- หน้าแรก
- ทะลุมิติพลิกชะตา ด้วยหอคอยสมบัติ
- ตอนที่ 77 ถูกสะกดรอย
ตอนที่ 77 ถูกสะกดรอย
ตอนที่ 77 ถูกสะกดรอย
ตอนนี้จางเสี่ยวหลงจับจังหวะการออกไข่ของแม่ไก่แก่ได้แม่นยำแล้ว พวกมันจะออกไข่วันละสามครั้ง เช้า กลางวัน เย็น ถี่กว่าแม่ไก่ที่อยู่นอกมิติถึงสองเท่า แม่ไก่หกตัวออกไข่วันละ 18 ฟอง เป็นอย่างนี้ทุกวันไม่ขาด แม่ไก่แค่สองตัวฟักไข่ไม่ทัน ตอนนี้แม่ไก่ทั้งหกตัวจึงต้องช่วยกันฟักไข่ แต่ถึงอย่างนั้น ด้วยความเร็วในการออกไข่ระดับนี้... อีกมุมหนึ่งของเล้าไก่ มีไข่กองพะเนินเป็นภูเขาขนาดย่อม กะด้วยสายตาคงมีเป็นร้อยฟอง แม่ไก่ฟักไม่ทันจริงๆ ได้แต่ปล่อยให้ไข่กองอยู่อย่างนั้น
มิติเจดีย์ชั้นที่สาม ตอนนี้กลายเป็นคลังสมบัติของจางเสี่ยวหลง เก็บทั้งเงิน คูปองต่างๆ เสื้อผ้า ปืน 56 มีดปลายปืน และอื่นๆ ข้างโต๊ะหิน จางเสี่ยวหลงนั่งนับทรัพย์สินของตัวเอง "653 หยวน 8 เหมา! ขายหมูป่าได้อีกสักตัว ก็มีเงินพันหยวนแล้ว!" ความรู้สึกภูมิใจ... พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที "เสียดายที่ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง ไม่อย่างนั้นคงพาครอบครัวกินดีอยู่ดีได้อย่างเปิดเผย"
บ่นพึมพำกับตัวเองครู่หนึ่ง จางเสี่ยวหลงก็หยิบไข่ไก่สิบฟองและปลาอีกสี่ตัว เดินไปบ้านอารอง "เสี่ยวหลงมาแล้วเหรอ อายังไม่ได้ขอบใจเอ็งเลย เรื่องที่ช่วยหาตำแหน่งคนเลี้ยงหมูให้!" จางเป่าเฉียงกำลังจะออกจากบ้าน พอเห็นหลานชายก็รีบดึงเข้ามานั่งคุยในบ้าน "อาทราบเรื่องแล้วเหรอครับ?" จางเสี่ยวหลงจำได้ว่ายังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับอารอง "อื้ม หัวหน้าหมู่บ้านมาบอกอาแล้ว นี่มันงานที่เอ็งหาให้พ่อเอ็งแท้ๆ ตอนนี้ยกให้อาทำแทน! อาสบายขึ้นเยอะเลย มีเวลาว่างกลับมาบ้านบ่อยๆ พาปู่ย่าเอ็งออกไปนั่งตากแดดได้ด้วย" จางเป่าเฉียงพูดด้วยความปลื้มปริ่ม ปกติเรื่องพวกนี้จางเสี่ยวหลงจะเป็นคนทำ
"อาครับ ในเมืองมีรถเข็นคนพิการขาย วันหลังผมจะเข้าเมืองไปซื้อให้ย่าสักคัน จะได้สะดวกขึ้น แค่พาย่านั่งรถเข็น อยากไปไหนก็ไปได้หมด"
"หือ? มีของดีแบบนั้นด้วยเหรอ! ราคาคงไม่ใช่น้อยๆ เดี๋ยวอาเอาเงินให้!"
