- หน้าแรก
- ใครว่าชาวนาไม่รวย ข้าคือเจ้าสัวเกษตรพันล้าน
- บทที่ 18 เด็กคนนี้ต้องเอาออก
บทที่ 18 เด็กคนนี้ต้องเอาออก
บทที่ 18 เด็กคนนี้ต้องเอาออก
บทที่ 18 เด็กคนนี้ต้องเอาออก
กู้เจี้ยนกั๋วรีบบึ่งรถกลับมาทันทีที่จัดการธุระด่วนที่บริษัทเสร็จสิ้น ด้วยความเป็นห่วงลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน
ก่อนเขาจะออกจากบ้านไปทำงาน ลูกสาวได้เอ่ยปากขอบอดี้การ์ดสองคน โดยอ้างว่าจะไปบอกเลิกไอ้สารเลวหลินฮ่าวเทียน จึงต้องการคนไปช่วยเสริมบารมีข่มขวัญ
แม้ในใจเขาจะเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ว่าเหตุใดจู่ๆ ลูกสาวถึงได้ตาสว่างและต้องการตัดขาดกับหลินฮ่าวเทียนอย่างปุบปับเช่นนี้ ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็หาเหตุผลไม่ได้
"คุณคะ ลูกเราเลิกกับไอ้หลินฮ่าวเทียนแล้วจริงๆ ค่ะ!"
ทันทีที่เห็นสามีกลับมา คุณนายกู้ก็อดรนทนไม่ไหว รีบแจ้งข่าวดีให้กู้เจี้ยนกั๋วทราบทันที
กู้เจี้ยนกั๋วประหลาดใจมาก แต่ความดีใจนั้นมีมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
"เลิกกับไอ้สารเลวนั่นแล้วจริงๆ รึ?" กู้เจี้ยนกั๋วเอ่ยอย่างยินดีปรีดา "ดีจริงๆ ไอ้ชั่วหลินฮ่าวเทียน ทั้งที่คบกับลูกสาวเราแต่กลับไปพัวพันกับเพื่อนสาวสมัยเด็ก มันไม่คู่ควรกับลูกเราเลยสักนิด"
ทว่าคุณนายกู้กลับเอ่ยขึ้นด้วยความกังวล "คุณคะ แต่ตอนนี้ลูกเรากำลังตั้งท้องลูกของไอ้สารเลวนั่นอยู่ เราจะทำยังไงกันดี?"
เมื่อได้ยินคำพูดของภรรยา คิ้วของกู้เจี้ยนกั๋วก็ขมวดมุ่น
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะประกาศกร้าว "เด็กคนนี้... เก็บไว้ไม่ได้!"
มันเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของไอ้สารเลวหลินฮ่าวเทียน ย่อมมีสายเลือดชั่วๆ ของมันอยู่ครึ่งหนึ่ง
ด้วยนิสัยมักใหญ่ใฝ่สูงและโหดเหี้ยมของหลินฮ่าวเทียนกับหลานรั่วเหมย หากเด็กคนนี้เกิดมา พวกมันต้องใช้เด็กเป็นเครื่องต่อรองข่มขู่พวกเราแน่
ถึงแม้เขาจะมีปัญญาจัดการรับมือได้ แต่มันก็จะกลายเป็นปัญหาคาราคาซังไม่จบไม่สิ้นในภายภาคหน้า
และที่สำคัญที่สุด หากเด็กคนนี้เกิดมาจริงๆ ต่อไปหมิงเอ๋อร์ของเขาจะแต่งงานออกเรือนได้อย่างไร?
จะมีผู้ชายดีๆ ที่เพียบพร้อมคนไหนยอมรับภรรยาที่มีลูกติดได้? ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเด็กที่ไม่มีพ่อ การแต่งงานกับนางมีแต่จะนำความอับอายมาสู่วงศ์ตระกูล
ต่อให้กู้ชิงหมิงจะมีคุณสมบัติเพียบพร้อมเพียงใด แต่ท้ายที่สุดนางก็ไม่ใช่หญิงสาวบริสุทธิ์อีกต่อไป ตระกูลมหาเศรษฐีผู้มีอิทธิพลล้วนให้ความสำคัญกับชื่อเสียงหน้าตา และยังมีหญิงสาวดีๆ ให้เลือกอีกมากมาย ไม่มีความจำเป็นต้องเลือกผู้หญิงที่จะนำความเสื่อมเสียมาสู่ตระกูล
ด้วยความมั่งคั่งและอำนาจของกู้กรุ๊ป บวกกับสถานะว่าที่ผู้นำตระกูลกู้ของกู้ชิงหมิง ย่อมมีชายหนุ่มรูปงามมากความสามารถดาหน้าเข้ามาให้เลือกมากมาย แต่คนพวกนั้นสนใจอะไรล่ะ? ความรักงั้นหรือ? ก็คงไม่พ้นรูปลักษณ์ภายนอก ฐานะ และอำนาจวาสนาเท่านั้นเอง
แน่นอนว่า หากในอนาคตนางได้พบรักแท้ ไม่ว่าฝ่ายชายจะมีฐานะความเป็นอยู่อย่างไร พวกเขาในฐานะพ่อแม่ก็ย่อมยินดีสนับสนุน
แต่ทำไมถึงต้องไม่ใช่หลินฮ่าวเทียนน่ะหรือ?
