เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 50 จงตายอย่างมีประโยชน์ให้ข้าเถิด

ตอนที่ 50 จงตายอย่างมีประโยชน์ให้ข้าเถิด

ตอนที่ 50 จงตายอย่างมีประโยชน์ให้ข้าเถิด


ตอนที่ 50 จงตายอย่างมีประโยชน์ให้ข้าเถิด

หวาดกลัว

สิ้นหวัง

ไม่เต็มใจ

มวลอารมณ์มากมายถาโถมเข้าใส่หัวใจและจิตวิญญาณของหลิงหยุนเฟย

นางคุดคู้อยู่ที่มุมของลานกว้าง เอนกายพิงกำแพงอิฐ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยเลือดและน้ำตา

จี้เทียนซิงยืนตะหง่านอยู่เบื้องหน้านาง ในมือกุมฝักกระบี่และก้มมองอย่างสมเพช แต่เขาก็ไร้ซึ่งความรู้สึกเมตตาสงสาร

หัวใจของเขาเพียงเต็มไปด้วยความสุขเท่านั้น !

ในช่วงเวลาที่อยู่บนภูเขาศาลาสวรรค์กับนาง   หลิงหยุนเฟยก็ทำเช่นนี้กับเขา !

ตอนนั้นนางดึงลูกปัดครองวิญญาณออกมา ทำลายตันเถียนของเขา และหอบร่างที่ไร้สติของเขาไปทำการทดสอบระดับพลังของนิกายหนุนสวรรค์ตามอำเภอใจ  จนเขากลายเป็นที่หัวเราะเยาะของผู้คนทั่วทั้งเมือง !

หลังจากนั้นนางก็มาขอถอนหมั้นถึงตระกูลและป่าวประกาศเรื่องนี้ !

การกระทำของหลิงหยุนเฟยเป็นอย่างไร ?

เขาทำอะไรผิดต่อนาง ?

จี้เทียนซิงเพียงแค่ทำลายวรยุทธ์ ไม่ได้ลงมือฆ่า นี่นับว่าเมตตามากแล้ว !

ชายหนุ่มแสดงสีหน้าไม่แยแสและเริ่มพูดว่า “หลิงหยุนเฟย เจ้าไม่ได้ก้าวหน้าขึ้นเลยแม้แต่น้อย ความแข็งแกร่งของเจ้ายังคงอยู่ที่เขตแดนต้นกำเนิดแท้จริงขั้นที่ 5 เหมือนวันนั้น นี่หมายความว่าเจ้ามิได้นำลูกปัดครองวิญญาณที่มีพลังของข้าไปหลอมรวม !”

"พูด ! เจ้ามอบลูกปัดครองวิญญาณให้ผู้ใด ? ใครบอกให้เจ้าปองร้ายต่อข้า !”

หลิงหยุนเฟยค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มด้วยใบหน้าเปื้อนเลือด จากนั้นนางก็กล่าวเย้ยหยันอย่างอ่อนล้าว่า

“เหอเหอ… ความแข็งแกร่งของเจ้ากลับมาแล้วจะอย่างไร ? เจ้าก็เทียบกับเขาไม่ได้อยู่ดี !”

“เจ้าเป็นเพียงคุณชายของตระกูลผู้ร่ำรวยในประเทศ ! แต่คนๆนั้นความสามารถเปี่ยมล้นเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและความทะเยอทะยาน  สักวันหนึ่งเขาจะกลายเป็นมังกรที่แท้จริงของสวรรค์ชั้นเก้า !”

ใบหน้าของจี้เทียนซิงยิ่งมืดมนมากขึ้น และดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยเจตนาฆ่าอันรุนแรง

“เช้ง !”

จี้เทียนซิงชักกระบี่มังกรโลหิตออกมาและจ่อไปที่หัวใจของหลิงหยุนเฟย

"มันเป็นใคร ? พูด !"

“ไม่งั้น เจ้าตาย !”

รอยยิ้มอันเย้ยหยันของหลิงหยุนเฟยแข็งค้างในทันที ความกลัวส่องผ่านดวงตาของนาง

นางเงยหน้าจ้องตาของชายหนุ่มและตะโกนอย่างโกรธแค้น “จี้เทียนซิง ! เจ้ากล้าฆ่าข้างั้นหรือ ?! เจ้ามันสัตว์เดรัจฉาน !”

“เจ้าลืมไปแล้วหรือ ? ก่อนนั้นเจ้ายังพูดว่ารักข้า จะไม่ทำให้ข้าเสียใจและจะปกป้องข้าไปตลอดชีวิต… เจ้า  เจ้ามันบุรุษหน้าซื่อใจคด !”

จี้เทียนซิงยังคงสีหน้าเย็นชาและตะโกนออกมาอย่างดูถูกว่า “บุรุษที่รักและจะปกป้องเจ้าไปชั่วชีวิตคือจี้เทียนซิงในอดีต  มิใช่ข้าตอนนี้ !”

