- หน้าแรก
- ยอดช่างสัก เริ่มต้นด้วยการผูกมัดแผนภาพเทพมาร
- บทที่ 80 ยังขาดอีกคน
บทที่ 80 ยังขาดอีกคน
บทที่ 80 ยังขาดอีกคน
บทที่ 80 ยังขาดอีกคน
สำหรับคำตอบของเย่เฉิน ซูมู่และเสิ่นเวยเวยถึงกับพูดไม่ออก
แต่ไม่นาน ทั้งสองก็เริ่มซักถามเกี่ยวกับแผนกลยุทธ์สำหรับรอบตะลุมบอนในการทดสอบส่วนแรก
เย่เฉินเลือกที่จะไม่บอกทั้งสองคน
ไม่ใช่เพราะเขาไม่ไว้ใจซูมู่หรือเสิ่นเวยเวย
แต่เพราะเมื่อคืนตอนคุยกับหลิวฝูเฟิง ทั้งคู่ตกลงกันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วว่า แผนกลยุทธ์ครั้งนี้จะมีแค่พวกเขาสองคนเท่านั้นที่รู้
คนอื่นไม่ว่าใคร ก็ห้ามแพร่งพรายให้รู้เด็ดขาด
ต่อให้อธิการบดีมาถามด้วยตัวเอง ก็ห้ามบอก!
เมื่อเห็นเย่เฉินไม่ยอมปริปาก ซูมู่และเสิ่นเวยเวยย่อมไม่เซ้าซี้ถามต่อ
แต่คนอื่นๆ ไม่เหมือนกับพวกเธอ
ไม่นานนัก ซ่งอวี้ก็โผล่มา
จุดประสงค์ที่มาหาเย่เฉิน ก็หนีไม่พ้นเรื่องแผนการจัดทัพในรอบตะลุมบอนเช่นกัน
แต่คำตอบของเย่เฉินยังคงเดิม คือ "ไม่ขอเปิดเผย"
จากนั้นผางไท่ชิงก็ตามมา และเหล่าผู้สนับสนุนในทีมก็ทยอยกันมา
เดิมทีในสตูดิโอมีแค่สามคน ตอนนี้กลับมีคนนั่งอยู่ข้างในถึงเก้าคน
ขาดเพียงเฉินเฟิงคนเดียวที่ยังไม่โผล่หัวมา
จุดประสงค์ของคนที่มา ย่อมเป็นการมาถามเรื่องแผนการรบ
พวกเขาร้อนใจกันมาก จบการแข่งรอบแรก คะแนนของพวกเขาห่างจากอันดับสี่เพียงแค่คะแนนเดียว!
ถ้าไม่เตรียมตัวให้ดี มีหวังหลุดจากสามอันดับแรกจริงๆ แน่
เมื่อรู้ว่าเย่เฉินไม่ยอมเปิดปาก พวกเขาก็ยังไม่รีบกลับ
ยังดีที่เย่เฉินไปขอแลกสตูดิโอใหม่กับจ้าวชิวหมิงมาก่อนหน้านี้
ไม่อย่างนั้น คงยัดคนเข้าไปได้ไม่หมดแน่!
เย่เฉินแอบดีใจลึกๆ!
"นี่เย่เฉิน ตกลงคุณไม่อยากบอกพวกเรา หรือว่าคุณยังไม่ได้คิดแผนกลยุทธ์อะไรเลยกันแน่?"
ผู้สนับสนุนคนหนึ่งที่นั่งรออยู่นาน เห็นเย่เฉินเอาแต่หลับตาพิงพนักเก้าอี้
ในที่สุดก็อดรนทนไม่ไหว เอ่ยถามขึ้นมา
พอหมอนี่เปิดประเด็น คนอื่นๆ ก็เริ่มสงสัยตาม
"เย่เฉิน ถ้าคุณยังคิดไม่ออก ก็ลองบอกไอเดียของคุณมาสิ พวกเราอยู่กันครบ จะได้ช่วยกันระดมสมอง!"
"นั่นสิ หรือว่าเย่เฉินคุณอยากเห็นสถาบันเซนต์โดหลุดจากท็อป 3 จริงๆ ถึงจะพอใจ? หรือว่าคุณถูกสถาบันอื่นซื้อตัวไปแล้วจริงๆ?"
"เย่เฉิน ถ้าคุณยังไม่ให้คำตอบพวกเรา พวกเราจะไปฟ้องคณบดีหลิว! ถ้าคณบดีหลิวจัดการคุณไม่ได้ พวกเราจะไปฟ้องอธิการบดี!"
ผู้สนับสนุนคนหนึ่งลุกขึ้นยืนด้วยความร้อนใจ
จ้องหน้าเย่เฉินด้วยความโกรธเกรี้ยว
ตอนนั้นเอง เย่เฉินถึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองไปยังผู้สนับสนุนคนที่ขู่ว่าจะไปฟ้องหลิวฝูเฟิง
"คุณจะไปหาก็เชิญเลย คุณไปหาคณบดีหลิว เขาก็จะให้คำตอบเดียวกับผมนั่นแหละ"
"ส่วนเรื่องแผนกลยุทธ์ในศึกตะลุมบอนครั้งนี้ ผมกับคณบดีหลิววางแผนกันเสร็จตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว"
"ถ้าไม่เชื่อ พวกคุณก็ไปถามคณบดีหลิวดูได้"
เย่เฉินตอบกลับตรงไปตรงมา
พูดจบก็หลับตาลงอีกครั้ง
พลังจิตวิญญาณของเขา กำลังค่อยๆ ฟื้นฟู
ผู้สนับสนุนที่โวยวายว่าจะไปฟ้องหลิวฝูเฟิง พอได้ยินเย่เฉินพูดแบบนั้น ก็อยากจะไปพิสูจน์ความจริงทันที
จึงหันหลังเดินออกจากห้องไปก่อน
คนอื่นๆ ที่เดิมทีก็อยากไปพิสูจน์เหมือนกัน พอเห็นหมอนั่นไปแล้ว ก็กลับมานั่งที่เดิม
รอให้หมอนั่นคาบข่าวที่พิสูจน์แล้วกลับมาบอก
ไม่นาน คนคนนั้นก็กลับมา และผลลัพธ์ที่ได้ก็เหมือนกับที่เย่เฉินบอก
เขามองเย่เฉิน เม้มริมฝีปาก ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น
"เย่เฉิน คุณพูดถูก คณบดีหลิวให้คำตอบเหมือนกับคุณเป๊ะ"
"แต่ศึกตะลุมบอนจะเริ่มมะรืนนี้แล้ว พวกเราไม่จำเป็นต้องซ้อมล่วงหน้าหน่อยเหรอ?"
