เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WOC บทที่ 8 - การเปลี่ยนแปลง

WOC บทที่ 8 - การเปลี่ยนแปลง

WOC บทที่ 8 - การเปลี่ยนแปลง


ฝากติดตามเพจด้วยนะครับ แฟนเพจ แจ้งเตือนก่อนใคร กดเลย

https://www.facebook.com/WorldofCultivation/

บทที่ 8 - การเปลี่ยนแปลง

มือที่ผอมบางและซีดราวกับหยกกำลังขยำกระดาษสีชมพูอยู่ในมือ

"ฮ่า ๆ ที่เขาโดนมันก็สมควรแล้ว ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะอารมณ์เสีย ข้าก็เพียงอยากทำให้เจ้าหวาดกลัว มีใครเคยบอกเจ้าบ้างไหมว่าเจ้าเป็นคนอวดดีและเก่งแต่ต่อต้าน? "

ใบหน้ารูปไข่ที่ดูเรียบเนียน ดวงตาสีฟ้าดุจพลอยไพลินที่แอบแฟงไปด้วยความชั่วร้าย จมูกโด่ง ปากเรียวเล็กสีแดงสด พร้อมชุดที่ทำจากผ้าขนสัตว์จันทราเงิน มันยิ่งเสริมให้เธอดูน่ารักและดึงดูด ความงามของทุกส่วนของร่างกายเปรียบดังงาช้างขาว ไร้ซึ่งข้อบกพร่อง สายรัดผมสีแดงของเธอยิ่งเสริมความมีเสน่ห์ กำไรข้อมือคู่สีท้องฟ้าที่ประดับประดาไปด้วยกระดิ่งเล็กๆบนข้อมือเธอ เพียงแค่เธอโบกสะบัดเสียงกระดิ่งก็จะดังขึ้นก้องกังวาล

"แต่ คนๆนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ"

"ถ้าเจ้าพบคนที่น่าสนใจ พวกเขาทั้งหมดก็จะสนใจด้วยเช่นกัน" เบื้องหลังเธอปรากฎเป็นเสียงที่น่ายกย่องนับถือ

ผู้ฝึกตน ผิวสีทองแดง สวมมงกุฎไม้จันทร์เหนือศีรษะ อายุราวๆ 40 ปี ถ้ามีผู้ใดพบเห็นบุคคลคนนี้ พวกเขาจะต้องตกใจในทันที ราชันย์วิญญาณชือเยผู้โด่งดังกำลังแสดงความเคารพต่อหน้าเด็กหญิงตัวน้อย

เธอรู้อยู่แล้วว่ามีคนเข้ามาทางข้างหลังของเธอ เธอจึงไม่รู้สึกตกใจใดๆ เธอหัวเราะค่อยๆ "ใช่ ข้ารู้สึกสนใจในคนๆนี้ แม้เขาจะยังไม่บรรลุระดับจูจิ ที่เป็นระดับพลังกลางของเหล่าผู้ฝึกตน แต่เขากลับสามารถต่อต้าน[คำสาปดวงใจอสูร] ของเซียนเอ๋อที่อยู่ระดับพลัง 20% ได้ เขาช่างแข็งแกร่งจริงๆ"

"โอ้—!" ใบหน้าของราชันย์วิญญาณชือเยแปรเปลี่ยนไป: "ช่างเปี่ยมไปด้วยศักยภาพอย่างแท้จริง" จากนั้นเขาก็พึมพำออกมา "หรือว่าเจ้าจะพาเขาไปเข้านิกาย ... ... "

เซียนเออหันหน้าเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง ดวงตาของเธอจองมองออกไปไกลแสนไกล : "บนเส้นทางแห่งการฝึกตน นอกเหนือจากพรสวรรค์โดยธรรมชาติ โอกาสก็เป็นสิ่งสำคัญ ในบรรดาเหล่าสาวกของนิกาย ที่มีมากมายหลายพันคน ต่างก็มีพรสวรรค์โดยธรรมชาติ แต่หากไม่กล่าวถึงพลังอำนาจ จะมีสักกี่คนกันที่จะสามารถก้าวไปถึงระดับจินตัง?"

