- หน้าแรก
- ยอดช่างสัก เริ่มต้นด้วยการผูกมัดแผนภาพเทพมาร
- บทที่ 110 ออกนอกเมือง
บทที่ 110 ออกนอกเมือง
บทที่ 110 ออกนอกเมือง
บทที่ 110 ออกนอกเมือง
พอเห็นสภาพของเสิ่นเวยเวยในตอนนี้ เย่เฉินก็อดไม่ได้ที่จะหลุดขำออกมา
"ป๋าเย่ คุณหัวเราะอะไรเนี่ย!"
"เอ๊ะ ซูมู่ก็ไม่อยู่ด้วยแฮะ ฉันนึกว่ายัยนั่นจะมาก่อนตั้งนานแล้วซะอีก!"
"รู้งี้ฉันนอนต่ออีกหน่อยก็ดี"
พูดจบ เสิ่นเวยเวยก็ไม่วายหาวหวอดใหญ่
ดูท่าทางแล้ว เธอคงจะนอนไม่พอจริงๆ
เมื่อเห็นว่าเสิ่นเวยเวยมาแล้ว และเขาไม่ได้รออยู่คนเดียว เย่เฉินจึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้เธอฟังคร่าวๆ
แต่พอเล่าจบ เสิ่นเวยเวยก็กระโดดเหยงขึ้นมาทันที
"หา! คนของตระกูลหวังกล้ามาหาเรื่องพวกเราเนี่ยนะ! สงสัยจะกินดีหมีหัวใจเสือมาแน่ๆ!"
"เดี๋ยวพอกลับจากนอกเมืองรอบนี้ ฉันต้องไปคิดบัญชีกับตระกูลหวังให้สาสมเลยคอยดู!"
"จางอู่เถียนนั่นก็ด้วย แอบตามพวกเรามาแถมยังลงมือกับป๋าเย่อีก! โชคดีนะที่หน่วยบังคับใช้กฎหมายลากคอมันไปได้"
เสิ่นเวยเวยยังคงรู้สึกหวาดเสียวกับเหตุการณ์ของจางอู่เถียนที่เกิดขึ้นตามมา
ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังคุยกัน ซูมู่ก็มาถึง
ซูมู่วิ่งหน้าตาตื่นมาที่สตูดิโอ พอเห็นเย่เฉินและเสิ่นเวยเวยยังอยู่กันครบ ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที
"ฉันนึกว่าพวกคุณจะไม่รอฉันซะแล้ว"
ซูมู่หอบหายใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น
"ป๋าเย่ นี่ค่ะ"
พูดจบ ซูมู่ก็ล้วงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้เย่เฉิน
เย่เฉินเปิดกระดาษแผ่นนั้นดูด้วยความสงสัย บนนั้นมีรูปวาดของพืชชนิดหนึ่ง
พืชชนิดนั้นออกดอกเป็นรูปดาวห้าแฉก สีขาวบริสุทธิ์ กลางกลีบดอกแต่ละกลีบมีจุดสีเทาเรียงรายอยู่
"นี่คือ?"
เย่เฉินมองซูมู่ด้วยความสงสัย
"นี่คือรูปร่างหน้าตาของดอกติ้งหลิงค่ะ"
"ถึงพวกเราจะรู้ว่ามันหาได้ที่ไหน แต่พวกเราไม่มีใครเคยเห็นหน้าตามันเลยใช่ไหมคะ?"
"เมื่อคืนพอกลับถึงบ้าน ฉันก็เลยไปขอรูปวาดมาจากคุณปู่ แบบนี้วันนี้ตอนไปหาจะได้ง่ายขึ้นไงคะ"
เมื่อได้ยินที่ซูมู่พูด เย่เฉินก็ระบายยิ้มบางๆ
เธอช่างคิดรอบคอบจริงๆ!
ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าดอกติ้งหลิงหน้าตาเป็นยังไง แต่พอไปถึงบริเวณนั้น ระบบก็น่าจะมีแจ้งเตือนบอก เขาจึงไม่ได้รีบร้อนไปหารูปพรรณสัณฐานของมันมา
ใครจะไปคิดว่าซูมู่จะเตรียมมาให้เสร็จสรรพ
ไม่ว่าจะยังไง เย่เฉินก็เอ่ยขอบคุณซูมู่
ในเมื่อตอนนี้มากันครบแล้ว เย่เฉินก็เตรียมตัวออกเดินทางไปนอกเมืองทันที
ถ้าโชคดี คืนนี้พวกเขาก็อาจจะได้กลับมาที่วิทยาลัย แต่ถ้าโชคร้าย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน!
ทั้งสามคนไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า รีบเดินออกจากสตูดิโอกันทันที
แต่เดินออกไปได้ไม่เท่าไหร่ ก็เดินสวนกับหลิวฝูเฟิงเข้าพอดี
เมื่อเห็นการแต่งตัวของทั้งสามคน หลิวฝูเฟิงก็หยุดพวกเขาไว้ด้วยความสงสัย
"พวกเธอสามคน นี่เตรียมตัวจะไปไหนกัน?"
"ก่อนหน้านี้ท่านอธิการบดีเพิ่งจะบอกไปไม่ใช่เหรอ ว่าช่วงนี้พวกเธอไม่ควรออกนอกวิทยาลัย?"
"ถึงการล่าสัตว์ในแดนรกร้างจะยังไม่รู้กำหนดการที่แน่ชัด แต่ก่อนหน้านั้น พวกเธอต้องสแตนด์บายอยู่ในวิทยาลัย!"
หลิวฝูเฟิงเตือนด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัยของพวกเขา
เพราะการปรากฏตัวของยาเปลี่ยนมารหลังจากการแข่งขันส่วนแรกจบลง หมายความว่าพรรคเปลี่ยนมารที่ถูกกวาดล้างไปเมื่อสามสิบปีก่อนได้หวนกลับมาอีกครั้ง
โลกภายนอกไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่ตาเห็น
เย่เฉินขมวดคิ้วแน่น
เขาไม่คิดเลยว่าจะมาเจอหลิวฝูเฟิงเอาตอนจะออกจากวิทยาลัย และยิ่งไม่คิดว่าจะถูกขวางเอาไว้แบบนี้
ในขณะที่เขากำลังคิดหาวิธีหลบเลี่ยงหลิวฝูเฟิงอยู่นั้น ซูมู่ก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน
"อาจารย์หลิวคะ พอดีฉันชวนพวกเขาสองคนไปเที่ยวเล่นที่บ้านตระกูลซูน่ะค่ะ"
"อาจารย์วางใจได้เลยค่ะ ที่ตระกูลซูปลอดภัยแน่นอน อย่างน้อยก็ไม่ด้อยไปกว่าที่วิทยาลัยหรอกค่ะ"
"ดูสิคะ รถของตระกูลซูยังจอดรออยู่ข้างนอกเลย อาจารย์ช่วยปล่อยพวกเราไปเถอะนะคะ"
หลิวฝูเฟิงมองไปที่ซูมู่
ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาเพิ่งกลับมาจากข้างนอก เขาก็เห็นรถของตระกูลซูจอดอยู่หน้าประตูวิทยาลัยจริงๆ
ประกอบกับสิ่งที่ซูมู่พูดในตอนนี้ ก็ดูมีความเป็นไปได้อยู่บ้าง
แต่ไม่นาน เขาก็สังเกตเห็นกระเป๋าเป้ใบเล็กที่ซูมู่สะพายอยู่ด้านหลัง
แค่กลับบ้านตัวเอง ทำไมต้องสะพายกระเป๋าเป้ไปด้วยล่ะ?
