เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 77 ทำไมนายถึงได้หัวรั้นขนาดนี้นะ?!

บทที่ 77 ทำไมนายถึงได้หัวรั้นขนาดนี้นะ?!

บทที่ 77 ทำไมนายถึงได้หัวรั้นขนาดนี้นะ?!


หวังต้าไห่ ผู้ที่หลี่เซี่ยงตงเรียกว่าผู้อาวุโส เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น หัวใจของเขาก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันที

เขาคิดว่าตงจื่อเป็นเด็กดี เขาจะปล่อยให้เด็กคนนี้เสียเปรียบมากเกินไปไม่ได้

พอนึกถึงชาหลงจิ่งหมิงเฉียนที่หลี่เซี่ยงตงพูดถึงเมื่อครู่ เขาก็ลุกเดินไปยังตู้เก็บของของตัวเอง หยิบกระป๋องชาออกมา แล้วเดินจ้ำอ้าวกลับไปหาหลี่เซี่ยงตง

"ตงจื่อ ชากระป๋องนี้เอ็งเอาไปชงกิน"

หวังต้าไห่พูดพลางยัดกระป๋องชาใส่มือหลี่เซี่ยงตง

"ลุงไห่ ผมไม่ได้หวังของของลุงนะครับ"

หลี่เซี่ยงตงพยายามปัดป้องมือของหวังต้าไห่ แล้วถอยหลังไปสองก้าว

"พูดอะไรของเอ็ง รับไปเดี๋ยวนี้! หรือเห็นว่าลุงไห่ขี้งก ตัดใจให้เอ็งได้แค่ชาประป๋องเดียว?"

หวังต้าไห่พูดจบก็ล้วงตั๋วแลกเนื้อออกมาจากกระเป๋าอีกหลายใบ "เด็กๆ ที่บ้านขาดแคลนเนื้อกินใช่ไหมล่ะ? เอ็งเพิ่งมาทำงานคงยังหาของดีๆ ไม่ได้หรอก ตั๋วแลกเนื้อพวกนี้เอาไปซื้อเนื้อ ติดไม้ติดมือกลับไปบำรุงเด็กๆ ซะ"

หวังต้าไห่เห็นเขายังยืนนิ่ง จึงก้าวเข้าไปประชิดสองก้าว ถลึงตาโตเท่าไข่ห่านจ้องมองเขา "รับไป!"

เสียงตวาดที่ดังขึ้นกะทันหันทำเอาหลี่เซี่ยงตงสะดุ้งโหยง "ลุงไห่ ชากระป๋องเดียวก็พอแล้วครับ ตั๋วแลกเนื้อลุงเก็บกลับไปเถอะ"

"รับไป!"

หวังต้าไห่ยัดเยียดตั๋วใส่กระเป๋าเสื้อเขาโดยตรง "ตงจื่อ ไม่ใช่ลุงอยากจะว่าเอ็งนะ แต่ทำไมเอ็งถึงได้เป็นคนหัวรั้นขนาดนี้ ต้องให้ฉันยัดใส่กระเป๋าให้ถึงจะยอม! ผู้หลักผู้ใหญ่ให้ของห้ามปฏิเสธ เข้าใจไหม?"

"เข้าใจแล้วครับลุงไห่ ขอบคุณลุงมากครับ"

ตอนแรกหลี่เซี่ยงตงแค่ต้องการสร้างบุญคุณ ไม่คิดเลยว่าจะได้ลาภลอยกลับมาด้วย

ตอนนี้ในมือเขามีกระป๋องชา ในกระเป๋าเสื้อมีตั๋วแลกเนื้อเพิ่มมาอีกหลายใบ ในใจรู้สึกเปรมปรีดิ์ยิ่งนัก

"แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย"

หวังต้าไห่ตบไหล่หลี่เซี่ยงตง แล้วหันไปถามเอ้อร์ไกว่จื่อลูกศิษย์ตัวเองว่า "แล้วแกไม่มีอะไรจะแสดงน้ำใจหน่อยเหรอ?"

"มีครับ มีแน่นอนครับอาจารย์"

เอ้อร์ไกว่จื่อล้วงตั๋วแลกน้ำมันออกมาสองใบจากกระเป๋า "พี่ตง พี่รับไว้ครับ"

"ถ้ากล้าปฏิเสธอีกฉันจะทุบนายนะ!"

หวังต้าไห่รับตั๋วแลกน้ำมันจากมือเอ้อร์ไกว่จื่อแทนหลี่เซี่ยงตง "เก็บไว้ให้ดี!"

