- หน้าแรก
- ยอดหมอเทพแห่งหมู่บ้านเร้นลับ
- บทที่ 99 เจรจาเรื่องหุ้นใหม่
บทที่ 99 เจรจาเรื่องหุ้นใหม่
บทที่ 99 เจรจาเรื่องหุ้นใหม่
สวีฉางจวินครุ่นคิดแล้วเอ่ยถาม “ที่ดินในหมู่บ้านของนาย สามารถปลูกผักผลไม้แบบนี้ได้ทั้งหมดเลยเหรอ?”
ไป๋อวิ๋นเฟยไตร่ตรองครู่หนึ่งก่อนตอบ “น่าจะไม่มีปัญหานะครับ”
พอได้ยินดังนั้น ดวงตาของสวีฉางจวินก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เขารีบยื่นข้อเสนอ “เสี่ยวเฟย ถ้าพี่ขอร่วมทุนด้วยแปดร้อยล้านหยวน นายจะแบ่งหุ้นให้พี่สักหนึ่งส่วนได้ไหม?”
ไป๋อวิ๋นเฟยชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินตัวเลขแปดร้อยล้าน แต่ก็กลับมาสงบนิ่งได้อย่างรวดเร็ว
สวีฉางจวินลอบสังเกตท่าทีของไป๋อวิ๋นเฟยอยู่ตลอด พอเห็นว่าอีกฝ่ายตกใจเพียงแค่แวบเดียวเมื่อได้ยินจำนวนเงินมหาศาล เขาก็ยิ่งรู้สึกทึ่งในตัวชายหนุ่มคนนี้ นอกจากจะมีวิชาแพทย์ล้ำเลิศแล้ว ยังสามารถปลูกพืชผลมหัศจรรย์แบบนี้ได้อีก คนแบบนี้ไม่มีทางเป็นแค่ชาวนาธรรมดาหรือหมอเท้าเปล่าแน่นอน สวีฉางจวินเคยเจอพวกยอดมนุษย์มาบ้าง แต่ยังไม่เคยเจอใครเก่งกาจเท่าไป๋อวิ๋นเฟย เขาจึงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องร่วมมือกับชายคนนี้ให้ได้
“น้องชายเสี่ยวเฟย ตอนนี้พี่ระดมทุนมาได้เท่านี้ก่อน แต่ถ้ารกิจเราไปได้สวย พี่จะอัดฉีดเงินเพิ่มให้อีกแน่นอน” สวีฉางจวินกล่าว
ไป๋อวิ๋นเฟยคำนวณในใจ สวีฉางจวินเป็นคนรวยจริง และเงินแปดร้อยล้านก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ บวกกับดูจากโหงวเฮ้งและนิสัยแล้ว เขาเป็นคนใช้ได้ เงินจำนวนนี้เอามาทำถนนแล้วยังเหลือไปทำอย่างอื่นได้อีกเพียบ
ไป๋อวิ๋นเฟยตอบตกลงอย่างจริงจัง “ได้ครับ ผมตกลง แต่ว่า... เจ้าของโรงแรมเฟยเอ๋อร์เล่อถือหุ้นอยู่สองส่วน เดี๋ยวเราคงต้องไปคุยกับเธอหน่อย ผมกะว่าจะปรับลดสัดส่วนหุ้นของเธอลงเหลือแปดเปอร์เซ็นต์”
“โอเค งั้นพี่ต้องคุยกับเธอด้วยเหมือนกัน เสี่ยวเฟย นายเชิญเธอมาคุยตอนนี้เลยดีไหม?” สวีฉางจวินรีบร้อนอยากเจรจา เพราะตอนนี้ผลผลิตทั้งหมดถูกเธอผูกขาดอยู่
ไป๋อวิ๋นเฟยจึงขับรถบรรทุกพาสวีฉางจวินไปหาโอวหยางเซิ่งเยว่ที่โรงแรมเฟยเอ๋อร์เล่อ
เมื่อโอวหยางเซิ่งเยว่รู้ว่าสวีฉางจวินมาขอร่วมทุนด้วย เธอตกใจราวกับเห็นพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก
เพราะสวีฉางจวินคือ ‘เทพบุตรอัจฉริยะ’ ผู้โด่งดังแห่งเกาะฮ่องกง แถมตระกูลสวีก็เป็นมหาเศรษฐีระดับท็อป เทียบกับโรงแรมในอำเภอเล็กๆ ของเธอแล้ว เหมือนเอาปลาซิวไปเทียบกับฉลาม
ซุนเยว่จัดเตรียมห้องประชุมวีไอพีไว้อย่างดี โอวหยางเซิ่งเยว่ได้เจอตัวจริงของสวีฉางจวินที่เคยเห็นแต่ในอินเทอร์เน็ต แม้เขาจะมากินข้าวที่โรงแรมเธอหลายวันแล้ว แต่ก็พรางตัวมิดชิดจนไม่มีใครจำได้
