เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 26 การฝึกตน

ตอนที่ 26 การฝึกตน

ตอนที่ 26 การฝึกตน


เมื่อมองไปที่ตำราในมือของเธอ ไป๋ซู่เจินก็รู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย แม้ว่ามันจะเป็นสมบัติของเผ่าพันธุ์ปีศาจของเธอแต่ก็ไม่มีความโลภอยู่ในดวงตาของเธอเลยแม้แต่น้อย

อย่างแรก เพราะมันเป็นของซู่เฮาเที่ยนบุคคลอันเป็นที่รักของเธอ อย่างที่สองคือเธอเคยฝึกวิชาฝึกตนที่เรียกว่า “บ่วงนาคบาศ” ซึ่งเป็นวิธีการฝึกตนแบบโบราณ และแม้ว่าระดับของมันจะต่ำกว่าเล็กน้อย แต่มันก็เหมาะสมกับระดับการฝึกตนของเธอในตอนนั้นมาก

ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับท่านที่ได้รับตำราการฝึกตนของจักรพรรดิเหนิงตงหวงทำให้ท่านได้รับรางวัลแบบสุ่ม”

ห้ะ! จักรพรรดิเหนิงตงหวงมันเป็นใครกันฟะ?

ซู่เฮาเที่ยนนึกในใจด้วยความสงสัย

ในฐานะมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานในออฟฟิศประเทศจีนนั้น ทำให้เขาแทบไม่มีเวลาว่างอ่านหนังสือเกี่ยวกับตำนานเทพเจ้าโบราณ ทำให้เขารู้สึกแปลกใจมากเมื่อได้ยินชื่อของตำราการฝึกตนของจักรพรรดิเหนิงตงหวง

ก่อนอื่น จักรพรรดิเหนิงตงหวงนั้นไม่ใช่จักรพรรดิธรรมดา จักรพรรดิเหนิงตงหวงนั้นเป็นหนึ่งในผู้ตัดสินของศาลสวรรค์ ซึ่งมีศิษย์หลักโดยตรงสามคนคือ ฮงจุน ผังกุและหนิวว่า ซึ่งหลังจากที่ผังกุได้สร้างสวรรค์และปฐพีขึ้นแล้ว หนิวว่าก็ได้สร้างโลกและมนุษย์ขึ้น หลังจากนั้นจักรพรรดิเหนิงตงหวงจึงได้รวบรวมมนุษย์ทุกเชื้อชาติเข้าด้วยกัน นอกจากนี้มนุษย์เหล่านี้ยังถูกเรียกว่าเผ่าพันธุ์ก่อนประวัติศาสตร์ เพราะแม้แต่เผ่าปีศาจก็ยังไม่เคยได้เห็นมนุษย์เหล่านี้มาก่อนและเพื่อเป็นการเรียกอย่างให้เกรียติ จักรพรรดิเหนิงตงหวงจึงมีอีกชื่อว่าจักรพรรวดิสวรรค์”

อะไรวะเนี่ย! นั่น..นั่นหมายความว่า”การตื่นขึ้นของพลังเทพเจ้า“แม่งก็เจ๋งสุดๆไปเลยน่ะสิ!”

มันก็สุดยอดจริงๆนั่นแหละ และท่านไม่ต้องกังวลว่าท่านจะไม่สามารถฝึกฝนวิชาของเผ่าปีศาจได้ ร่างกายของท่านได้รับการปรับแต่งด้วยพลังของระบบทำให้สามารถฝึกฝนวิชาของเผ่าพันธุ์ต่างๆได้”

สุดยอดไปเลย! ถ้าอย่างนั้นฉันก็สามารถฝึกวิชาการตื่นขึ้นของพลังเทพเจ้าได้น่ะสิ ถ้าอย่างงั้นต้องรีบหน่อยแล้ว”

“ซู่เจิน เจ้าช่วยสอนภาษาปีศาจให้ข้าได้หรือไม่?”

