เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 การชุมนุมในโรงเตี๊ยมไลฟุ

ตอนที่ 25 การชุมนุมในโรงเตี๊ยมไลฟุ

ตอนที่ 25 การชุมนุมในโรงเตี๊ยมไลฟุ


ตอนที่ 25 การชุมนุมในโรงเตี๊ยมไลฟุ

 

 

หลังออกจากเมืองจักรวรรดิ, จี้เทียนซิงก็ควบขี่อาชามุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก

 

จากเมืองจักรวรรดิไปจนถึงเทือกเขาเย่ในหยุนโจวนั้น จำเป็นต้องข้ามฉิงโจวซึ่งอยู่ห่างออกไปไปสองพันไมล์

 

ถึงแม้ว่าจี้เทียนซิงจะขี่ม้าวายุหิมะขาวที่เดินทางได้  800 ไมล์ต่อวัน แต่ชายหนุ่มก็ต้องใช้เวลาถึงสองวันครึ่งกว่าจะไปถึงจุดหมาย

 

การออกนอกเมืองไปยังเทือกเขาเย่ครั้งนี้ก็เพื่อค้นหาดอกไม้ดาราแดง เขาค่อนข้างระวังเรื่องนี้ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

 

ไม่มีบุคคลที่สามล่วงรู้การเดินทางครั้งนี้นอกจากบิดาของมันเอง

 

เพื่อปิดบังอัตลักษณ์จากผู้คน จี้เทียนซิงยังสวมหน้ากากเหล็กสีดำและเสื้อคลุมสีดำขนาดใหญ่ทับอีกชั้น

 

ชายหนุ่มเดินทางไปตามถนนหลักไปยังหยุนโจว ตลอดเส้นทางมันได้พบกับนักเดินทางและพ่อค้าจำนวนมาก

 

ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะไร้ซึ่งเจตนาร้าย แต่พวกพ่อค้าและนักเดินทางเหล่านั้นก็ยังคงระแวง

 

เนื่องจากในยุทธภพนั้น มีจอมยุทธ์บางจำพวกที่มักสวมหน้ากากหรือผ้าคลุมหน้าเพื่อปกปิดตัวตน ส่วนใหญ่ไม่ใช่คนดีเท่าใดนัก ดังนั้นการที่บรรดานักเดินทางทั้งหลายไม่ค่อยญาติดีกับจี้เทียนซิงก็เป็นที่พอเข้าใจได้

 

 

ตกเย็นของวันต่อมา ในที่สุดชายหนุ่มก็เข้ามาถึงอาณาเขตของหยุนโจวและหาโรงเตี๊ยมในเมืองพัก

 

ในเวลานี้เขาอยู่ห่างจากเทือกเขาเย่กว่า 400 ไมล์และมีเวลาเหลืออีก 4 วันก่อนที่ดอกไม้ดาราแดงจะเบ่งบาน

 

ในตอนเที่ยงของวันที่สาม จี้เทียนซิงก็มาถึงเทือกเขาเย่และเข้าไปในเมืองเล็กๆก่อนจะถึงเทือกเขาเย่

 

การเดินทางครั้งนี้ราบลื่นปลอดภัยและไม่พบอุปสรรคใดๆตลอดเส้นทาง

 

เขาเร่งร้อนเดินทางตลอดทั้งวันทั้งคืนและมาถึงก่อนเวลาถึง 2 วัน ในที่สุดเขาก็รู้สึกอ่อนเพลียและเหนื่อยล้าจนรู้สึกอยากพักผ่อน

 

หลังจากเข้าไปในเมืองเย่ ชายหนุ่มก็มองหาโรงเตี๊ยมเพื่อเข้าพักในตัวเมือง

แต่ที่ตั้งของเมืองนี้อยู่ห่างไกลความเจริญมาก มันทั้งเป็นเมืองเล็กจ้อยอีกทั้งยังเก่าโทรม

 

