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งให้มาน่ะครับ"
หลี่เซี่ยงตงมองดูขนมเกลียวทอดที่แช่อยู่ในชามข้าวของย่า แล้วยิ้มถาม "ย่าครับ ขนมเกลียวทอดอร่อยไหม?"
ย่าหลี่พยักหน้า "อร่อย แต่กัดไม่ค่อยเข้า ต้องแช่ในโจ๊กข้าวโพดให้นิ่มก่อนถึงจะกินได้"
ปู่หลี่กลัวหลานชายจะใช้เงินเปลือง จึงเตือนว่า "ออกไปทำงานข้างนอกมันลำบาก วันหน้าเอ็งไม่ต้องซื้อของพวกนี้กลับมาบ้านหรอก"
พี่สะใภ้รองยิ้มเสริม "คุณปู่พูดถูกที่สุดเลยค่ะ นี่ผ่านไปไม่กี่วัน ทั้งลูกอมตรากระต่ายขาว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แล้วนี่ยังหิ้วขนมเกลียวทอดกลับมาตั้งเยอะแยะ ตงจื่อ อาจะใช้เงินมือเติบแบบนี้ไม่ได้นะ"
พี่สะใภ้ใหญ่และพี่ชายทั้งสองคนต่างพากันพยักหน้า เห็นด้วยกับคำพูดของปู่หลี่และพี่สะใภ้รอง
"เจ้าสาม"
"ครับ"
หลี่เซี่ยงตงขานรับ เงยหน้ามองพ่อหลี่ "มีอะไรหรือเปล่าพ่อ?"
พ่อหลี่วางตะเกียบในมือลง มองหน้าเขาแล้วถามว่า "เงินเดือนเดือนนี้ออกแล้วใช่ไหม? เอ็งกะจะให้ค่าอาหารกองกลางเมื่อไหร่?"
"ให้เดี๋ยวนี้แหละครับ"
หลี่เซี่ยงตงล้วงเงิน 5 หยวนออกมาจากกระเป๋า แล้วส่งให้แม่หลี่ที่นั่งกินข้าวอยู่ข้างๆ
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะไม่ให้นะ วันที่เงินเดือนออกพ่อลากพวกผมสามพี่น้องไปดื่มจนเมา ผมเลยลืมน่ะ"
"แล้วก็นี่ตั๋วแลกเนื้อกับตั๋วแลกน้ำมัน ทางหน่วยงานเขาให้เป็นเบี้ยเลี้ยงพิเศษตอนไปต่างจังหวัดรอบนี้ครับ"
หลี่เซี่ยงตงเอาตั๋วที่ได้จากหวังต้าไห่และเอ้อร์ไกว่จื่อมาอ้างเหตุผลใหม่ แล้วส่งให้แม่หลี่ไปพร้อมกัน พอเห็นแววตาเป็นประกายของแม่ เขาก็รีบอธิบายดักคอ "รางวัลพวกนี้ก็นานๆ ทีจะมีสักครั้งนะครับ ไม่ใช่จะมีทุกรอบ"
แม่หลี่เอาตั๋วพวกนั้นห่อใส่ผ้าเช็ดหน้าของตัวเองอย่างดี ใบหน้าเปื้อนยิ้มด้วยความตื่นเต้น "นานๆ ทีมีสักครั้งก็ดีถมถิดแล้ว มิน่าล่ะใครๆ ถึงบอกว่าทำงานการรถไฟน่ะดี พรุ่งนี้แม่จะไปซื้อเนื้อ พวกเราจะได้กินของดีกันสักมื้อ"
"ครับ ซื้อเยอะหน่อย เด็กๆ ที่บ้านกำลังโต"
หลี่เซี่ยงตงกำชับเรื่องที่พรุ่งนี้เช้าต้องออกรถไปมณฑลหลู่ แล้วบดไข่ต้มป้อนลูกสาวจนหมด จากนั้นจึงอุ้มเธอกลับเข้าห้อง
เขาวางลูกสาวลงบนเตียงเตา (คัง) เห็นเธอยังอ้าแขนจะให้อุ้มต่อ จึงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "หนูเล่นบนเตียงคนเดียวก่อนนะ เดี๋ยวพ่อไปล้างหน้าล้างตัวแป๊บนึง เดี๋ยวกลับมากอดหนูนอน"
"อื้อ"
หลี่เสี่ยวจู๋พยักหน้าหงึกๆ นั่งขัดสมาธิบนเตียงเตาแล้วเริ่มเขี่ยนิ้วเท้าตัวเองเล่น
หลี่เซี่ยงตงเดินออกจากห้อง หันกลับไปมองเห็นลูกสาวเล่นอยู่คนเดียวได้ ก็วางใจไปล้างหน้าแปรงฟัน
พอล้างหน้าเสร็จ เขากำลังจะเช็ดตัว หลี่เสี่ยวไห่ที่ไปเล่นอยู่ในห้องพี่ใหญ่ก็วิ่งตื๋อเข้ามาหา "พ่อจ๋า ตั๊กแตนไม่ร้องแล้ว"
เขาถือกรงตั๊กแตนเขย่าไปมาอย่างแรงเหมือนเขย่าลูกเต๋าไฮโล "พ่อดูสิ มันหลับไปแล้วหรือเปล่า?"
???
หลี่เซี่ยงตงหน้ามืดครึ้ม "หลี่เสี่ยวไห่! ตั๊กแตนเขาเล่นกันแบบนั้นที่ไหน เอ็งเขย่าอีกสองทีมันก็ได้ม่องเท่งกันพอดี!"
หลี่เสี่ยวไห่ยังไม่ยอมแพ้ "แล้วทำไมมันไม่ร้องล่ะ?"