“ข้าจะปฏิบัติต่อเจ้าแบบเดียวกับที่เจ้าทำ  ข้าจะทำลายการบ่มเพาะและชื่อเสียงของเจ้าให้หมดสิ้น !”

“สำหรับอิสตรีชั่วช้าเลวทรามเหมือนงูพิษอย่างเจ้า  การจะฆ่าให้ตายนั้นมันง่ายเกินไป !”

เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มแผ่จิตสังหารออกมา หลิงหยุนเฟยก็ตื่นตระหนกทันที ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความกลัว

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้นนางก็แข็งใจเงยหน้ามองจี้เทียนซิงอีกครั้งพลางกล่าวว่า

“จี้เทียนซิง  ต่อให้เจ้าฆ่าข้า ข้าก็จะไม่มีวันบอกเจ้า”

“และต่อให้ข้าต้องตาย คนๆนั้นก็จะแก้แค้นให้ข้าอย่างแน่นอน !”

จี้เทียนซิงขมวดคิ้วและตะโกนออกมาอย่างไม่แยแสว่า

“ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ตายซะ !”

แต่ในขณะที่เขากำลังจะเสือกแทงกระบี่มังกรโลหิตให้เจาะทะลุหัวใจของหลิงหยุนเฟย เสียงแหลมที่คมชัดก็ดังขึ้นที่หูของเขา

“ฟิ้ว !  ฟิ้ว !”

วัตถุสองชิ้นที่ฉายแสงเย็นเยียบท่ามกลางความมืดมิดพุ่งทะลุอากาศมาด้วยความเร็วดั่งลูกศร  มันพุ่งเป้ามาที่หลังและคอของชายหนุ่ม

“อาวุธลับ !”

จี้เทียนซิงตกตะลึงและกระโดดหลบออกไปสองฟุต

อาวุธลับทั้งสองพลาดเป้าพุ่งกระแทกกำแพงอิฐและทำให้เกิดเสียง "แก๊ง แก๊ง” จากนั้นก็หล่นลงกับพื้น

ในขณะเดียวกัน เงาร่างๆหนึ่งก็โบกสะบัดออกมาจากความมืดและรีบวิ่งไปที่หลิงหยุนเฟยทันที

เงาร่างนั้นช้อนเรือนร่างบอบบางของหลิงหยุนเฟยขึ้นและกระโจนผ่านกำแพง เข้าไปในสวนดอกไม้พลัมอย่างรวดเร็ว

จี้เทียนซิงรีบกระโดดตามออกไปอย่างรวดเร็วและหลังจากนั้นก็กวาดตามองไปทั่วอย่างเคร่งเครียด

อย่างไรก็ตาม เงาร่างดังกล่าวที่อุ้มหลิงหยุนเฟยได้หายไปในความมืดมิดยามราตรีเสียแล้ว  ไม่มีใครรู้ว่าไปทางไหน

จี้เทียนซิงคาดเดาจากพลังที่ซัดอาวุธและความรวดเร็วของมัน  คนผู้นี้สมควรเป็นยอดฝีมือเขตแดนต้นกำเนิดแท้จริงขั้นที่ 7

เขาไม่ได้ไล่ตามไป เพราะรู้ว่าต่อให้ตามก็ตามไม่ทันอยู่ดี

เขาขมวดคิ้วครู่หนึ่ง มุมโค้งขึ้นแสยะยิ้มอย่างเย้ยหยัน จากนั้นก็เดินออกจากสวนดอกพลัม

ถึงแม้ว่าเงาร่างนั้นจะแต่งกายด้วยชุดผ้าสีดำและปกปิดใบหน้าด้วยผ้าคลุม แต่จี้เทียนซิงก็สามารถคาดเดาจากขนาดรูปร่างเอาว่า คนผู้นั้นจะต้องเป็นชายหนุ่มรุ่นเยาว์ที่มีรูปร่างผอมสูง

เมื่อได้ข้อสันนิษฐานนี้ ในใจของชายหนุ่มก็ปรากฏเงาของคนผู้หนึ่งขึ้นอย่างเลือนลาง

......

กุบกับ กุบกับ.....

รถม้าสีดำวิ่งไปตามถนนหลักของชานเมืองทางตะวันตกและมุ่งหน้าไปยังประตูเมืองตะวันตกของเมืองจักรวรรดิ

ในรถม้าที่มืดมิด หลิงหยุนเฟยก้มตัวลงและใช้มือขาวซีดอันบอบบางกุมไปที่ช่องท้องอย่างอ่อนล้า

มีคนผู้หนึ่งนั่งอยู่ถัดจากนาง เขาเผยสีหน้าครุ่นคิดบางอย่างอยู่ในใจ

คนผู้นี้เป็นชายหนุ่มที่อบอุ่นและอ่อนโยน เขาสวมชุดสีดำ ใบหน้าขาวเนียนและหล่อเหลา

หลิงหยุนเฟยส่งเสียงอันอ่อนล้าไปที่ชายหนุ่มข้างๆ “องค์ชายน้อย... ข้าหนาวมาก กอดข้า.... ได้ไหมคะ... ?”

