- หน้าแรก
- ใครว่าชาวนาไม่รวย ข้าคือเจ้าสัวเกษตรพันล้าน
- บทที่ 16 คำเตือนอันเผด็จการ
บทที่ 16 คำเตือนอันเผด็จการ
บทที่ 16 คำเตือนอันเผด็จการ
บทที่ 16 คำเตือนอันเผด็จการ
"ในเมื่อพวกเธอรักกันปานจะกลืนกินขนาดนี้ ฉันก็จะช่วยสงเคราะห์ให้พวกเธอได้สมหวังกันไปเลย!" กู้ชิงหมิงมองดูสีหน้าที่เดี๋ยวซีดเดี๋ยวแดงของพวกเขาด้วยความสุนทรีย์ อารมณ์ของนางเบิกบานขึ้นมาทันตา
"นับแต่นี้ไป หลินฮ่าวเทียน เราสองคนขาดกัน ส่วนข้าวของต่างๆ ที่ฉันเคยให้พวกเธอไป ก็จงเอามาคืนให้หมด!"
นางไม่ต้องการให้พวกมันได้เสวยสุขจากสิ่งที่นางมอบให้เหมือนในชาติก่อน หลังจากจับได้คาหนังคาเขาแล้ว นางจะไม่ยอมให้พวกมันได้ผลประโยชน์ใดๆ อีกต่อไป
หลานรั่วเหมยและหลินฮ่าวเทียนรูม่านตาหดเกร็งทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น
นั่นมันเงินจำนวนมหาศาลเลยทีเดียว แถมของบางอย่างที่กู้ชิงหมิงให้พวกเขาก็ไม่อาจประเมินค่าเป็นตัวเงินได้
ยกตัวอย่างเช่น กระเป๋าถือรุ่นลิมิเต็ด นาฬิกาข้อมือบุรุษรุ่นลิมิเต็ด และอื่นๆ อีกมากมาย
ของเหล่านี้คือต้นทุนในการเอาไว้อวดร่ำอวดรวยของพวกเขา จะให้ตัดใจคืนไปได้อย่างไร?
"อะไรกัน ไม่อยากคืนรึ?" กู้ชิงหมิงแค่นเสียงหัวเราะ "ไม่คืนก็ได้นะ ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปแจ้งความว่าของพวกนี้ถูกขโมยไป พวกเธอคิดว่าตำรวจจะรับแจ้งความและเปิดแฟ้มคดีไหมล่ะ?"
นางจะใช้วิธีแก้แค้นแบบเดียวกับในชาติก่อนมาจัดการพวกมันอีกครั้ง
ในชาติที่แล้ว เพราะอาศัยเส้นสายของนาง ทั้งคู่จึงหางานดีๆ ทำได้ทันทีที่เรียนจบมหาวิทยาลัย เป็นงานที่สบายและเงินเดือนสูง
หึหึ ในเมื่อชาติก่อนนางเป็นคนฉุดพวกมันขึ้นไปได้ ชาตินี้นางก็เหยียบพวกมันให้จมดินได้เช่นกัน
ในเวลานี้ พวกมันยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัย แต่ต่างก็เป็นคนดังในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยกันทั้งคู่
คนหนึ่งเป็นประธานสภานักเรียน อีกคนเป็นหัวหน้าชมรมศิลปวัฒนธรรม
เพราะบารมีของนาง พวกมันถึงได้รับการยกย่อง ป้อยอ และเอาอกเอาใจจากคนรอบข้างอยู่เสมอ
แม้แต่เรื่องฝึกงาน บริษัทใหญ่ๆ หลายแห่งก็ยังวิ่งเข้าหาพวกมันเพราะเห็นแก่นาง
ท้ายที่สุดแล้ว กู้ชิงหมิงก็คือทายาทเพียงคนเดียวของกู้กรุ๊ป และเป็นว่าที่ผู้นำตระกูลกู้ในอนาคต
ดังนั้น คนรอบข้างนางย่อมตกเป็นเป้าหมายของบริษัทและบุคคลต่างๆ ที่ต้องการจะประจบสอพลอ
"กู้ชิงหมิง เธอทำแบบนี้ไม่ได้นะ!" หลานรั่วเหมยกล่าวด้วยความหวาดกลัว "ของพวกนั้นเธอให้เป็นของขวัญแก่พวกเรา มันย่อมเป็นสิทธิ์ของเรา ต่อให้เธอแจ้งตำรวจ เราก็มีเหตุผลที่จะอธิบาย"
"ของขวัญงั้นรึ?" ริมฝีปากของกู้ชิงหมิงโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มกึ่งเย้ยหยัน พลางกล่าวว่า "ยามที่ฉันเห็นพวกเธอเป็น 'คน' พวกเธอก็คือของล้ำค่า ฉันย่อมปรนเปรอให้อย่างเต็มใจ แต่ยามที่ฉันไม่เห็นพวกเธอเป็น 'คน' ในสายตาฉัน พวกเธอก็มีค่าไม่ต่างจากเศษหญ้าข้างทาง มีสิทธิ์อะไรมาเสวยสุขกับของที่ฉันให้?"
