- หน้าแรก
- ยอดหมอเทพแห่งหมู่บ้านเร้นลับ
- บทที่ 46 ตามใจพวกแม่เถอะครับ
บทที่ 46 ตามใจพวกแม่เถอะครับ
บทที่ 46 ตามใจพวกแม่เถอะครับ
“ไอ้ลูกชายตัวดี ยังจะมาทำไขสืออีกนะ” หลี่ชิ่วหลานเดินไปที่ประตู กวักมือเรียกคนข้างนอก ครู่เดียวชิวจวี๋ก็เดินเข้ามา
เมื่อชิวจวี๋เห็นหน้าไป๋อวิ๋นเฟย ก็ก้มหน้าลงด้วยความขัดเขินจนหน้าแดง
“ฮ่าๆๆ ดูเหมาะสมกันจริงๆ” หลี่ชิ่วหลานหัวเราะร่าอย่างชอบใจ
“แม่ครับ อย่าพูดซี้ซั้วสิครับ คนอื่นได้ยินจะดูไม่ดี” ไป๋อวิ๋นเฟยปราม
“ไม่ดีตรงไหน แม่ตกลงกับชิวจวี๋เรียบร้อยแล้ว เธอยินดีจะเป็นผู้หญิงของลูก ต่อไปถ้ามีลูกด้วยกัน ก็ถือว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขตระกูลไป๋ของเรา แม่รับรองว่าจะไม่ปล่อยให้เธอลำบากแน่นอน” หลี่ชิ่วหลานดึงตัวชิวจวี๋มายืนข้างๆ ไป๋อวิ๋นเฟย
“หมายความว่ายังไงครับ?” ไป๋อวิ๋นเฟยถามทั้งที่ยังเคี้ยวเกี๊ยวตุ้ยๆ
“แม่รู้น่า ว่าลูกต้องแต่งเมียออกหน้าออกตาในวันข้างหน้า แต่ชิวจวี๋ยินดีจะติดตามลูก โดยไม่เรียกร้องให้ลูกต้องรับผิดชอบสถานะอะไร” หลี่ชิ่วหลานอธิบายอย่างใจเย็น
“แม่ทำไมทำแบบนี้ เหลวไหลกันใหญ่แล้ว!” ไป๋อวิ๋นเฟยแกล้งทำเป็นโกรธ
“เสี่ยวเฟย อย่าโกรธป้า... เอ้ย อย่าโกรธคุณแม่เลยนะ พี่เต็มใจเอง พี่รู้ตัวดีว่าพี่เคยแต่งงานมาก่อน ไม่คู่ควรกับเธอหรอก ต่อไปเธอต้องเป็นเถ้าแก่ใหญ่ พี่จะไม่เรียกร้องให้เธอมาแต่งงานด้วย ถ้าวันไหนเธอเบื่อพี่แล้ว แค่บอกคำเดียว พี่จะไปทันที ไม่มารบกวนชีวิตเธอแน่นอน” ชิวจวี๋เห็นไป๋อวิ๋นเฟยโกรธจึงรีบอธิบายด้วยความร้อนรน
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย” ไป๋อวิ๋นเฟยพูดไม่ออก ดูเหมือนในสายตาของผู้หญิงสองคนนี้ ผู้ชายที่มีความสามารถควรจะมีผู้หญิงหลายคน บ้านเล็กบ้านน้อยขอแค่ปรองดองกันได้ก็พอ
“เสี่ยวเฟย อย่าหาว่าแม่จุ้นจ้านเลยนะ ในเมื่อชิวจวี๋เป็นผู้หญิงของลูกแล้ว ต่อไปก็ให้เธอมาเป็นผู้ช่วยลูกสิ แบบในเมืองที่เขาเรียกกันว่าเลขาฯ น่ะ เถ้าแก่ใหญ่เขาก็มีกันทั้งนั้น ให้เธอเป็นเลขาฯ ส่วนตัว สาวน้อยผิวพรรณเปล่งปลั่งขนาดนี้ จะให้ไปตากแดดทำงานหนักได้ยังไง” หลี่ชิ่วหลานเสนอความคิด
ไป๋อวิ๋นเฟยจินตนาการภาพชิวจวี๋ในชุดเลขาฯ สวมถุงน่องสีดำ เอนกายอยู่บนโซฟา ก็เผลอยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาด้วยความชอบใจ
“ตามใจพวกแม่เถอะครับ อยากทำอะไรก็ทำ!” ไป๋อวิ๋นเฟยตัดบทแล้วก้มหน้ากินเกี๊ยวต่อ
หลี่ชิ่วหลานกับชิวจวี๋สบตากัน ยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงานของตน
ไป๋อวิ๋นเฟยรู้ว่าคงห้ามสองสาวนี้ไม่ได้ จึงปล่อยเลยตามเลย เขาหยิบหนังสือฮวงจุ้ยที่ได้มาจากหลวงจีนเฒ่าขึ้นมาอ่าน
หนังสือพวกนี้ดูเก่าคร่ำครึ กระดาษเปลี่ยนเป็นสีเหลืองซีด แต่คุณภาพกระดาษยังดีอยู่ เนื้อหาข้างในครบถ้วนสมบูรณ์ หน้าปกมีสัญลักษณ์วงกลม ใต้รูปนั้นเขียนคำว่า 'สำนักโลหิตสุริยัน'
“สำนักโลหิตสุริยันคืออะไร? พรรค? หรือนิกาย?” ไป๋อวิ๋นเฟยไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน จึงเลิกสนใจและอ่านเนื้อหาข้างในแทน
ไป๋อวิ๋นเฟยฝึกฝนวิชา 'พลังสุริยัน' มาหลายปี ทำให้ความจำและการทำความเข้าใจเป็นเลิศ อ่านหนังสือได้รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม เพียงครู่เดียวเขาก็จมดิ่งเข้าสู่เนื้อหาในหนังสือ
กริ๊งงง...
