- หน้าแรก
- ยอดหมอเทพแห่งหมู่บ้านเร้นลับ
- บทที่ 54 ผมจะช่วยคุณตามหาฆาตกรเอง
บทที่ 54 ผมจะช่วยคุณตามหาฆาตกรเอง
บทที่ 54 ผมจะช่วยคุณตามหาฆาตกรเอง
“น้าจางครับ ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง?”
“ดีขึ้นเยอะเลยจ้ะ พอทนไหว”
ผ่านไปห้านาที ไป๋อวิ๋นเฟยถอนเข็มออก แล้วปิดฟิล์มถนอมอาหารกลับไปบนหลังของจางชุ่ยเหมือนเดิม
“พอกยาไว้คืนนึง พรุ่งนี้ก็น่าจะหายแล้วครับ คืนนี้พวกคุณสองพ่อลูกลำบากหน่อยนะ ช่วยกันเฝ้าไข้ ถ้ามีอะไรผิดปกติก็เรียกผมนะครับ ผมขอตัวไปพักผ่อนก่อน” พูดจบไป๋อวิ๋นเฟยก็เดินเข้าห้องรับแขกไปพักผ่อน
“ขอบคุณท่านเทพมากครับ” เซี่ยเหยียนจวินกล่าวขอบคุณ แล้วหันกลับมามองภรรยาด้วยความสงสัย
คืนเดียวจะหายจริงเหรอ? โรงพยาบาลใหญ่ๆ ยังบอกว่ารักษาไม่หาย แถมโบราณว่า เจ็บเส้นเอ็นกระดูกหักต้องพักฟื้นร้อยวัน มันจะวิเศษขนาดนั้นเชียวเหรอ?
แม้จะสงสัย แต่เซี่ยเหยียนจวินก็ไม่กล้าไปเซ้าซี้ถามไป๋อวิ๋นเฟย ได้แต่นั่งเฝ้าภรรยาเงียบๆ
ค่ำคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไป๋อวิ๋นเฟยลืมตาตื่นขึ้นมาตอนหกโมงครึ่ง เมื่อเดินเข้าไปในห้องนอน ก็เห็นเซี่ยอวี่เฟยนอนหลับปุ๋ยอยู่ปลายเตียง ส่วนเซี่ยเหยียนจวินยังคงนั่งจ้องมองภรรยาตาไม่กะพริบ เพราะวิญญาณไม่จำเป็นต้องนอนหลับ
“ท่านเทพครับ รีบดูอาการภรรยาผมหน่อย ช่วงตีสี่ตีห้าเธอบ่นว่าคันมาก” เซี่ยเหยียนจวินรายงานด้วยความร้อนใจ
“อาการคันเป็นเรื่องปกติครับ เดี๋ยวผมดูให้ว่าฟื้นฟูไปถึงไหนแล้ว” ไป๋อวิ๋นเฟยดึงฟิล์มออก แล้วใช้เนตรทิพย์กวาดมองแผ่นหลังของจางชุ่ย พบว่ากระดูกที่หักสมานกันสนิทแล้ว เส้นเอ็นที่ฉีกขาดก็ฟื้นฟูจนเกือบปกติ
“ฟื้นฟูได้ดีมากครับ เริ่มขั้นตอนต่อไปได้เลย”
ไป๋อวิ๋นเฟยเข้าไปเตรียมน้ำร้อนใส่ถังไม้ใบใหญ่ในห้องน้ำ เท 'ยาพอกฟื้นฟูเส้นเอ็น' ที่เหลือลงไปผสม ตามด้วยสมุนไพรอื่นๆ ทำให้น้ำในถังเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่นราวกับน้ำนม
ตอนนั้นเอง เซี่ยอวี่เฟยก็ตื่นขึ้นมานั่งข้างเตียงแม่
“น้าจางครับ เดี๋ยวต้องแช่น้ำยาสมุนไพรสักสองชั่วโมง จากนั้นผมจะฝังเข็มให้ ทำแบบนี้ต่อเนื่องสามวันนะครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยและเซี่ยอวี่เฟยช่วยกันประคองจางชุ่ยไปที่ห้องน้ำ ถอดเสื้อผ้าออกจนหมด แล้วให้ลงไปแช่ในถังไม้
“น้าจางแช่ไปก่อนนะครับ ผมขอตัวออกไปก่อน” ไป๋อวิ๋นเฟยเดินออกจากห้องน้ำไป
“ขอบใจจ้ะเสี่ยวเฟย” จางชุ่ยหลับตาปี๋ หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย ที่ต้องให้ชายหนุ่มรุ่นลูกมาเห็นเรือนร่างเปลือยเปล่า
หลังจากแช่น้ำยาเสร็จ ไป๋อวิ๋นเฟยก็เข้าไปฝังเข็มให้ ขั้นตอนการรักษาดำเนินไปเช่นนี้ต่อเนื่องกันสามวัน อาการของจางชุ่ยดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ร่างกายดูมีน้ำมีนวลขึ้น ผิวพรรณเปล่งปลั่งอมชมพู ต่างจากสภาพอิดโรยเมื่อไม่กี่วันก่อนอย่างสิ้นเชิง
“น้าจางนอนลงนะครับ เดี๋ยวผมขอตรวจดูหน่อย”
จางชุ่ยนอนลงบนเตียง ไป๋อวิ๋นเฟยหยิบค้อนยางทางการแพทย์ออกมา เคาะเบาๆ ที่ข้อเข่าและแผ่นหลังของเธอ
“เป็นยังไงบ้างครับ? รู้สึกอะไรไหม?” ไป๋อวิ๋นเฟยถามพลางนวดคลึงบริเวณกระดูกสันหลังช่วงคอ
“เจ็บนิดๆ จ้ะ... เอ๊ะ? แต่นอกนั้นก็ไม่รู้สึกอะไร... เดี๋ยวนะ!” จางชุ่ยชะงักด้วยความตกใจ เมื่อก่อนแผ่นหลังและขาของเธอไร้ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง แต่ตอนนี้เธอกลับรับรู้ความเจ็บได้แล้ว!
