- หน้าแรก
- ยอดหมอเทพแห่งหมู่บ้านเร้นลับ
- บทที่ 65 ผมเป็นชาวนาอยู่ที่บ้าน
บทที่ 65 ผมเป็นชาวนาอยู่ที่บ้าน
บทที่ 65 ผมเป็นชาวนาอยู่ที่บ้าน
เจ้าสุนัขตัวโตตัวนี้ตัวใหญ่กว่าเมื่อวานขึ้นอีกหลายเท่า ดูไปแล้วเหมือนหมาป่าสีเทาตัวมหึมาไม่มีผิด ไป๋อวิ๋นเฟยสั่งให้เจ้าหมาใหญ่นั่งลง แล้วพูดกับมันว่า
“แกวิ่งเร็วขนาดนี้ ต่อไปชื่อของแกคือ เฟยเหมาทุ่ย เป็นยังไง?”
เจ้าหมาสีดำตัวใหญ่พยักหน้าอย่างดีใจ
ไป๋อวิ๋นเฟยปล่อยสุนัขที่เหลืออีก 12 ตัวออกมา แล้วใช้วิชาควบคุมสัตว์สื่อสารกับพวกมัน โดยแต่งตั้งให้เฟยเหมาทุ่ยเป็นลูกพี่ใหญ่
“ต่อไปพวกแกต้องช่วยฉันเฝ้าฟาร์ม ห้ามให้ใครมาขโมยผักหรือปลาในฟาร์มเด็ดขาด เข้าใจไหม?” ไป๋อวิ๋นเฟยเห็นเจ้าหมาใหญ่พยักหน้ารับอีกครั้ง ก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
“เสี่ยวเฟย มากินมื้อเช้าได้แล้วลูก” หลี่ชิ่วหลานยกอาหารเช้าเข้ามา พอเห็นฝูงสุนัขตัวโตมากมายก็ตกใจสะดุ้ง
ไป๋อวิ๋นเฟยรีบอธิบายให้แม่เข้าใจ พร้อมบอกว่าจะออกไปทำธุระในเมืองวันนี้ เขาจัดการมื้อเช้าอย่างรวดเร็ว เดิมทีตั้งใจจะชวนเซี่ยอวี่เฟยไปด้วย แต่เธอยังนอนขี้เซาไม่ตื่น เขาจึงออกเดินทางไปคนเดียว
เมื่อวานเขาคุยโทรศัพท์กับนายกเทศมนตรีเหยาอวี้หวนเรื่องการสร้างถนน เดิมทีไป๋อวิ๋นเฟยก็ตั้งใจจะซ่อมแซมถนนอยู่แล้ว พอได้ยินว่ามีงบประมาณอุดหนุน วันนี้เขาจึงขับรถตรงไปที่ห้องทำงานของนายกเทศมนตรีทันที
เมื่อไป๋อวิ๋นเฟยมาถึงห้องทำงาน เหยาอวี้หวนกำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่ที่โต๊ะ วันนี้เธอสวมชุดเดรสสีดำขับผิวให้ดูขาวอมชมพู สภาพจิตใจดูดีเยี่ยม สดใสกว่าตอนที่ถูกวิญญาณรังควานมากนัก
“มาแล้วเหรอ เชิญนั่งสิ” เหยาอวี้หวนเชิญไป๋อวิ๋นเฟยนั่ง พร้อมรินน้ำชาต้อนรับ
“พี่อวี้หวนครับ เรื่องสร้างถนนที่คุยกันไว้...” ไป๋อวิ๋นเฟยเกริ่นถาม
“ใช่จ้ะ ผักที่เธอส่งมาให้ทุกสัปดาห์ ฉันกินแล้วรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่ามาก คุณตาของฉันที่เป็นผู้ใหญ่ในตระกูลได้กินแล้วก็ติดใจ อยากกินอีกเรื่อยๆ ทางเบื้องบนเลยเห็นว่าฟาร์มของเธออยู่ในหุบเขา การเข้าออกลำบาก จึงมีมติจะอนุมัติงบประมาณสร้างถนนเข้าหมู่บ้าน พร้อมเงินอุดหนุนตามนโยบาย” เหยาอวี้หวนกล่าว
“จริงสิ เธอเคยคิดจะย้ายฟาร์มไปที่อื่นบ้างไหม? ทางอำเภอสามารถจัดสรรที่ดินแปลงพิเศษให้เธอได้นะ”
หลังจากที่คุณตาได้ทานผักแล้วติดใจ เหยาอวี้หวนก็ตระหนักว่าฟาร์มของไป๋อวิ๋นเฟยไม่ได้มีศักยภาพแค่ส่งวัตถุดิบให้โรงแรมเฟยเอ๋อร์เล่อเท่านั้น แต่ยังสามารถขยายตลาดไปได้ไกลกว่านั้น การอยู่ในหุบเขาลึกเป็นข้อจำกัดในการพัฒนา ถ้าสามารถย้ายออกมาข้างนอกได้ย่อมดีกว่า