ถนนภายในเมืองก็มีเพียงสองสายเท่านั้นแต่มีมากกว่า 200 หลังคาเรือนอาศัยอยู่ มันจึงกลายเป็นเมืองที่ทั้งเล็ก คับแคบและแออัด

 

จี้เทียนซิงเดินค้นหาทั่วทั้งเมืองและเห็นโรงเตี๊ยมเพียงแค่แห่งเดียว

 

มันเป็นโรงเตี๊ยมที่ก่อขึ้นด้วยอิฐสีแดงและกระเบื้องสีน้ำเงิน มันชื่อว่าโรงเตี๊ยมไลฟุและเป็นหนึ่งในอาคารที่ใหญ่ที่สุดภายในเมือง

 

แต่ท้ายที่สุดแล้ว โรงเตี๊ยมแห่งนี้ก็มีเพียงแค่ 3 ชั้นและลานกว้างขวางที่พอเหมาะพออาศัยอยู่ได้

 

โดยปกติแล้วเมืองนี้จะมีผู้คนไม่มากนัก มีร้านรวงอยู่เพียงไม่กี่แห่ง ซึ่งทั้งหมดอยู่ในระแวกโรงเตี๊ยมแห่งนี้

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อจี้เทียนซิงเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยมไลฟุ เขาก็ได้เห็นจอมยุทธ์สามคนนั่งอยู่บนชั้น 1 พวกมันดื่มกินด้วยอากัปกิริยาที่ป่าเถื่อนหยาบคาย

 

คนเหล่านี้ดูเย่อหยิ่งจองหองดั่งมารยาทที่แสดงออก แต่ละคนพกมีดและกระบี่ เห็นได้ชัดว่าเป็นจอมยุทธ์ตามป่าเขาที่หยาบกร้าน

 

จี้เทียนซิงขบคิดว่าจอมยุทธ์เหล่านี้ล้วนมาเพื่อดอกไม้ดาราแดงบนเทือกเขาเย่เป็นแน่

 

ในเวลานี้เอง เสี่ยวเอ้อหนุ่มในชุดสีดำที่มีผ้าขนหนูพาดไหล่ก็วิ่งออกมาจากห้องโถง และทักทายด้วยรอยยิ้มพร้อมทั้งถามว่าต้องการเข้าพักหรือไม่

 

จี้เทียนซิงพยักหน้าขอห้องหนึ่งและเดินเข้าไปในห้องโถงโดยไม่แสดงอาการใดๆออกมา

 

เสี่ยวเอ้ออีกคนรีบวิ่งเข้ามาในห้องโถงและจูงม้าของจี้เทียนซิงไปไว้ในสวนด้านข้างโรงเตี๊ยมเพื่อป้อนอาหารป้อนน้ำแก่มัน

 

จากนั้น ทันทีที่จี้เทียนซิงเดินเข้ามาในห้องโถง เหล่าจอมยุทธ์ที่ก้มหน้าก้มตากินดื่มก็หันมามองชายหนุ่มทันที

 

ด้วยการที่เขาสวมเสื้อคลุมสีดำและสวมหน้ากากจึงทำให้ทุกคนในห้องโถงไม่อาจจดจำได้ว่าเขาคือใครมาจากไหน ดังนั้นพวกมันจึงได้แค่เพียงมองอย่างเฉื่อยชาอยู่ครู่เดียว จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตากินดื่มต่อไป

 

ห้องโถงเงียบงัน บรรยากาศดูมืดมนและหดหู่

 

จี้เทียนซิงหยิบ 22 เหรียญเงินออกมามอบให้เถ้าแก่โรงเตี๊ยมและขอให้อีกฝ่ายจัดเตรียมอาหารสัก 2-3 อย่าง  จากนั้นก็เดินขึ้นไปที่ชั้น 2

 

ชั้นสองและชั้นสามของโรงเตี๊ยมเป็นห้องพัก

 

ห้องที่จี้เทียนซิงขอไว้อยู่ชั้น 3 ใกล้กับผนังด้านซ้ายของสวนหลังบ้านและมีต้นไทรขนาดใหญ่สูงสองฟุตอยู่ริมหน้าต่าง