ฉากเหตุการณ์เดิมๆ ถูกฉายซ้ำ และวิธีการแก้แค้นก็ยังคงเดิม
เพียงแต่ครั้งหนึ่งเกิดขึ้นหลังแต่งงานไปแล้วสามปี ส่วนอีกครั้งเกิดขึ้นหลังคบหากันได้สองปี
แต่ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ ตราบใดที่กู้ชิงหมิงต้องการจะแก้แค้นพวกมัน ก็เป็นเรื่องง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ
การจะแก้แค้นพวกมัน เพียงแค่ทำลายสิ่งที่พวกมันปรารถนาที่สุดก็พอ!
หากปราศจากนาง รัศมีอันรุ่งโรจน์ในรั้วมหาวิทยาลัยของพวกมันไม่เพียงจะมอดดับ แต่อาจมีคนที่พร้อมจะเปลี่ยนทิศทางลมมาคอยเหยียบย่ำซ้ำเติมพวกมันยามตกต่ำ
หึหึ แค่คิดถึงชีวิตในอนาคตของพวกมัน...
อารมณ์ของกู้ชิงหมิงก็ดีขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
"ไม่ว่าจะเต็มใจคืนหรือไม่ ภายในสามวัน ฉันต้องเห็นของทุกชิ้นที่ฉันเคยให้วางอยู่ตรงหน้า หากมีชิ้นไหนหายไป ต้องจ่ายเงินชดเชยตามราคาจริง ไม่อย่างนั้นก็เตรียมตัวไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจได้เลย!" กู้ชิงหมิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม "อ้อ อย่าอ้างว่าของพวกนั้นฉันเป็นคนให้ เพราะถ้าฉันบอกว่าพวกเธอขโมย... มันก็คือขโมย หึหึ..."
ไม่รู้ทำไม สำหรับนางแล้ว ความรู้สึกเหมือนเพิ่งแก้แค้นไปเมื่อวานนี้เอง
แต่คราวนี้ การใช้วิธีเดิมกลับมาแก้แค้นอีกครั้ง ผลลัพธ์ในความรู้สึกกลับต่างออกไปเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้ นางแก้แค้นในฐานะภรรยาของไอ้สารเลวหลินฮ่าวเทียน แต่ตอนนี้... หึหึ นางยังไม่เคยได้หลับนอนกับไอ้สารเลวนั่น ยังไม่ปล่อยให้มันมาทำให้ตัวนางแปดเปื้อน ความคิดนี้ทำให้นางรู้สึกดีขึ้นมาทันที
ตัวตนและความสุขุมของหลานรั่วเหมยในตอนนี้ เทียบไม่ได้เลยกับหลานรั่วเหมยที่ผ่านโลกการทำงานมาแล้วในชาติก่อน
ขนาดหลานรั่วเหมยในอีกสามปีข้างหน้าของชาติที่แล้ว ยังทนไม่ได้ที่กู้ชิงหมิงจะทวงของคืน แล้วนับประสาอะไรกับตอนนี้
หลานรั่วเหมยในตอนนี้ฝันหวานอยากจะมีลูกหลานเศรษฐีมาตามจีบ เพื่อจะได้แต่งเข้าตระกูลร่ำรวย
อย่าว่าแต่จะเหยียบกู้ชิงหมิงไว้ใต้ฝ่าเท้าเลย อย่างน้อยนางก็หวังจะยืนในระนาบเดียวกับกู้ชิงหมิงให้ได้
ไม่ใช่ขอทานที่คอยรอรับความเมตตาและเศษทานจากกู้ชิงหมิง
แต่ตอนนี้นางยังไม่ได้แต่งเข้าบ้านรวย นางจำเป็นต้องใช้ของที่กู้ชิงหมิงให้เพื่อรักษาภาพลักษณ์และหน้าตาทางสังคม ไม่อย่างนั้นด้วยฐานะทางการเงินของนางตอนนี้ จะมีปัญญาไปซื้อของพวกนั้นได้อย่างไร?
หลานรั่วเหมยตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด "กู้ชิงหมิง เธอทำแบบนี้ได้ยังไง? ของพวกนั้นเธอเป็นคนให้เราเองแท้ๆ ตอนนี้ไม่เพียงจะทวงคืน ยังจะมาหาว่าเราขโมยอีก! เธอไม่มียางอายบ้างเลยเหรอ?"
