- หน้าแรก
- ยอดหมอเทพแห่งหมู่บ้านเร้นลับ
- บทที่ 1 แพะรับบาป
บทที่ 1 แพะรับบาป
บทที่ 1 แพะรับบาป
ณ อำเภอซิงฮั่ว ตำบลมู่ยา บริเวณภูเขาด้านหลังหมู่บ้านไป๋จู๋
“กรี๊ด! ช่วยด้วย!”
หญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งกำลังวิ่งหนีอย่างสุดชีวิตอยู่บนภูเขาที่รกร้าง พลางหันกลับไปมองด้านหลังด้วยความหวาดกลัว
“นังตัวดี! อย่าหนีนะเว้ย!” ชายร่างใหญ่กำยำ ผิวคล้ำหน้าตาอัปลักษณ์ตะโกนไล่หลังมาติดๆ
โดยธรรมชาติแล้วความเร็วของผู้ชายย่อมเหนือกว่าผู้หญิง ไม่นานนักมันก็ไล่ตามหญิงสาวทัน ร่างหนาพุ่งเข้าตะครุบเหยื่อจนล้มกลิ้งไปกับพื้น ก่อนจะเริ่มฉีกทึ้งเสื้อผ้าของเธอ ชายป่าเถื่อนในหุบเขาแบบนี้ไม่มีข้อดีอะไรนอกจากพละกำลังมหาศาล แรกเริ่มหญิงสาวยังพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่ไม่นานก็เริ่มสิ้นหวังเมื่อเสื้อผ้าถูกฉีกขาดจนเผยให้เห็นผิวขาวเนียนวับๆ แวมๆ
“นั่นใครอยู่บนเขา?”
ไป๋อวิ๋นเฟย ที่กำลังเกี่ยวหญ้าหมูอยู่แถวนั้น ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือแว่วมา จึงเดินตามเสียงนั้นไป จนกระทั่งเห็นภาพชายคนหนึ่งกำลังข่มเหงผู้หญิง
“ทำบ้าอะไรของแก! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ไป๋อวิ๋นเฟยกำเคียวในมือแน่น รีบวิ่งเข้าไปพยายามจะดึงตัวชายคนนั้นออกมา
ชายร่างใหญ่ชะงัก สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดที่เรื่องสนุกถูกขัดจังหวะ มันผละจากหญิงสาวแล้วพุ่งเข้าใส่ไป๋อวิ๋นเฟยทันที หญิงสาวที่รอดพ้นเงื้อมมือมารีบถอยกรูดไปหลบหลังพุ่มไม้ ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“ไป๋อวิ๋นเฟย! ไอ้เวรเอ๊ย กล้าดียังไงมาแส่เรื่องของกู!” ไป๋อวิ๋นเฟยคาดไม่ถึงว่าชายคนนี้เมื่อถูกจับได้แล้วจะไม่หนี แต่กลับเตรียมจะพุ่งเข้ามาทำร้ายตน
“ลุงหวัง! เป็นลุงเองเหรอ!” ไป๋อวิ๋นเฟยจำได้ว่าอีกฝ่ายคือชายในหมู่บ้านเดียวกันที่เพิ่งเสียภรรยาไป
“ไปตายซะเถอะมึง!”
เฒ่าหวังรู้ดีว่าไป๋อวิ๋นเฟยเห็นเหตุการณ์หมดแล้ว ขืนปล่อยไว้ตนต้องติดคุกแน่ สายตาเหลือบไปเห็นหน้าผาสูงชันด้านข้าง จิตใจชั่วร้ายจึงบังเกิด ฉวยโอกาสที่ไป๋อวิ๋นเฟยเผลอ ผลักเขาร่วงลงไปทันที!
ร่างของไป๋อวิ๋นเฟยร่วงหล่นลงสู่ความว่างเปล่า แต่ในวินาทีนั้น ร่างกายของเขากลับถูกห่อหุ้มด้วยแสงประหลาดวูบหนึ่ง...
“เหอๆ หน้าผาสูงขนาดนี้ ตกลงไปตายสนิทแน่นอน... มาเถอะน้องสาวคนสวย เรามาสนุกกันต่อดีกว่า!”
