- หน้าแรก
- พลิกผันคืนวันเก่า สู่ความรุ่งเรืองของครอบครัว
- บทที่ 70: ยอดลูกกตัญญู!
บทที่ 70: ยอดลูกกตัญญู!
บทที่ 70: ยอดลูกกตัญญู!
ฟ้าเริ่มมืดลง ยุงก็เริ่มออกอาละวาดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนหลี่เซี่ยงตงชักจะทนไม่ไหว
เขาลุกจากเตียงไปจุดยากันยุง ตอนเช็คอินพนักงานเรือนรับรองขี้เหนียวชะมัด ให้ยากันยุงตราม้าลายของท้องถิ่นเทียนจินมาแค่ขดเดียว
จุดยากันยุงเสร็จ เขาก็เริ่มล้างแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะ
โหวซานนั่งพิงหัวเตียงถามขึ้น "พี่ตง อาเจ๋อไปไหนเนี่ย? นัดกันว่าจะมาดื่มไม่ใช่เหรอ หายหัวไปเลย"
หลี่เซี่ยงตงก้มหน้าก้มตาทำงานตอบว่า "กลับไปเอาถั่วลิสงทอดที่ห้องไง"
โหวซานร้อนใจ "นี่มันผ่านไปตั้งนานแล้วนะ แค่กลับห้องต้องใช้นานขนาดนี้เลยเหรอ?"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน"
หลี่เซี่ยงตงล้างแก้วเสร็จ วางลงบนโต๊ะ เปิดกล่องข้าวแล้วเริ่มวางตะเกียบ
จู่ ๆ โหวซานก็โพล่งขึ้นมา "อาเจ๋อคงไม่ได้โดนตำรวจจับไปแล้วหรอกนะ?"
สั*!
มือของหลี่เซี่ยงตงชะงักกึก "นายนั่งรออยู่นี่แหละ เดี๋ยวฉันออกไปตามหาเขาเอง"
เขาหันหลังเดินไปที่ประตู พอเปิดประตูออกก็สวนกับอาเจ๋อที่กำลังจะเข้าห้องมาพอดี "นายไปทำอะไรมา? ทำไมไปนานจัง?"
"ไม่ได้ทำอะไรนี่ ก็กลับไปเอาถั่วลิสงไง แล้วก็... เปลี่ยนเสื้อผ้านิดหน่อย"
อาเจ๋อชูห่อกระดาษไขในมือ หน้าแดงก่ำ พูดจาติด ๆ ขัด ๆ
"งั้นเหรอ?"
หลี่เซี่ยงตงสังเกตเห็นว่าอาเจ๋อเปลี่ยนแค่กางเกง เขาไล่สายตามองสำรวจแวบหนึ่ง แต่เห็นอาเจ๋อไม่อยากพูด เขาเลยไม่คิดจะซักไซ้ให้มากความ
คนครบ กับแกล้มพร้อม
โหวซานเพิ่งเคยดื่มเหล้าครั้งแรก ตื่นเต้นจนลุกขึ้นยืน "พี่ตง อาเจ๋อ มาชนแก้วกันหน่อย"
ทั้งสองลุกขึ้นตาม หลี่เซี่ยงตงยกแก้วที่รินเหล้าขาวไว้ประมาณสองตำลึงขึ้นมา "งั้นขอให้มิตรภาพของพวกเราสามคนยั่งยืนตลอดไป"
อาเจ๋อยิ้ม "รวยไปด้วยกัน!"
โหวซานเสริม "หาเงินเยอะ ๆ!"
เกร๊ง
แก้วสังกะสีสามใบกระทบกันเสียงดัง
หลี่เซี่ยงตงเห็นโหวซานเงยหน้ากระดกเหล้ารวดเดียวหมดแก้ว "เฮ้ย! ดื่มช้า ๆ หน่อย อย่าดื่มเร็วขนาดนั้น!"
"ซี๊ด~ บาดคอชะมัด"
โหวซานนั่งลงแลบลิ้น ส่งเสียงสูดปากด้วยความเผ็ดร้อน
หลี่เซี่ยงตงและอาเจ๋อนั่งลงตาม หลี่เซี่ยงตงเห็นอาการโหวซานก็รีบบอก "รีบกินกับแกล้มล้างปา..."
ยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียง ตุ้บ ก็ดังขึ้น โหวซานคอพับล้มลงไปนอนกองกับเตียง
หลี่เซี่ยงตงและอาเจ๋อที่กำลังยื่นตะเกียบออกไปคีบกับข้าว ถึงกับค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ หันมาจ้องตากันปริบ ๆ
พอตั้งสติได้ อาเจ๋อก็หัวเราะก๊ากจนตัวงอ "โหวซานแม่งโคตรฮา ดื่มครั้งแรกก็กล้าซดหมดแก้ว กับข้าวยังไม่ทันตกถึงท้องก็ร่วงไปกองกับเตียงซะแล้ว เกิดมาเพิ่งเคยเห็นนี่แหละ"
หลี่เซี่ยงตงหัวเราะตามอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นไปช่วยอาเจ๋อจัดท่าทางให้โหวซานนอนดี ๆ กลัวว่านอนบิด ๆ เบี้ยว ๆ แบบนั้นตื่นมาคอจะเคล็ดเอา
ท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิท ลมยามค่ำคืนพัดโชยเข้ามา หลี่เซี่ยงตงจิบเหล้าแกล้มถั่วลิสง แต่ใจลอยกลับไปหาลูกเมียและปู่ย่าที่บ้าน
อาเจ๋อยกแก้วขึ้นจิบเหล้าคนเดียว แล้วถามขึ้น "เจ้าตง นายบอกว่าจะเอาแมลงจิ้งหรีดขึ้นรถไฟน่ะ มันจะขึ้นได้ยังไง? ถ้ามันร้องขึ้นมาจะทำไง?"
หลี่เซี่ยงตงได้สติกลับมา ตอบว่า "ไม่เป็นไร ฉันคิดข้ออ้างไว้แล้ว"
อาเจ๋อสงสัย "ว่าไง?"
หลี่เซี่ยงตงยิ้มเจ้าเล่ห์ "ในตำรับยาจีน จิ้งหรีดถือเป็นยาชนิดหนึ่ง เอาไปเข้าเครื่องยากับตัวยาอื่นช่วยบำรุงไตได้ ถึงตอนนั้นถ้ามีใครถาม เราก็บอกว่าพ่อของนายน่ะร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง นายที่เป็นลูกกตัญญูเลยอยากจะหายาไปบำรุงท่านหน่อย"
อาเจ๋อโวยวาย "เจ้าตง! ทำไมนายไม่บอกว่าเป็นตัวนายเองที่อยากกตัญญูล่ะ!"
หลี่เซี่ยงตงปรายตามอง "บ้านฉันมีพี่น้องสามคน บ้านนายมีนายเป็นลูกโทนคนเดียว คิดดูดี ๆ ก่อนค่อยพูด"
"นาย... เชี่ยเอ๊ย!"
อาเจ๋อเถียงไม่ออก คำพูดจุกอยู่ที่คอหอย
หลี่เซี่ยงตงโยนถั่วลิสงเข้าปาก "ไอเดียหาเงินฉันเป็นคนคิด แพะรับบาปก็ต้องเป็นนายสิ อีกอย่างนี่ไม่ใช่แพะรับบาปซะหน่อย"
เขากลืนถั่วลงคอแล้วร่ายยาวต่อ "โบราณมีเรื่องเล่า 'นอนบนน้ำแข็งเพื่อจับปลาให้แม่' หรือ 'ขายตัวเพื่อฝังศพพ่อ' เรื่องยอดกตัญญูพวกนี้นายคงเคยได้ยินใช่ไหม?"
เห็นอาเจ๋อพยักหน้า หลี่เซี่ยงตงก็พูดต่อ "มาวันนี้ก็มีนาย 'อาเจ๋อ' เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของพ่อ ยอมดั้นด้นพันลี้ไปจับจิ้งหรีดที่ซานตง! วีรกรรมของนายนี่ เทียบชั้นได้กับยอดกตัญญูในตำนานเลยนะ"
"ขืนเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป นายจะได้ฉายา 'ยอดลูกกตัญญู' ติดตัวไปตลอด ใครเห็นก็ต้องยกนิ้วให้ จริงไหม?"
อาเจ๋อฟังจบก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปบีบคอหลี่เซี่ยงตง "เจ้าตง แกร้ายกาจจริง ๆ เดี๋ยวนี้ทำไมแกเจ้าเล่ห์นักวะ!?"
หลี่เซี่ยงตงแกะมืออาเจ๋อออก "ร้ายกาจตรงไหน? คนเขาหวังดีแท้ ๆ ทำไมนายไม่รู้จักสำนึกบุญคุณบ้าง"
ทั้งสองเล่นกันอยู่พักหนึ่ง อาเจ๋อก็กลับไปนั่งที่เก้าอี้ "นายช่วยคิดข้ออ้างอื่นหน่อยไม่ได้เหรอ?"