 

หลังจากเสี่ยวเอ้อส่งอาหารมาให้จี้เทียนซิงที่ห้อง ชายหนุ่มก็ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาคมคาย จากนั้นเขาก็เริ่มกินอาหาร

 

หลังจากกินอาหารเสร็จ เขาก็อาบน้ำชำระล้างร่างกายและนั่งลงบนเตียงเพื่อวางแผนการต่อไปอย่างเงียบๆ

ยังมีเวลาอีกสามวัน ก่อนที่ดอกไม้ดาราแดงจะปรากฏ ข้าคิดว่ามันไม่เหมาะที่จะเดินทางไปเทือกเขาเย่วันนี้หรือพรุ่งนี้  ดอกไม้ดาราแดงยังไม่บานเต็มที่ ยังเร็วเกินไปที่จะขึ้นไปค้นหามัน อีกทั้งยังอันตรายไม่น้อย...”

 

หลังจากขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ชายหนุ่มก็ตัดสินใจพักที่โรงเตี๊ยมไลฟุต่อไปอีก 2 วันเพื่อรอจนกว่าจะถึงวันที่ดอกไม้บานเต็มที่

 

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว และไม่ช้าก็ถึงยามราตรี

 

ในช่วงเวลานี้ มีแขกหลายคนเข้ามาที่โรงเตี๊ยมจึงทำให้มันดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

 

จี้เทียนซิงยังคงกบดานอยู่ในห้องโดยไม่ออกไปจากห้องเลย  แม้แต่มื้ออาหารมันก็แจ้งให้เสี่ยวเอ้อนำไปส่งที่ห้อง

 

ในตอนเย็นของวันถัดมา ห้องพักในโรงเตี๊ยมก็แทบจะเต็ม

 

มีจอมยุทธ์มากหน้าหลายตาเข้ามาพักและดื่มกินพูดคุยหัวเราะเสียงดัง ซึ่งทำให้ห้องโถงและสวนด้านหลังเต็มไปด้วยผู้คน  เสียงอึกทึกราวกับตลาดสด

 

จี้เทียนซิงที่สิงอยู่ในห้องมานานเกินไปเริ่มรู้สึกเบื่อและอึดอัด  มันจึงเดินออกจากห้องและลงบันไดมาเพื่อจะยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย

 

ชายหนุ่มยังคงสวมเสื้อคลุมสีดำและหน้ากาก ทันทีที่เดินเข้าไปในสวนหลังบ้านก็ได้และเห็นโต๊ะหลายโต๊ะตั้งอยู่ในสวน

 

แต่ละโต๊ะมีจอมยุทธ์ 2-3 คนนั่งอยู่ พวกมันกุมกระบี่ไว้ในมือและตะโกนเสียงดังราวกับเป็นพ่อค้าตลาดสด

 

“กลุ่มดาบโลหิตรับสมัครคนเข้าทีม !  กลุ่มของพวกข้าได้ล่าสัตว์ร้ายในภูเขาใหญ่มามากมายเป็นเวลาหลายปี เหล่านักเดินทางในกลุ่มล้วนเต็มไปด้วยประสบการณ์...”

 

“รับสมัคร ! รับสมัครคนเข้ากลุ่ม จอมยุทธ์ท่านใดที่มาถึงเขตแดนต้นกำเนิดแท้จริงสามารถเข้ากลุ่มของพวกข้าได้  พวกเราจะไปสำรวจเทือกเขาเย่และค้นหาดอกไม้ดาราแดงกัน !”

 

“กลุ่มจอมยุทธ์ ! มาๆร่วมแก๊งจอมยุทธ์กับพวกข้าได้ พวกข้าคือกลุ่มนักผจญภัยที่โด่งดังของหยุนโจว.....”