องค์ชายน้อยมีสีหน้าไม่แยแสเหมือนไม่ได้ยินคำขอของนาง ใบหน้าของเขามืดครึ้มและเย็นชาเหมือนน้ำแข็งคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่อย่างจริงจัง

หลิงหยุนเฟยเงียบไปครู่หนึ่งและกล่าวต่อไปว่า “องค์ชายน้อย .... จี้เทียนซิง  มัน กลับสู่เขตแดนต้นกำเนิดแท้จริงแล้ว.... มันเริ่มสงสัยว่าเป็นท่านแล้ว ท่านต้องระมัดระวัง....”

องค์ชายน้อยดึงสติกลับมาจากในห้วงความคิด มุมปากของเขาโค้งขึ้นและหัวเราะอย่างเย้ยหยัน

“เฮอะ ! ฟื้นฟูพลังสู่เขตแดนต้นกำเนิดแท้จริงแล้วจักอย่างไร ? มันยังไม่ใช่คู่มือของเราราชาผู้นี้ !”

“เฟยเฟย ในเมื่อตันเถียนของเจ้าถูกทำลาย รากฐานพลังยุทธ์ของเจ้าสูญสิ้น...  เช่นนั้น เจ้าย่อมไม่มีประโยชน์อันใดต่อราชาผู้นี้อีกแล้ว”

หลิงหยุนเฟยหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด  นางแข็งทื่อไปทั้งร่าง ริมฝีปากบางกล่าวอย่างสั่นสะท้านว่า “อะไร … ท่านกล่าวอะไรนะ ? องค์ชายน้อย…ท่าน ?”

องค์ชายน้อยจ้องมองนางด้วยรอยยิ้ม แต่ดวงตาของเขาเย็นชาราวกับน้ำแข็ง

“เฟยเฟย เจ้าเคยพูดว่าเจ้ารักข้ายิ่งกว่าตัวเองและเต็มใจมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้ราชาผู้นี้”

“ตอนนี้เจ้าควรปฏิบัติตามคำพูดของเจ้าแล้ว !”

ทันใดนั้น เขาชักกระบี่ออกมาและเสือกแทงเข้าที่หัวใจของหลิงหยุนเฟยอย่างเลือดเย็น

หลิงหยุนเฟยดวงตาเบิกกว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากเชื่อ

นางไม่ได้คาดคิดเลยว่า ชายหนุ่มที่อ่อนโยนพูดจาหวานหูกับนางมาโดยตลอดจะแทรกคมกระบี่เข้าที่หัวใจของนางอย่างเลือดเย็นเช่นนี้ !

นางมองไปที่องค์ชายน้อยอย่างตกตะลึง มุมปากของนางเต็มไปด้วยโลหิตที่ไหลทะลักออกมาอย่างต่อเนื่อง นางถามว่า  “เพราะ... เหตุใด …ทำไม?”

องค์ชายน้อยยังคงมีรอยยิ้ม เขายื่นมือออกไปลูบแก้มอันนวลเนียนของนาง  การเคลื่อนไหวของเขานั้นนุ่มนวลและอ่อนโยนเหมือนเช่นเคย

“นี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่ราชาผู้นี้จะมอบให้เจ้าก่อนตาย”

“เราราชาจะส่งร่างของเจ้ากลับไปที่ตระกูลหลิงและป่าวประกาศว่า จี้เทียนซิงเป็นคนสังหารเจ้า”

“มั่นใจได้เลยว่า เจ้าจะได้รับการแก้แค้นอย่างแน่นอน  ดังนั้น จงตายอย่างมีประโยชน์ให้ข้าเถิด”

ดวงตาของหลิงหยุนเฟยเบิกกว้างด้วยความโกรธแค้นและความคับข้องใจไม่สิ้นสุด  นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยความสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง

“จี้หลิง ! เจ้า... เจ้า...  เจ้ามัน... สารเลว.. . . ..”

นางรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายและกล่าวคำพูดสุดท้ายในชีวิตออกมา

โลหิตสีแดงสดล้นออกมาจากปากของนาง ชโลมเสื้อผ้าและย้อมจนเป็นสีแดงฉาด

ดวงตาของนางไร้ซึ่งพลัง ไร้ซึ่งลมหายใจ ดวงตาคู่งามของนางเบิกกว้างอย่างไม่ยินยอมและไม่เต็มใจ !

จบบทที่ ตอนที่ 50 จงตายอย่างมีประโยชน์ให้ข้าเถิด

คัดลอกลิงก์แล้ว