เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 78 กฎหมายจะลงทัณฑ์เอง

บทที่ 78 กฎหมายจะลงทัณฑ์เอง

บทที่ 78 กฎหมายจะลงทัณฑ์เอง


หลี่เยี่ยนเสียรู้ดีว่าไป๋อวิ๋นเฟยมีเจตนาดีต้องการช่วยเหลือเธอ แต่ภายในใจของเธอกลับสับสนว้าวุ่น เพราะสิ่งที่จางเย่พูดนั้นถูกต้อง เธอไม่กล้าแจ้งความ หากทำไปแล้วพ่อแม่ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วยคงไม่คุ้มเสีย อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามเป็นถึงลูกหลานผู้มีอิทธิพล หากพวกมันรวมหัวกันเล่นงานเธอ เรื่องคงยิ่งยุ่งยากซับซ้อน และสุดท้ายคนที่ต้องทนทุกข์ทรมานก็คงหนีไม่พ้นตัวเธอเอง

หลี่จวินสังเกตเห็นแววตาสับสนและหวาดกลัวของหลี่เยี่ยนเสีย จึงหยิบบัตรประจำตัวตำรวจออกมาแสดง พร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“สวัสดีค่ะอาจารย์หลี่ ฉันกับเสี่ยวเฟยรู้จักกันมานานแล้ว อาจารย์วางใจเถอะค่ะ เสี่ยวเฟยเล่าสถานการณ์ของอาจารย์ให้ฉันฟังแล้ว ฉันรู้ว่าอาจารย์กลัวอะไรและกังวลเรื่องไหน แต่พวกเรามีหน้าที่รับใช้ประชาชน เราจะปกป้องพวกคุณเองค่ะ หากอาจารย์ไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถบอกเราได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าคนร้ายจะมีเบื้องหลังใหญ่โตแค่ไหน เราก็จะจับกุมมาดำเนินคดีให้ได้ และเราจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของอาจารย์และครอบครัวค่ะ”

ไป๋อวิ๋นเฟยช่วยพูดเสริม “อาจารย์หลี่ครับ ตำรวจมาถึงที่นี่แล้ว อาจารย์ต้องเชื่อใจตำรวจนะครับ ถึงจะช่วยจัดการปัญหาได้ ผมรับรองว่าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายอาจารย์กับคุณพ่อคุณแม่เด็ดขาด”

ด้วยการให้กำลังใจจากทั้งสองคน หลี่เยี่ยนเสียจึงคลายความกังวลลง เธอรวบรวมความกล้า แววตาเริ่มฉายความมุ่งมั่น เธอมองไปที่ไป๋อวิ๋นเฟยและหลี่จวิน แล้วพูดอย่างจริงจัง

“ขอบคุณพวกเธอมากนะ ครูยินดีแจ้งความและจะให้ความร่วมมือจับคนร้าย”

หลี่จวินยิ้มตอบ “คิดถูกแล้วค่ะ อาจารย์พอจะจำตำหนิรูปพรรณหรือชื่อของพวกมันได้ไหมคะ?”

เมื่อหลี่เยี่ยนเสียหวนนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นหวาดกลัว ตัวสั่นเทิ้มด้วยความหนาวเหน็บ ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกอบอุ่นขึ้น เพราะไป๋อวิ๋นเฟยช่วยห่มผ้าให้เธอ

หลี่เยี่ยนเสียรู้สึกอุ่นใจขึ้น เธอเอื้อมมือไปจับมือไป๋อวิ๋นเฟยไว้ แล้วเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้หลี่จวินฟังอย่างละเอียด โดยมีหลี่จวินคอยจดบันทึกไปด้วย

“วันนั้นฉันกำลังเดินเที่ยวอยู่กับเพื่อน จู่ๆ จางเย่ก็โทรมาหา บอกให้ไปหาที่โรงแรมเพื่อปรึกษาเรื่องแต่งงาน ใครจะไปรู้ว่าพอไปถึงห้องพัก ฉันกลับเห็นจางเย่ถูกชายสี่คนกดตัวไว้ มือของเขาถูกจับกางออกบนโต๊ะ และมีคนถือมีดจ่อเตรียมจะตัดมือเขา พอเห็นฉันมาถึง พวกนั้นก็ปล่อยเขา แล้วจางเย่ก็บอกพวกมันว่า 'คู่หมั้นผมมาแล้ว เชิญพวกคุณตามสบายเลย' จากนั้นเขาก็เดินหนีออกไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย”

