- หน้าแรก
- พลิกผันคืนวันเก่า สู่ความรุ่งเรืองของครอบครัว
- บทที่ 26: กางเกงยังไม่ทันถอดเลย!
บทที่ 26: กางเกงยังไม่ทันถอดเลย!
บทที่ 26: กางเกงยังไม่ทันถอดเลย!
"คิก คิก... คิก คิก..."
ได้ยินเสียงหัวเราะของน้องสาว หลี่เสี่ยวไห่ก็ชะโงกหน้าออกมาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น พอเห็นน้องเล่นสนุก ยิ่งเล่นยิ่งชอบใจ เขาก็อดใจไม่ไหว ลุกเดินเข้ามาแล้วทิ้งก้นนั่งลงบนหน้าท้องพ่อเต็มแรง
"ผมจะขี่ม้าด้วย!"
หลี่เซี่ยงตงร้องอึก "หลี่เสี่ยวไห่... แค่ก แค่ก... แค่ก... แกจะนั่งก็บอกพ่อก่อนสิวะ!"
ท้องของเขาถูกลูกชายนั่งทับเต็มแรง กรดในกระเพาะตีตื้นขึ้นมา กลิ่นเหล้าทำเอาเขาสำลักไอโขลกไม่หยุด
"คุณเป็นอะไรไหม?"
โจวอวี้ฉินได้ยินเสียงเอะอะจากในลานบ้าน พอกลับเข้าห้องมาเห็นหลี่เซี่ยงตงปิดปากไอหน้าดำหน้าแดงพูดไม่ออก ก็รีบวางอ่างน้ำและผ้าเช็ดเท้าลง
เธอรีบเดินเข้าไปไล่ลูกสองคนลงจากตัวเขา แล้วจับก้นหลี่เสี่ยวไห่ฟาดเพียะ ๆ ไปสองทีแรง ๆ "ดูสิทำพ่อเขาเป็นสภาพไหนแล้ว? ทำไมซนอย่างนี้ฮะ!"
"น้องก็เล่นด้วยนะ แม่จะตีผมคนเดียวไม่ได้!"
"ตี... พี่..."
หลี่เสี่ยวจูเห็นพี่ชายโดนตีร้องลั่นบ้าน ก็ส่งเสียงเชียร์
"ไม่ดูเวลาร่ำเวลาเลย นอนกันได้แล้ว!"
ปากก็เร่งให้ลูก ๆ รีบนอน แต่มือก็ลูบหลังหลี่เซี่ยงตงช่วยให้หายใจคล่องขึ้น
"แม่... เล่น..."
"แม่ ผมนอนไม่หลับ ผมจะเล่นกับน้อง"
"เล่นอะไรกันนักหนา? ใครไม่เชื่อฟังแม่จะตีให้ก้นลายเลยคอยดู"
พอเห็นแม่องค์ลง เด็กสองคนก็รีบนอนหลับตาปี๋อย่างว่าง่าย
โจวอวี้ฉินเห็นอาการหลี่เซี่ยงตงดีขึ้นแล้ว ก็เดินไปห่มผ้าคลุมท้องให้ลูก เห็นลูกสาวลืมตาแป๋วแหววมองเธออยู่ ก็ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากลูกเบา ๆ
"ยังจะลืมตามองอะไรอีก? ไม่นอนเดี๋ยวโดนตีนะ"
"คิก คิก... คิก คิก..."
"ไหนดูซิใครยังไม่ยอมนอน? เด็กดื้อต้องโดนฉีดยานะ!"
หลี่เซี่ยงตงหายใจคล่องแล้ว รู้ว่าลูกสาวกลัวเข็มฉีดยา เลยแกล้งขู่
"...แม่... อุ้ม"
พอได้ยินคำว่าฉีดยา หลี่เสี่ยวจูก็ส่ายหน้าด้วยความกลัว ยื่นมือขอให้แม่อุ้ม
"คุณอย่าไปขู่ลูกสิ"
โจวอวี้ฉินปีนขึ้นเตียงไปนอน ตบก้นลูกสาวเบา ๆ กล่อม "ไม่ต้องกลัวนะ นอนซะเด็กดี แม่ไม่ให้ใครฉีดยาหนูหรอก"
"แม่ ผมร้อน"
หลี่เสี่ยวไห่ถีบผ้าห่มออกอย่างรำคาญ
"รู้แล้ว"
โจวอวี้ฉินไม่ได้หงุดหงิด เธอลุกขึ้นหยิบพัดสาน แล้วนอนตะแคงเท้าแขน มืออีกข้างถือพัดค่อย ๆ พัดให้ลูกทั้งสอง
เธอหันไปบอกสามีที่นอนอยู่ข้าง ๆ "ปิดไฟสิ"
แปะ
หลี่เซี่ยงตงดึงเชือกที่ผูกไว้หัวเตียง ไฟในห้องดับลงทันที ความมืดเข้าปกคลุม
เตียงดินในห้องกว้างขวาง พ่อแม่ลูกสี่คนนอนเรียงกันก็ไม่อึดอัด ลูกชายนอนชิดกำแพงด้านในสุด ถัดมาเป็นลูกสาว ภรรยา แล้วก็เขาที่นอนอยู่ริมสุด
"แม่ ผมนอนไม่หลับ"
"หลับตาเดี๋ยวก็หลับเองแหละ"
หลี่เสี่ยวไห่ต่อรอง "แม่ร้องเพลงนกนางแอ่นน้อยให้ฟังหน่อยสิ ร้องเพลงนกนางแอ่นน้อยแล้วผมจะหลับ พี่เสี่ยวเหมยร้องเพราะมากเลย"
โจวอวี้ฉินเห็นลูกสาวลืมตาขึ้นมาอีกแล้ว เธอก็วางพัดลง เอามือปิดตาลูกสาว แล้วเริ่มฮัมเพลงเบา ๆ "นกนางแอ่นตัวน้อย สวมเสื้อลายดอกไม้ ทุกปีในฤดูใบไม้ผลิจะบินมาที่นี่..."
