- หน้าแรก
- ทะลุมิติพลิกชะตา ด้วยหอคอยสมบัติ
- ตอนที่ 71 พวกคุณได้กินเนื้อหมูป่า ต้องขอบคุณเสี่ยวหลงเขา
ตอนที่ 71 พวกคุณได้กินเนื้อหมูป่า ต้องขอบคุณเสี่ยวหลงเขา
ตอนที่ 71 พวกคุณได้กินเนื้อหมูป่า ต้องขอบคุณเสี่ยวหลงเขา
ผลลัพธ์นี้ไม่เกินความคาดหมายของจางเสี่ยวหลง หมูป่าสองตัวนี้ เขาคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถัน กระสุนถูกคว้านออกไปแล้ว แถมยังใช้มีดปลายปืนทรงสามเหลี่ยมแทงซ้ำเพื่อกลบรอย อย่าว่าแต่หลี่ต้าหย่งที่เป็นแค่คนขายเนื้อเลย ต่อให้เป็นตำรวจสืบสวนทั่วไป ก็ดูไม่ออกหรอกว่าแผลจริงๆ มาจากกระสุนปืน อีกอย่าง คุณสมบัติพิเศษของมิติเจดีย์ที่ช่วยคงสภาพความสด ทำให้หมูป่าที่เก็บเข้าไป ยังคงสภาพเหมือนตอนเพิ่งจับมาใหม่ๆ ดังนั้น เนื้อหมูจึงยังอุ่นอยู่ และเลือดก็ยังไม่ทันแข็งตัว
“ขอบคุณลุงต้าหย่งครับ ที่ช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ให้ผม! ไม่อย่างนั้นคงโดนคนไม่หวังดีใส่ร้ายป้ายสีไปแล้ว” จางเสี่ยวหลงรีบฉวยโอกาสตอกย้ำทันที ชาวบ้านไม่ได้โง่ ใครบ้างจะดูไม่ออกว่าจางเป่าหมิงคิดอะไรอยู่? มันชัดเจนยิ่งกว่าเห็นไส้เห็นพุงเสียอีก
“หัวหน้ากลุ่มสองอยากได้หน้าได้ตำแหน่ง แต่ก็ไม่ควรมาใส่ร้ายเสี่ยวหลงแบบนี้นะ!”
“จางเป่าหมิงทำแบบนี้ ไม่น่าคบหาเลย”
“พรุ่งนี้ฉันไม่เลือกจางเป่าหมิงแน่ ฉันจะเลือกพี่เป่าจู้!”
“พี่เป่าจู้เป็นคนซื่อสัตย์จริงใจ ให้แกเป็นรองหัวหน้าหมู่บ้าน พวกเราวางใจได้”
ในฝูงชน แทบไม่มีเสียงสนับสนุนจางเป่าหมิงเลย จางเป่าซู่ หัวหน้ากลุ่มสามพูดแซวขึ้นว่า “นี่ เป่าหมิง หมูป่าที่เสี่ยวหลงล่ามา แกยังจะกล้าหน้าด้านขอส่วนแบ่งอีกเหรอ?” จางเป่าหมิงคราวนี้ขุดหลุมฝังตัวเองชัดๆ สถานการณ์พลิกผันจนเขาเสียเปรียบเต็มประตู
“ก็แค่เนื้อหมูป่า! ใช่ว่าฉันจะไม่เคยกินซะเมื่อไหร่! อยากกินเมื่อไหร่ เดี๋ยวฉันเข้าป่าไปล่าเองก็ได้”
“โอ้โห หัวหน้ากลุ่มสองใจเด็ดจริง พูดจริงทำจริง นับถือๆ!” พอกตัวป่วนจอมกวนเดินหนีไป ชาวบ้านก็พากันปรบมือโห่ร้องด้วยความสะใจ
จางเป่ากุ้ย หัวหน้าหมู่บ้านใหญ่เดินกลับเข้ามา “ทุกคนเงียบหน่อย! ฟังฉันพูดบ้าง” ชาวบ้านเงียบเสียงลง รอฟังหัวหน้าหมู่บ้านพูด “เมื่อวานฉันไปประชุมที่คอมมูน ได้ยินมาว่าข้างนอกเนื้อหมูเริ่มขาดแคลน โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ผลิตเนื้อหมูออกมาน้อยลงทุกที ราคาก็พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ในเมืองตอนนี้ เนื้อหมูราคาชั่งละสองหยวนแล้ว”
เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่วลาน “อะไรนะ? เนื้อหมูชั่งละสองหยวน!”
“แพงขนาดนี้ ใครจะไปมีปัญญาซื้อกิน?”
“หัวหน้าหมู่บ้าน แล้วเนื้อหมูที่สหกรณ์เราขึ้นราคาหรือยัง?”