หึ! ตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ตามจีบลูกสาว เขาได้ส่งคนไปสืบประวัติพวกมันอย่างละเอียด
ไม่ว่าจะเป็นไอ้ผู้ชายคนนี้หรือนังเพื่อนรักจอมปลอม ทั้งคู่ล้วนเต็มไปด้วยคำโกหกพกลม และเข้าหาลูกสาวเขาโดยมีเจตนาแอบแฝงอย่างชัดเจน
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังสืบรู้มาว่าทั้งสองคนเคยคบหาดูใจกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย
จุดประสงค์ที่พวกมันเข้าหากู้ชิงหมิงจึงชัดเจนจนไม่ต้องเดา
แต่สิ่งที่ทำให้เขาเจ็บปวดใจที่สุด คือลูกสาวหัวทึบของเขาดันตกหลุมพรางตื้นๆ นี้เข้าอย่างจัง
กว่าเขาจะรู้ตัวและคิดจะดึงนางออกมา ผลลัพธ์มันก็บานปลายจนยากจะแก้ไขเสียแล้ว
ดังนั้น เขาจึงคัดค้านความสัมพันธ์นี้มาตั้งแต่ต้น จนกระทั่งกู้ชิงหมิงตั้งท้องและมาบอกว่าอยากใช้ชีวิตร่วมกับหลินฮ่าวเทียน โดยหวังให้พวกเขายอมรับ ตอนนั้นเขาแทบอยากจะบีบคอลูกสาวตัวเองให้ตายคามือ
อย่างไรก็ตาม ลูกก็คือลูก ยังไงก็ต้องรักต้องเอ็นดู
กู้เจี้ยนกั๋วยังคงไม่เข้าใจว่า ตลอดสองปีที่ผ่านมา ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเขาถูกคนทั้งสองกรอกยาเสน่ห์อะไรลงไป ถึงได้หน้ามืดตามัวจนกู่ไม่กลับ ไม่ว่าเขาจะพยายามเกลี้ยกล่อมหรือขัดขวางอย่างไรก็ไร้ผล
เขาเอาข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับความชั่วร้ายของคนทั้งสองที่รวบรวมมากางให้นางดู แต่นางก็ยังหลงระเริงและปฏิเสธที่จะเชื่อ
ความรักทำให้คนตาบอดเสียจริงๆ
ลูกสาวที่เคยฉลาดเฉลียวมาตั้งแต่เด็ก กลับกลายเป็นคนโง่เขลาเมื่อเจอกับสิ่งที่เรียกว่าความรัก
ดังนั้น การที่จู่ๆ นางเปลี่ยนใจและตัดขาดกับผู้ชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว จึงทำให้เขาและภรรยาอดระแวงไม่ได้ว่าลูกสาวตัวดีกำลังเล่นลูกไม้อะไรอีกหรือเปล่า
เพื่อหลอกล่อให้พวกเขายอมรับความสัมพันธ์ในครั้งนี้
ทว่าเมื่อได้รับรายงานจากบอดี้การ์ดว่าลูกสาวจับได้คาหนังคาเขาและได้ยินแผนการชั่วร้ายของชายหญิงคู่นั้นกับหู พวกเขาถึงได้มั่นใจว่าลูกสาวได้ตัดขาดกับไอ้สารเลวนั่นแล้วจริงๆ
หากเจอเหตุการณ์บาดตาบาดใจขนาดนั้นแล้วลูกสาวยังไม่ยอมเลิก ยังดึงดันที่จะอยู่กับผู้ชายคนนั้น ต่อไปคงเรียกว่า 'โง่' ไม่ได้แล้ว แต่ต้องเรียกว่า 'ไร้ราคา' แทน
ตอนนี้ พ่อกู้รู้สึกโล่งใจอย่างแท้จริงที่กู้ชิงหมิงตัดขาดกับหลินฮ่าวเทียนได้อย่างเด็ดขาด
ลูกสาวของเขายังไม่โง่เขลาจนถึงขั้นทำตัวไร้ค่า
แต่ทว่า... ยังมีปัญหาใหญ่หลวงที่ต้องเผชิญ
ลูกสาวสุดที่รักกำลังตั้งท้องลูกของไอ้สารเลวนั่น
เมื่อคิดได้ดังนั้น กู้เจี้ยนกั๋วก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ไม่ได้การล่ะ เด็กคนนี้จะให้เกิดมาไม่ได้เด็ดขาด"
ขืนเก็บเด็กคนนี้ไว้ เกิดวันหน้ากู้ชิงหมิงใจอ่อนกลับไปหาไอ้สารเลวนั่นเพื่อเห็นแก่ลูกจะทำอย่างไร?
