- หน้าแรก
- ยอดหมอเทพแห่งหมู่บ้านเร้นลับ
- บทที่ 62 ได้เวลาต้องไปแล้ว
บทที่ 62 ได้เวลาต้องไปแล้ว
บทที่ 62 ได้เวลาต้องไปแล้ว
“เฟยเฟย เธอยังเด็ก ผิวพรรณก็ดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ของแบบนี้หรอก แม่เธอผิวไม่ดีเท่า ให้แม่ลองจะเห็นผลชัดกว่าไม่ใช่เหรอครับ?” ไป๋อวิ๋นเฟยอธิบาย
“อื้อ มีเหตุผลค่ะ ถึงตอนนั้นใครบางคนคงหน้าแตกยับเยินแน่ๆ!” เซี่ยอวี่เฟยหัวเราะร่า
“ได้จ้ะ น้าจะดื่มเอง” จางชุ่ยรับขวดไปดื่มรวดเดียวหมด รู้สึกถึงรสหวานติดปลายลิ้น อร่อยกว่าน้ำอัดลมเสียอีก
“อร่อยมากเลย น้ายังอยากดื่มอีก รสชาติดีกว่าน้ำผลไม้อีกนะเนี่ย” จางชุ่ยพูดอย่างดีใจ
“เรียบร้อยครับ เราไปนั่งพักตรงโน้นกันเถอะ” ไป๋อวิ๋นเฟยพูดจบก็เดินไปนั่งจิบชาที่โซฟา
“เหอะ สร้างภาพ เดี๋ยวจะคอยดูว่ามีสรรพคุณอะไรบ้าง” เหล่าจางเดินตามไปดื่มชาด้วยท่าทีฮึดฮัด
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง
โครกคราก...
ท้องของจางชุ่ยส่งเสียงร้องประท้วง
“อุ๊ย! ขอตัวเดี๋ยวเดียวนะ เดี๋ยวมาจ้ะ” จางชุ่ยเอามือกุมท้องวิ่งจู๊ดออกไป
“แม่คะ! เป็นอะไรไปคะ” เซี่ยอวี่เฟยถามด้วยความกังวล
“หึ ก็ดื่มยาน้ำที่ไอ้หนุ่มนี่ผสมมั่วๆ เข้าไปน่ะสิ ท้องเสียแน่ๆ รีบพาไปหาหมอเถอะ” เหล่าจางพูดประชดประชัน
“อย่ามาใส่ร้ายพี่เสี่ยวเฟยนะ ไม่ใช่เพราะยาน้ำของพี่เขาแน่ๆ” เซี่ยอวี่เฟยเถียงกลับ
ไม่กี่นาทีต่อมา จางชุ่ยก็กลับมาด้วยสีหน้าสดใสเปล่งปลั่ง
“แม่คะ เป็นไงบ้าง?” เซี่ยอวี่เฟยถาม
“แม่ไม่เป็นไรจ้ะ ตอนนี้รู้สึกตัวเบาสบายขึ้นเยอะเลย” จางชุ่ยยิ้มตอบ
“นึกว่าเป็นยาวิเศษอะไร ที่แท้ก็ยาต้มลดความอ้วน” เหล่าจางพูดอย่างเอือมระอา
ไป๋อวิ๋นเฟยลุกขึ้น ยกกะละมังใส่น้ำสะอาดเข้ามาหาจางชุ่ยแล้วบอกว่า “น้าจางครับ ล้างหน้าหน่อยเถอะครับ”
เซี่ยอวี่เฟยได้ยินดังนั้นจึงหันไปมองหน้าแม่ แล้วอุทานด้วยความตกใจ “แม่คะ ทำไมหน้าเหลืองอ๋อยแบบนั้นล่ะ!”