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะ ไป๋อวิ๋นเฟยกำลังจะกดตัดสาย แต่เหลือบไปเห็นชื่อ 'เหยาอวี้หวน' ก็นึกขึ้นได้ว่าเธอนัดจะมาตรวจเยี่ยมฟาร์มวันนี้ จึงรีบกดรับสาย
“พี่อวี้หวน”
“เสี่ยวเฟย ฉันมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านแล้ว บ้านนายไปทางไหนเหรอ?” เสียงเหยาอวี้หวนดังมาจากปลายสาย
“พี่อวี้หวนรออยู่ตรงนั้นแหละครับ เดี๋ยวผมออกไปรับ”
วางสายเสร็จ ไป๋อวิ๋นเฟยก็ตะโกนบอกพ่อแม่ “พ่อครับ แม่ครับ ท่านนายกฯ มาแล้ว! เดี๋ยวผมออกไปรับที่หน้าหมู่บ้านนะครับ” พูดจบก็รีบวิ่งออกไปทันที
“อะไรนะ? ท่านนายกฯ มาแล้วเหรอ?! ตายจริง รีบไปเตรียมตัวเร็วเข้าตาแก่” ไป๋อวิ๋นเฟยกับหลี่ชิ่วหลานตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก ปกติแค่เจอผู้ใหญ่บ้านยังเกร็ง แต่นี่ระดับนายกเทศมนตรีมาเยือนถึงที่
เมื่อไป๋อวิ๋นเฟยไปถึงหน้าหมู่บ้าน เห็นรถเก๋งโฟล์คสวาเกนจอดอยู่ มีคนลงมาจากรถ 5 คน นอกจากเหยาอวี้หวนแล้ว ยังมีผู้ชาย 3 คน และผู้หญิงอีก 1 คน หญิงสาวคนนั้นดูเด็กมากเหมือนเพิ่งจบมัธยมปลาย เธอกำลังนั่งยองๆ อาเจียนอย่างหนักอยู่ริมทาง
“ไป๋อวิ๋นเฟย ถนนเข้าหมู่บ้านนายนี่มันสุดยอดจริงๆ เล่นเอาเจ้าหน้าที่ใหม่ของเราเมารถจนอ้วกแตกเลย” เหยาอวี้หวนมองไปรอบๆ พบว่าหมู่บ้านไป๋จู๋นี่ล้าหลังจริงๆ นอกจากถนนจะพังยับเยินแล้ว บ้านเรือนยังเป็นกำแพงดินหลังคามุงจากเสียส่วนใหญ่
“เมารถเหรอครับ รอเดี๋ยว”
ไป๋อวิ๋นเฟยเดินไปที่คันนา ถอนหญ้าสีเขียวสดต้นหนึ่งออกมา เด็ดรากทิ้ง บีบเอาน้ำจากก้านและขยี้ใบจนแหลก ปั้นเป็นก้อนกลมๆ แล้วยื่นให้เหยาอวี้หวน
“ลองดมดูครับ แป๊บเดียวก็หายเวียนหัว หายพะอืดพะอม”
เหยาอวี้หวนรับมาจ่อที่จมูก กลิ่นหอมสดชื่นของสมุนไพรพุ่งเข้าสู่ปอด ความรู้สึกวิงเวียนและคลื่นไส้หายไปเป็นปลิดทิ้ง
“เอาไปให้เสี่ยวเฉินดมหน่อยสิ เธอเป็นเด็กจบใหม่เพิ่งมาทำงานที่ตำบล เพิ่งเริ่มงานก็มาเจอรับน้องโหดซะแล้ว” เหยาอวี้หวนหัวเราะ
เสี่ยวเฉินเงยหน้าขึ้น หันมามองไป๋อวิ๋นเฟยด้วยสายตาดูแคลน
เธอเห็นไป๋อวิ๋นเฟยแต่งตัวมอซอแบบชาวนา กางเกงพับขาสูงถึงเข่า รองเท้าเปื้อนโคลน ดูสกปรกมอมแมม
แค่ชาวนาบ้านนอก หญ้าที่เด็ดมามั่วๆ จะไปดีกว่ายาแก้เมารถได้ยังไง? เสี่ยวเฉินคิดในใจ แต่ด้วยความเกรงใจท่านนายกฯ จึงจำใจรับก้อนหญ้านั้นมาดม