"ขอบคุณครับลุงไห่ ขอบใจนะเอ้อร์ไกว่จื่อ"

คนรู้ความอย่างหลี่เซี่ยงตง ย่อมไม่ทำให้ลุงไห่ของเขาลำบากใจ จึงยื่นมือไปรับตั๋วแลกน้ำมันมาใส่กระเป๋า

หลิวเอ้อร์ต้านที่มองดูเหตุการณ์มาตลอดเริ่มไม่พอใจ "ลุงไห่ ลุงจะเกินไปหน่อยหรือเปล่า? ตงจื่อเขาเป็นคู่หูกับโหวซานน้องเมียผมนะ ลุงจะมองเห็นแค่คนเดียวไม่ได้สิ!"

หวังต้าไห่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกลำบากใจขึ้นมา เขาไม่ได้เจตนา แต่เขาเผลอลืมโหวซานไปตามความเคยชิน

ทว่าในตู้เก็บของเขามีชาอยู่แค่สองกล่อง กล่องหนึ่งให้โหวเจี้ยนเซ่อไปเมื่อวาน อีกกล่องก็เพิ่งให้หลี่เซี่ยงตงไป ส่วนของมีค่าอย่างตั๋วแลกเนื้อที่มีอยู่ติดตัว เขาก็ยัดให้หลี่เซี่ยงตงไปหมดแล้ว

"ไอ้สาม ตอนนี้ลุงไม่มีของดีติดตัวแล้ว เอาไว้วันหลังมีแล้วค่อยให้ชดเชยได้ไหม?"

"อ้อ"

โหวซานทำจมูกย่น คอตกไหล่ห่อ ดูน้อยเนื้อต่ำใจสุดขีด

"เอ็งนี่นะ เอ็งนี่นะ"

หวังต้าไห่เห็นท่าทางของเขาก็รู้สึกละอายใจ คิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดว่า "เอาอย่างนี้ไหมไอ้สาม ครั้งหน้าถ้าพ่อเอ็งจะตึ้บเอ็งเมื่อไหร่ เอ็งก็วิ่งมาที่ห้องทำงานเรา ลุงไห่จะช่วยรับหน้าให้ครั้งหนึ่ง เป็นไง?"

หลิวเอ้อร์ต้านได้ยินข้อเสนอหลอกเด็กแบบนี้ กำลังจะอ้าปากปฏิเสธแทนน้องเมีย

แต่โหวซานที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับตื่นเต้นจนแทบกระโดดตัวลอย ดวงตาเล็กๆ ของเขากลอกไปมาอย่างเจ้าเล่ห์ "ลุงไห่ ครั้งเดียวไม่พอนะ อย่างน้อยลุงต้องช่วยกันให้ผมสองครั้ง!"

หวังต้าไห่ยิ้มพยักหน้า รับปากอย่างใจป้ำ "ได้สิ งั้นเราสองคนตกลงกันตามนี้นะ ห้ามมาคิดบัญชีย้อนหลังล่ะ"

โหวซานหัวเราะชอบใจ "ใครคิดบัญชีย้อนหลังเป็นหมา"

หลิวเอ้อร์ต้านเท้าศอกลงบนโต๊ะ ใช้มือถูหน้าแรงๆ ได้แต่กุมขมับยิ้มอย่างจนใจ

โหวซานที่กำลังดีใจ เหลือบตาเล็กๆ ไปเห็นเอ้อร์ไกว่จื่อที่กำลังแอบขำอยู่ข้างๆ "เอ้อร์ไกว่จื่อ ลุงไห่รับปากช่วยฉันแล้ว แล้วแกล่ะ?"

"โหวซาน นายอย่ามามองฉันนะ พ่อนายฉันไม่กล้าไปตอแยด้วยหรอก!"

เอ้อร์ไกว่จื่อแทบสะดุ้ง เขาไม่ใช่อาจารย์หวังต้าไห่ เขาไม่มีหน้ามีตาพอจะไปคุยกับโหวเจี้ยนเซ่อได้หรอก

"งั้นฉันให้ตั๋วแลกน้ำมันนายสองใบแทนแล้วกัน"

เอ้อร์ไกว่จื่อพูดพลางล้วงตั๋วแลกน้ำมันเขตปักกิ่งขนาดครึ่งชั่งออกมาสองใบ

"เอามาให้ฉัน"

หลิวเอ้อร์ต้านฉกตัดหน้า คว้าหมับเข้าที่ตั๋วแลกน้ำมันแล้วยัดใส่กระเป๋าตัวเอง

โหวซานมองดูตั๋วแลกน้ำมันสองใบหายวับไปต่อหน้าต่อตา เขาเข้าใจว่าตัวเองก็ได้กำไรจากสองศิษย์อาจารย์ตระกูลหวังเหมือนกับพี่ตงของเขา

แต่ทำไมถึงไม่มีอะไรตกถึงมือเขาสักอย่าง มันรู้สึกทะแม่งๆ ชอบกล สายตาของเขาจึงมองไปที่พี่เขยหลิวเอ้อร์ต้าน

"อะแฮ่ม มองอะไร? นายถือไว้เดี๋ยวก็ทำหายอีก อีกอย่างตั๋วสองใบนี้ฉันเอาไปก็เพื่อทำของอร่อยให้หลานชายนายกิน พี่เขยไม่โกหกนายหรอก เย็นนี้กลับไปจะทอดลูกชิ้นเนื้อให้หลานนายกิน"