จู่ๆเธอก็แลบลิ้นออกมาแล้วกล่าวอย่างไร้เดียงสา "แทนที่จะเป็นเช่นนั้น เขาควรจะปล่อยให้เซียนเอ๋อแกล้งเขาเพื่อบรรเทาความน่าเบื่อ"

ราชันย์วิญญาณชือเยหัวเราะ: " ทำไมเราไม่อยู่ที่นี้อีกสัก 2-3 วันล่ะ? "

เซียนเออเอียงศีรษะขณะที่ดวงตาสีฟ้าของเธอกำลังกระพริบ เธอรำพึงออกมา: "เรายังมีงานสำคัญที่ต้องทำ พวกเราอยู่ที่นี่นานพอแล้ว ฮ่าๆ เซียนเออได้ทิ้งรอยประทับไว้ในร่างของเขาแล้ว และเขาจะไม่สามารถหนีพ้นเอื้อมมือเซียนเอ๋อได้ "

เมื่อราชันย์วิญญาณชือเยเห็นท่าทางที่น่ารักของเซียนเอ๋อก็อดกลั่นเสียงหัวเราะไม่ได้

จั้วโมตื่นขึ้นอย่างช้าๆพร้อมกับร่างกายที่รู้สึกเจ็บ เขาทำได้เพียงแค่ร้องคร่ำครวญออกมา

คิดถึงเมื่อวานที่ผ่านไป มันคล้ายกับความฝัน แต่แผลบนร่างกายของเขาทำให้เขารู้ตัวว่ามันไม่ได้ฝันไป แม้กระทั้งตอนนี้ เขายังคงไม่อาจเชื่อว่าเขาจะเอาชนะพลังเยือกแข็งนั้นมาได้

แต่มันเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น?

เขาเองก็คิดไม่ออก

หลังจากคิดวิเคราะห์ในจิตใจต่างๆนาๆ เขาก็ไม่อาจหาคำตอบมารองรับมันได้ เขาจึงทำได้เพียงเลิกคิดมันไป ส่วนเรื่องการแก้แค้น จั้วโมก็คิดว่ามันคงบ้าเกินไปที่คิดเกี่ยวกับมันในตอนนี้

ตอนนี้เขายุ่งมาก!!!

หากนับนิ้วมือทั้งหมด มันก็ยังไม่พอ เพราะวันนี้งานที่เขาทำมีจำนวนมากเกินไป ไม่เพียงแต่จะต้องเรียกฝนในตกสำหรับทุ่งยา เขายังต้องเรียกฝนให้กับเหล่าศิษย์พี่อีกด้วย ซึ่งนับเป็นจำนวนทุ่งพืชหลิงกว่า 100 มู สมุนไพรหลิงในทุ่งยาหลิง เขาไม่ต้องดูแลมันมากเพราะเขารู้ลักษณะของพวกมันดี แต่อีก 100 มู ที่เขาต้องเรียกฝน มันเป็นสัญญาที่สร้างขึ้นนานมากแล้ว และเขาก็ไม่สามารถปฎิเสธมันได้

เขากัดฟันและลุกขึ้น จั้วโมรู้สึกได้ว่ากระดูกในร่างกายของเขามันพร้อมจะแตกหักออกจากกันในทุกวินาที

เขาค่อยๆไปหุบเขาหมอกสะท้านด้วยความเร็วเยี่ยงเต่าคลาน เมื่อมองไปยังพื้นที่ทุ่งยารอบๆหุบเขา เขายังคงสาปแช่ง "เจ้าสองคนคู่ชู้" ห่าวหมินและหลัวลี่นับครั้งไม่ถ้วน

เขายังคงสาปแช่งแม้ว่าเขาจะกำลังทำงานก็ตาม

โดยปกติ เขาจะต้องเริ่มร่ายคาถา [เคล็ดเมฆาฝนโปรย] แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันทำให้จั้วโมถึงกับยืนอึ้ง

หมอกสีขาวเริ่มแผร่ออกมาอย่างบ้าคลั่งรอบๆตัวเขา ในพริบตามันก็รวมตัวกันกลายเป็นก้อนเมฆ ก่อนที่จั้วโมจะรู้สึกงุนงง เมฆได้ขยายตัวได้อย่างรวดเร็วและในระยะเวลาสั้น ๆ ปกคลุมไปทั่วหุบเขา

จั้วโมเริ่มงุนงงอยู่ที่แกนกลางของปุยเมฆขาว ความหนาวเหน็บเจาะทะลุไปทั่วร่างของเขาราวกับความฝัน

เขาตื่นตระหนกและตกใจ นี้มันคือผลของ [เคล็ดเมฆาฝนโปรย]ขั้นที่ 3!

ใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่จริงจัง

เกิดอะไรขึ้น? หรือเป็นเพราะคลื่นพลังงานเยือกแข็งที่เกิดขึ้ยเมื่อวานนี้ ดูเหมือนว่ามันจะเปลี่ยนหลายสิ่งหลายอย่างไป เขาสงบจิตใจ ปิดตาและกางแขนออกท่ามกลางเมฆที่ปกคลุม

ในเวลารวดเร็วเขาก็ตรวจพบสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล ลูกบอลเมฆที่ทำจากหมอกความชื้นที่นับไม่ถ้วน กำลังเกิดขึ้นราวกับมีชีวิตชีวา พวกมันเป็นเหมือนฝูงสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา

เมฆครั้งนี้มีรวมตัวขึ้นมาด้วยพลังงานที่พิเศษ มันคล้ายกับหญ้าสีเขียวที่เพิ่งผลิขึ้น แต่ก็เหมือนแสงแดดเช่นกัน จั้วโมพบว่ามันเป็นสิ่งที่ยากเกินกว่าจะอธิบาย และเขาก็รู้สึกชอบพลังงานนี้มากเพราะมันเต็มไปด้วยความรู้สึกสบาย

 

เขาปลูกพืชหลิงมาเป็นเวลานับสองปี ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าพลังงานที่มีชีวิตชีวานี้เป็นอย่างไร แต่แน่นอนว่ามันจะต้องเป็นประโยชน์สำหรับการเจริญเติบโตของเหล่าพืชหลิง

เขาเริ่มเคลื่อนไหวจิตและเมฆก็เริ่มกลั่นฝนให้ตกลงมา หยดฝนที่ตกลงมามีลักษณะเหมือนเส้นด้ายเงิน พลังงานภายในจะหนาแน่นกว่าในเมฆฝนทั่วไป

เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาเห็นจะเป็นแค่ภาพลวงตาหรือไม่ แต่ภาพที่เขาเห็นคือใบของเหล่าต้นสมุนไพรหลิงกำลังเลื้อยเคลื่อนไหวราวกับว่าพวกมันกำลังมีความสุขมาก

หรือว่าจะคิดไปเอง?

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ดูเหมือนจะเป็นความฝัน สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็ยิ่งเป็นเหมือนความฝันเช่นกัน

นี่คือ [เคล็ดเมฆาฝนโปรย] ระดับที่สี่จริงๆหรือ? เขาเองก็ไม่แน่ใจ เพราะแท่งหยกที่เขานำมามันอธิบายถึง [เคล็ดเมฆาฝนโปรย] ถึงแค่ระดับที่สามเท่านั้น ยังมีอีกหลายอย่างที่เขาไม่นึกถึง เขาชื่นชมเหล่าสาวกในนิกายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นคาถาใด ถ้าหากต้องการจะเรียนรู้จะต้องมีความเข้าใจด้วยตัวเอง แต่สำหรับพวกคนเหล่านั้นจะสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น จะทำให้พวกเขาสามารถลดเวลาในการเรียนรู้ลงได้โดยง่าย

ตัวเขาต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ไม่มีใครให้ปรึกษา ไม่เคยเห็นแม้แต่ผู้อาวุโส แม้แต่เหล่าบรรดาศิษย์พี่ในนิกาย ก็ยังไม่ง่ายที่จะขอให้พวกเขาช่วย และเขาก็สงสัยอย่างมากว่าทำไมศิษย์พี่ในนิกายชั้นใน ทำไมถึงไม่มีคิดจะยอมทุ่มเทพลังและเวลาเพื่อเรียนรู้เคล็ดวิชาระดับต่ำและไม่ใช้เคล็ดวิชาต่อสู้อย่าง [เคล็ดเมฆาฝนโปรย]

นิกายกระบี่อู้กงเป็นนิกายที่เน้นการฝึกฝนกระบี่ ส่วนใหญ่จะเป็นการเรียนรู้หลังการของผู้ฝึกกระบี่ ถ้าหากว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้เหล่าพืชหลิง พวกเขาคงจะไม่ยอมรับคนนอกนิกายเช่นเขา ในหมู่เหล่าผู้ฝึกตน ผู้ฝึกกระบี่มีชื่อเสียงลือนามในด้านของพลังโจมตี พวกเขาจะเรียนรู้บ่มเพาะพลังจากคัมภีร์แห่งกระบี่ พวกเขาจะให้ความสำคัญกับกระบี่ที่สามารถเอาชนะทุกสิ่งทุกอย่างได้

