- หน้าแรก
- ยอดหมอเทพแห่งหมู่บ้านเร้นลับ
- บทที่ 87 เรื่องนี้พูดมั่วซั่วไม่ได้นะ
บทที่ 87 เรื่องนี้พูดมั่วซั่วไม่ได้นะ
บทที่ 87 เรื่องนี้พูดมั่วซั่วไม่ได้นะ
"รับไว้เถอะ ตอนนี้คุณเป็นผู้ช่วยผมแล้ว ถ้าเกิดผมมีธุระด่วนแล้วติดต่อคุณไม่ได้จะทำยังไง? มีมือถือไว้สะดวกกว่าเยอะ" ไป๋อวิ๋นเฟยเปิดกล่อง สวมเคสสีแดงสดใสให้กับโทรศัพท์ แล้วยื่นให้ชิวจวี๋
"ผมใส่ซิมการ์ดให้เรียบร้อยแล้ว ลองอ่านคู่มือแล้วใช้ดูนะครับ" พูดจบเขาก็ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เธอทีหนึ่ง
ชิวจวี๋เข้าใจความหมายแฝงในรอยยิ้มนั้นทันที เธอก้มหน้าด้วยความเขินอาย รับคำเบาๆ แล้วรีบวิ่งหนีไป
หลี่เยี่ยนเสียมองตามหลังชิวจวี๋ที่วิ่งลับสายตาไป แล้วหันมาแซว "แหม ไม่ธรรมดาเลยนะ สองคนนี้น่ะ?"
"อาจารย์ครับ เรื่องนี้พูดมั่วซั่วไม่ได้นะครับ" ไป๋อวิ๋นเฟยรีบปฏิเสธทันควัน
"งั้นเธอจะให้มือถือเขาทำไม? แถมยังเป็นรุ่นล่าสุดอีกต่างหาก?" หลี่เยี่ยนเสียไม่ใช่เด็กสามขวบที่จะหลอกกันได้ง่ายๆ
"ก็เธอเป็นผู้ช่วยผมนี่ครับ ไม่มีมือถือจะรับคำสั่งเจ้านายได้ยังไง? ถ้าอาจารย์มาเป็นผู้ช่วยผม ผมจะซื้อมือถือแพงกว่านี้ให้อีก" ไป๋อวิ๋นเฟยหัวเราะร่า
"เชอะ เดี๋ยวนี้ปากหวานกะล่อนนักนะเรา" หลี่เยี่ยนเสียส่ายหัวอย่างระอา
"เปล่านะครับ ผมพูดความจริงล้วนๆ" ไป๋อวิ๋นเฟยทำหน้าตาใสซื่อ
"ชิ!" หลี่เยี่ยนเสียรู้สึกว่าลูกศิษย์คนนี้โตขึ้นมาก แถมยังเริ่มมีแววเจ้าชู้ประตูดินเหมือนพวกผู้ชายร้ายกาจเข้าไปทุกที
ในชนบทไม่มีแม้แต่ไฟถนน ไม่ต้องพูดถึงร้านอินเทอร์เน็ตหรือฟิตเนส ชาวบ้านใช้ชีวิตตามตารางตะวันขึ้นก็ทำงาน ตะวันตกดินก็พักผ่อน ดังนั้นพอถึงสามทุ่มทุกคนก็แยกย้ายกันเข้านอน
ที่บ้านพักในฟาร์มมีเพียงไป๋อวิ๋นเฟย เซี่ยอวี่เฟย และไป๋เสี่ยวเสี่ยวนอนค้าง ส่วนคนอื่นๆ กลับไปนอนที่บ้านของไป๋ต้าจ้วง
ไป๋อวิ๋นเฟยไม่ง่วงเลยสักนิด เขานั่งอยู่บนเก้าอี้เงี่ยหูฟังเสียงจากห้องข้างๆ รออยู่เกือบครึ่งชั่วโมง จนแน่ใจว่าเซี่ยอวี่เฟยและไป๋เสี่ยวเสี่ยวหลับสนิทแล้ว จึงลุกขึ้นย่องออกจากห้องไป
เมื่อออกมาข้างนอก มองไปรอบๆ เห็นเพียงต้นไม้ใหญ่ไม่กี่ต้น ไม่ถึงขั้นเป็นป่าทึบ ไป๋อวิ๋นเฟยไม่มีทางเลือก จึงเดินตรงไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางราวสี่สิบเซนติเมตร พอให้คนตัวผอมๆ แอบด้านหลังได้มิดชิด
เขากดมือถือส่งข้อความ แล้วปิดเครื่องนั่งรออยู่บนพื้นหญ้า
ผ่านไปประมาณเจ็ดแปดนาที ไป๋อวิ๋นเฟยลุกขึ้นไปแอบหลังต้นไม้ เห็นชิวจวี๋เดินย่องมาอย่างระมัดระวัง เขาจึงกระโจนเข้ากอดเธอจากด้านหลัง