“นายท่าน ท่านเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ไม่เหมือนกับข้า ข้าเกรงว่าท่านไม่เหมาะที่จะฝึกฝนวิชาของเผ่าปีศาจ”

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก อย่างน้อยข้าก็ยังได้ลองดีกว่าปล่อยให้เวลามันผ่านไปเฉยๆเสียอีก”

ซู่เฮาเที่ยนนั้นไม่สามารถเปิดเผยความลับเรื่องระบบกับใครได้นอกจากตัวเขาเองและไม่มีการยกเว้นแม้กระทั่งคนที่เขาไว้ใจที่สุดก็ตาม

“ถ้าอย่างนั้น ข้าจะสอนท่านแค่ภาษาของเผ่าปีศาจเท่านั้น”

ไป๋ซู่เจินนั้นคิดว่ายังไงซะซู่เฮาเที่ยนก็ยังเป็นแค่เด็ก ดังนั้นเธอจึงหาอะไรทำกับเขาในช่วงที่ว่างดีกว่าปล่อยให้เขานั่งเบื่อไปวันๆ

ไป๋ซู่เจินยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะยื่นนิ้วที่เล็กเรียวยาวออกมาแล้วแตะไปที่หน้าผากของซู่เฮาเที่ยนเบาๆ ทันใดนั้นตัวอักษรและข้อความที่แปลกใหม่ก็ปรากฏขึ้นในใจของเขา

ข้อมูลนี้เป็นเหมือนกับกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ทำให้ซู่เฮาเที่ยนสามารถเข้าใจได้โดยใช้ความพยายามของเขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“ขอบคุณมากนะซู่เจิน” ซู่เฮาเที่ยนยิ้มออกมาอย่างร่าเริงพร้อมกับความรู้สึกที่อบอุ่นในหัวใจของเขา เขารู้ว่าวิธีการสอนอันอ่อนโยนของไป๋ซู่เจินนั้นทำให้เขาสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น

เมื่อเห็นว่าซู่เฮาเที่ยนกล่าวขอบคุณออกมา ไป๋ซู่เจินจึงทำเพียงแค่ยิ้มออกมาเล็กน้อยและไม่ได้พูดอะไร

เมื่อเห็นแบบนี้ ซู่เฮาเที่ยนก็ไม่ลังเลอีกต่อไปและเริ่มเรียนรู้ตำราวิชาการตื่นขึ้นของพลังเทพเจ้าอย่างตั้งใจทันที

ฟู้ววว---

ซู่เฮาเที่ยนถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกหลักจากที่ทำความเข้าใจในด้านตัวอักษรของเผ่าปีศาจเข้ากันได้แล้ว มันก็ค่อยๆง่ายขึ้นเรื่อยๆสำหรับเขาที่จะฝึกฝนตำราการฝึกตนของจักรพรรดิเหนิงตงหวงที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นระดับปฐพีขั้นกลางเล่มนี้ได้

แม้ว่าตำราการฝึกตนของจักรพรรดิเหนิงตงหวงจะมีเพียงห้าระดับ แต่มันก็ทำให้เขาสามารถแข็งแกร่งได้มากขึ้น

ขั้นแรก : กายาแผ่นดินสิบก้าว

ขั้นที่สอง: กายากระทิงดุดัน

ขั้นที่สาม: กายามังกรเมฆา

ขั้นที่สี่ : กายาอมตะห้าธาตุ

ขั้นที่ห้า : กายาดาราหมุนเวียน

ความหมายของพลังในแต่ละขั้นนั้นสามารถเข้าใจได้อย่างง่ายดาบ ซึ่งทำให้ซู่เฮาเที่ยนต้องการสำเร็จทั้งห้าขั้นเป็นอย่างมาก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือตำราการฝึกตนของจักรพรรดิเหนิงตงหวงนั้นมีมากกว่าห้าขั้น จากคำอธิบายของไป๋ซู่เจินนั้น อีกห้าชั้น นั่นคือขั้นที่ 6 – 10 ซึ่งมันได้หายไปหลังจากสงครามของเหล่าปีศาจและอสูร

เนื่องจากห้าขั้นแรกนั้นมาอยู่ในตระกูลของเขาเองทำให้อีกห้าขั้นที่เหลือเขาจะต้องตามหามันด้วยตัวเองและเมื่อฝึกฝนด้วยตนเองได้สำเร็จทั้งสิบขั้นแล้ว เขาจะกลายเป็นผู้ที่เป็นอมตะในโลกนี้

แล้วถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ ทำไมระบบถึงได้เลือกตัวเขาแบบนี้? ทำไมถึงไม่เป็นซู่เฮาเที่ยคนก่อน?

แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่ซู่เฮาเที่ยนคนก่อนต้องเผชิญนั้น มันเป็นอะไรที่โหดร้ายและทารุณอย่างมาก ดังนั้นระบบจึงอาจเลือกผู้ที่ต่ำต้อยเพื่อให้ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักในตอนนี้และได้กลายเป็นสุดยอดผู้ฝึกตนอมตะในอนาคต

จบบทที่ ตอนที่ 26 การฝึกตน

คัดลอกลิงก์แล้ว