หลี่เยี่ยนเสียสะอื้น “หลังจากนั้นฉันก็ถูกผู้ชายสี่คนนั้นกดตัวไว้ บังคับกรอกเหล้าและข่มขู่ให้ฉันยอมจำนน ตอนนั้นฉันเสียใจและสิ้นหวังมาก แต่เหลือบไปเห็นหน้าต่างโรงแรมเปิดอยู่ ฉันเลยหลอกพวกมันว่าฉันยังไม่บรรลุนิติภาวะ บัตรประชาชนทิ้งไว้ที่หน้าประตู พอพวกมันเผลอเดินไปดู ฉันก็ตัดสินใจกระโดดลงมาจากหน้าต่าง ตกลงไปในแม่น้ำ จนได้รับบาดเจ็บอย่างที่เห็นค่ะ”

เมื่อหลี่จวินได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ก็โกรธจัดจนทุบโต๊ะดังปัง “สารเลวเอ๊ย! พวกเดรัจฉาน!”

หลี่จวินเป็นตำรวจน้ำดีที่ทุ่มเทเพื่อประชาชน เธอเกลียดชังเรื่องพรรค์นี้เข้ากระดูกดำ โดยเฉพาะจางเย่ ยิ่งเลวระยำกว่าใคร ถึงขั้นส่งว่าที่ภรรยาตัวเองให้คนอื่นย่ำยีเพื่อเอาตัวรอด

หลังจากจดบันทึกเสร็จ หลี่จวินถามต่อ “อาจารย์หลี่คะ พอจะทราบชื่อพวกมันไหมคะ?”

หลี่เยี่ยนเสียครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วตอบ “ชื่อจริงฉันไม่รู้ แต่ได้ยินพวกมันเรียกกันว่า 'คุณชาย' มีคุณชายหวัง คุณชายไช่ และคุณชายหวง”

“สามคนนี้อีกแล้วเหรอ...” หลี่จวินฟังจบก็รู้ทันที อำเภอเล็กๆ แค่นี้ แก๊งลูกคุณหนูไฮโซที่มีอิทธิพลชั่วๆ มีอยู่ไม่กี่กลุ่ม จำแนกได้ง่ายมาก

หลี่จวินเปิดเว็บไซต์ฐานข้อมูลตำรวจ ค้นหารูปถ่ายผู้ต้องสงสัยแล้วยื่นให้หลี่เยี่ยนเสียดู เพียงไม่นานก็ยืนยันตัวตนได้

“ใช่ค่ะ สามคนนี้แหละ!” หลี่เยี่ยนเสียยืนยัน

“ทำไมต้องเป็นไอ้สวะสามตัวนี้ด้วย!” หลี่จวินพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ไป๋อวิ๋นเฟยจำหน้าหนึ่งในนั้นได้ 'หวังตู้ฮ่าว' หรือคุณชายหวัง คือคนเดียวกับที่เคยพยายามจะทำร้ายไป๋เสี่ยวเสี่ยวที่โต๊ะสนุกเกอร์คราวนั้น

“ที่แท้ก็มัน! คราวก่อนผมเคยซัดมันไปทีหนึ่งแล้ว! ไม่นึกว่ามันจะกล้ามาก่อเรื่องกับอาจารย์อีก” ไป๋อวิ๋นเฟยพูดด้วยความโกรธแค้น

“เธอรู้จักมันเหรอ? คนนี้ชื่อหวังตู้ฮ่าว ส่วนคนนี้หวงซีเจี๋ย และคนนี้ชื่อไช่เลี่ยง ทั้งสามคนเป็นเพลย์บอยตัวพ่อประจำอำเภอเรา” หลี่จวินกล่าวเสียงเย็น “สามคนนี้ลื่นเป็นปลาไหล ทำเรื่องชั่วไว้เยอะแต่หาหลักฐานมัดตัวยาก โดยเฉพาะไช่เลี่ยง พ่อมันเป็นเจ้าของ 'เซิ่งเหอสนุกเกอร์คลับ' วีรกรรมเยอะมาก เห็นชีวิตคนเป็นผักปลา!”

“มีผมอยู่ทั้งคน กล้ามาทำร้ายผู้มีพระคุณของผม ผมจะทำให้พวกมันรู้ซึ้งถึงความน่ากลัว ให้พวกมันตายกันให้หมด” ไป๋อวิ๋นเฟยพูดด้วยน้ำเสียงอำมหิต บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกจนหลี่เยี่ยนเสียที่ห่มผ้าอยู่ยังรู้สึกหนาวสะท้าน

หลี่จวินกลัวว่าไป๋อวิ๋นเฟยจะใช้ความรุนแรงตัดสินปัญหา จึงรีบปราม “เสี่ยวเฟย เธอห้ามทำอะไรบุ่มบ่ามนะ! แม้พวกมันจะทำผิด แต่ก็มีกฎหมายคอยลงโทษ เธอจะลงมือเองโดยพลการไม่ได้”