ไม่น่าเชื่อ! อาการคลื่นไส้วิงเวียนหายไปทันที แขนขาที่อ่อนแรงเริ่มกลับมากระปรี้กระเปร่า ดวงตาสดใสขึ้น ด้วยความที่เป็นเด็กจบใหม่ยังขาดประสบการณ์ จึงเก็บอาการไม่ค่อยอยู่ พูดโพล่งออกมาตามตรง
“มหัศจรรย์จัง! นี่หญ้าอะไรคะเนี่ย? ฉันหายเมาแล้วจริงๆ ด้วย” เสี่ยวเฉินถามด้วยความตื่นเต้น
“หญ้าแบบนี้ในชนบทมีเยอะแยะครับ ชาวบ้านเรียกว่า 'หญ้ามีมี่' ใช้แก้เมารถได้ชะงัดนัก” ไป๋อวิ๋นเฟยยิ้มตอบ
หญ้ามีมี่?
เสี่ยวเฉินก้มหน้างุด พึมพำกับตัวเอง 'คนบ้านนอกนี่ตั้งชื่ออะไรลามกจัง' (คำว่า 'มีมี่' ในภาษาถิ่นบางที่อาจฟังดูสองแง่สองง่ามคล้ายหน้าอกผู้หญิง)
“ไป๋อวิ๋นเฟยเขาเป็นหมอนะ ฝีมือดีมากด้วย อย่าประมาทเขาเชียว” เหยาอวี้หวนเอ่ยชม
“ท่านนายกฯ เหยาชมเกินไปแล้วครับ ผมก็แค่หมอเท้าเปล่าบ้านนอก ไม่ได้มีเกียรติยศอะไรหรอกครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยรู้ดีว่าต่อหน้าคนนอก ไม่ควรแสดงความสนิทสนมกับเหยาอวี้หวนเกินงาม “เชิญทางนี้ครับ เดี๋ยวผมพาไปดูฟาร์ม”
คณะผู้มาเยือนเดินตามไป๋อวิ๋นเฟยเข้าไปในหมู่บ้าน ยิ่งเดินลึกเข้าไปก็ยิ่งรู้สึกว่าหมู่บ้านไป๋จู๋นี่ยากจนข้นแค้นจริงๆ แม้ตำบลกุ้ยฝูจะไม่ได้เจริญมาก แต่เทียบกับที่นี่แล้ว ที่นี่ยังห่างไกลความเจริญนัก
บ้านเรือนเป็นดินอัด หลังคามุงจาก บ้านไหนมีทีวีก็ต้องใช้เสาอากาศแบบจานดาวเทียมเก่าๆ
เสี่ยวเฉินยิ่งมองก็ยิ่งไม่อยากเชื่อ “ที่แบบนี้จะทำฟาร์มได้จริงเหรอ? แถมยังดึงเงินลงทุนได้ตั้งสิบล้าน? มันมีอะไรดีกว่าหมู่บ้านอื่นตรงไหน?”
เสี่ยวเฉินเพิ่งจบมาใหม่ ยังใสซื่อ พูดจาขวานผ่าซาก ไม่รู้จักรักษาหน้าใคร
“หมู่บ้านเราอาจจะดูยากจน แต่ดินที่นี่ไม่เหมือนที่อื่นครับ ปลูกผักแล้วรสชาติพิเศษกว่าใคร โน่นครับ ฟาร์มของผมอยู่ตรงนั้น” ไป๋อวิ๋นเฟยชี้มือไปที่เนินเขาห่างออกไปร้อยเมตร
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ทุกคนก็ต้องตกตะลึง
บนที่ดินหลายร้อยหมู่ทางทิศตะวันออก เต็มไปด้วยพืชผักเขียวขจีงอกงามละลานตา ด้านล่างเป็นบ่อปลาขนาดใหญ่อีกหลายร้อยหมู่ ภายในบ่อมีปูตัวใหญ่ ปลากะพง ปลาเงิน แหวกว่ายกันอย่างคึกคัก
ภาพที่เห็นทำเอาทุกคนอ้าปากค้าง ผักผลไม้นานาชนิดที่ปกติไม่ออกผลพร้อมกัน กับปลาที่อาศัยอยู่คนละสภาพแวดล้อม กลับเจริญเติบโตอยู่ร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบในฟาร์มแห่งนี้