- หน้าแรก
- ปฏิบัติการปั้นนางฟ้าด้วยระบบเช็คชื่อ
- บทที่ 19 หวังจื่อเจี้ยนหึงหวง
บทที่ 19 หวังจื่อเจี้ยนหึงหวง
บทที่ 19 หวังจื่อเจี้ยนหึงหวง
บทที่ 19 หวังจื่อเจี้ยนหึงหวง
หลิวหมิงเซ็นสัญญาเช่ากับจูซ่านซ่านท่ามกลางสายตาแปลกๆ ของทุกคน
"เสี่ยวหมิงจื่อ ฉันให้รหัสประตูรั้วนายตอนนี้ได้เลย แต่กุญแจห้องคงต้องเอาไปปั๊มก่อนถึงจะให้ได้นะ"
กุญแจสำรองของจูซ่านซ่านอยู่ที่พ่อจูกับแม่จู กุญแจดอกที่เธอเก็บไว้จึงเป็นดอกเดียวที่เหลืออยู่ตอนนี้
หลิวหมิงดีใจมากที่การเช่าบ้านผ่านไปอย่างราบรื่น แถมสถานที่ก็ถูกใจเขาสุดๆ ตอนนี้เหลือแค่รอให้รูมเมตคนใหม่กลับมาในตอนเย็นเท่านั้น
ใช่แล้ว คุณชายท่านนี้เซ็นสัญญาโดยไม่ได้อ่านรายละเอียดเลยสักนิด จึงไม่ทันสังเกตว่าในช่องเจ้าของบ้านนั้นระบุชื่อของจูซ่านซ่านเอาไว้
"ที่รัก ฉันไปหาบริษัทรับจ้างย้ายบ้านก่อนนะ รอฉันด้วยล่ะ คืนนี้เจอกันตอนมื้อค่ำ!" หลิวหมิงกระโดดโลดเต้นจากไป
ทันทีที่หลิวหมิงคล้อยหลัง สองขาเผือกอย่างอวี๋ฮว่าหลงและโหลวซานกวนก็รีบเข้ามารุมล้อมทันที
"ซ่านซ่าน คราวนี้เธอตกได้ปลาตัวโตเลยนะ ทายาทเศรษฐีรุ่นสองที่จ่ายเงินสดซื้อคฤหาสน์กำลังจะย้ายมาอยู่กับเธอเนี่ย"
โหลวซานกวนผู้เป็นหน่วยกล้าตายเสมอ จงใจพูดเสียงดังฟังชัดจนทุกคนในออฟฟิศหูผึ่ง
หวังจื่อเจี้ยนแทบอยากจะฉีกปากคนช่างเมาท์อย่างโหลวซานกวนให้รู้แล้วรู้รอด แต่ในใจลึกๆ เขาก็ยังสวดภาวนาให้จูซ่านซ่านปฏิเสธเรื่องนี้
จูซ่านซ่านสัมผัสได้ถึงสายตาขุ่นเคืองของหวังจื่อเจี้ยนที่จ้องเขม็งมาราวกับจะเจาะทะลุร่างเธอ เหมือนกับว่าเธอถูกจับได้ว่าคบชู้กลางวันแสกๆ อย่างไรอย่างนั้น
อีกอย่าง หวังจื่อเจี้ยนมีสิทธิ์อะไรมาถลึงตาใส่เธอ ระหว่างเธอกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย เขาก็มีเอมิลี่ของเขาอยู่แล้วนี่
พอชื่อเอมิลี่แวบเข้ามาในหัว จูซ่านซ่านก็กลืนคำอธิบายที่เตรียมจะพูดลงคอไปทันที
"เปล่า ตอนนี้เรายังเป็นแค่เพื่อนกันน่ะ ฉันก็แค่คิดว่าถ้าได้อยู่ใกล้ๆ กันอาจจะมีโอกาสได้พัฒนาความสัมพันธ์บ้างก็เท่านั้นเอง"
โดยไม่สนว่าระเบิดลูกนี้จะทำให้ออฟฟิศแตกตื่นแค่ไหน เธอหมุนตัวเดินไปชงกาแฟหน้าตาเฉย
เซี่ยถิงเฟิงที่พอจะรู้ระแคะระคายว่ามีซัมติงระหว่างหวังจื่อเจี้ยนกับจูซ่านซ่าน หันขวับไปมองหวังจื่อเจี้ยนทันทีที่เธอพูดจบ
และก็เป็นไปตามคาด ใบหน้าของชายหนุ่มดำมืดราวกับเปาบุ้นจิ้น โอ้โฮ งานนี้ท่าจะหนักเอาการ
ตอนนี้เซี่ยถิงเฟิงมั่นใจเต็มร้อยแล้วว่า หวังจื่อเจี้ยนรู้ใจตัวเองเข้าให้แล้วจริงๆ