“หา?!” จางชุ่ยตกใจ รีบส่องกระจกดู พบว่าหน้าตัวเองเหลืองเหมือนขี้ผึ้ง ในใจเริ่มระแวงยาน้ำของไป๋อวิ๋นเฟย แต่พอนึกถึงฝีมือการรักษาของเขา ก็รีบปัดความคิดนั้นทิ้งไป
“ฮ่าๆๆ ไหนคุยว่าเป็นยาน้ำบำรุงความงาม ฉันว่าเป็นยาน้ำบำรุงความขี้เหร่มากกว่ามั้ง! ฮ่าๆๆ” เหล่าจางหัวเราะอย่างสะใจ แต่พอนึกได้ว่าจางชุ่ยเป็นเจ้านาย ก็รีบหุบยิ้มเปลี่ยนน้ำเสียง “บอสครับ รีบไปโรงพยาบาลเถอะครับ ท้องเสียด้วย หน้าเหลืองด้วย กลัวว่าจะโดนยาพิษเอานะครับ”
“ไม่เป็นไรครับ ล้างหน้าก็หายแล้ว” ไป๋อวิ๋นเฟยบอก
จางชุ่ยใช้ผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำเช็ดหน้า พอกลับมาส่องกระจกอีกครั้ง ก็พบว่าผิวขาวขึ้นถึงสองระดับ ริ้วรอยจางลง ฝ้ากระบนใบหน้าดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนจุดเล็กๆ หายวับไปเลย
“ว้าว คุณแม่คะ แม่ดูเด็กลงเยอะเลย” เซี่ยอวี่เฟยจ้องหน้าแม่แล้วพูดด้วยความทึ่ง
“อะไรนะ?! ไหนขอดูหน่อย” เหล่าจางไม่ค่อยอยากจะเชื่อ จึงชะโงกหน้าเข้ามาดู พอเห็นผลลัพธ์ก็ยืนตะลึงตาค้าง
เหล่าจางดีกรีดอกเตอร์ จู่ๆ ก็รู้สึกว่าความรู้ที่ร่ำเรียนมาหลายปีสูญเปล่า สู้ชาวนาคนหนึ่งยังไม่ได้
“เหล่าจาง ทีนี้เชื่อหรือยัง?” จางชุ่ยยิ้มถาม
“เชื่อครับ เทพจริงๆ ท่านอาจารย์ครับ ช่วยสอนผมสักนิดได้ไหมครับ?” เหล่าจางเป็นคนบ้างานวิจัย พอเห็นผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง ก็เกิดความสนใจในตัวยาน้ำนี้ขึ้นมาทันที
“ไม่มีปัญหาครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยตอบ
จางชุ่ยส่องกระจกดูตัวเองยิ่งดูก็ยิ่งปลื้ม นอกจากความสวยงามแล้ว เธอก็มองเห็นโอกาสทางธุรกิจมหาศาล จางชุ่ยเป็นนักธุรกิจมืออาชีพ รู้ดีว่าเงินของผู้หญิงและเด็กหาง่ายที่สุด จึงคิดเรื่องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและผลิตจำนวนมากทันที
“เสี่ยวเฟย ยาน้ำตัวนี้ผลิตล็อตใหญ่ได้ไหมจ๊ะ?”
“น้าจางครับ ทำได้ครับ! เพียงแต่ถ้าผลิตจำนวนมาก ประสิทธิภาพจะลดลงครับ ที่กินครั้งแรกแล้วท้องเสียเรียกว่าการขับพิษ ครั้งต่อไปจะไม่เป็นแล้วครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยอธิบาย เพื่อให้เห็นผลไว เขาแอบใส่พลังปราณลงไป แต่ถ้าผลิตโรงงานคงใส่พลังปราณไม่ได้ ประสิทธิภาพจึงต้องลดลง
“ผลิตจำนวนมากได้ก็พอแล้ว ประสิทธิภาพลดลงหน่อยยิ่งดี จะได้ขายกินยาวๆ” จางชุ่ยเข้าใจหลักธุรกิจดี ถ้าดีเกินไปลูกค้าซื้อครั้งเดียวจบ ถ้าอ่อนลงหน่อย ลูกค้าต้องซื้อซ้ำกินต่อเนื่องสักหนึ่งหรือสองคอร์ส กำไรก็จะมากขึ้น
“เสี่ยวเฟย ถ้าอย่างนั้นน้าเพิ่มหุ้นให้เธออีกนะ เพราะคำนวณดูแล้ว ฝ่ายน้าได้ประโยชน์มากกว่า” จางชุ่ยเสนอ