ความกังวลของหลี่จวินมีเหตุผล หนึ่งคือกลัวไป๋อวิ๋นเฟยจะซ้อมคนจนพิการอีก สองคือเซิ่งเหอสนุกเกอร์คลับมีความซับซ้อนซ่อนเงื่อน เธอไม่อยากให้ไป๋อวิ๋นเฟยเข้าไปพัวพันกับพวกพ่อค้าหน้าเลือดพวกนั้น

“ถ้าพวกมันได้รับโทษตามกฎหมายอย่างสาสม ผมจะไม่ลงมือครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยกล่าวเสียงเรียบ

ความหมายแฝงของเขาก็คือ ถ้าศาลไม่ลงโทษพวกมัน ผมนี่แหละจะทวงคืนความยุติธรรมให้อาจารย์เอง ทุกคนรู้แค่ว่าเขาเป็นชาวนาปลูกผัก แต่ไม่มีใครรู้ว่าเขาคือ 'ผู้ฝึกยุทธ์พลังปราณ'

หลี่จวินได้ยินดังนั้นก็เบาใจ “มีฉันอยู่ทั้งคน จะต้องลากคอพวกมันมาลงโทษให้ได้”

หลี่จวินดูเวลาเห็นว่าดึกแล้ว จึงขอตัว “งั้นเอาตามนี้นะคะ ฉันขอตัวไปทำงานก่อน”

ไป๋อวิ๋นเฟยคิดจะมอบยันต์คุ้มกายให้หลี่จวินติดตัวไว้ แต่พอลล้วงกระเป๋าดูถึงรู้ว่ายันต์หมดแล้ว จึงต้องล้มเลิกความคิด

“เสี่ยวเฟย แล้วพ่อแม่ครูจะทำยังไง? พวกท่านไม่มีที่ไปแล้วนะ” หลี่เยี่ยนเสียถามด้วยความร้อนใจ

“อาจารย์หลี่วางใจเถอะครับ ผมคิดแผนไว้แล้ว เดี๋ยวผมจะไปรับพวกเขาไปส่งในที่ที่ปลอดภัย ที่อยู่คือที่ไหนครับ? ส่งเข้ามือถือผมเลย”

หลังจากได้ที่อยู่ ไป๋อวิ๋นเฟยก็ขับรถมุ่งหน้าไปทันที

ไม่นานนัก ไป๋อวิ๋นเฟยก็ไปรับพ่อแม่ของหลี่เยี่ยนเสียที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ผู้เฒ่าทั้งสองพอทราบข่าวว่าลูกสาวโทนถูกคนปองร้ายจนต้องนอนโรงพยาบาล ตลอดทางก็นั่งตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว อยากจะรีบไปให้ถึงลูกสาวเร็วๆ

เมื่อมาถึงโรงพยาบาลและได้เห็นสภาพลูกสาวที่เคยร่าเริงสดใส บัดนี้เต็มไปด้วยบาดแผล สองผู้เฒ่าทั้งโกรธทั้งเสียใจ

ตอนแรกทั้งคู่ยืนกรานจะไม่ยอมไปไหน จะขออยู่เฝ้าลูกสาวที่โรงพยาบาล แต่ไป๋อวิ๋นเฟยรับประกันหนักแน่นว่าจะรักษาหลี่เยี่ยนเสียให้หายเป็นปกติ และเกลี้ยกล่อมให้ทั้งสองไปหลบภัยในที่ปลอดภัยก่อนเพื่อไม่ให้เป็นภาระหรือจุดอ่อน ผู้เฒ่าทั้งสองจึงยอมเชื่อฟัง

ไป๋อวิ๋นเฟยขับรถไปรับไป๋เสี่ยวเสี่ยวที่โรงแรมเฟยเอ๋อร์เล่อ จากนั้นก็ขับรถมุ่งหน้ากลับหมู่บ้านไป๋จู๋

หมู่บ้านไป๋จู๋ตั้งอยู่ในหุบเขาลึก คนนอกหาทางเข้าได้ยาก อีกทั้งที่ฟาร์มยังมีสุนัข 13 ตัวที่เลี้ยงด้วยน้ำทิพย์จนเติบโตแข็งแรงดุจยอดสุนัข เปรียบเสมือนมีบอดี้การ์ดชั้นยอด 13 นายคอยคุ้มกัน การพาพ่อแม่ของอาจารย์มาหลบซ่อนที่นี่จึงเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด

จบบทที่ บทที่ 78 กฎหมายจะลงทัณฑ์เอง

คัดลอกลิงก์แล้ว