หลังจากเจรจากันอย่างดุเดือด ในที่สุดก็บรรลุข้อตกลงร่วมกัน
สวีฉางจวินอัดฉีดเงินทุนแปดร้อยล้านหยวน แลกกับหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนโอวหยางเซิ่งเยว่ไม่ต้องเพิ่มเงินทุน แต่สัดส่วนหุ้นของเธอลดลงเหลือแปดเปอร์เซ็นต์ และเธอจะไม่ได้สิทธิ์ผูกขาดผลผลิตจากฟาร์มแต่เพียงผู้เดียวอีกต่อไป โดยจะแบ่งสิทธิ์การเป็นตัวแทนจำหน่ายคนละครึ่งกับสวีฉางจวิน ถือว่าวิน-วินทุกฝ่าย
ทันทีที่บรรลุข้อตกลง ข่าวการร่วมทุนครั้งนี้ก็แพร่สะพัดออกไป สร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งเมือง
ใครจะเชื่อว่าหมู่บ้านที่กันดารขนาดนี้ จะดึงดูดนักลงทุนชื่อดังอย่างสวีฉางจวินให้มาทุ่มเงินถึงแปดร้อยล้านหยวนได้
อำเภอซิงหั่วไม่เคยได้รับเงินลงทุนก้อนโตขนาดนี้มาก่อน เรื่องนี้กลายเป็นข่าวดังใหญ่โต ไป๋อวิ๋นเฟยจึงต้องรีบกลับไปที่ฟาร์ม
แม้แต่ซือเนี่ยก็รู้ข่าวแล้ว เขารีบโทรหาไป๋อวิ๋นเฟยด้วยความประหลาดใจ ไม่นึกว่าสวีฉางจวินจะกล้าทุ่มเงินขนาดนี้ เขาจึงบอกว่าจะขอลงไปดูพื้นที่จริงด้วยตัวเอง
เมื่อไป๋อวิ๋นเฟยกลับถึงบ้าน ก็บอกพ่อแม่เรื่องที่มีคนมาลงทุนแปดร้อยล้าน
“แป... แปดร้อยล้าน?!” ไป๋ต้าจ้วงกับภรรยาได้ยินตัวเลขก็อ้าปากค้าง นิ่งอึ้งไปนาน เมื่อก่อนแค่เงินหลักล้านหรือการลงทุนหลักสิบล้าน พวกเขาก็คิดว่าชีวิตนี้คงนอนตายตาหลับแล้ว แต่นี่ลูกชายกลับมาบอกว่ามีคนเอาเงินแปดร้อยล้านมาให้
“เสี่ยวเฟย... เงินเยอะขนาดนั้น... เขาจะหาทุนคืนได้เหรอลูก? ถ้าเขาขาดทุน เขาจะมาเอาเรื่องพวกเราไหม?” หลี่ชิ่วหลานอยู่แต่ในชนบทมาทั้งชีวิต ไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนี้ จินตนาการไม่ออกเลยว่าแปดร้อยล้านมันเยอะแค่ไหน รู้แค่ว่าใช้กี่ชาติก็คงไม่หมด แทนที่จะดีใจ เธอกลับรู้สึกหวาดกลัวและกังวลใจ
ไป๋ต้าจ้วงจุดบุหรี่สูบ สูดควันเข้าปอดลึกๆ นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “เสี่ยวเฟย ชีวิตพวกเราตอนนี้ก็สุขสบายดีอยู่แล้วนะ รับเงินเขามาเยอะขนาดนี้ เราคงต้องทำงานกันสายตัวแทบขาด จะให้เขาขาดทุนไม่ได้ อีกอย่างคนคงอิจฉากันทั่ว เดี๋ยวจะมีเรื่องยุ่งยากตามมานะลูก”
ไป๋อวิ๋นเฟยฟังพ่อแม่พูดแล้วก็เข้าใจมุมมองของพวกท่าน แม้จะเป็นชาวนาตาสีตาสา ไม่เคยเห็นโลกกว้าง แต่ความคิดความอ่านก็มีเหตุผลและรอบคอบ
ถ้าเขาเป็นแค่ชาวนาธรรมดาจริงๆ เงินก้อนโตขนาดนี้เขาก็คงไม่กล้ารับเหมือนกัน แต่ตอนนี้เขาไม่ใช่ชาวนาธรรมดา เขามีวิชาที่ได้รับการถ่ายทอดจากยอดคน และยังมีแหวนนำโชค ดังนั้นกับการลงทุนครั้งนี้ เขามีแผนรองรับไว้หมดแล้ว
