เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 23 องค์หญิงน้อยมาแล้ว !

ตอนที่ 23 องค์หญิงน้อยมาแล้ว !

ตอนที่ 23 องค์หญิงน้อยมาแล้ว !


ตอนที่ 23 องค์หญิงน้อยมาแล้ว !

แปล Tarhai

 

 

ในใจของจี้เทียนซิงเต็มไปด้วยข้อสงสัย มวลอารมณ์รอบกายคละคลุ้งไปด้วยความหดหู่

 

วิถีดวงใจกระบี่ที่มันฝึกปรืออยู่นั้นไม่เคยถูกกล่าวถึงและไม่เคยมีผู้ใดได้ยินมาก่อน

 

ตอนนี้เขาควบแน่นตัวอ่อนกระบี่ได้อย่างเชื่องช้านักและติดอยู่ในคอขวดไม่อาจทะลวงขีดขั้นไปได้ในระยะสั้น

 

ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่มีประสบการณ์ในการฝึกปรือที่ถ่ายทอดสอนสั่งจากผู้อื่นหรือบรรพบุรุษ เขาทำได้เพียงเข้าถึงและสำรวจวิถีทางนี้ได้ด้วยตนเองเท่านั้น

 

วิถีดวงใจกระบี่ที่ผิดแผกนี้ถูกกำหนดให้เป็นเส้นทางบ่มเพาะที่แข็งแกร่งก็จริง แต่ยากเย็นในความก้าวหน้านัก !

 

จี้เทียนซิงครุ่นคิดอยู่เนิ่นนานและก็ยังตีโจทย์ไม่แตก สุดท้ายก็นึกถึงสุสานเทพกระบี่

 

เขาตัดสินใจเข้าสู่สุสานเทพกระบี่อีกครั้งเพื่อดูศิลาจารึกอันอื่นๆเผื่อว่าจะพบหาทางแก้ปัญหา

 

เขากุมวิญญาณแห่งสมาธิและรวบรวมสติของเขาไปในหลุมดำที่ตันเถียน

 

วิธีนี้ใช้ได้ผลและสติของเขาก็ถูกกลืนลงไปในหลุมดำอย่างรวดเร็ว

 

ร่างกายของชายหนุ่มยังคงนอนแอ้งแม้งอยู่ในห้องฝึกลับ แต่จิตสำนึกของมันทะยานเข้าสู่พื้นที่ที่เย็นเยียบและดำมืด

 

“วู้ม !”

จิตสำนึกของเขาควบแน่นเป็นร่างโปร่งแสงและรูปร่างหน้าตาก็มิได้ผิดแผกไปจากเดิม  จากนั้นก็มุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่แห่งสุสานเทพกระบี่

 

ความรู้สึกที่เท้ายังคงเย็นเฉียบและสัมผัสได้ถึงพื้นดินที่แข็งกระด้าง มันเต็มไปด้วยหมอกที่เปล่งกลิ่นอายของความตายออกมาเหมือนเคย

 

แม้ว่านี่เป็นครั้งที่สองที่ชายหนุ่มได้เข้ามา แต่มันก็ยังก็ยังรู้สึกแปลกใหม่ในพื้นที่แห่งนี้

 

จิตสำนึกของมันล่องลอยไปข้างหน้าและกวาดมองดูสภาพแวดล้อมของการล่มสลายไปพร้อมๆกัน

 

เป็นเรื่องน่าเสียดายที่หมอกรอบๆหน้าแน่นอย่างยิ่ง ราวกับว่ามันจะไม่มีกระจายตัวออกจากกัน  มันปิดกั้นระยะสายตาของเขาหมดสิ้น ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถมองเห็นภาพที่อยู่ไกลออกไปได้เลย

 

หลังจากนั้นไม่นาน ชายหนุ่มก็มาถึงภายใต้อนุสาวรีย์กระบี่สีดำขนาดใหญ่

ตัวอักษรทั้งสี่ ‘สุสานเทพกระบี่’ บนตัวกระบี่นั้นยังคงเฉียบคมและแข็งแกร่งจนเขาก็ไม่กล้ามองมันนานๆ

 

ศิลาจารึกหน้าหลุมศพทั้งดำและขาวทั้งสิบแปดแห่งยังคงตั้งตะหง่านอยู่ทางด้านซ้ายและด้านขวาของอนุสรณ์กระบี่

 

เมื่อยามที่จี้เทียนซิงมาที่นี่เป็นครั้งแรก เขาพบว่าศิลาจารึกทางด้านซ้ายทั้ง 9 นั้นเป็นเคล็ดบ่มเพาะวิถีดวงใจกระบี่ทั้งสิ้น

 

คราวนี้เขาจึงมุ่งความสนใจเป็นพิเศษกับศิลาจารึกทั้ง 9 ทางด้านขวาและจับจ้องอยู่ครู่หนึ่ง

 

ศิลาจารึกทั้ง 9 ทางด้านขวานั้นถูกจารึกด้วยอักษรโบราณ แต่อย่างไรก็ตาม อักษรเหล่านั้นช่างคลุมเครือจนเขาแทบมองไม่เห็นอะไรเลย