“น้าจางครับ ไม่ต้องหรอกครับ ปกติผมก็บริหารไม่เป็นอยู่แล้ว เดี๋ยวภาระตกที่น้าหมด แบบนี้ก็ดีแล้วครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยปฏิเสธ
“ไม่ได้จ้ะ เอาอย่างนี้ เธอจดทะเบียนบริษัทใหม่ บริษัทน้าจะลงเงินทุนให้ ถือหุ้นร่วมกัน น้า 2 ส่วน เธอ 8 ส่วน” จางชุ่ยยื่นข้อเสนอ
“แบบนั้นจะยุ่งยากไปไหมครับ?” ไป๋อวิ๋นเฟยถาม
“ไม่ยุ่งยากหรอกจ้ะ ขั้นตอนพวกนี้น้าถนัด แป๊บเดียวก็เสร็จ” จางชุ่ยยืนยัน
“ก็ได้ครับ รบกวนน้าจางด้วย แต่เรื่องหุ้นเอาน้า 3 ส่วน ผม 7 ส่วนนะครับ ตกลงตามนี้” เดิมทีไป๋อวิ๋นเฟยก็คิดอยากเปิดบริษัทผลิตยาอยู่แล้ว ถือโอกาสนี้เปิดเลยก็ดี
“ก็ได้จ้ะ พ่อหนุ่มคนนี้หัวดื้อจริงๆ” จางชุ่ยยิ้มพลางส่ายหน้า
จางชุ่ยเป็นหญิงแกร่ง เช้าวันรุ่งขึ้นก็ลากไป๋อวิ๋นเฟยไปจดทะเบียน วิ่งเต้นเอกสารไม่กี่วันก็เรียบร้อย
“เสี่ยวเฟย จะตั้งชื่อยาน้ำว่าอะไรดี?” จางชุ่ยถาม
“ผมยังนึกไม่ออกเลยครับ น้าจางช่วยตั้งให้หน่อยสิครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยบอก
“งั้นชื่อ 'ฮวาหรง' ดีไหม?” จางชุ่ยเสนอ
“อื้อ เข้าท่าดีครับ เอาชื่อนี้แหละ” ไป๋อวิ๋นเฟยหัวเราะ
“จริงสิเสี่ยวเฟย ไลน์ผลิตยาน้ำของเธอไม่ต้องซื้อเครื่องจักรใหม่นะ ใช้โรงงานของน้าผลิตได้เลย” จางชุ่ยบอก
ไป๋อวิ๋นเฟยรู้สึกซาบซึ้งใจ จางชุ่ยคิดเผื่อเขาไว้หมดแล้ว บริษัทใหม่ยังไม่เปิดตัว เขาก็ยังไม่รีบ ไม่ต้องจ้างคนไม่ต้องซื้อเครื่อง เป็นแค่บริษัทแต่ในนามไปก่อน
“ตกลงครับ งั้นเราไปลองผลิตล็อตแรกกันเถอะ”
ไป๋อวิ๋นเฟยกับจางชุ่ยไปที่โรงงาน พนักงานกำลังทำงานกันขะมักเขม้น หัวหน้าช่างสอนไป๋อวิ๋นเฟยใช้เครื่องจักร ด้วยความที่เป็นคนหัวไวระดับสอบติดมหาวิทยาลัย แป๊บเดียวเขาก็เรียนรู้จนคล่อง ไม่ถึงสัปดาห์ ยาน้ำฮวาหรงล็อตแรกก็ผลิตออกมาได้อย่างราบรื่น
หลังจากเสร็จธุระ ไป๋อวิ๋นเฟยนึกขึ้นได้ว่าจากฟาร์มมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว เริ่มคิดถึงบ้าน คิดถึงชิวจวี๋ขึ้นมา เขาจึงไปหาเซี่ยเหยียนจวิน เรียกให้ไปพบที่ห้องทำงาน
เซี่ยเหยียนจวินยกภูเขาออกจากอก เขารอคอยวันนี้ด้วยความหวาดหวั่น แต่สิ่งที่ต้องเกิดก็ต้องเกิด เขารู้ดีว่าถึงเวลาต้องไปแล้ว ผีไม่ควรอยู่ปะปนกับคนเป็นนานเกินไป
“ท่านเทพ เรียกผมเหรอครับ” เซี่ยเหยียนจวินเข้ามายืนในห้อง
“ใช่ครับ คุณคงรู้แล้วว่าผมจะพูดเรื่องอะไร คืนนี้เตรียมตัวนะครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยพูดจบก็โบกมือ
ไม่นานก็ถึงเวลาอาหารเย็น ไป๋อวิ๋นเฟยตามครอบครัวจางชุ่ยกลับไปที่ชุมชนซิ่งฝู
เซี่ยเหยียนจวินใช้เวลาแห่งความสุขกับครอบครัวมาครึ่งเดือน นับเป็นกำไรชีวิตมากเกินพอแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาต้องจากลา