ธาตุทั้ง 5 เป็นพื้นฐานที่ธรรมชาติสร้างขึ้น ทุกคนต่างรู้เรื่องนี้ดี คนส่วนใหญ่ที่เริ่มฝึกฝนมักจะเป็นผู้ฝึกตนที่ข้ามเขตแดนพลังมา ดังนั้นเหล่าชาวนาผู้ปลูกพืชหลิงจำนวนมากก็จะหันมาเป็นผู้ฝึกตน

หลังจากที่ทำการเรียกฝนจนเสร็จสิ้นแล้ว เขาก็ไปหาเหล่าศิษย์พี่ที่เขาได้ทำข้อตกลงในการเรียกฝน

 

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่อย่างที่ต้องทำในวันนี้ จั้วโมรู้สึกเหนื่อยไปทั้งกายและจิตใจ เขาก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะฝึกฝนหลังจากกลับมาจากทุ่งพืช ประสบการณ์อันขมขื่นที่เขาได้รับเมื่อวานนี้ ทำให้เขาเข้าใจถึงความเป็นจริงอย่างลึกซึ้ง ในสายตาของเหล่าผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่ง ผู้ที่อ่อนแอกว่าเทียบได้กับเศษหญ้า

 

ร่างกายของเขาเป็นเหมือนสัตว์ที่หิวโหยค่อยๆดูดกลืนพลังหลิงที่อยู่โดยรอบ เส้นหลอเลี้ยงพลังหลิงที่อยู่ใต้เสื่อช่วยสร้างพลังหลิงให้เขาอย่างต่อเนื่อง พลังงานหลิงของจั้วโมไม่ได้ถูกส่งผ่านเส้นลมปราณดั่งคนทั่วไป แต่มันแทรกซึมไปในทุกๆส่วนของร่างกาย

ต้องบอกเลยว่าจั้วโมมีพรสวรรค์ตามธรรมชาติที่สูงมาก [คัมภีร์ 10 ปฐมบท] แม้ไม่ได้เป็นพระคัมภีร์ระดับสูง แต่มันช่วยทำให้เขาเรียนรู้ถึง "ความสงบและความถูกต้อง" ดังนั้นผลที่ได้รับการเรียนรู้จากมันจึงเป็นสิ่งที่ดี

หลังจากเรียนรู้วัฎจักรทั้ง 6แล้ว จั้วโมก็เริ่มเข้าใจอย่างถ่องแท้ในหนึ่งวัฎจักร เขานั่งลงจากนั้นก็เริ่มทำมัน

หลังจากที่เขาออกจากรวบรวมจิต เขาก็พบว่าบาดแผลที่อยู่ทั่วร่างกายกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

เขาตรวจสอบการบ่มเพาะของเขา มันก้าวหน้าขึ้นแต่ไม่มากเกินไป เขายังคงอยู่ที่ระดับเหลียนชีขั้นที่ 8 ด้วยเหตุผลบางอย่างเขาไม่ได้รู้สึกผิดหวัง แต่เขาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ในสองวันนี้มีสิ่งแปลกประหลาดมากมายเกิดขึ้นมากมาย มันทำให้เขาฝึกฝนควบคุมจิตอย่างจริงจัง

เมื่อคิดถึงเรื่องเมื่อวาน จิตของเขาก็เริ่มเขาควบคุม [เคล็ดสัปยุทธ์ยุคทอง]

แต่แล้วมันก็กลายเป็นปีศาจ

พลังงานยุคทองเคลื่อนไหวรอบๆนิ้วมือของเขาราวกับว่าพวกมันกำลังมีความสุข พลังงานจางๆสีทองคือทองคำอย่างแท้จริง มันทั้งแวววาวส่องสว่างเช่นเดียวกับทองคำ แสงสีทองกระพริบอย่างลึกซึ้ง

มีข้อมูลจำนวนมากไหลเข้ามาในหัวของเขา เขาเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนี้ ข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลที่เขาไม่เคยเจอ พลังงานยุคทองยังคงหมุนเวียนอยู่รอบๆนิ้วของเขา จนกระทั้งข้อมูลทั้งหมดได้ถ่ายทอดเขาสู่ห่วงความคิดของเขาจนสมบูรณ์