หลินฮ่าวเทียนเองก็เอ่ยด้วยความผิดหวังระคนโกรธเคือง "กู้ชิงหมิง เมื่อก่อนฉันคิดว่าเธอใจกว้างและมีเมตตา แต่ที่แท้เธอก็มีดีแค่นี้... หากไม่อยากให้แต่แรก ก็ไม่ควรให้ การทวงของที่ให้ไปแล้วคืนแบบนี้ เธอต้องการจะดูถูกเหยียดหยามพวกเรา หรือจงใจจะฉีกหน้ากันแน่?"
"อยากพูดอะไรก็เชิญ!"
กู้ชิงหมิงยักไหล่ สายตาอันแหลมคมกวาดมองพวกเขา แล้วเอ่ยเสียงเย็น
"ฉันมาที่นี่เพื่อแจ้งให้ทราบสองเรื่อง ข้อแรก ฉันบอกเลิกกับหลินฮ่าวเทียน เพื่อเปิดทางให้พวกเธอได้ครองคู่กันตามบุพเพอาละวาด
ข้อสอง แน่นอนว่าต้องเป็นการทวงของคืน ฉันจดบันทึกรายการของทุกอย่างที่ให้พวกเธอไว้อย่างละเอียด หากของชิ้นไหนคืนไม่ได้ ก็ต้องจ่ายเป็นเงินส่วนต่าง ถ้าจ่ายไม่ได้อีก ก็เตรียมรอหมายเรียกจากสถานีตำรวจไปนั่งคุยกัน"
หลินฮ่าวเทียนกัดฟันกรอด "กู้ชิงหมิง อย่าให้มันมากนักนะ เธอรู้อยู่แก่ใจว่าตอนนี้เธอกำลังอุ้มท้องลูกนอกสมรสของชายอื่น..."
"เพี๊ยะ!"
กู้ชิงหมิงเป่ามือตัวเองเบาๆ หลังตบเสร็จ จากนั้นจ้องหน้าหลินฮ่าวเทียนแล้วกล่าวเสียงเข้ม "หลินฮ่าวเทียน ไม่ว่าเด็กในท้องฉันจะมีพ่อหรือไม่ เขาก็คือลูกของฉัน กู้ชิงหมิง หากนายยังกล้าพล่ามจารายำอีกแม้แต่คำเดียว มันจะไม่จบแค่รอยฝ่ามือแน่!"
หลินฮ่าวเทียนยืนตะลึง กุมแก้มบวมแดงข้างหนึ่งไว้ อดไม่ได้ที่จะถามออกไป "นี่เธอ... เธอจะคลอดเด็กคนนี้ออกมางั้นเหรอ?"
"ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของนาย" กู้ชิงหมิงตอบเสียงเย็นชา "ฉันขอเตือนพวกเธอสองคนเอาไว้ หากมีข่าวลือมั่วซั่วแพร่งพรายออกไปในมหาวิทยาลัยแม้แต่คำเดียว ฉันจะไม่เพียงทำให้พวกเธอเรียนต่อไม่ได้ แต่ฉันจะทำให้พวกเธอซุกหัวนอนในเมืองไห่เฉิงนี้ไม่ได้ด้วย ถ้าไม่เชื่อก็ลองดู!"
ช่างทรงอำนาจและน่าเกรงขาม!
ทั้งหลินฮ่าวเทียนและหลานรั่วเหมยต่างถูกรัศมีของนางข่มจนหงอ
ทำไมกู้ชิงหมิงในตอนนี้ถึงแตกต่างจากกู้ชิงหมิงที่พวกเขารู้จักไปอย่างสิ้นเชิง?
"ฉันให้เวลาพวกเธอแค่สามวัน!" กู้ชิงหมิงทิ้งท้ายเสียงเรียบ "ไปกันเถอะ!"
ประโยคสุดท้ายนั้น นางหันไปสั่งบอดี้การ์ดทั้งสองคน
กู้ชิงหมิงเดินจากไปพร้อมกับบอดี้การ์ดด้วยท่วงท่าสง่างาม ทิ้งภาพลักษณ์ที่ยากจะเข้าถึงเอาไว้เบื้องหลัง
หลินฮ่าวเทียนมองตามแผ่นหลังของนางอย่างเหม่อลอย ความรู้สึกว่างเปล่าจู่โจมหัวใจ ราวกับว่าเขาได้สูญเสียสิ่งที่สำคัญมากๆ ไป
หลานรั่วเหมยจ้องมองกู้ชิงหมิงเดินจากไป นัยน์ตาเต็มไปด้วยความริษยาอาฆาต
ถ้า... ถ้าเพียงแต่นางรวยกว่าและมีอำนาจมากกว่ากู้ชิงหมิง นางจะเหยียบกู้ชิงหมิงให้จมดิน เพื่อชดใช้ความอัปยศอดสูที่ได้รับในวันนี้
นางจะเอาคืนอีตัวดีนี่ให้สาสม เป็นร้อยเท่าพันทวี!
หลานรั่วเหมยกำหมัดแน่น สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น
กู้ชิงหมิง!