ไป๋อวิ๋นเฟยมั่นใจในความสามารถของตัวเอง เขาอธิบายให้พ่อแม่ฟังอย่างใจเย็น “พ่อครับ แม่ครับ ไม่ต้องห่วงนะครับ ลืมไปแล้วเหรอว่าผมมีวิชาดี แถมยังมีเทวดาคอยคุ้มครอง ไม่ต้องกลัวหรอกครับ ผมรู้ลิมิตตัวเองดี”
พอไป๋อวิ๋นเฟยเตือนสติ ไป๋ต้าจ้วงกับภรรยาก็นึกขึ้นได้ว่าลูกชายได้รับการช่วยเหลือจากผู้วิเศษ ความกังวลในใจจึงลดลงไปกว่าครึ่ง
“เงินจำนวนนี้ ผมสามารถเอามาขยายฟาร์มให้ครอบคลุมที่ดินทั้งหมู่บ้านได้เลย พ่อครับ แม่ครับ ช่วยไปประกาศให้ชาวบ้านมารวมตัวกันหน่อย เดี๋ยวผมจะชี้แจงรายละเอียดให้ทุกคนฟัง”
เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในฟาร์มของไป๋อวิ๋นเฟยอยู่แล้ว การนัดหมายจึงทำได้รวดเร็ว ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ทุกคนก็มารวมตัวกันพร้อมหน้า รอฟังสิ่งที่ไป๋อวิ๋นเฟยจะพูด
ที่ลานว่างข้างฟาร์ม มีชาวบ้านมารวมตัวกันเกือบสามร้อยคน ทั้งชายหญิง เด็ก คนแก่ มากันครบ บางคนก็แค่มามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หลังจากหวังเฉวียนผิงโดนจับ ชาวบ้านต่างรู้กันดีว่าไป๋อวิ๋นเฟยคงได้เป็นผู้ใหญ่บ้านคนต่อไปแน่ๆ แถมเขายังพาชาวบ้านหารายได้ ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่าตอนที่หวังเฉวียนผิงเป็นผู้ใหญ่บ้านเสียอีก
ไป๋อวิ๋นเฟยยืนอยู่บนที่สูง ถือโทรโข่ง มองดูชาวบ้านที่กำลังซุบซิบกันอยู่ด้านล่าง เขาตีฆ้องเรียกความสนใจ แล้วประกาศเสียงดัง
“สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้องลุงป้าน้าอาทุกคน! วันนี้ที่ผมเรียกทุกคนมา เพราะมีเรื่องสำคัญจะปรึกษาหารือ ซึ่งเกี่ยวข้องกับทุกครอบครัว และจะส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่และการพัฒนาหมู่บ้านของเราในอนาคตครับ”
ชาวบ้านทุกคนเบิกตากว้าง จ้องมองไป๋อวิ๋นเฟยอย่างตั้งใจ รอฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อ
ไป๋อวิ๋นเฟยกล่าวต่อ “ผมเชื่อว่าทุกคนที่ทำงานในฟาร์มของผมคงทราบดีว่า ผลผลิตจากฟาร์มของเรามีคุณภาพดีและได้รับความนิยมมาก ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า! และตอนนี้... มีนักลงทุนนำเงินมาลงทุนกับเราถึงแปดร้อยล้านหยวนครับ!”
พอได้ยินคำว่า ‘แปดร้อยล้าน’ ชาวบ้านต่างฮือฮาขึ้นมาทันที แม้บางคนจะนึกภาพไม่ออกว่ามันเยอะแค่ไหน แต่ก็รู้ว่าเป็นจำนวนเงินมหาศาล
“แปดร้อยล้าน?!”
“มันเยอะขนาดไหนกันนะ?”
“แปดร้อยล้าน มันคือตัวเลขทางดาราศาสตร์ชัดๆ! ลุงชวนลองคิดดูสิ แปดร้อยล้าน ถ้าเอามาแบ่งให้คนในหมู่บ้านเราสามร้อยคน จะได้คนละเกือบสามล้านเลยนะ!”
“โห! เยอะขนาดนั้นเชียว!”
ชาวบ้านหลายคนนึกภาพไม่ออก หนุ่มสาวรุ่นใหม่จึงต้องยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้เห็นภาพ พอรู้จำนวนเงินที่แท้จริง ทุกคนต่างตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่