- หน้าแรก
- ยอดหมอเทพแห่งหมู่บ้านเร้นลับ
- บทที่ 60 แค่เซ็นชื่อก็พอ
บทที่ 60 แค่เซ็นชื่อก็พอ
บทที่ 60 แค่เซ็นชื่อก็พอ
จางชุ่ยส่งสัญญาณมือบอกทุกคน แล้วกดรับสาย
“สวัสดีค่ะ นั่นใครคะ?” จางชุ่ยถามด้วยน้ำเสียงประหม่า
“สวัสดีครับ นั่นคุณจาง จางชุ่ยใช่ไหมครับ? ผมหวงจินโปเองครับ” ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับคนใกล้ตาย
“หวงจินโป?” จางชุ่ยอุทานด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างหันไปมองไป๋อวิ๋นเฟย ไม่นึกเลยว่าจะเป็นเขาจริงๆ
“ครับผมเอง ท่านเทพไป๋อยู่ด้วยไหมครับ?” หวงจินโปถามต่อ
“ท่านเทพไป๋อะไรกัน? ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย” จางชุ่ยแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องตามที่เตี๊ยมกันไว้
“คุณจางครับ ผมรู้ตัวว่าผมผิดที่แย่งหุ้นบริษัทคุณไป แถมยังขับรถชนคุณจนบาดเจ็บ แต่คุณวางใจได้เลยครับ ผมจะรีบโอนหุ้นคืนให้คุณเดี๋ยวนี้เลย ส่วนไอ้หวังฉางคุนผมก็จับตัวมันไว้แล้ว คุณอยากจะจัดการมันยังไงบอกมาได้เลย ผมจะจัดการให้เรียบร้อย”
จางชุ่ยหันไปมองไป๋อวิ๋นเฟยด้วยความสงสัย เมื่อคืนพวกเขาไปทำอะไรกันมา ทำไมหวงจินโปผู้ยิ่งใหญ่ถึงได้ยอมศิโรราบขนาดนี้?
“คุณจางครับ? ยังอยู่ไหมครับ?” หวงจินโปไม่ได้ยินเสียงตอบรับก็ร้อนรน
“คุณจางครับ ขอแค่คุณยอมให้ท่านเทพไป๋มารับโทรศัพท์ ไม่ว่าคุณต้องการอะไร ผมยอมให้หมดทุกอย่างครับ” หวงจินโปพูดด้วยลมหายใจรวยริน
จางชุ่ยหันไปมองไป๋อวิ๋นเฟยเพื่อรอคำสั่ง ไป๋อวิ๋นเฟยพยักหน้าให้ จางชุ่ยจึงยิ้มแล้วกลับมาคุยโทรศัพท์ต่อ
“ยังอยู่ค่ะ ว่าแต่ท่านเทพไป๋ที่คุณพูดถึงนี่คือใครคะ?” จางชุ่ยยังคงแกล้งไขสือ
“ก็ท่านเทพไป๋อวิ๋นเฟยไงครับ” หวงจินโปแทบจะร้องไห้
“อ๋อ... นึกว่าใคร ที่แท้ก็เขานั่นเอง คุณน่าจะบอกแต่แรกนะเนี่ย” จางชุ่ยพูดกลั้วหัวเราะ
หวงจินโปแทบกระอักเลือดด้วยความคับแค้นใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ เมื่อคืนเขาใช้เส้นสายทั้งหมดที่มี จ้างหมอฝีมือดีที่สุดมาตรวจร่างกายอย่างละเอียดแต่ก็ไม่พบความผิดปกติ พอไปถามคนในวงการไสยเวท ก็ไม่มีใครรู้จัก 'ยันต์เป็นตาย' นี้เลย อย่าว่าแต่รู้วิธีแก้
ตอนแรกเขานึกว่าไป๋อวิ๋นเฟยแค่ขู่ กำลังจะสั่งลูกน้องให้ไปจัดการ แต่จู่ๆ ยันต์เป็นตายก็ออกฤทธิ์ ความเจ็บปวดทรมานชนิดที่คนผ่านร้อนผ่านหนาวอย่างเขาเองยังทนไม่ไหว มันเจ็บปวดเจียนตายจนควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ร่างกายขยับไม่ได้ แต่ประสาทสัมผัสกลับรับรู้ความเจ็บปวดชัดเจนเป็นทวีคูณ เขาเข็ดขยาดและไม่อยากเจอสภาพแบบนั้นอีก จึงรีบสั่งให้ลูกน้องหาเบอร์โทรจางชุ่ยมาให้ได้