“คงไม่ได้หรอกครับ ผมสำรวจมาดีแล้ว พื้นที่ตรงนั้นเหมาะกับการทำฟาร์มของผมที่สุด ที่อื่นคงทำไม่ได้” ไป๋อวิ๋นเฟยปฏิเสธ แม้การย้ายออกมาจะทำให้รวยเร็วขึ้น แต่เป้าหมายหลักของเขาไม่ใช่แค่เงิน แต่คือการพาชาวบ้านในหมู่บ้านไป๋จู๋ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นไปด้วยกัน
“ที่อื่นก็เหมือนกันแหละ ฉันดูแล้วคุณภาพดินก็ไม่ต่างกัน” เหยาอวี้หวนเตรียมการมาอย่างดี ถึงขั้นสำรวจคุณภาพดินในพื้นที่อื่นไว้แล้ว
“พี่อวี้หวนครับ บอกตามตรงนะ ที่ดินแปลงนั้นมันเกี่ยวกับเรื่องฮวงจุ้ยด้วยครับ ถ้าย้ายไปที่อื่น คงปลูกไม่ได้ผลผลิตแบบนี้แน่” ไป๋อวิ๋นเฟยยกเรื่องความเชื่อมาอ้าง
เหยาอวี้หวนได้ยินดังนั้นก็ผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็เข้าใจได้
“แต่ฟาร์มของเธออยู่ลึกขนาดนั้น การคมนาคมไม่สะดวกเลยนะ” เหยาอวี้หวนทักท้วง
“ก็สร้างถนนไงครับ ผมเองก็วางแผนเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว” ไป๋อวิ๋นเฟยตอบ
“สร้างถนนเหรอ? เส้นทางจากหมู่บ้านไปตัวอำเภอ จะเจาะอุโมงค์หรือทำรถไฟความเร็วสูงคงเป็นไปไม่ได้ อย่างมากก็ทำได้แค่ถนนลาดยางเลียบภูเขา” เหยาอวี้หวนอธิบาย
“งั้นถนนเลียบภูเขาเอาความกว้างสักเจ็ดเมตรนะครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยเสนอ
“ฉันดูงบแล้ว สี่เมตรก็น่าจะเต็มกลืนแล้วล่ะ งบประมาณเรามีจำกัด” เหยาอวี้หวนชี้แจง
“เอาอย่างนี้ พี่ดูว่ามีงบเท่าไหร่ ส่วนที่ขาดเหลือผมจะออกเอง ไหนๆ จะสร้างทั้งทีก็เอาให้ดีไปเลย จะได้ไม่ต้องมาซ่อมแซมขยายทางทีหลังให้วุ่นวาย”
ไป๋อวิ๋นเฟยคำนวณในใจ ตอนนี้เขามีเงินอยู่หลายล้านหยวน บวกกับเงินอุดหนุนจากอำเภอ ก็น่าจะยังไม่พอ แต่เขาสามารถหยิบยืมจากบริษัทเหยียนหรูอี้หรือหวงจินโปได้
“เธอจะออกเองเหรอ? ส่วนนี้เบิกคืนไม่ได้นะ” เหยาอวี้หวนเตือน
“ผมทราบครับ ตกลงตามนี้ พี่ช่วยดูเรื่องนโยบายส่วนลดต่างๆ ให้ผมด้วยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยสรุป
“ฉันต้องเขียนรายงานเสนอเรื่องก่อนถึงจะรู้ยอดที่แน่นอน แต่ฉันจะพยายามดึงงบมาช่วยเธอให้ได้มากที่สุด โครงการใหญ่นี้ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงของฉันเหมือนกัน วินวินทั้งคู่” เหยาอวี้หวนยิ้มกว้าง
หลังจากพูดคุยและร่ำลากัน ไป๋อวิ๋นเฟยก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังโรงแรมเฟยเอ๋อร์เล่อ
“ฮัลโหล พี่” ไป๋เสี่ยวเสี่ยวรับโทรศัพท์
“เสี่ยวเสี่ยว ทำงานอยู่หรือเปล่า? พี่กำลังไปรับนะ” ไป๋อวิ๋นเฟยวางสายแล้วเดินเข้าไปในล็อบบี้โรงแรม
ทันทีที่มาถึงหน้าโรงแรม เขาเห็นแถวลูกค้ายาวเหยียดออกมาจากร้านอาหารชั้นหนึ่ง ไม่นึกว่าธุรกิจโรงแรมจะดีขนาดนี้ ลูกค้าแน่นขนัด แสดงว่าผักผลไม้จากฟาร์มของเขาขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