"ไม่ต้องครับ ไม่ต้อง ผมจัดการได้ ไข่นี่อาเก็บไว้กินนะครับ แล้วปลานี่ก็เอาไปต้มซุป!" เขาไม่รอให้จางเป่าเฉียงพูดอะไรต่อ วางของทิ้งไว้แล้วรีบเดินหนีออกมา "เจ้าเด็กคนนี้ ทำไมดื้อแบบนี้? เงินอา ก็คือเงินให้เอ็งใช้นั่นแหละ..." จางเสี่ยวหลงเดินไปไกลแล้ว ได้ยินคำพูดของอารอง ขอบตาเขาก็ร้อนผ่าว ให้ตายสิ พอแก่ตัวลง (จิตวิญญาณ) ก็อ่อนไหวง่ายแบบนี้แหละ โบราณว่าไว้ไม่ผิดจริงๆ
ตลาดมืดหุบเขาเสี่ยวซานอ้าว
"เพิ่งเคยมาครั้งแรกใช่ไหม? กฎเปลี่ยนแล้ว ของแพงขึ้น ค่าเข้าสองเหมา!" ซุนจินเลี่ยงขวางทางชายแก่ที่กำลังจะเดินเข้าไป ด้วยท่าทีเคร่งขรึมตามหน้าที่ ฮ่าๆๆ หน้ากากสมปรารถนานี่ได้ผลดีเกินคาด ซุนจินเลี่ยงที่คุ้นเคยกันดี ยังจำเขาไม่ได้เลย จางเสี่ยวหลงจ่ายเงินสองเหมา ในใจยิ่งพอใจกับประสิทธิภาพของหน้ากาก
ภายในหุบเขา แผงขายธัญพืชและเนื้อสัตว์มีคนรุมล้อมมากที่สุด เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ชาวบ้านเริ่มทยอยลงเมล็ดพันธุ์ ธัญพืชในคลังจึงลดน้อยลง บวกกับช่วงนี้เป็นช่วงรอยต่อระหว่างฤดูเก็บเกี่ยว ภาวะขาดแคลนอาหารจึงทวีความรุนแรงขึ้น หลายคนเริ่มสัมผัสได้ถึงราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ใครพอมีเงินเก็บ ก็พากันกว้านซื้อตุนไว้อย่างบ้าคลั่ง ยิ่งซื้อเร็ว ก็ยิ่งประหยัดเงินได้มาก
จางเสี่ยวหลงกลับไม่รู้สึกเดือดร้อน เรื่องอาหารไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา แปลงสมุนไพรชั้นหนึ่งในมิติ ผลิตมันฝรั่งออกมาได้ไม่จำกัด เดี๋ยวพอหาเมล็ดข้าวเจ้า ข้าวสาลี ข้าวโพด มันเทศ มาได้ อยากกินอะไรก็ปลูกอันนั้น เนื้อสัตว์ราคาพุ่ง? เขาไม่กลัว แถมยังแอบดีใจลึกๆ ด้วยซ้ำ ก็ในมิติชั้นสองยังมีหมูป่าเหลืออีก 24 ตัว แถมยังเลี้ยงไว้อีก 34 ตัว ยิ่งราคาแพง จางเสี่ยวหลงก็ยิ่งรวย เงินที่ได้มา เก็บไว้ซื้อของที่ราคาไม่ขึ้น อย่างจักรยาน นาฬิกาเรือนใหม่ หรือรถเข็นคนพิการ
ครั้งนี้จางเสี่ยวหลงไม่ได้เอาปลามาขาย เพราะตอนนี้เขาสวมบทบาทเป็นชายแก่ ขืนเอาปลามาขาย ความแตกแน่ เพราะปลาที่ไม่มีกลิ่นคาวและรสชาติเลิศรสแบบนั้น มีแค่เขาคนเดียวที่หามาได้
"พ่อหนุ่ม ขอถามหน่อย พ่อค้าที่ขายมันฝรั่ง ช่วงนี้ไม่มาเลยเหรอ?"
"ลุงหมายถึงคนขายปลาใช่ไหม? ผมรอเขามาสิบกว่าวันแล้ว ยังไม่เห็นเงาเลย"
"เอ้อ คนนั้นแหละ คนนั้นแหละ! ปลาที่เขาจับมาอร่อยจริงๆ ผมกะว่าจะมาซื้ออีกสักสิบกว่าตัว" จางเสี่ยวหลงเดินโซซัดโซเซ ท่าทางเหมือนตาแก่ห้าหกสิบจริงๆ
"คุณลุง เดินช้าๆ หน่อยครับ ชนผมล้ม ผมไม่มีปัญญาจ่ายค่าทำขวัญนะ"
"อ้าว เรียกใครลุง?"
"แหม~ คุณลุงนี่ก็แปลกคน ก็เรียกลุงนั่นแหละครับ!"