หลี่เซี่ยงตงจิบเหล้าลงคอ "อุตส่าห์มอบโอกาสสร้างชื่อเสียงสะท้านกรุงปักกิ่งให้ นายมันไม่ได้เรื่องเองนี่หว่า ฉันคิดไม่ออกแล้ว ถ้านายไม่เอาก็คิดเองสิ"
อาเจ๋อเกาหัวแกรก ๆ คิดจนสมองแทบแตกก็คิดไม่ออก สุดท้ายก็หันไปมองโหวซานที่นอนกรนสบายใจเฉิบ
"เจ้าตง งั้นเราเปลี่ยนพระเอกของเรื่องเป็นโหวซานดีไหม? ชื่อเรื่องว่า 'โหวซานบุกพันลี้จับจิ้งหรีดเพื่อพ่อ!'"
หลี่เซี่ยงตงหัวเราะ "ฉันว่าไม่เข้าท่า นายคงไม่อยากทำงานที่สถานีรถไฟแล้วสินะ ถึงกล้าเอาพ่อโหวซานมาล้อเล่น"
"พ่อนายก็ไม่ได้ พ่อโหวซานก็ไม่ได้"
อาเจ๋อถอนหายใจ "สรุปคือต้องให้พ่อฉันรับจบคนเดียวสินะ"
หลี่เซี่ยงตงตบมือเชียร์ "คิดได้แบบนี้ก็ถูกแล้ว ทั้งหมดก็เพื่อเงิน ไม่เห็นต้องอายเลย"
"นายก็พูดง่ายสิ!"
อาเจ๋อบ่นอุบ แล้วจู่ ๆ ก็ตบต้นขาฉาดใหญ่ "เดี๋ยวนะ ถ้าเขาถามว่าปักกิ่งก็มีจิ้งหรีด ทำไมต้องถ่อไปจับถึงซานตง แถมทำไมต้องเอาตัวเป็น ๆ? เราจะตอบยังไง?"
หลี่เซี่ยงตงทำท่าครุ่นคิด "เราก็บอกไปสิว่า หมอที่ร้านถงเหรินถัง (ร้านยาจีนชื่อดัง) สั่งกำชับมาเป็นพิเศษ ว่าต้องเป็นจิ้งหรีดเป็น ๆ และต้องมาจากมณฑลซานตงเท่านั้น ไม่งั้นสรรพคุณยาจะเพี้ยน จากบำรุงไตจะกลายเป็นแค่ยาขับปัสสาวะแทน"
อาเจ๋อนั่งอึ้งไปพักใหญ่ กว่าจะตั้งสติได้
เขายกเหล้าที่เหลือในแก้วกระดกรวดเดียวหมด "เจ้าตง ใจคอแกมันดำมืดจริง ๆ... ดึกแล้ว ฉันกลับห้องไปนอนล่ะ"
หลี่เซี่ยงตงโวยวาย "ใจดำตรงไหนวะ? นายกลับห้องไปนอนคลุมโปงหัวเราะเถอะ ไอ้ลูกกตัญญู!"
ส่งเพื่อนออกจากห้องเสร็จ หลี่เซี่ยงตงก็เก็บกวาดข้าวของ ล้มตัวลงนอนบนเตียงไม้กระดาน ฟังเสียงจักจั่นเรไรข้างนอกจนค่อย ๆ ผล็อยหลับไป
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูรัวเร็วและหนักหน่วงดังขึ้น
หลี่เซี่ยงตงสะดุ้งตื่นจากฝัน "ใครวะ? ดึกดื่นป่านนี้มาเคาะประตูทำไม?"
"ยังจะนอนอยู่อีก! ตื่นได้แล้ว หัวหน้าขบวนรถสั่งประชุมด่วน ออกมาเร็วเข้า เร็ว ๆ!"
"รู้แล้ว!"
หลี่เซี่ยงตงตะโกนตอบ เขารังเกียจผ้าปูที่นอนไม่สะอาดเลยนอนทั้งชุดทำงาน พลิกตัวลงจากเตียง เดินไปที่เตียงโหวซาน
เขาคว้าข้อมือโหวซานขึ้นมาดูนาฬิกา
แม่มเอ้ย ตีสามเนี่ยนะ จะประชุมบ้าบออะไรกัน!
”