จางเป่ากุ้ยหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ อัดควันเข้าปอดเฮือกใหญ่ แล้วพ่นควันโขมงออกมา “ขึ้นราคา? ก็ต้องมีหมูให้ขายก่อนสิ ถึงจะขึ้นราคาได้! สหกรณ์เราไม่มีเนื้อหมูขายมาเจ็ดวันแล้ว” ชาวบ้านที่ไม่ค่อยได้ไปสหกรณ์ ถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน เพราะไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน จางเป่ากุ้ยโบกมือให้ทุกคนเงียบ แล้วเล่าสถานการณ์ให้ฟังต่อ ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว ผลผลิตตกต่ำอย่างหนัก หลายพื้นที่ลดจำนวนการเลี้ยงหมูลง บางพื้นที่ถึงขั้นเลิกเลี้ยงหมูในระบบรวมของกองผลิตไปเลย เพื่อประหยัดธัญพืชไว้เป็นเสบียงอาหารให้คน แหล่งเนื้อหมูของโรงงานแปรรูป ส่วนใหญ่พึ่งพาการเลี้ยงจากระบบรวมของกองผลิตและฟาร์มของรัฐ เมื่อการเลี้ยงในระบบรวมลดลงฮวบฮาบ จึงทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเนื้อหมูอย่างหนัก
“เพราะฉะนั้น สิ่งที่ฉันจะบอกคือ—— วันนี้ที่พวกเราได้กินเนื้อหมูป่า ต้องขอบคุณจางเสี่ยวหลงเขาให้มากๆ!” สิ้นเสียงหัวหน้าหมู่บ้าน เสียงปรบมือก็ดังสนั่นหวั่นไหว สายตาชื่นชมและซาบซึ้งใจนับร้อยคู่จับจ้องไปที่จางเสี่ยวหลง ส่วนจางเสี่ยวหลงกำลังประมวลผลเรื่องราคาเนื้อหมูที่พุ่งสูงขึ้น คิดในใจว่าเนื้อหมูป่าก็น่าจะราคาขึ้นตามไปด้วยหรือเปล่า ถ้าขึ้นจริง งานนี้รวยเละแน่
“เสี่ยวหลง ออกมาพูดอะไรหน่อยสิ!” จางเป่ากุ้ยดูดบุหรี่อีกคำ แล้วดึงจางเสี่ยวหลงออกมาข้างหน้า “เอ่อ พวกเราก็คนหมู่บ้านเดียวกัน อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายปี ผม จางเสี่ยวหลง ขอสัญญาว่า ถ้าผมล่าหมูป่าได้ ผมจะไม่ลืมทุกคนแน่นอน! ถ้าผมมีกิน ทุกคนก็ต้องไม่อด”
“ดี! พูดได้ดีมาก!” เสียงปรบมือดังสนั่นอีกครั้ง
จางเสี่ยวหลงรอให้เสียงปรบมือเบาลง แล้วพูดต่อ “แต่เราต้องตกลงกันก่อน ใครที่จงใจรังแกผม หรือรังแกครอบครัวผม อย่างเช่นหัวหน้ากลุ่มสอง จางเป่าหมิง เขาจะไม่มีวันได้กินแม้แต่น้ำแกง! ผม จางเสี่ยวหลง พูดคำไหนคำนั้น”
“พูดถูกแล้ว ในฐานะหัวหน้าหมู่บ้าน ฉันเห็นด้วยกับเสี่ยวหลง ทุกคนมีความเห็นยังไง?” จางเป่ากุ้ยขยี้ก้นบุหรี่ทิ้ง พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฉันไม่มีปัญหา! ต่อไปใครรังแกจางเสี่ยวหลง ฉัน แม่หม้ายหวัง จะไม่ปล่อยมันไว้แน่”
“อุ๊ยตาย~ แม่หม้ายหวังเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยนะเนี่ย? คราวก่อนยังด่าอาสะใภ้รองของเสี่ยวหลงปาวๆ อยู่เลยไม่ใช่เหรอ?”
“เมื่อก่อนฉันทำไม่ถูกเอง เสี่ยวหลง ป้าขอโทษนะ! อย่าถือสาหาความคนอย่างป้าเลย! คืนนี้ป้าจะไปขอโทษอารองที่บ้านเอง ส่วนไอ้จางเป่าหมิง ถ้ามันกล้ามาหาเรื่องเธอ ป้ารับรองจะด่ามันให้เปิดเปิงเลย!”