ชิวจวี๋ตกใจร้องอุทาน แต่ไป๋อวิ๋นเฟยไวกว่า รีบประกบปากปิดเสียงร้องด้วยริมฝีปากของเขา
ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ลิ้มรสสวาท ก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว ภารกิจรัดตัวแถมยังมีก้างขวางคอตลอด ตอนนี้ความอดทนของเขาถึงขีดสุดแล้ว
"เสี่ยวเฟย ตรงนี้เลยเหรอ? ไม่ดีมั้ง" ชิวจวี๋พยายามผลักเขาออก
"แล้วจะให้ไปที่ไหนล่ะ? ที่บ้านผมก็มีคน บ้านคุณก็มีคน เดี๋ยวเผลอร้องเสียงดังพวกนั้นตื่นมาจะยุ่ง" ไป๋อวิ๋นเฟยหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ ยิ้มเจ้าเล่ห์
"ถ้ามีคนมาเห็นเข้าจะทำยังไง?" ชิวจวี๋ยังกล้าๆ กลัวๆ
"ดึกป่านนี้ใครจะมาเดินเล่นแถวนี้เล่า" ไป๋อวิ๋นเฟยไม่ยอมแพ้ อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศแบบเอาท์ดอร์ดูบ้าง
"เฮ้อ... เอาไงก็เอากัน" ชิวจวี๋คิดดูแล้วก็เห็นจริงตามเขา อีกอย่างลึกๆ เธอก็ตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน
ไป๋อวิ๋นเฟยดึงชิวจวี๋ให้ลุกขึ้น ดันร่างเธอแนบกับต้นไม้ใหญ่ มือไม้เริ่มซุกซนลูบไล้ไปทั่วเรือนร่าง
ติ๊งต่าง ติ๊งต่าง จิงเกิลเบลส์ จิงเกิลเบลส์... เสียงเรียกเข้ามือถือของไป๋อวิ๋นเฟยดังสนั่นทำลายบรรยากาศโรแมนติกจนพังทลาย
"เชี่ย! ใครโทรมาตอนนี้วะ!" ไป๋อวิ๋นเฟยแทบร้องไห้
"โอ๊ย!" เขาคว้ามือถือปาทิ้งลงพื้นหญ้า มันยังคงดังอยู่สักพักแล้วก็เงียบไป ไป๋อวิ๋นเฟยหันกลับมานัวเนียชิวจวี๋ต่อ
ติ๊งต่าง ติ๊งต่าง จิงเกิลเบลส์ จิงเกิลเบลส์...
"จะโทรอะไรนักหนาวะ!"
มือถือดังขึ้นอีกครั้ง ไป๋อวิ๋นเฟยเหลือบไปมองเห็นชื่อหลี่จวินโทรมา ใจหายวาบ หรือว่าเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นอีก? เธอเพิ่งจะรอดกลับมาพักผ่อน ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นตอนนี้คงแย่แน่ เขาจึงจำใจก้มเก็บมือถือขึ้นมากดรับ
"เสี่ยวเฟย! อยู่ไหนเนี่ย?" เสียงอ้อแอ้ของหลี่จวินดังลอดมา ฟังดูก็รู้ว่าดื่มหนักจนเมาได้ที่
"ผมอยู่บ้านครับ พี่จวินเป็นอะไรหรือเปล่า?" ไป๋อวิ๋นเฟยถาม
"รีบมาอยู่เป็นเพื่อนหน่อยสิ ฉันเหงาจะตายอยู่แล้ว!" เสียงหลี่จวินดื่มเหล้าอึกๆ ดังแทรกเข้ามา
"พี่จวิน อย่าดื่มเยอะสิครับ ตอนนี้พี่อยู่บ้านหรือเปล่า?" ไป๋อวิ๋นเฟยคิดว่าถ้าเธออยู่บ้าน เขาจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมาก
"นายจะยุ่งอะไรว่าฉันอยู่ที่ไหน ไม่บอกย่ะ!" หลี่จวินหัวเราะคิกคัก
"พี่จวิน พี่เมาแล้วนะ ถ้าไม่บอกว่าอยู่ที่ไหน ผมจะไปหาถูกได้ยังไง?"