เฒ่าหวังที่เก็บกดมานานหลายปี วันนี้มาเจอสาวสวยกลางป่าเขาลำเนาไพร สัญชาตญาณดิบจึงระเบิดออกมาจนกู่ไม่กลับ
“กรี๊ด! อย่าเข้ามานะ!” สาวสวยพยายามจะหนี แต่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยแบบนี้เธอจะหนีไปไหนพ้น สุดท้ายก็ถูกเฒ่าหวังลากตัวกลับมาอีกครั้ง
“อื้อ...” หญิงสาวไม่ใช่คนไม่ประสีประสาเรื่องพรรค์นี้ เมื่อเห็นว่าหนีไม่รอดจึงเริ่มปลงตก หากขัดขืนไปรังแต่จะทำให้ชายคลั่งคนนี้โมโห ดีไม่ดีอาจถูกฆ่าปิดปากได้ จึงจำใจยอมโอนอ่อนผ่อนตาม แม้ในใจจะเจ็บปวดรวดร้าวเพียงใด
“อ๊าก!”
จู่ๆ หญิงสาวที่หลับตาปี๋ก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อสัมผัสได้ถึงของเหลวอุ่นๆ ที่สาดกระเซ็นเต็มใบหน้า เธอลืมตาขึ้นมาเห็นชายที่คร่อมร่างตนอยู่เบิกตาโพลง เลือดสดๆ ไหลอาบศีรษะ
“เสี่ยว... เสี่ยวเหม่ย คุณไม่เป็นไรนะ!” ชายหนุ่มผู้ลงมือสังหารเฒ่าหวังเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ
หญิงสาวคนนี้ชื่อ หลินเสี่ยวเหม่ย เธอมาเที่ยวกับแฟนหนุ่มชื่อ หลิวเจี้ยนหนาน แต่โชคร้ายมาเจอนักเลงเจ้าถิ่น แฟนหนุ่มถูกตีจนสลบไป พอฟื้นขึ้นมาก็หลงทางอยู่นานกว่าจะตามหาเธอจนเจอ
หลิวเจี้ยนหนานเห็นภาพผู้หญิงที่ตัวเองรักกำลังถูกชายอื่นย่ำยี ความโกรธแค้นพุ่งทะลุปรอท เขาแอบย่องไปหยิบเคียวที่ตกอยู่ข้างๆ แล้วฟันเข้าที่หัวของเฒ่าหวังเต็มแรง ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะตายคาที่
“เจี้ยนหนาน... ทำยังไงดี เขาตายแล้ว!” หลินเสี่ยวเหม่ยรีบคว้าเสื้อผ้ามาสวมลวกๆ พลางดึงแขนแฟนหนุ่มด้วยความตื่นตระหนก
“ผมฆ่าคน... ทำไงดี! ผมฆ่าคนตายแล้ว” หลิวเจี้ยนหนานเองก็หวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง สติสัมปชัญญะกระเจิดกระเจิงไปหมด
“เอางี้มั้ย เราหาแพะรับบาปกันเถอะ!” หลินเสี่ยวเหม่ยไม่อยากให้แฟนหนุ่มติดคุก หัวสมองแล่นเร็วรี่นึกถึงไป๋อวิ๋นเฟยที่เพิ่งถูกผลักตกหน้าผาไป
“จะไปหาแพะรับบาปที่ไหน?” หลิวเจี้ยนหนานยังไม่รู้เรื่องไป๋อวิ๋นเฟย
“เมื่อกี้มีผู้ชายคนนึงเข้ามาช่วยฉัน แต่ถูกไอ้เวรนี่ผลักตกหน้าผาตายไปแล้ว ไหนๆ เขาก็ตายไปแล้ว ก็ให้เขาช่วยเราอีกสักครั้งจะเป็นไรไป” หลินเสี่ยวเหม่ยไม่มีความซาบซึ้งใจต่อผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเธอแม้แต่น้อย บนใบหน้าไร้ซึ่งความรู้สึกผิด
“ถ้าตำรวจถาม ก็บอกว่ามันข่มขืนฉัน แล้วก็ฆ่าไอ้แก่นี่ปิดปาก ส่วนตัวมันเองก็หนีความผิด หายสาบสูญไปแล้ว”
“พี่ว่าไงคะพี่เจี้ยนหนาน?” หลินเสี่ยวเหม่ยส่งยิ้มพลางเขย่าแขนแฟนหนุ่ม รอคำชมในความฉลาดของเธอ
“เสี่ยวเหม่ย คุณนี่ร้ายจริงๆ!” หลิวเจี้ยนหนานเริ่มหายกลัว เมื่อเห็นเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของแฟนสาว เผยให้เห็นต้นขาขาวผ่อง เขาก็เกิดอารมณ์พลุ่งพล่าน โอบเอวบางของหลินเสี่ยวเหม่ยแล้วประกบจูบทันที...