หลี่เซี่ยงตงพูดอย่างจนใจ "มันคงเมารถน่ะ กำลังอ้วกแตกอยู่มั้ง"
หลี่เสี่ยวไห่ยืนงงอยู่กับที่ เขาไม่เข้าใจว่าเมารถคืออะไร
หลี่เซี่ยงตงถอนหายใจ "เอ็งอย่าเอาถือไว้ในมือตลอดสิ วางไว้บนพื้น เดี๋ยวสักพักมันก็ร้องเองแหละ"
"รู้แล้วจ้ะพ่อ"
หลี่เสี่ยวไห่พึงพอใจ ถือกรงตั๊กแตนวิ่งเหยาะๆ กลับเข้าไปในห้องพี่ใหญ่
"เดี๋ยวก็ได้ตายคามือพวกเอ็ง"
หลี่เซี่ยงตงบ่นพึมพำ ไว้อาลัยให้กับชะตากรรมอันน่าเศร้าของตั๊กแตนตัวนั้น
เขาเช็ดตัวลวกๆ แล้วล้างเท้าที่ก๊อกน้ำ กลับเข้าห้องมาหยอกล้อลูกสาวที่ยังนั่งเล่นนิ้วเท้าอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันไปรื้อค้นตู้เก็บของ หากางเกงนวมกันหนาวตัวเก่าออกมา
แคว่ก~ เสียงฉีกผ้าดังขึ้น
เขากระชากตะเข็บกางเกงนวมจนขาดเป็นช่อง
"คุณทำอะไรน่ะ?"
โจวอวี้ฉินเพิ่งช่วยแม่หลี่ล้างจานชามเสร็จ เดินเข้ามาเห็นสามีกำลังทำลายข้าวของพอดี นางรีบเดินเข้ามาหยิบกางเกงนวมไปดูด้วยความเสียดาย "คุณจะฉีกเสื้อผ้าดีๆ ทำไม?"
"ผมจะเอาฝ้ายข้างในไปใช้"
หลี่เซี่ยงตงเล่าเรื่องที่จะค้าจิ้งหรีดให้ฟังคร่าวๆ
โจวอวี้ฉินฟังจบก็ขมวดคิ้ว "ทำแบบนี้จะไม่เกิดเรื่องเหรอคะ?"
"ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องห่วง รอผัวคุณหาเงินได้ ต่อไปคุณก็นั่งนับเงินเล่นบนเตียงเตาได้เลย ตอนนี้ผมล่ะกลัวแต่ว่าเงินจะเยอะจนคุณนับจนเหนื่อยซะก่อน"
หลี่เซี่ยงตงพูดไปพลางล้วงฝ้ายออกมาจากกางเกงนวม ยัดใส่กระเป๋าสะพายผ้าของตัวเอง
"ให้นับเงินเยอะแค่ไหนฉันก็ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ"
โจวอวี้ฉินยิ้ม แต่พอเห็นสามีกำฝ้ายออกมาเป็นกอบเป็นกำ ก็อดเสียดายไม่ได้ "ใช้เสร็จแล้วอย่าลืมเอาฝ้ายกลับมาด้วยนะคะ นี่ฝ้ายอย่างดี อย่าทิ้งขว้างล่ะ"
"รู้แล้วน่า"
หลี่เซี่ยงตงเก็บกางเกงนวมที่แฟบลงไปถนัดตาเข้าตู้ ก้าวขาเดียวขึ้นเตียงเตา เห็นลูกสาวในมือกำปุยฝ้ายก้อนเล็กๆ ขยำเล่นอยู่
เขาหาวฟอดใหญ่ ดึงเปียเล็กๆ ของลูกสาวเล่น "เสี่ยวชี พ่อง่วงแล้ว หนูง่วงหรือยัง? นอนเป็นเพื่อนพ่อหน่อยดีไหม?"
"ดี..."
หลี่เสี่ยวจู๋ตอบสั้นๆ ปีนป่ายขึ้นมาบนตัวเขา
หลี่เซี่ยงตงโอบลูกสาวไว้ในอ้อมกอด หยิบปุยฝ้ายที่ลูกทิ้งไว้บนเตียงมาปั้นเป็นก้อนเล็กๆ สองก้อนอุดหูไว้ กันไม่ให้เสียงลิงทะโมนในบ้านมารบกวนตอนหลับ
"รอรอบนี้กลับจากมณฑลหลู่ เราพ่อแม่ลูกสี่คนไปพักบ้านคุณสักสองวันนะ คุณจะได้กลับไปเยี่ยมพ่อกับแม่ด้วย"
หลี่เซี่ยงตงกอดลูกสาวที่นอนคว่ำอยู่บนพุง ตบหลังกล่อมเบาๆ
"อื้อ"
โจวอวี้ฉินพยักหน้าด้วยความดีใจ หยิบผ้าห่มบางๆ มาคลุมให้สองพ่อลูก "คุณเหนื่อยก็หลับก่อนเถอะ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าอีก... เอ้อ ลืมถามไปเลย ตั๊กแตนที่คุณเอามามันกินอะไรคะ? พวกเราเลี้ยงไม่เป็น เดี๋ยวจะทำมันอดตายซะเปล่าๆ"
"ก็ให้กินพวกเศษผักกับหนอนมั่วๆ ไปเถอะ ยังไงมันก็อยู่ได้อีกไม่กี่วะ..."
โจวอวี้ฉินเห็นสามีพูดยังไม่ทันจบก็กรนเสียงดังสนั่นไปแล้ว นางยิ้มแล้วตบก้นลูกสาวที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนตัวพ่อเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไป
ค่ำคืนค่อยๆ ดึกสงัดลงเรื่อยๆ