"งั้นเหรอ... ก็ได้ ฉันบอกก็ได้ ฉันอยู่ที่สวนสาธารณะแถวบ้าน ฮี่ๆ" พูดจบเธอก็วางสายไป
"เวรกรรมจริงๆ!" ไป๋อวิ๋นเฟยเก็บมือถือ จำต้องทิ้งภารกิจรักไปช่วยสาวขี้เมา หลี่จวินเพิ่งเจอเรื่องร้ายมา ถ้าเมาแล้วคิดสั้นขึ้นมาจะยุ่งกันใหญ่
"ฮือๆๆ... ชิวจวี๋จ๋า!" ไป๋อวิ๋นเฟยกอดชิวจวี๋อย่างแสนเสียดาย บีบขยำหน้าอกอวบอิ่มของเธอระบายอารมณ์
ชิวจวี๋ตีตูดเขาดังเพี๊ยะอย่างหมั่นไส้ ไอ้เด็กบ้านี่ปลุกอารมณ์เธอจนเตลิดแล้วจะชิ่งหนีซะงั้น!
"รีบไปเถอะ!" แต่ด้วยความเป็นผู้หญิงอ่อนโยนและเข้าใจสถานการณ์ เธอจึงไม่โวยวาย ช่วยจัดเสื้อผ้าให้ไป๋อวิ๋นเฟยจนเรียบร้อย
ไป๋อวิ๋นเฟยเห็นความน่ารักของเธอ ก็ยิ่งหลงใหล กอดจูบเธออีกหลายฟอดกว่าจะยอมผละออก
"ผมไปก่อนนะ กลับมาจะชดเชยให้ชุดใหญ่เลย" ไป๋อวิ๋นเฟยกระซิบข้างหู
"เชอะ ใครเขาอยากได้กัน" ชิวจวี๋หน้าแดงก่ำตอบเสียงเขิน
ไป๋อวิ๋นเฟยขับรถบรรทุกไปส่งชิวจวี๋ที่บ้าน แล้วบึ่งรถมุ่งหน้าไปยังสวนสาธารณะแถวบ้านหลี่จวินทันที
การขับรถตอนกลางคืนค่อนข้างอันตราย โดยเฉพาะถนนในชนบทที่ขรุขระและไร้ไฟทาง
แต่สำหรับไป๋อวิ๋นเฟยที่มีเนตรทิพย์ กลางคืนก็สว่างเหมือนกลางวัน ขับรถได้ฉลุยไม่มีปัญหา
ถนนโล่งรถน้อย ไป๋อวิ๋นเฟยเหยียบคันเร่งเต็มที่ ใช้เวลาเพียงครึ่งเดียวของปกติก็มาถึงหน้าประตูสวนสาธารณะ
สวนสาธารณะแห่งนี้กว้างใหญ่ สร้างขึ้นบนภูเขา จึงมีทางลาดชันหลายจุด เป็นสวนเปิดที่ไม่มีรั้วกั้นและไม่มีคนเฝ้า
ไป๋อวิ๋นเฟยจอดรถแล้วเดินเข้าไป พยายามโทรหาหลี่จวินสองรอบแต่ไม่มีคนรับ จึงต้องเดินหาเอาเอง
ที่ศาลาพักร้อนกลางเขา หญิงสาวในชุดเดรสสายเดี่ยวคอลึกสุดเซ็กซี่กำลังฟุบหน้าดื่มเหล้าอยู่บนโต๊ะหิน ผมยาวสลวยสีดำขลับแผ่สยายคลอเคลียแผ่นหลังและใบหน้า ขับผิวขาวเนียนให้ดูผ่องอำไพ รูปร่างเย้ายวนใจ ส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจนไร้ที่ติ ภาพหญิงสาวแสนสวยที่ชวนให้เลือดกำเดาไหลนั่งดื่มเหล้าคนเดียวในที่เปลี่ยวแบบนี้ ช่างอันตรายเหลือเกิน
ในศาลาไม่มีคนอื่น แต่รอบๆ นั้นมีสายตาหื่นกระหายหลายคู่จับจ้องอยู่ พวกมันซุ่มดูอยู่หลังพุ่มไม้ราวกับหมาป่ารอตะครุบเหยื่อ
สวนสาธารณะยามค่ำคืนมักเป็นแหล่งมั่วสุมของพวกอันธพาล วัยรุ่นขี้ยา และพวกขี้เหล้าเมายาที่มาหาความสำราญ
ชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนฉุ ท่าทางหื่นกาม ทนไม่ไหวอีกต่อไป ตัดสินใจเดินเข้าไปทักทายหญิงสาว