 

จี้เทียนซิงจ้องมองไปที่เหล่าจอมยุทธ์เหล่านั้นและอดไม่ได้ที่จะแอบยิ้มเย้ยที่มุมปาก

เฮอะ ! เจ้าพวกนั้นล้วนไร้สาระอย่างน่าขัน”

สมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์และปฐพีที่ทุกคนต่างก็ต้องการ เอาคนไม่รู้จักกันมารวมกลุ่มกัน ต่อให้พบดอกไม้ดาราแดงเป็นกลุ่มแรกแล้วจักอย่างไร ? สุดท้ายพวกมันไม่แตกคอกันหรือไง ? สมองทึบ !

 

มันไม่ได้สนใจการตะโกนเรียกแขกของกลุ่มทั้งหลาย จากนั้นก็หันหลังออกจากสวนหลังโรงเตี๊ยมไป  แต่ระหว่างนั้นมันถูกชายหนุ่มร่างกำยำคนหนึ่งขวางทางไว้

 

ชายหนุ่มร่างกำยำผู้นี้สวมชุดเกราะหนังสีน้ำตาล ถือมีดไว้ในมือและใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “เฮ้ น้องชายร่วมทีมจอมยุทธ์กับพวกข้าเถอะ !”

“หากเจ้าลงมือเพียงลำพัง ข้าเกรงว่ายังไม่ทันจะพบดอกไม้ดาราแดงก็คงตกตายภายใต้กรงเล็บของสัตว์ร้ายไปแล้ว มารวมตัวกับพวกข้าเถอะ โอกาสจักได้มีมากขึ้น !”

 

จี้เทียนซิงหลบไปด้านข้างเพื่อจะเดินผ่าน เขากล่าวด้วยเสียงต่ำที่แหบพร่าว่า “ไม่จำเป็น”

 

ชายหนุ่มร่างกำยำมองเงาหลังของอีกฝ่ายที่กำลังเดินจากไปด้วยความเสียใจ  มันพึมพำว่า ท่าทางอายุยังน้อย แม่งมั่นขนาดนั้นเชียว หรือว่าเป็นยอดฝีมืองำประกาย ?”

ต่อให้เป็นยอดฝีมือที่ชอบบินเดี่ยว... แต่คราวนี้มีผู้คนและยอดยุทธ์มากมายที่มาเพื่อดอกไม้ดาราแดง ข้าเกรงว่าคงเป็นการยากอยู่ดีที่มันจะมีโอกาส

 

จี้เทียนซิงเดินออกจากสวนหลังโรงเตี๊ยมและเดินตัดเข้าไปในห้องโถง

 

ในเวลานี้ภายในห้องโถงเต็มไปด้วยผู้คนแน่นขนัด

 

จอมยุทธ์จำนวนมากกินดื่มกันอย่างเอิกเกริกรอบๆห้องโถง เสียงของการชนแก้วสุราและเสียงถ้วยชามที่กระทบกันดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

จี้เทียนซิงเดินอย่างเชื่องช้าผ่านห้องโถงเพื่อสดับฟังข้อมูลบางอย่าง  มันพบว่าจอมยุทธ์เหล่านี้ต่างก็มาจากทั่วทุกมุมของประเทศเท่าที่จะสามารถเดินทางมาได้ทันเวลา

 

นอกจากนี้ มีหลายคนที่คุ้นหน้าคร่าตากันที่มาพบกันโดยบังเอิญในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ พวกมันทั้งหลายร่วมมือกันเพื่อตั้งกลุ่มเล็กๆ และยังมีบางคนที่จับมือกันเพียงสองคนอีกด้วย

 

ทั้งหมดทั้งมวล ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่มีชีวิตชีวาที่สุดของโรงเตี๊ยมไลฟุนับตั้งแต่เปิดให้บริการมา !

 

จอมยุทธ์ที่มารวมตัวกันในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ล้วนแต่มีความสามารถในศาสตร์ของตน บ้างก็เป็นยอดฝีมือที่เก็บตัว

 

แต่ทุกคนต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน นั่นก็คือดอกไม้ดาราแดงบนเทือกเขาเย่ !

 

จบบทที่ ตอนที่ 25 การชุมนุมในโรงเตี๊ยมไลฟุ

คัดลอกลิงก์แล้ว