นี่มันระเบิดเวลาชัดๆ!
คุณนายกู้เอ่ยถามอย่างลังเล "คุณคะ เรื่องนี้เราควรถามความสมัครใจของลูกก่อนดีไหม? หลังจากผ่านเรื่องร้ายๆ มา ลูกเราดูโตขึ้นมาก แกน่าจะมีแผนสำหรับเด็กในท้องไว้บ้างแล้ว"
คุณนายกู้เป็นคนมีหลักการและให้เกียรติลูกเสมอ
นางตามใจในเรื่องที่ควรตามใจ แต่ในเรื่องการอบรมสั่งสอน นางเป็นแม่ที่หัวสมัยใหม่และมักจะเคารพการตัดสินใจของลูก
เมื่อเทียบกันแล้ว พ่อกู้ออกจะเป็นคนหัวรั้นกว่าสักหน่อย แต่ข้อดีคือเขามักจะเชื่อฟังคำพูดและความคิดเห็นของภรรยาเป็นส่วนใหญ่
แต่ทว่าครั้งนี้ กู้เจี้ยนกั๋วกลับยืนกรานเสียงแข็งผิดวิสัย "บทเรียนครั้งนี้ยังไม่สาแก่ใจอีกหรือ? เรื่องนี้คุณต้องเชื่อผม เด็กคนนี้ต้องเอาออกเท่านั้น ไม่อย่างนั้นมันจะกระทบต่อความสุขทั้งชีวิตของลูก จะมีผู้ชายดีๆ ที่ไหนยอมแต่งงานกับแม่ม่ายลูกติดกัน?"
คุณนายกู้อึกอัก "แต่... ถ้ามีคนที่รักลูกเราจริงและไม่ถือสาเรื่องนี้ล่ะคะ?"
"ผู้ชายที่ไม่ถือสา เป็นไปได้สูงว่ามันไม่ได้สนใจตัวลูกสาวเรา แต่สนใจฐานะของนางต่างหาก" กู้เจี้ยนกั๋วย้ำเสียงหนักแน่น "คุณหญิง เพื่อความสุขในวันข้างหน้าของลูก เด็กคนนี้ต้องเอาออก!"
...
ทางด้านกู้ชิงหมิงที่กลับเข้ามาในห้องนอน ไม่ได้รับรู้เลยว่าพ่อแม่ได้ตัดสินชะตากรรมของเด็กในท้องนางไปแล้ว
ในขณะนี้ นางกำลังตกอยู่ในสภาวะตื่นตะลึงสุดขีด
"นี่... ที่นี่มันที่ไหนกัน?"
กู้ชิงหมิงจ้องมองบ่อน้ำพุใสแจ๋วตรงหน้าอย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะกวาดตามองทุ่งหญ้าเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา และดวงอาทิตย์ที่แขวนตระหง่านอยู่บนท้องฟ้า
หรือว่านางแค่ล้มตัวลงนอนพักในห้อง แล้วทะลุมิติมาโผล่ที่ทุ่งหญ้าออร์ดอส?
แต่ปัญหาคือ นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
กู้ชิงหมิงตกตะลึง งุนงง และทำอะไรไม่ถูก
นี่มันยุควิทยาศาสตร์สมัยใหม่นะ นอกจากจะถูกรถชนแล้วย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ ยังจะมาโผล่กลางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่อย่างไร้เหตุผลอีก
เหตุการณ์ประหลาดพิสดารพวกนี้ทำให้นางเริ่มรู้สึกหวาดหวั่นและตื่นกลัวขึ้นมาจริงๆ
"ปิ๊งป่อง! สวัสดีเจ้านาย ยินดีต้อนรับสู่มิติซูเมรุ ข้าคือภูตประจำมิติแห่งนี้"
ทันใดนั้น ร่างเล็กจิ๋วขนาดเท่าฝ่ามือ มีปีกโปร่งใสสีขาวอยู่กลางหลัง ผิวพรรณขาวผ่องดุจทูตสวรรค์ตัวน้อย ก็ปรากฏตัวขึ้นเหนือศีรษะของกู้ชิงหมิง
กู้ชิงหมิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง นางจ้องมองเจ้าภูตตัวน้อยตรงหน้าด้วยความอัศจรรย์ใจ