...สองปีต่อมา
“เฮ้อ ไม่รู้ป่านนี้พ่อกับแม่จะเป็นยังไงบ้าง แล้วยัยน้องเล็กด้วย”
ไป๋อวิ๋นเฟยเดินออกมาจากป่าลึก ลัดเลาะไปตามเส้นทางในความทรงจำมุ่งหน้ากลับบ้าน
“ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว ทำไมถนนเส้นนี้ยังไม่ซ่อมอีกนะ”
ในความทรงจำของไป๋อวิ๋นเฟย เขาจากบ้านมานานหลายปี ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยติดต่อทางบ้านเลย ป่านนี้พ่อกับแม่คงเสียใจแย่
สองปีก่อน ไป๋อวิ๋นเฟยพยายามช่วยผู้หญิงคนหนึ่ง แต่กลับถูกคนชั่วผลักตกหน้าผา ซ้ำร้ายยังกลายเป็นแพะรับบาป ถูกยัดเยียดข้อหาข่มขืนและฆ่าคนตาย วินาทีที่ร่วงลงไปเขานึกว่าต้องตายแน่ๆ แต่โชคดีที่มีกิ่งไม้ช่วยชะลอความเร็ว ก่อนจะตกลงสู่แม่น้ำเบื้องล่าง กระแสน้ำพัดพาเขาไปเกยตื้นที่หาดทรายแห่งหนึ่ง จนกระทั่งชายวัยกลางคนมาพบและช่วยชีวิตไว้ เขาเรียกชายคนนั้นว่า นักพรตเฒ่า
นักพรตเฒ่าไม่เพียงรักษาอาการบาดเจ็บของเขาจนหายดี แต่ยังถ่ายทอดวิชา 'เซิงหยาง' ให้ อีกทั้งเมื่อรู้ว่าไป๋อวิ๋นเฟยเป็นนักศึกษาแพทย์จากมหาวิทยาลัยจิงหัว จึงได้ถ่ายทอดวิชาแพทย์ที่ร่ำเรียนมาทั้งชีวิตให้จนหมดสิ้น พร้อมมอบตำราแพทย์ให้อีกหนึ่งเล่ม
สถานที่ที่นักพรตเฒ่าอาศัยอยู่เปรียบเสมือนดินแดนลับแล ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง ไป๋อวิ๋นเฟยเคยพยายามเดินหาทางออก แต่ไม่ว่าจะลองกี่ครั้งก็เป็นลมล้มพับกลางทาง จนนักพรตเฒ่าต้องไปหามกลับมาทุกครั้ง ท่านบอกเพียงว่า 'เมื่อถึงเวลา เจ้าจะได้กลับบ้านเอง' และเวลานั้นก็กินเวลายาวนานถึงสองปี
ในที่สุด ไป๋อวิ๋นเฟยก็เดินมาถึงกระท่อมผุพังหลังหนึ่ง ยิ่งใกล้ถึงบ้าน เขากลับยิ่งรู้สึกประหม่าและหวาดกลัว น้ำตาพาลจะไหลออกมาดื้อๆ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ตัดสินใจก้าวเข้าไป
ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคุยกัน
“แม่ชิ่วหลาน ฉันจะบอกให้นะ ครอบครัวนั้นเขานิสัยดีใช้ได้เลย ถ้าลูกสาวเธอแต่งเข้าไป รับรองไม่พักอดมื้อกินมื้อ แถมยังช่วยจุนเจือที่บ้านได้อีก ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว! สินสอดเขาก็ให้ตั้งหกหมื่นแปดพันหยวนเชียวนะ! เธอลองตรองดูดีๆ เถอะ”
“นั่นเสียงแม่สื่อ ไป๋อวี้ถาน นี่นา? อะไรกัน? น้องเล็กจะแต่งงานแล้วเหรอ?”