บรรดาจิ้งจอกเฒ่าในร้านต่างก็สังเกตเห็น สวีเหวินชางและฝางซื่อจิ่นเห็นว่าหลังจากจูซ่านซ่านพูดจบ สีหน้าของหวังจื่อเจี้ยนก็ดูน่ากลัวขึ้นมาทันตา ในขณะที่เซี่ยถิงเฟิงกำลังนั่งมองเขาอย่างออกรสออกชาติ
สวีเหวินชางสะกิดเซี่ยถิงเฟิง ทำงานด้วยกันมานาน แค่สบตากันแวบเดียวเซี่ยถิงเฟิงก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายจับสังเกตได้เหมือนกัน เขาจึงพยักหน้ารับ
จำนวนผู้ชมที่คอยตามลุ้นเพิ่มจากหนึ่งเป็นสาม ฝางซื่อจิ่นและสวีเหวินชางรับรู้ผ่านเซี่ยถิงเฟิงแล้วว่าหวังจื่อเจี้ยนแอบชอบจูซ่านซ่าน
ฝางซื่อจิ่นรู้มาว่าหวังจื่อเจี้ยนมีแฟนแล้ว เธอเคยได้ยินเขาพูดถึงเอมิลี่อยู่หลายครั้ง แถมยังเคยส่งดอกไม้ไปให้ด้วย
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและส่งข้อความหาสวีเหวินชาง: 【สวีกูกู ฉันนึกว่าหวังจื่อเจี้ยนมีแฟนแล้วซะอีก ทำไมตอนนี้ถึงมาชอบซ่านซ่านได้ล่ะ】
ในวีแชต สวีเหวินชางเล่ามหากาพย์การตามจีบเอมิลี่ยาวนานถึง 10 ปีของหวังจื่อเจี้ยนให้ฝางซื่อจิ่นฟังจนหมดเปลือก
หลังจากอ่านจบ ฝางซื่อจิ่นก็เงยหน้ามองสวีเหวินชางด้วยความงุนงง
ในสายตาของเธอ หวังจื่อเจี้ยนเป็นคนฉลาดแกมโกง เอมิลี่เห็นได้ชัดว่าแค่กั๊กเขาไว้ แต่เขากลับดูไม่ออกเลยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ฝางซื่อจิ่นไม่เข้าใจเรื่องนี้เลยจริงๆ
สวีเหวินชางยักไหล่ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเอมิลี่ร่ายมนตร์คาถาอะไรใส่หวังจื่อเจี้ยน ถึงทำให้ผู้ชายที่รับมือกับเศรษฐีนีมาแล้วนับไม่ถ้วนยังคงยึดติดกับเธอขนาดนี้
โหลวซานกวนเป็นคนชอบเผือก แต่อาจารย์ของเขากลับยิ่งกว่าเสียอีก
เธอจัดการตั้งกรุ๊ปแชตที่มีสวีเหวินชาง ฝางซื่อจิ่น และเซี่ยถิงเฟิงขึ้นมาทันที
เซี่ยถิงเฟิงที่พบว่าตัวเองถูกลากเข้ากรุ๊ปแชตใหม่ เหลือบมองฝางซื่อจิ่นและสวีเหวินชางด้วยสายตาเป็นคำถาม
สวีเหวินชางรีบชี้ไปที่ฝางซื่อจิ่น เป็นสัญญาณว่าเธอคือคนตั้งกรุ๊ป
ขณะที่เซี่ยถิงเฟิงกำลังจะพิมพ์ถามว่ามีเรื่องอะไร ข้อความหนึ่งก็เด้งขึ้นมา
ฝางซื่อจิ่น: 【เหล่าหูหลี สถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง】
เซี่ยถิงเฟิง: 【ลูกพี่ หมายถึงสถานการณ์เรื่องไหนล่ะครับ】
เมื่อเห็นเขาแกล้งโง่ สวีเหวินชางจึงพิมพ์ตอบไปว่า: 【ก็เรื่องระหว่างหวังจื่อเจี้ยนกับซ่านซ่านไง】
เซี่ยถิงเฟิงหยุดพิมพ์ หันไปฉีกยิ้มให้ลูกพี่ทั้งสองคนด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่า "ผมไม่บอกหรอก" แล้ววางโทรศัพท์ลง