ไป๋อวิ๋นเฟยเดินตรงเข้าไปที่ล็อบบี้ แต่จู่ๆ ก็ได้ยินคนเรียกชื่อตัวเอง จึงหันไปมอง
“ไป๋อวิ๋นเฟย! ทางนี้!” ชายหนุ่มผิวคล้ำหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ แต่งตัวจัดเต็มแบบเศรษฐีใหม่ กวักมือเรียกเขา
“อ้าว นึกว่าใคร ที่แท้ก็นายนี่เอง ไม่เจอกันไม่กี่ปี เปลี่ยนไปเยอะจนฉันแทบจำไม่ได้” ไป๋อวิ๋นเฟยยิ้มทักทาย
“เติ้งเชี่ยน ทำไมไม่ทักทายไป๋อวิ๋นเฟยหน่อยล่ะ?” หวงจื่อเลียง พูดพลางโอบไหล่เติ้งเชี่ยนเข้ามาแนบชิด
ไป๋อวิ๋นเฟยสำรวจทั้งคู่ หวงจื่อเลียงแต่งตัวดูพยายามจะรวย สวมสร้อยทองเส้นโตเท่าโซ่ล่ามสุนัขที่คอ
“เสี่ยวเฟย ไม่เจอกันนานนะ” เติ้งเชี่ยนพยายามเบี่ยงตัวออกจากอ้อมกอดของหวงจื่อเลียง รักษาระยะห่างไว้อย่างสุภาพ
การกระทำของเธอทำให้หวงจื่อเลียงรู้สึกเสียหน้า เขาจึงตัดสินใจจะฉีกหน้าไป๋อวิ๋นเฟยต่อหน้าเติ้งเชี่ยน ให้เธอรู้ว่าใครกันแน่ที่มีพาวเวอร์มากกว่า
“ตอนนี้ทำงานทำการที่ไหนล่ะเพื่อน?” หวงจื่อเลียงมองเสื้อผ้าเนื้อหยาบของไป๋อวิ๋นเฟยด้วยสายตาดูแคลน ดูปราดเดียวก็รู้ว่ามาจากบ้านนอก คงไม่มีงานดีๆ ทำแน่
“พูดเป็นเล่นน่า ฉันก็เป็นชาวนาทำไร่ไถนาอยู่ที่บ้านนั่นแหละ” ไป๋อวิ๋นเฟยตอบพร้อมรอยยิ้ม
หวงจื่อเลียงยังไม่พอใจกับคำตอบและท่าทีของไป๋อวิ๋นเฟย จึงคิดจะเหยียบย่ำให้จมดินยิ่งกว่าเดิม
“เสี่ยวเฟย ได้ข่าวว่านายไปข่มขืนใครจนโดนขังคุกมาหลายปีไม่ใช่เหรอ? เอาอย่างนี้ไหม เห็นแก่ที่เราเป็นเพื่อนร่วมรุ่น นายไปทำงานที่โรงงานฉัน ฉันให้เดือนละเก้าร้อยหยวน กินอยู่เสร็จสรรพ” หวงจื่อเลียงพูดด้วยน้ำเสียงอวดเบ่ง
“ฉันเป็นชาวนาอยู่ที่บ้านก็สบายดีอยู่แล้ว” ไป๋อวิ๋นเฟยเริ่มสัมผัสได้ว่าหวงจื่อเลียงจงใจหาเรื่อง เดิมทีคิดว่าจะมาคุยกับเพื่อนเก่าดีๆ แต่เจอแบบนี้ก็หมดอารมณ์
เติ้งเชี่ยนแอบกระตุกชายเสื้อหวงจื่อเลียงเพื่อเตือนสติ แต่กลับยิ่งทำให้หวงจื่อเลียงโมโหหนักกว่าเดิม
“จริงสิ พวกเธอสองคนมาคบกันได้ยังไงเนี่ย?” ไป๋อวิ๋นเฟยถามด้วยความสงสัย จำได้ว่าเมื่อก่อนเติ้งเชี่ยนเป็นถึงดาวห้อง ส่วนหวงจื่อเลียงเป็นนักเรียนสอบได้ที่โหล่ แถมเติ้งเชี่ยนยังเป็นคนหยิ่งทระนง ไม่นึกว่าไม่เจอกันไม่กี่ปี อะไรๆ ก็เปลี่ยนไปขนาดนี้
คำถามที่ไร้เจตนาของไป๋อวิ๋นเฟย กลับถูกตีความเป็นอีกความหมายในหูของทั้งสองคน
“ทำไม? ฉันจะคบกับเธอไม่ได้หรือไง? ตอนนี้ฉันรวยแล้ว จะจีบเธอก็ต้องจีบติดอยู่แล้ว ไม่เหมือนนายหรอก แต่งตัวซอมซ่อเป็นชาวนาแบบนี้ คงไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากไปกัดก้อนเกลือกินด้วยหรอกจะบอกให้ อาหารมื้อนี้บนโต๊ะราคาเป็นพันหยวน ลำพังเงินเดือนนายทั้งเดือนคงไม่มีปัญญาจ่ายด้วยซ้ำมั้ง” หวงจื่อเลียงพูดจาถากถางด้วยความดูถูก