ไป๋อวิ๋นเฟยนึกไม่ถึงว่าช่วงที่เขาไม่อยู่ บ้านจะเปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้ น้องสาวถึงวัยออกเรือนแล้วหรือ เขาจึงรีบสาวเท้าเดินไปที่หน้าประตู
“ฮึ!”
ทันทีที่แม่สื่อเห็นไป๋อวิ๋นเฟย นางก็รีบกระโดดหนีไปยืนเสียไกล สายตาเต็มไปด้วยความรังเกียจเหยียดหยาม ราวกับเห็นตัวเชื้อโรคที่น่าขยะแขยง
“เกิดอะไรขึ้น? ผมแค่ไม่ได้กลับมาไม่กี่ปี ทำไมต้องทำท่าทางแบบนั้น?” ไป๋อวิ๋นเฟยงุนงง เขาจำได้แค่ว่าตัวเองถูกผลักตกหน้าผา เรื่องราวหลังจากนั้นเขาไม่รู้อะไรเลย
ไป๋อวิ๋นเฟยมองเข้าไปในตัวบ้าน เห็นแม่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่เก่าคร่ำครึ หลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า คิ้วขมวดมุ่น เส้นผมแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน ดูแก่ชราลงไปถนัดตา
“แม่!” ไป๋อวิ๋นเฟยเรียกด้วยน้ำเสียงขื่นขม
“อวิ๋นเฟย? นั่นอวิ๋นเฟยจริงๆ เหรอ?” หลี่ชิ่วหลาน ผู้เป็นแม่ลืมตาขึ้นเห็นลูกชายที่เฝ้าคะนึงหา นึกว่าตัวเองฝันไป นางตบแก้มตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติ เมื่อแน่ใจว่าไม่ใช่ฝัน ลูกชายของนางกลับมาแล้วจริงๆ
“แม่ครับ เป็นผมเอง ผมกลับมาแล้ว” ไป๋อวิ๋นเฟยมองมารดาที่ดูแก่เฒ่าลงไปมาก ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาในจิตใจ
“ลูกถูกปล่อยตัวออกมาเมื่อไหร่? ทำไมไม่ส่งข่าวบอกแม่บ้าง”
หลี่ชิ่วหลานเข้าใจว่าลูกชายเพิ่งพ้นโทษออกจากคุก เพราะก่อนหน้านี้มีประกาศในหมู่บ้านว่าไป๋อวิ๋นเฟยมีความผิดฐานข่มขืนและฆ่าคนตาย แต่ได้ออกมาเร็วขนาดนี้ก็นับว่าโชคดีแล้ว นางพูดพลางน้ำตารื้น
“ปล่อยตัว? ผมเห็นว่าพ่อกับแม่สุขภาพไม่ดี คงไม่สะดวกไปรับ ก็เลยกลับมาเองครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยรู้สึกทะแม่งๆ กับคำพูดของแม่ แต่ความดีใจที่ได้กลับมาเจอหน้าครอบครัวทำให้เขาไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
“เสี่ยวเสี่ยว! ออกมาดูเร็วว่าใครกลับมา!” หลี่ชิ่วหลานตะโกนเรียกเข้าไปในห้องนอน
“พี่ใหญ่! พี่กลับมาแล้วจริงๆ ด้วย!” ไป๋เสี่ยวเสี่ยว วิ่งออกมา พอเห็นหน้าพี่ชาย ความอัดอั้นตันใจก็ระเบิดออกมา เธอเบะปากร้องไห้โฮก่อนจะโผเข้ากอดไป๋อวิ๋นเฟยแน่น
“น้องเล็ก พี่กลับมาแล้ว” ไป๋อวิ๋นเฟยกอดตอบร่างผอมบางของน้องสาว พลางลูบหลังปลอบโยนเบาๆ
“เอ๊ะ แล้วพ่อล่ะครับ?” ไป๋อวิ๋นเฟยมองหาพ่อไม่เจอ คิดว่าคงออกไปทำงาน จึงเอ่ยถาม
หลี่ชิ่วหลานมีสีหน้าเศร้าหมองลงทันที นางหันไปมองหน้าไป๋เสี่ยวเสี่ยว เหมือนมีคำพูดจุกอยู่ที่คอแต่ไม่กล้าเอ่ยออกมา