“เรียบร้อยครับ ร่างกายของน้าจางฟื้นฟูสมบูรณ์แล้ว” ไป๋อวิ๋นเฟยเก็บอุปกรณ์พลางยิ้มบอกข่าวดี
“จริงเหรอคะ?”
“จริงเหรอคะ?”
สองแม่ลูกถามขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“จริงครับ น้าจางลองลุกขึ้นนั่งดูสิครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยผายมือเชิญ
“น้าขยับไม่ได้หรอกจ้ะ” จางชุ่ยนอนติดเตียงมากว่าหนึ่งปี กล้ามเนื้อลีบฝ่อ สมองยังไม่คุ้นชินกับการสั่งการร่างกาย
“แม่คะ หนูช่วยเอง” เซี่ยอวี่เฟยดึงมือแม่ จางชุ่ยพยายามออกแรงแต่ก็ยังลุกไม่ขึ้น
“น้าจาง สู้ๆ ครับ! น้าทำได้!” ไป๋อวิ๋นเฟยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ
“แม่คะ ออกแรงหน่อย แม่หายดีแล้วนะคะ”
เซี่ยเหยียนจวินยืนส่งกำลังใจเงียบๆ อยู่ข้างเตียง
ด้วยแรงใจจากทุกคน ในที่สุดจางชุ่ยก็ลุกขึ้นนั่งได้สำเร็จ
“ว้าย! แม่นั่งได้แล้วจริงๆ ด้วย เฟยเฟย!” จางชุ่ยตื้นตันจนน้ำตาไหลพราก
“แม่คะ! แม่ทำได้แล้ว!” เซี่ยอวี่เฟยก็ร้องไห้ด้วยความดีใจ
ไป๋อวิ๋นเฟยส่งสัญญาณทางสายตาให้เซี่ยอวี่เฟยปล่อยมือ
เมื่อทั้งสองปล่อยมือ จางชุ่ยก็ยังคงนั่งทรงตัวอยู่ได้ ไม่ล้มพับลงไป
“น้าจางครับ ความจริงตอนนี้ น้าลองลุกขึ้นยืนแล้วเดินดูได้เลยนะครับ” คำพูดของไป๋อวิ๋นเฟยทำเอาทั้งสามคนตะลึงงัน
แค่ลุกขึ้นนั่งได้ก็นับว่าปาฏิหาริย์แล้ว แต่นี่ไป๋อวิ๋นเฟยบอกว่าเธอสามารถลุกเดินได้! รักษาแค่สี่วัน จากคนพิการที่หมอบอกต้องนั่งรถเข็นตลอดชีวิต กลับมาเดินได้เหมือนคนปกติ นี่มันเปิดโลกทัศน์ใหม่ชัดๆ
“จะยืนเดินได้จริงๆ เหรอคะ? แม่คะ ลองดูเร็ว!” เซี่ยอวี่เฟยตื่นเต้น เข้าไปประคองไหล่แม่หวังจะช่วยพยุง
“แม่กลัวจ้ะ!” จางชุ่ยเสียงสั่น
“ชุ่ยเอ๋อร์ อย่ากลัว คุณเก่งมาตลอดอยู่แล้ว!” เซี่ยเหยียนจวินก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน พยายามพูดปลอบโยนภรรยา
“เหยียนจวิน... งั้นฉันจะลองดู” พลังแห่งความรักยิ่งใหญ่เสมอ ด้วยกำลังใจจากครอบครัว จางชุ่ยรวบรวมความกล้า แล้วลุกขึ้นยืนได้ในรวดเดียว!