“ใช่ครับ ใช่คนนั้นแหละ พี่จางครับ ช่วยให้ท่านเทพไป๋มารับสายหน่อยเถอะครับ ผมกราบล่ะ” หวงจินโปหมดสิ้นศักดิ์ศรีแล้วในตอนนี้
“ฮัลโหล หวงจินโป มีธุระอะไร?” ไป๋อวิ๋นเฟยรับโทรศัพท์มาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ท่านเทพไป๋อวิ๋นเฟย ผมกราบล่ะครับ ช่วยมาถอนยันต์เป็นตายให้ผมทีเถอะครับ! ผมทนไม่ไหวแล้วจริงๆ! เรื่องหุ้น เรื่องบริจาคสร้างโรงเรียน ผมยอมทำตามทุกอย่างเลยครับ” หวงจินโปพูดรัวเร็ว กลัวว่าจะขาดใจตายไปเสียก่อน
“ก็ได้ งั้นตอนนี้คุณเตรียมเอกสารให้พร้อม แล้วไปเจอกันที่บริษัทแปรรูปสินค้าเกษตรเหยียนหรูอี้ เราไปโอนหุ้นกันที่นั่น แล้วค่อยคุยเรื่องที่เหลือ” ไป๋อวิ๋นเฟยสั่งการเสร็จ ก็ช่วยจางชุ่ยเก็บจานชาม แล้วขับรถพาทุกคนไปยังจุดนัดพบ
ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา ไป๋อวิ๋นเฟยขับรถบรรทุกมาถึงลานจอดรถของบริษัทเหยียนหรูอี้ ทั้งสามคนลงจากรถเดินตรงไปที่ประตูใหญ่
“สวัสดีครับท่านเทพไป๋!”
เสียงตะโกนต้อนรับดังกระหึ่ม ไป๋อวิ๋นเฟยตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นแถวคนยืนเรียงรายต้อนรับอย่างเป็นระเบียบสองฝั่งทาง
“หวงจินโป เล่นอะไรเนี่ย? เชียร์ลีดเดอร์เหรอ?” ไป๋อวิ๋นเฟยแซวขำๆ
แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจจริงๆ คือสภาพของหวงจินโปที่ดูแก่ลงไปถึงยี่สิบปี เมื่อวานผมยังดำขลับ แต่วันนี้กลับขาวโพลน ผิวหนังเหี่ยวย่น และที่น่าตกใจที่สุดคือท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน เขากลับสวมชุดเสื้อขนเป็ดหนาเตอะยืนสั่นงันงก
ไป๋อวิ๋นเฟยเองก็เพิ่งเคยใช้ยันต์เป็นตายครั้งแรก ไม่นึกว่าอานุภาพจะรุนแรงขนาดนี้
“ท่านเทพครับ รีบเข้าไปข้างในเถอะครับ!” หวงจินโปเร่งเร้า
เขากวาดสายตามองไปทางซ้าย ก็เห็นจางชุ่ยยืนอยู่ด้วย แถมใบหน้ายังอมชมพูดูสุขภาพดี เดินเหินได้คล่องแคล่ว เขาจำได้ว่าตอนนั้นจางชุ่ยถูกรถชนจนกระดูกสันหลังหัก ต้องนอนติดเตียงตลอดชีวิต แต่วันนี้เธอกลับมายืนอยู่ตรงหน้าเขาเหมือนคนปกติ
หวงจินโปเป็นคนฉลาด เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด เขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงสู้ไป๋อวิ๋นเฟยไม่ได้ ผู้ชายคนนี้สามารถทำให้คนพิการตลอดชีวิตกลับมาเดินได้ แสดงว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็น 'ยอดคนเหนือมนุษย์' น่าเสียดายที่ด้วยสถานะของเขาในตอนนี้ ไม่มีทางต่อกรกับคนกลุ่มนี้ได้เลย
“เอกสารโอนหุ้นเรียบร้อยหรือยัง?” ไป๋อวิ๋นเฟยถาม
“เรียบร้อยแล้วครับ แค่เซ็นชื่อก็เสร็จแล้วครับ” หวงจินโปโค้งตัวยื่นซองเอกสารให้ด้วยความนอบน้อม