 

จี้เทียนซิงคาดเดาว่าอักษรทั้ง 9 ของศิลาจารึกทางด้านขวานั้นย่อมลึกซึ้งอย่างแน่นอนและไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยเขตแดนพลังในปัจจุบันของเขา

 

ดังนั้นเขาจึงหันกลับมาและเดินไปที่ด้านหน้าของศิลาจารึกทั้งหลายในฝั่งซ้าย

 

เขาจับจ้องที่ศิลาจารึกอันแรกและต้องการเห็นอักษรซ้ำอีกครั้งเพื่อยืนยันให้แน่ใจว่า วิธีการฝึกฝนของเขานั้นไม่มีขั้นตอนใดขาดตกบกพร่อง

 

อย่างไรก็ตาม ศิลาจารึกนั้นกลับว่างเปล่า !

อักษรมากกว่าหนึ่งร้อยคำที่มีมาก่อนหน้านี้หายไปหมดสิ้น !

 

“นี่…เป็นไปได้อย่างไร ?”

จี้เทียนซิงรู้สึกตะลึงงัน

 

โชคดีที่เขาจำอักษรและประโยคทั้งหมดของศิลาจารึกทั้ง 5 แห่งแรกได้แล้ว

 

ดังนั้นการหายไปของศิลาจารึกอันแรกนั้นจึงไม่ส่งผลกระทบต่อการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องของเขา

 

เขามองไปที่ศิลาจารึกอื่นอย่างรวดเร็ว โชคดีที่อักษรบนนั้นยังคงอยู่ครบถ้วนและมองเห็นได้ชัดเจน

 

จี้เทียนซิงขมวดคิ้วและครุ่นคิดในใจ อักษรชุดแรกบนศิลาจารึกบันทึกเอาไว้เกี่ยวกับวิถีดวงใจกระบี่ในขั้นแรก, ควบแน่นปราณกระบี่และวิธีการเพาะตัวอ่อนกระบี่”

ตอนนี้ข้าควบแน่นปราณกระบี่ได้ครบทั้ง 12 สายแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนเดียวเท่านั้นก็คือเพาะตัวอ่อนกระบี่ แต่ศิลาจารึกแรกกลับหายไป”

หรือว่าวิธีการบ่มเพาะของข้ามิได้ผิดพลาด ในเมื่อผ่านขั้นตอนแรกไปแล้วศิลาจารึกอันแรกจึงหายไป ?

 

เมื่อขบคิดถึงเรื่องนี้แล้วจิตใจของจี้เทียนซิงก็กระจ่าง เขาเริ่มวิเคราะห์วิธีการในขั้นตอนต่อไป

หากวิธีการบ่มเพาะของข้าถูก งั้นปัญหาก็ย่อมอยู่ในร่างกายของข้าเอง !

ในตอนนี้เรื่องยากที่สุดของข้าก็คือไม่สามารถชักนำปราณกระบี่ในจุดชีพจรทั้ง 12 สายไปไว้ที่ตันเถียนได้ เส้นชีพจรของข้าไม่อาจทนทานมัน พวกมันจึงตัดขาด”

ถ้าหากข้าฝืนบังคับปราณกระบี่พวกนั้น เส้นชีพจรของข้าอาจจะขาดสะบั้นเป็นแน่  ถึงเวลานั้นแม้จะไม่ตกตายก็คงเป็นยิ่งกว่าขยะที่ใช้ชีวิตประจำวันยังไม่ได้....”

ดูเหมือนว่ากุญแจสำคัญของปัญหานี้ก็คือเส้นชีพจรของข้าไม่แข็งแรงพอ บางทีข้าอาจจะต้องหาวิธีเสริมความแข็งแกร่งของเส้นชีพจร !

 

จี้เทียนซิงเคยเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของรัฐนภากระจ่าง เขาหลักแหลมเฉลียวฉลาดและมีประสบการณ์ในการฝึกฝนวิชายุทธ์สูงล้ำกว่าผู้อื่น

 

ทำให้แม้ว่าเขาจะฝึกฝนวิชายุทธ์แบบที่แตกต่างจากสามัญสำนึกคนทั่วไป เช่น วิถีดวงใจกระบี่ เขาก็ยังสามารถเข้าใจได้อย่างถี่ถ้วนด้วยภูมิปัญญาของตนเองและวิเคราะห์ได้ถึงปัญหา

 

เมื่อคาดว่าตนเองทำความเข้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้แล้ว เขาจึงออกจากสุสานเทพกระบี่ด้วยความอุ่นใจ

 

จิตสำนึกของจี้เทียนซิงกลับคืนสู่ร่างกายและเขาก็ลืมตาลุกขึ้นนั่ง

 

เขาจดจำเรื่องการเสริมความแข็งแกร่งให้เส้นชีพจรและนึกถึงดอกไม้ดาราแดงในทันที

เขาหยิบกล่องเหล็กเล็กๆออกจากแขนและเปิดกล่องออกมา มองไปที่เข็มทิศและกระซิบแผ่วเบาว่า