“ป้าหวัง เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะครับ คนกันเองทั้งนั้น ไม่มีอะไรที่ให้อภัยกันไม่ได้หรอก!” ผูกมิตรย่อมดีกว่าสร้างศัตรู ในเมื่อแม่หม้ายหวังยอมขอโทษต่อหน้าธารกำนัลขนาดนี้ เรื่องก็ถือว่าจบไป อีกอย่าง ก็ไม่ได้มีความแค้นฝังลึกอะไรกันมากมาย ที่สำคัญที่สุด ต่อไปถ้าพ่อเขาได้เป็นรองหัวหน้าหมู่บ้าน ลดศัตรูตัวฉกาจไปได้คนหนึ่ง งานการก็น่าจะราบรื่นขึ้นเยอะ
“ลุงครับ ทุกคนคงรอไม่ไหวแล้ว เรามาเริ่มแบ่งเนื้อกันเลยดีกว่าครับ!”
“เอาตามนั้น เริ่มกันเลย!”
“ลุงต้าหย่ง รบกวนช่วยจัดการหมูป่าให้หน่อยนะครับ”
“ได้เลย! เดี๋ยวลุงช่วยถลกหนังให้ก่อน”
“ขอบคุณครับลุงต้าหย่ง!”
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป หมูป่าสองตัวถูกจัดการเรียบร้อย เครื่องในและหนังหมูป่า ตกเป็นของจางเสี่ยวหลงตามธรรมเนียม เนื้อหมูป่าที่เหลือ รวมแล้วหนักสี่ร้อยเก้าชั่ง หักส่วนของบ้านจางเป่าหมิงและบ้านจางเสี่ยวหลงออกไป ทั้งหมู่บ้านมีร้อยเจ็ดสิบแปดครัวเรือน แบ่งไปบ้านละสองชั่ง เหลือเนื้อหมูห้าสิบสามชั่ง กับหัวหมูอีกสองหัว ชาวบ้านต่างรับเนื้อส่วนของตัวเอง แล้วเดินหน้าบานกลับไปฉลองมื้อใหญ่ที่บ้าน
“เถียนหวา พี่ให้เนื้อเพิ่มอีกสองชั่ง”
“ขอบคุณครับพี่เสี่ยวหลง”
“ลุงต้าหย่ง หัวหมูนี่ลุงเอาไปเถอะครับ!”
“เฮ้ย ไม่ได้หรอก มันเยอะเกินไป~”
“รับไปเถอะครับ ลุงอุตส่าห์มาช่วยเชือดหมูให้ทุกครั้ง เหนื่อยแย่เลย” จางเสี่ยวหลงยัดหัวหมูใส่มือหลี่ต้าหย่ง หลี่ต้าหย่งซาบซึ้งใจมาก กล่าวขอบคุณแล้วหิ้วหัวหมูหนักสิบกว่าชั่งกับเนื้อหมูอีกสองชั่ง เดินกลับบ้านอย่างมีความสุข
“พี่จางฮว๋า เนื้อสามชั่งนี่พี่เอาไปกินนะ!”
“เสี่ยวหลง พี่...”
“เสี่ยวหลงให้ก็รับไว้เถอะ! ต่อไปถ้าน้องเป่าจู้เข้ามาทำงานที่กองอำนวยการ มีอะไรก็ช่วยแนะนำแกหน่อย” หมายความว่ายังไง? จางฮว๋าในฐานะเจ้าหน้าที่สื่อสาร ย่อมเข้าใจความนัยดี เขาไม่ปฏิเสธ รับเนื้อหมูสามชั่งไปอย่างเต็มใจ
“ลุงครับ หัวหมูที่เหลือลุงเอาไป แล้วก็เอาเนื้อหมูสิบชั่งนี่ไปด้วยครับ! เหลืออีกสามสิบแปดชั่ง ผมจะแบ่งไปให้อารองบ้าง!”
“เจ้าเด็กคนนี้~ รู้จักเข้าหาผู้ใหญ่จริงๆ! สนใจมาทำงานที่กองอำนวยการไหม? ถ้ามานะ ต่อไปตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านไม่หนีไปไหนแน่!”
“พ่อผมจะลงสมัครรองหัวหน้าหมู่บ้านพรุ่งนี้ ช่วงนี้ผมไม่อยากไปเพิ่มภาระให้แกครับ!”
“อื้ม! เรื่องของพ่อแกสำคัญกว่า จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยก่อน เรื่องของแกเอาไว้ก่อนค่อยว่ากัน”
“ผมขอบคุณลุงแทนพ่อด้วยนะครับ! วันหน้าคงต้องรบกวนลุงอีกเยอะ”
จางเสี่ยวหลงแวะไปบ้านอารองก่อน ทิ้งเนื้อไว้ให้สิบหกชั่ง เหลือกลับบ้านยี่สิบสองชั่ง พอให้ที่บ้านกินไปได้หลายวัน ความจริงเครื่องในหมูก็อร่อย แต่เขาไม่ชอบรสชาติเครื่องในหมูป่าสักเท่าไหร่ สุดท้ายเลยตัดสินใจเก็บไว้ให้หมาป่าสี่ตัวกินดีกว่า