“ดี” ไป๋อวิ๋นเฟยรับเอกสารแล้วเดินนำเข้าไปในออฟฟิศ หวงจินโปและลูกน้องรีบเดินตามเข้าไปติดๆ
การโอนหุ้นระหว่างจางชุ่ย หวงจินโป และหุ้นส่วนอาวุโสคนอื่นๆ ดำเนินไปอย่างราบรื่น
เมื่อเสร็จธุระ หวงจินโปก็รีบคุกเข่าลงต่อหน้าไป๋อวิ๋นเฟย อ้อนวอนด้วยเสียงสั่นเครือ “ท่านเทพไป๋ครับ หุ้นผมก็โอนคืนให้หมดแล้ว ช่วยถอนยันต์เป็นตายให้ผมทีเถอะครับ”
“แล้วโรงเรียนที่จะบริจาคล่ะ?” ไป๋อวิ๋นเฟยทวงถาม
“วางใจได้เลยครับ ผมบริจาคแน่นอน แต่ตอนนี้ร่างกายผมรับไม่ไหวแล้วจริงๆ ถอนยันต์แล้วผมจะรีบไปจัดการให้ทันทีครับ” หวงจินโปเหงื่อแตกพลั่ก หน้าซีดเผือด
“ก็ได้ นี่คือยันต์ถอนอาคม คุณเอาแปะที่หน้าอกทีหนึ่งก็พอ” ไป๋อวิ๋นเฟยยื่นยันต์แผ่นหนึ่งให้
หวงจินโปรับยันต์มาดู เห็นเพียงรอยขีดเขียนไม่กี่เส้น ดูธรรมดามาก
จางชุ่ยเห็นไป๋อวิ๋นเฟยยื่นยันต์ให้ง่ายๆ ก็อดกังวลไม่ได้ว่าถ้าหวงจินโปหายดีแล้วจะกลับมาแว้งกัด แต่ในเมื่อไป๋อวิ๋นเฟยให้ไปแล้ว เธอก็ทำอะไรไม่ได้
หวงจินโปรีบแปะยันต์ลงที่หน้าอก ยันต์นั้นหายวับไปทันที พร้อมกับความเจ็บปวดทรมานที่ค่อยๆ เลือนหายไป ผมที่ขาวโพลนเริ่มกลับมาดำขลับ ผิวพรรณที่เหี่ยวย่นฟื้นฟูกลับมาเต่งตึงในพริบตา เขารู้สึกร้อนวูบจนต้องรีบถอดเสื้อขนเป็ดออก สีหน้าเปี่ยมด้วยความดีใจ
“ตอนนี้คงรู้สึกดีขึ้นแล้วสินะ? ต่อไปให้คุณมารับยันต์แบบนี้จากจางชุ่ยเดือนละครั้ง” ไป๋อวิ๋นเฟยกล่าวเสียงเรียบ
“เดือนละครั้ง? หมายความว่ายังไงครับ?” หวงจินโปที่ดีใจได้ไม่นาน หน้าถอดสีทันที
“ก็หมายความตามนั้นแหละ ยันต์แผ่นนี้แค่ช่วยกดอาการไว้ชั่วคราว ถ้าเดือนไหนคุณไม่มารับยันต์กดอาการ รสชาติความทรมานเป็นยังไง คุณคงรู้ดีที่สุด” ไป๋อวิ๋นเฟยแสยะยิ้มเย็นชา
หวงจินโปมองรอยยิ้มเย็นเยือกของไป๋อวิ๋นเฟยแล้วรู้สึกว่าคนตรงหน้านี่แหละคือปีศาจตัวจริง แต่เขาทำอะไรไม่ได้ สู้ก็ไม่ชนะ จะโกรธก็ต้องเก็บไว้ในใจ
“เข้าใจแล้วครับ” หวงจินโปตอบเสียงอ่อย คอตกเหมือนมะเขือยาวโดนน้ำร้อนลวก
“อีกอย่าง มีแค่จางชุ่ยคนเดียวที่มียันต์นี้ ถ้าเธอเป็นอะไรไป คุณก็จะอดยาแก้ เข้าใจใช่ไหม?” ไป๋อวิ๋นเฟยขู่สำทับ
“ครับ ผมทราบแล้วครับ” หวงจินโปตอบอย่างหมดอาลัยตายอยาก
“พี่จางครับ! ยังมีผมอีกคน! ผมยินดีคืนหุ้นทั้งหมดให้พี่ ช่วยปล่อยผมไปเถอะครับ!” หวังฉางคุนที่ถูกมัดเป็นข้าวต้มมัด คุกเข่าอยู่บนพื้นร้องตะโกนขึ้นมา
“แหกปากหาอะไร! หุบปากเน่าๆ ของมึงซะ!” หวงจินโปตบหน้าหวังฉางคุนฉาดใหญ่ แถมด้วยลูกถีบอีกที
“พี่จางครับ ผมพาตัวไอ้หวังฉางคุนมาให้แล้ว พี่อยากจะจัดการมันยังไงบอกมาได้เลย ผมจะลงมือให้เอง!” หวงจินโปถ่มน้ำลายใส่หน้าหวังฉางคุนอย่างเหยียดหยาม