ท่านพ่อบอกว่าดอกไม้ดาราแดงสามารถซ่อมแซมตันเถียนและเสริมสร้างเส้นชีพจรได้ มันเต็มไปด้วยพลังต้นกำเนิดและยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งอย่างมากอีกด้วย”

ถ้าหากข้าสามารถหาดอกไม้ดาราแดงได้ บางทีข้าอาจจะช่วยเสริมแกร่งเส้นชีพจรจนทำให้ข้าควบแน่นตัวอ่อนกระบี่ได้ก็เป็นได้”

ยังมีเวลาเหลืออีกหกกว่าจะถึงเวลา จากเมืองจักรวรรดิไปยังเทือกเขาเย่ใช้เวลาสองวันในการเดินทางด้วยม้าที่เร็วที่สุด ดูเหมือนว่าข้าควรจะเตรียมพร้อมได้แล้ว ...”

 

จี้เทียนซิงออกจากห้องลับและกลับไปที่ห้อง

 

ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงแล้ว เขาต้องเก็บข้าวของหลังกินมื้อกลางวันเพื่อเตรียมที่จะออกเดินทางไปยังเทือกเขาเย่ตอนเช้าของวันพรุ่งนี้

 

ในเวลานั้นเอง ฮวนเอ๋อก็วิ่งเข้ามาในห้องพอดีและรายงานต่อจี้เทียนซิงว่า

“คุณชายใหญ่คะ ! องค์หญิงเค่อเค่อกำลังมาที่นี่ !”

 

จี้เทียนซิงตกตะลึงและยิ้มเจื่อนอย่างเป็นทุกข์ “องค์หญิงน้อยมาได้อย่างไร ?”

 

เขาซ่อนกระเป๋า เดินออกจากห้องเพื่อจะไปทักทายองค์หญิงน้อยในสวน

 

ถึงแม้ว่าองค์หญิงน้อยนางนี้จะเป็นองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ แต่นางชอบที่จะเที่ยวเล่นกับจี้เทียนซิงตั้งแต่ยังเด็กแล้ว ยามว่างนางมักจะหนีออกจากวังเพื่อมาหาเขาและชวนไปเที่ยวเล่นกัน ความสัมพันธ์ของเขากับนางนั้นนับว่าดียิ่ง

 

องค์หญิงน้อยเป็นผู้ที่มีชีวิตชีวาและซุกซน นางมักจะหาเรื่องแปลกๆมาเล่นกับเขา ซึ่งทำให้จี้เทียนซิงไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี...

 

จี้เทียนซิงขบคิดระหว่างเดิน องค์หญิงน้อยมาเยือนตระกูลจี้วันนี้ ข้าหวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกนะ ?

 

ในช่วงเวลาไม่นานก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นที่ประตูของสวนเล็กๆ

 

สิ่งแรกที่ปรากฏในดวงตาของจี้เทียนซิงก็คือเด็กสาวสวมชุดคลุมสีเขียวและรองเท้าบูทสีทอง

 

เด็กผู้หญิงนางนี้มีอายุประมาณ 14 ปี รูปร่างเล็กน่ารัก ใบหน้าสีขาวนวลของนางนั้นเป็นสีชมพูระเรื่อและดวงตาของนางก็กระจ่างใส

 

ข้อมือขาวของนางสวมกำไลหยกสีแดงเพลิง ผมของนางยาวบดบังผ้าคลุมไหล่ดูน่ารักมาก

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือองค์หญิงน้อยที่จักรพรรดิชื่นชอบและตามใจ, องค์หญิงน้อยจี้เค่อ

 

ลำพังนางผู้เดียวก็นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้จี้เทียนซิงปวดกบาลได้แล้ว แต่เขาคาดไม่ถึงว่านางยังลากผู้ติดตามมาด้วยอีกนับสิบชีวิต !

 

คนเหล่านี้ทั้งหมดล้วนต่างจากคนธรรมดาสามัญ พวกเขาสง่างามและราศีจับ

นอกจากนี้ยังมีฝูงคนที่ติดตามมาพร้อมกับทหารองครักษ์ร่างใหญ่อีก 8 คนที่สวมเกราะอันองอาจ เท่านั้นไม่พอยังแบกกล่องใหญ่มาอีก 4 กล่อง !

 

“ยะโฮ ! พี่ใหญ่เทียนซิง ข้ามาหาท่านแล้ว !”

องค์หญิงน้อยเผยแย้มยิ้มและเอ่ยปากทักทายจี้เทียนซิง  จากนั้นนางก็ชี้โบ้ชี้เบ้ให้เหล่าองครักษ์ร่างใหญ่ทั้ง 8 คนแบกกล่องใหญ่ 4 กล่องเข้าไปในห้องของชายหนุ่ม

 

จบบทที่ ตอนที่ 23 องค์หญิงน้อยมาแล้ว !

คัดลอกลิงก์แล้ว