ฝางซื่อจิ่นรู้ได้จากท่าทีนั้นว่าเขาคงไม่ยอมปริปากพูดแน่
ตลอดทั้งบ่าย หวังจื่อเจี้ยนเอาแต่จ้องมองจูซ่านซ่าน ในขณะที่เธอแกล้งทำเป็นไม่สังเกตเห็น ส่วนจิ้งจอกเฒ่าทั้งสามคนก็นั่งมองดูทั้งคู่เพื่อความบันเทิง
คนที่มีสมาธิทำงานจริงๆ มีแค่โหลวซานกวนกับอวี๋ฮว่าหลงเท่านั้น สองเด็กใหม่ผู้อ่อนหัดไม่เคยรับรู้ถึงความผิดปกติใดๆ เลย
เมื่อถึงเวลาเลิกงาน จูซ่านซ่านก็ยังคงเมินเฉยต่อหวังจื่อเจี้ยนและรีบออกจากร้านไปทันที เธอต้องไปจัดการปั๊มกุญแจให้หลิวหมิง
เมื่อเห็นเธอเดินออกไป หวังจื่อเจี้ยนก็ผุดลุกขึ้นทันที แต่โหลวซานกวนกับอวี๋ฮว่าหลงกลับพุ่งเข้ามาเกาะติด ขอติดรถกลับด้วย พวกเขาพักอยู่หอพักของบริษัทและมักจะอาศัยติดรถเขาไปกลับเสมอ
สวีเหวินชางดึงตัวทั้งสองคนไว้ "วันนี้หวังจื่อเจี้ยนมีธุระ เดี๋ยวฉันกับผู้จัดการร้านฝางจะขับรถไปส่งพวกนายเอง"
เขาส่งสายตาให้หวังจื่อเจี้ยน: ตามเธอไป ตอนนี้เลย
หวังจื่อเจี้ยนตระหนักได้ว่าความลับของเขาถูกเปิดเผยเสียแล้ว
เขาพยักหน้าขอบคุณสวีเหวินชาง ก่อนจะรีบวิ่งตามจูซ่านซ่านที่ออกตัวไปก่อนหน้า
ด้วยความคุ้นเคยกับละแวกนี้เป็นอย่างดี ไม่นานเขาก็สังเกตเห็นเธออยู่ที่ร้านปั๊มกุญแจ
หลังจากปั๊มกุญแจเสร็จ จูซ่านซ่านก็มุ่งหน้าไปที่ตลาด หลังจากตะลอนดูบ้านและไปกินข้าวกับหลิวหมิงมาหลายวัน เธอจึงรู้ใจว่าเขาชอบกินอะไร
วันนี้เป็นวันย้ายบ้านของหลิวหมิง เธอตั้งใจจะให้เขาทำอาหารมื้อใหญ่เลี้ยงเพื่อเป็นการขอบคุณ
การพาเขาตระเวนดูห้องชุดทำเอาน้ำหนักเธอหายไปตั้ง 1 กิโลกรัมเชียวล่ะ
หวังจื่อเจี้ยนแอบสะกดรอยตามเธอไปตลอดทาง จนกระทั่งเธอกลับถึงบ้านพร้อมกับของสดเต็มไม้เต็มมือ
เขาเฝ้ามองเธอจอดรถ หิ้วถุงข้าวของ และเดินหายลับเข้าไปในประตูรั้ว
ผ่านประตูรั้วที่เปิดอ้าอยู่ เขามองเห็นเธอกำลังพูดคุยกับหลิวหมิงในขณะที่พนักงานกำลังขนย้ายข้าวของของเขาเข้าไปข้างใน
หวังจื่อเจี้ยนนั่งอยู่ในรถ เฝ้ามองจนกระทั่งพนักงานขนย้ายทำงานเสร็จ และทั้งคู่ก็เดินออกมากล่าวขอบคุณ
ภาพของจูซ่านซ่านและหลิวหมิงที่ยืนเคียงข้างกันดูราวกับข้าวใหม่ปลามัน ภาพนั้นทิ่มแทงใจเขาอย่างจัง
เมื่อจินตนาการถึงภาพทั้งคู่กำลังนั่งกระหนุงกระหนิงทานมื้อค่ำ ผลัดกันป้อนอาหารอยู่หลังประตูรั้วที่ปิดสนิท มันก็ให้ความรู้สึกเหมือนมีมีดนับพันเล่มกรีดแทงลงกลางใจ
เขาทิ้งศีรษะลงซบกับพวงมาลัย หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดโทรหาสวีเหวินชาง
เขาไม่รู้จะคุยกับใครได้อีกแล้ว เขาเจ็บปวด เจ็บเจียนตายจริงๆ