ความสงสัยนี้ทำให้หลิวฝูเฟิงไม่ยอมปล่อยพวกเขาไปในทันที
แต่ทว่า สุดท้ายเขาก็ขยับตัวหลีกทางให้ เป็นสัญญาณว่าพวกเขาไปได้
"เอาเถอะ ในเมื่อคุณหนูซูเอ่ยปากเอง ถ้าผมยังดึงดันจะรั้งพวกเธอไว้ก็คงไม่ถูก"
"แต่ในเมื่อคุณหนูซูเป็นคนชวนพวกเขาสองคนไปเป็นแขกที่ตระกูลซู ก่อนการล่าสัตว์ในแดนรกร้างจะเริ่มขึ้น คุณหนูต้องพาพวกเขากลับมาอย่างปลอดภัยด้วยนะครับ"
"ไม่อย่างนั้น ทางผมเองก็คงจะตอบคำถามท่านอธิการบดีลำบาก ต่อให้เป็นท่านผู้เฒ่าซูก็คงจะตึงเครียดไม่ต่างจากผมหรอกครับ"
ความหมายแฝงในคำพูดของหลิวฝูเฟิงนั้นชัดเจนมาก
เขารู้ดีว่าซูมู่กำลังโกหก แต่เลือกที่จะไม่แฉออกมา
เพราะการไปล่วงเกินคุณหนูใหญ่ตระกูลซู ว่าที่ผู้นำตระกูลซูในอนาคต เพียงเพื่อเรื่องแค่นี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่
แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังต้องกำชับซูมู่เอาไว้ให้ดี
จึงได้เอ่ยประโยคต่อมาออกไป
ซูมู่พยักหน้ารับคำอย่างแข็งขัน ยืนยันว่าไม่มีปัญหาแน่นอน
ด้วยเหตุนี้ ทั้งสามคนจึงได้ออกเดินทางต่อ
ส่วนหลิวฝูเฟิงก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ มองตามแผ่นหลังของทั้งสามคนไป
ไม่รู้ทำไม จู่ๆ ตาของเขาก็กระตุกขึ้นมา
ด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ เขาจึงแอบสะกดรอยตามทั้งสามคนไปอย่างเงียบๆ
หลังจากออกจากประตูวิทยาลัยและขึ้นรถของตระกูลซูแล้ว รถก็มุ่งหน้าออกนอกเมืองทันที
ผ่านเมืองชั้นใน ผ่านเมืองชั้นนอกไป
ในที่สุดรถของตระกูลซูก็จอดสนิท
เบื้องหน้าของพวกเขา คือทุ่งหญ้ารกร้างนอกเมือง
"คุณหนูครับ ผมคงส่งพวกคุณได้แค่นี้"
"นายท่านกำชับมาว่า ให้คุณหนูและเพื่อนๆ ระมัดระวังตัวให้มาก อย่าออกไปไกลจากเมืองเซนต์โดนัก"
"สัตว์อสูรข้างนอกค่อนข้างดุร้าย คุณหนูต้องระวังตัวให้ดีนะครับ!"
หลังจากกล่าวขอบคุณคนขับรถ เย่เฉินก็ก้าวลงจากรถเป็นคนแรก
ภาพตรงหน้าคือทุ่งหญ้ารกร้างนอกเมืองเซนต์โด ทอดสายตาออกไปจะเห็นทุ่งหญ้าเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา
มีผีเสื้อบินโฉบไปมาเป็นระยะ ดูสงบและปลอดภัยดี
ลึกเข้าไปอีกหน่อย จะเป็นป่าทึบที่อุดมสมบูรณ์
เย่เฉินสูดหายใจเข้าลึกๆ อากาศข้างนอกนี้บริสุทธิ์กว่าในเมืองเยอะเลย
รถของตระกูลซูค่อยๆ กลับรถ แล้วแล่นจากไป
ทั้งสามคนยืนอยู่กับที่ ก่อนจะออกเดินตามทิศทางที่ซูมู่สืบมาว่าน่าจะมีดอกติ้งหลิงอยู่
เนื่องจากที่นี่คือทุ่งหญ้ารกร้างนอกเมือง ตลอดทางที่เดินไป ทั้งสามคนจึงระแวดระวังตัวขั้นสูงสุด
ไม่มีใครรู้ว่าสัตว์อสูรจะโผล่มาตรงหน้าเมื่อไหร่
และยิ่งไม่มีใครรู้ว่า จะมีอันตรายอะไรรอพวกเขาอยู่ข้างหน้า!
เดินกันจนเริ่มเหนื่อย ทั้งสามคนจึงหาพื้นที่ราบๆ นั่งพัก นำอาหารที่พกติดตัวออกมาทานเพื่อเติมพลัง