ไป๋อวิ๋นเฟยเดินไปข้างหลังเซี่ยอวี่เฟย แตะไหล่เธอเบาๆ ส่งสัญญาณให้ค่อยๆ ปล่อยมือ แต่เซี่ยอวี่เฟยยังคงเอามือประคองไว้ด้านหลังกันแม่ล้ม
จางชุ่ยยืนหยัดได้อย่างมั่นคง ไม่โอนเอนแม้แต่น้อย
“ฉันยืนได้แล้ว! ฉันยืนได้แล้วจริงๆ!” จางชุ่ยตะโกนด้วยความดีใจ
จากนั้น โดยไม่ต้องรอให้ใครบอก จางชุ่ยก็ก้าวเท้าออกไป เดินได้อย่างมั่นคงและคล่องแคล่ว
ทำเอาเซี่ยอวี่เฟยและเซี่ยเหยียนจวินอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน
“แม่! แม่เดินได้แล้ว! เหมือนที่พี่เสี่ยวเฟยบอกเลย แม่หายดีแล้วจริงๆ!” เซี่ยอวี่เฟยโผเข้ากอดแม่ ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร
ตลอดปีกว่าที่ผ่านมา พ่อหายสาบสูญ แม่นอนติดเตียง เด็กสาววัยสิบห้าสิบหกต้องแบกรับภาระหนักอึ้ง ทั้งดูแลแม่ ทั้งบริหารบริษัท แถมยังโดนลูกชายศัตรูข่มขู่รังแก เธอเก็บความน้อยเนื้อต่ำใจไว้เต็มอก ในวินาทีนี้ ภาระหนักอึ้งได้ถูกยกออกไป เธอมีที่พึ่งพิงอีกครั้ง น้ำตาแห่งความอัดอั้นจึงไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย
“ขอบคุณท่านเทพ! ที่ช่วยให้ภรรยาผมกลับมาเป็นปกติ!” เซี่ยเหยียนจวินคุกเข่าโขกศีรษะให้ไป๋อวิ๋นเฟยทั้งน้ำตา (ทิพย์)
“ขอบคุณค่ะพี่เสี่ยวเฟย ฮือๆๆ...” เซี่ยอวี่เฟยก็ร้องไห้ขอบคุณ
“เสี่ยวเฟย บุญคุณครั้งนี้ น้าไม่รู้จะตอบแทนยังไงหมด ถ้าวันหน้ามีอะไรให้น้าช่วย บอกมาได้เลยนะ น้ายินดีทำให้ทุกอย่าง” จางชุ่ยคุกเข่าลงจะกราบขอบคุณ
ไป๋อวิ๋นเฟยมองภาพครอบครัวที่กลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้งด้วยความปลาบปลื้มใจ รีบเข้าไปประคองพวกเขาลุกขึ้น
“อย่าทำแบบนี้เลยครับ ผมโชคดีต่างหากที่ได้มาเจอพวกคุณ” ไป๋อวิ๋นเฟยประคองจางชุ่ยให้นั่งลงพักผ่อน เพราะเธอเพิ่งฟื้นตัว ไม่ควรหักโหม
ทันใดนั้น แหวนบนนิ้วของไป๋อวิ๋นเฟยก็ร้อนวูบขึ้นมา มีแสงสว่างเจิดจ้าห่อหุ้มรอบตัวเรือนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะจางหายไป
ไป๋อวิ๋นเฟยรู้ทันทีว่าเขาได้รับน้ำทิพย์จำนวนมาก แม้จะได้ของวิเศษมา แต่ความสุขที่ได้เห็นครอบครัวนี้กลับมามีความสุขอีกครั้ง กลับทำให้เขาอิ่มเอิบใจยิ่งกว่า
“เซี่ยเหยียนจวิน ถึงเวลาต้องไปแล้วครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยเรียกเซี่ยเหยียนจวิน พลางชี้ไปที่ตุ๊กตาผ้า
เซี่ยเหยียนจวินคุกเข่าลงทันที พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ท่านเทพครับ ได้โปรดเมตตาเถอะครับ ผมต้องหาตัวฆาตกรที่ทำร้ายครอบครัวผมให้เจอ ไม่อย่างนั้นผมคงตายตาไม่หลับ ตราบใดที่คนร้ายยังลอยนวล ลูกเมียผมก็ยังตกอยู่ในอันตราย ท่านช่วยพวกเธอได้ครั้งหนึ่ง แต่คงช่วยครั้งที่สองที่สามไม่ได้ตลอดไปหรอกครับ ขอแค่หาตัวฆาตกรเจอและแก้แค้นสำเร็จ ผมสัญญาว่าจะไปผุดไปเกิดตามกฎแห่งกรรมทันที”
ไป๋อวิ๋นเฟยฟังแล้วก็เห็นด้วย หากจับคนร้ายไม่ได้ จางชุ่ยและเซี่ยอวี่เฟยก็ยังเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตอยู่ดี
“ตกลงครับ ผมจะช่วยคุณตามหาฆาตกรเอง” ไป๋อวิ๋นเฟยรับปาก