[เคล็ดสัปยุทธ์ยุคทอง] เป็นเคล็ดวิชาต่อสู้โดยแท้จริง

สิ่งที่จั่วโมเคยตั้งสมมติฐานคาดคะเนเอาไว้ ในตอนนี้เขาเริ่มมั่นใจมากขึ้น

ความเชี่ยวชาญของ [เคล็ดสัปยุทธ์ยุคทอง] ของเขาในตอนนี้อยู่ที่ขั้นที่ 2 เมื่อดูข้อมูลภายในแท่งหยก เขามั่นใจว่าเขาจะต้องอยู่ในขั้นที่ 2 ของ [เคล็ดสัปยุทธ์ยุคทอง] อย่างแน่นอน

ภายในหนึ่งคืน [เคล็ดเมฆาฝนโปรย] ก้าวเข้าสู่ขั้นที่ 4 และ [เคล็ดสัปยุทธ์ยุคทอง] ก็ก้าวเข้าสู่ขั้นที่ 2 มันยิ่งทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก แต่เขาก็รู้สึกว่ามันยังเป็นพลังที่ไม่มั่นคง

พลังที่เพิ่มขึ้นดูเหมือนเป็นภาพมายาแต่ระดับที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นของจริง อย่างไรก็ตามเขาก็หวังว่ามันจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก แม้ว่าเขาจะเป็นคนดื้อรั้นและทิ้งวาจาเอาไว้เมื่อวาน

ปลอดภัยไว้ก่อน!!!

หลังจากได้พักฟื้น ร่างกายของเขาก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว นกกระเรียนกระดาษสีชมพู(นกกระเรียนพันลี้) อันแสนชั่วร้ายก็ไม่ปรากฏตัวอีก จั้วโมจึงรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น

บนโต๊ะเต็มไปด้วยวัตถุต่างๆทั้งโลหะเพลิงแดงทมิฬ ก้อนทองสัมฤทธิ์ เจ็ดไม้เท้าต้นสน

นี้เป็นข้อมูลที่ได้รับจากเฟยหยุนเพื่อขึ้นรูป [พลั่วกระตุ้นหลิง]

การขึ้นรูปเป็นศาสตร์แขนงหนึ่งที่เหล่าผู้ฝึกตนจะต้องเรียนรู้ ทุกคนต่างก็รู้จักแม้จะเล็กน้อยก็ตาม มันเป็นห้องเรียนที่ต้อนรับให้เหล่าผู้ที่อยู่นิกายชั้นนอกได้เข้ามาเรียนรู้ สำหรับสาวกนิกายชั้นนอก หากผู้ฝึกตนคนใดสามารถเรียนรู้การสร้างขึ้นรูปจนสามารถทำได้ดี มันจะทำให้พวกเขาสามารถหางานที่มั่นคงทำได้

แต่สำหรับสาวกนิกายภายใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนิกายกระบี่ ยังมีอาวุธระดับดีที่เกิดจากการขึ้นรูปเพียงไม่กี่ชิ้น

ผู้ฝึกกระบี่จะใช้กระบี่เพื่อพิชิตโลกทั้งใบ และจะใช้กระบี่ไปตามสิ่งที่ผู้ใช้คิดและต้องการ

เฉกเช่นเดียวกับนิกายของเขา แค่มีเพียงบรรดาศิษย์ของปรมจารย์ซินเยียนเท่านั้นที่มีพรสวรรค์ในการสร้างขึ้นรูป ศิษย์พี่ซวียี่ คือศิษย์ที่เก่งที่สุดของปรมจารย์ซินเยียน แต่เนื่องจากปรมจารย์ซินเยียนเป็นกลุ่มศิษย์รุ่นใหม่ มันจึงทำให้พวกเขาไม่ได้รับสถานะที่สูงมาก

แต่นั้นก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับจั้วโมเลย(WTFFF อธิบายทำไม)

ในเวลานี้ เขาเต็มไปด้วยรู้สึกตื่นเต้น นี้คือการสร้างขึ้นรูปครั้งแรกในชีวิตของเขา และมันกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

จบบทที่ WOC บทที่ 8 - การเปลี่ยนแปลง

คัดลอกลิงก์แล้ว