หลิวเอ้อร์ต้านหน้าแดงแก้ตัวกับโหวซานไปสองสามประโยค

"อื้ม"

โหวซานถึงพยักหน้าอย่างพอใจ "ลูกชิ้นเนื้อทอดเสร็จแล้วพี่เขยกินให้น้อยหน่อยนะ หลานผมช่วงนี้ผอมลงไปตั้งเยอะ"

"หลานนายกำลังยืดตัวต่างหาก ไม่รู้อย่าพูดมั่ว"

หลิวเอ้อร์ต้านโบกมือ ไล่ให้โหวซานหยุดพูดได้แล้ว

เมื่อจัดการโหวซานเสร็จ หลิวเอ้อร์ต้านก็หันไปพูดกับหวังต้าไห่ "ลุงไห่ ลุงตื้อผมเรื่องเปลี่ยนกะมาทั้งวันแล้ว ตอนนี้ตงจื่อกับโหวซานยอมตกลงไปมณฑลหลู่แทนลุงแล้ว ลุงก็น่าจะพอใจแล้วนะ รีบกลับบ้านไปเถอะ เดี๋ยวป้าจะกังวลเอา"

"เออ จริงด้วย ถึงเวลากลับไปกินข้าวแล้ว"

หวังต้าไห่ยกข้อมือดูเวลา แล้วเรียกเอ้อร์ไกว่จื่อลูกศิษย์เตรียมตัวกลับบ้าน

หลี่เซี่ยงตงหยิบขนมเกลียวทอดหลายห่อรีบตามไป "ลุงไห่ นี่เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากผู้น้อยอย่างผมครับ"

หวังต้าไห่รับขนมมาแล้วเดินกลับเอาไปวางไว้บนโต๊ะทำงาน "เอ็งนี่มันเป็นเด็กซื่อจริงๆ เลย บอกแล้วว่าไม่ต้องให้พวกเรา ทำไมถึงพูดไม่ฟังนะฮึ!"

เขาพูดไปเดินออกไป "ซื่อบื้อจนฉันละกลุ้มใจแทนจริงๆ เอ้อร์ไกว่จื่อ แกจะยืนมองอะไรอีก? รีบตามมาเร็วเข้า"

ปัง ประตูห้องทำงานถูกปิดลง

"เอ้อร์ไกว่จื่อ แกหัดเรียนรู้จากตงจื่อเขาบ้างไม่ได้รึไง? ทำไมวันๆ ในท้องแกถึงมีแต่เล่ห์เหลี่ยมนะฮะ?!"

หลี่เซี่ยงตงยืนอยู่ที่หน้าประตู ได้ยินเสียงหวังต้าไห่ยังคงยกเขาเป็นตัวอย่างอบรมเอ้อร์ไกว่จื่อดังลอดเข้ามาจากโถงทางเดิน เขาก็อดขำไม่ได้

"ตงจื่อ ตอนนี้เหลือแค่พวกเราสามคน นายพูดความจริงมา ทำไมนายต้องช่วยหวังต้าไห่? นายไม่ใช่คนโง่ นายต้องรู้ตื้นลึกหนาบางเรื่องนี้ดี"

สายตาที่หลิวเอ้อร์ต้านมองหลี่เซี่ยงตงเต็มไปด้วยการจับผิดและประเมินค่า

"หัวหน้าหลิว ปิดบังอะไรพี่ไม่ได้จริงๆ"

สีหน้าของหลี่เซี่ยงตงแสดงความลำบากใจในตอนแรก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเหมือนคนปลงตก เขาถอนหายใจ แล้วเล่าเรื่องราวที่เตรียมเตี๊ยมกันไว้ก่อนหน้านี้ให้หลิวเอ้อร์ต้านฟังอีกรอบ

หลิวเอ้อร์ต้านฟังจบก็ตกตะลึง เขาถามด้วยความเหลือเชื่อ "นายทำขนาดนี้เพียงเพื่อจะช่วยเพื่อนเนี่ยนะ?"

เมื่อเห็นหลี่เซี่ยงตงพยักหน้า เขาก็ยกแก้วชาที่โหวซานชงให้ขึ้นจิบ แม้ว่าชาจะเข้มจนกลืนแทบไม่ลง แต่เขารู้สึกว่าตอนนี้ต้องกินน้ำแก้ฝืดคอระงับอารมณ์หน่อย

ยุคสมัยนี้ คนที่รักเพื่อนพ้องด้วยความจริงใจอย่างหลี่เซี่ยงตง นับวันยิ่งเหลือน้อยลงทุกที!

จบบทที่ บทที่ 77 ทำไมนายถึงได้หัวรั้นขนาดนี้นะ?!

คัดลอกลิงก์แล้ว