"เอ่อ... อ้อ ฮ่าๆๆ พ่อหนุ่ม ขอบใจที่เตือนนะ!" จางเสี่ยวหลงยังไม่ชินกับการถูกเรียกว่า 'ลุง' ความรู้สึกนี้ไม่เคยสัมผัสมาก่อน พูดตรงๆ ก็รู้สึกดีพิลึกแฮะ
เขาเดินผ่านแผงขายธัญพืชและเนื้อสัตว์ไปโดยไม่สนใจ เดินวนรอบตลาดมืด ได้กะละมังเคลือบหนึ่งใบ กล่องข้าวอะลูมิเนียมสองกล่อง และไฟฉายหนึ่งกระบอก ของพวกนี้มีขายในสหกรณ์ แต่ต้องใช้คูปองแลกซื้อ เจอในตลาดมืด เขาเลยซื้อเก็บไว้ก่อน
เดินจนทั่วแล้ว จางเสี่ยวหลงก็หาตอไม้ตอหนึ่งนั่งลง วางนาฬิกาเรือนหนึ่งไว้ข้างเท้า ที่มานั่งตรงนี้มีเหตุผล เพราะเขามองเห็นหลิวเหล่าชีที่กำลังรอคอยอย่างกระวนกระวายใจ สถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน ความต้องการธัญพืชพุ่งสูง ราคาดีดตัวขึ้นเป็นเท่าตัว จางเสี่ยวหลงไม่กล้าเอามันฝรั่งออกมาขายทีละพันชั่งในตลาดมืด แค่ร้อยชั่งยังต้องระวังตัวแจ เขาไม่ได้กลัวหลิวเหล่าชี แต่กลัวอิทธิพลมืดที่หนุนหลังตลาดอยู่ รออีกสักพัก ให้ร่างกายแข็งแรงกว่านี้ ค่อยกลับมาขายธัญพืชล็อตใหญ่ ตอนนี้วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือรอเงียบๆ รอให้หลิวเหล่าชีออกจากตลาดมืด แล้วค่อยหาโอกาสซื้อขายกัน
นั่งว่างๆ ก็เบื่อ เลยเอานาฬิกาออกมาวางขายเล่นๆ "ลุง นาฬิกาขายเท่าไหร่?"
"ราคาคุยกันได้ ดูของก่อนสิ" ฟังจากเสียงน่าจะเป็นชายวัยกลางคน เขานั่งยองๆ หยิบนาฬิกาขึ้นมาพิจารณา "สายมีรอยขีดข่วน แถมสภาพแค่แปดสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ผมชอบแบบ ลดหน่อยได้ไหม 80 หยวนขายไหม?"
"พ่อหนุ่ม ต่อราคาโหดไปหน่อยมั้ง! รอยขีดข่วนแค่นี้ไม่กระทบการใช้งานหรอก ตอนซื้อมาตั้ง 186 หยวน ถ้าไม่ร้อนเงินเอาไปซื้อข้าวสาร ลุงไม่เอาออกมาขายหรอก" จางเสี่ยวหลงส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ
"งั้นผมเพิ่มให้อีก 5 หยวน ถ้าไม่ขายก็ไม่เอาแล้ว"
"ราคานี้ต่ำไป พ่อหนุ่มไปดูร้านอื่นเถอะ!" บ้าเอ๊ย เห็นว่าเป็นคนแก่ นึกว่าสมองเลอะเลือนหรือไง? นาฬิกาเรือนนี้ขายไม่ได้ร้อย อย่างต่ำๆ ก็ต้องได้สัก 95 ชายวัยกลางคนวางนาฬิกาลงแล้วลุกเดินหนี ก่อนไปหันมามองจางเสี่ยวหลงแวบหนึ่ง จางเสี่ยวหลงแกล้งทำเป็นหาว แต่หางตากลับเห็นแววตาโลภมากของอีกฝ่ายชัดเจน
ไม่จริงน่า! ที่ตลาดมืดคอมมูนหงฉี ก็มีเรื่องเพราะนาฬิกามาแล้ว ตลาดมืดหุบเขาเสี่ยวซานอ้าวก็จะเป็นเหมือนกันเหรอ? ดูท่านาฬิกาสามเรือนนี้จะเป็นตัวเรียกแขกจริงๆ คงต้องรีบปล่อยของให้เร็วที่สุด ในเมื่อโดนหมายหัวแล้ว แผนการก็ต้องเปลี่ยน จางเสี่ยวหลงลุกขึ้นบิดขี้เกียจ เก็บนาฬิกาใส่กระเป๋า แล้วเดินตัวสั่นงันงกออกจากตลาดมืด เขาไม่ได้หันกลับไปมอง แต่ตอนเลี้ยวโค้ง อาศัยหางตามอง เห็นคนแอบสะกดรอยตามมา อาจเพราะเขาปลอมเป็นคนแก่ เดินเชื่องช้า เงาร่างนั้นเลยไม่รีบร้อน คิดว่าตาแก่คงหนีไม่พ้น เลยเดินตามมาห่างๆ อย่างใจเย็น