หลี่เซี่ยงตงนอนแนบชิดภรรยา จมูกได้กลิ่นกายหอมกรุ่นที่คุ้นเคย กลิ่นนี้ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลาย หนังตาเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ
จังหวะที่เขากำลังจะเคลิ้มหลับ โจวอวี้ฉินก็สะกิดเขา เขาถามงัวเงียว่า "อะไร?"
โจวอวี้ฉินตะแคงตัวหันมามองเขา "อย่าเพิ่งหลับ คุณยังมีเรื่องไม่ได้บอกฉันนะ"
"เรื่องอะไร?"
"คุณว่าเรื่องอะไรล่ะ?"
หลี่เซี่ยงตงโดนภรรยาทักท้วงจนตาสว่าง
"คุณหมายถึงเฟอร์นิเจอร์พวกนั้นเหรอ? โต๊ะนั่นเป็นไม้พะยูงแดงเก่าแก่สมัยราชวงศ์หมิง ส่วนเก้าอี้ที่ผมขนกลับมา ก็เป็นชุดเดียวกับโต๊ะที่บ้านเรา เป็นของดีทั้งนั้น เก็บไว้เป็นมรดกตกทอดได้เลยนะ"
"ของดีจริงเหรอ? มันมีค่าเท่าไหร่ เราเอาไปขายกันดีไหม?"
น้ำเสียงของโจวอวี้ฉินเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
"ไม่... ไม่ได้ราคาหรอก"
หลี่เซี่ยงตงเห็นภรรยาตื่นเต้นขนาดนั้น ก็ไม่อยากจะดับฝันเธอเลย
"ไม่ได้ราคาแล้วคุณจะขนกลับมาทำไม! วัน ๆ เอาแต่หาเรื่องใส่ตัว บอกว่าจะเก็บไว้เป็นมรดก ใครเขาจะอยากได้ขยะพรรค์นี้"
โจวอวี้ฉินนึกว่าเป็นของล้ำค่า ที่ไหนได้กลายเป็นขยะไร้ค่า อารมณ์ที่พุ่งพล่านเมื่อครู่ดิ่งวูบลงทันที เธอโมโหจนตีแขนหลี่เซี่ยงตงไปสองที
"คุณตีผมทำไม? ตอนนี้ไม่ได้ราคา ไม่ได้แปลว่าวันข้างหน้าจะไม่ได้ราคานี่ คุณอย่าห่วงไปเลยน่า ผมไม่ได้โง่ขนาดนั้น ถ้าเป็นขยะจริง ๆ ผมจะเปลืองแรงขนกลับมาทำไม?"
หลี่เซี่ยงตงจับมือภรรยาไว้ ลูบไล้ไปมาไม่ยอมปล่อย
"คุณบอกไม่ใช่ขยะก็ไม่ใช่ขยะ งั้นคุณก็เก็บไว้เถอะ ฉันไม่ยุ่งแล้ว"
ในห้องมืดสนิท โจวอวี้ฉินมองไม่เห็นสายตาของหลี่เซี่ยงตง แต่ได้ยินเสียงลมหายใจที่ถี่กระชั้นของเขา เธอก็รีบสะบัดมือออก พลิกตัวนอนหันหลังให้ ไม่สนใจเขาอีก
"เป็นอะไรไป? ง่วงแล้วเหรอ? คุยกันต่ออีกหน่อยสิ"
หลี่เซี่ยงตงพลิกตัวเบียดเข้าไปหา
"คุณจะทำอะไร? ฉันง่วงแล้ว มีอะไรพรุ่งนี้ค่อยคุยกัน"
ลูกสองคนแล้ว โจวอวี้ฉินจะไม่รู้ความหมายของเขาได้ยังไง?
แต่เธอก็ต้องรักษาท่าทีไว้บ้าง จะให้แสดงออกโจ่งแจ้งเกินไปก็กระไรอยู่
หลี่เซี่ยงตงออกแรงจับตัวภรรยาให้หันกลับมา ยิ้มกริ่ม "คุณว่าผมจะทำอะไรล่ะ?"
"เดี๋ยวฉันหยิบถุงยางอนามัยก่อน"
โจวอวี้ฉินเพิ่งจะเอื้อมมือไปควานหาถุงยางใต้ผ้าปูที่นอน ก็รู้สึกว่าร่างหนาที่ทาบทับอยู่บนตัวเธอกระตุกเกร็ง
เธอรีบเอื้อมมือไปดึงเชือกเปิดไฟ มองดูหลี่เซี่ยงตงที่กางเกงยังไม่ได้ถอดด้วยความประหลาดใจ "คุณเป็นอะไรไป?"
บ้าเอ๊ย!
หลี่เซี่ยงตงสบถเบา ๆ ลุกออกจากตัวภรรยา ถอดกางเกงขาสั้นตัวใหญ่ออกมาปาทิ้งลงพื้นด้วยความโมโห!
โจวอวี้ฉินได้ยินเขาบ่นพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ แต่สถานการณ์แบบนี้เธอไม่ได้โง่ที่จะดูไม่ออก
"มองทำไม? ผมดื่มเหล้ามาหรอกน่า ใช่! คืนนี้ผมดื่มเยอะไปหน่อย!"
หลี่เซี่ยงตงรู้สึกอับอายขายขี้หน้าที่สุด อยู่ดีไม่ว่าดีดันหาเรื่องใส่ตัว คราวนี้เลยได้โชว์ความกากให้เมียดูเต็มตาเลย!