"เกิดถึงเวลาจริง พวกเราประสานงานกันไม่ดี จะไม่เกิดปัญหาเหรอ?"
คำพูดนี้ ได้รับการสนับสนุนจากคนอื่นๆ ทันที
แม้แต่ซูมู่และเสิ่นเวยเวยยังพยักหน้าเห็นด้วย
"วางใจเถอะ เย็นวันพรุ่งนี้ ผมจะประกาศแผนให้ทราบ"
"รับรองว่ามีเวลาซ้อมเหลือเฟือ แถมกลยุทธ์ครั้งนี้ ผมออกแบบมาโดยคำนึงถึงจุดเด่นของพวกคุณแต่ละคนอย่างละเอียด"
"ซ้อมแค่ชั่วโมงเดียวก็พอแล้ว ซ้อมมากไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่หรอก"
"อีกอย่าง ตอนนี้คนก็ยังมาไม่ครบไม่ใช่เหรอ ยังขาดอีกคนนี่?"
เย่เฉินไม่พูดก็แล้วไป
พอพูดขึ้นมา ทุกคนถึงเพิ่งสังเกต
ในสตูดิโอตอนนี้ รวมเย่เฉินด้วยก็มีแค่เก้าคน
ยังขาดเฉินเฟิงที่ไม่มา
"เฉินเฟิงคนนี้ มัวไปทำอะไรอยู่? เรื่องด่วนขนาดนี้ ทำไมยังไม่โผล่หัวมาอีก?"
ผู้สนับสนุนคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยความโมโห
"นั่นสิ ตอนแข่งเดี่ยวเขาก็ทำตัวแบบนี้ เป็นถึงปีสอง แทบจะไม่ขึ้นเวที หรือขึ้นไปสู้รอบเดียวก็ลง ถ้าเขาเอาจริงเอาจังหน่อย คะแนนของเราอาจจะดีกว่านี้ก็ได้!"
"พอคุณพูดแบบนี้ มันก็น่าคิดแฮะ"
ก่อนหน้านี้เพราะทุกคนมัวแต่ระแวงว่าเย่เฉินเป็นคนปล่อยลำดับการลงสนาม บวกกับผลงานที่ออกมาไม่ดีนัก
ทำให้ทุกคนเพ่งเล็งไปที่เย่เฉิน
ความโกรธและความสงสัยที่มีต่อเย่เฉิน บดบังพฤติกรรมของเฉินเฟิงไปจนหมด
ตอนนี้พอมีคนทักขึ้นมา ก็เริ่มมีคนเอะใจถึงความผิดปกติ
เย่เฉินได้ยินสิ่งที่พวกนี้พูด ก็แค่นเสียงหัวเราะเย็นชาในใจ
"เมื่อเช้าผมเห็นเฉินเฟิง ดูเหมือนเขาจะออกจากวิทยาลัย กลับบ้านเกิดไปแล้วมั้ง"
"ลูกพี่ลูกน้องของเขา ชื่อจางอู่เถียนใช่ไหม?"
"สองคนนั้นไปด้วยกัน"
ผางไท่ชิงที่อยู่ปีสองเหมือนกันเอ่ยขึ้น
"เฉินเฟิงคนนี้ ช่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวจริงๆ! เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้ ยังมีกะจิตกะใจกลับบ้านเกิด!"
"แล้วถ้าพรุ่งนี้เย็นเขากลับมาไม่ทัน เราจะทำยังไง?"
"ถึงตอนซ้อม เราก็ขาดคนอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?"
ผู้สนับสนุนคนหนึ่งเริ่มกังวลขึ้นมา
เย่เฉินหันไปมองซ่งอวี้
ซ่งอวี้ยักไหล่ เป็นเชิงบอกว่าตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
ก่อนหน้านี้เฉินเฟิงเคยมาหาเขาจริงๆ
ตามที่เฉินเฟิงบอก การต่อสู้ที่หน้าวิทยาลัยการต่อสู้ครั้งนั้น เย่เฉินทำให้ซ่งอวี้ขายหน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
เฉินเฟิงจึงอยากดึงซ่งอวี้มาเป็นพวก เพื่อร่วมมือกันเล่นงานเย่เฉิน
และตอนนั้นเองที่ซ่งอวี้ได้รับรายชื่อมา เพียงแต่ฉบับที่ให้เย่เฉิน เป็นฉบับที่เขาแอบถ่ายสำเนาไว้
ช่วงนี้ความสัมพันธ์ระหว่างซ่งอวี้กับเย่เฉินดีขึ้น
ก่อนหน้านี้ซ่งอวี้ยังเป็นฝ่ายออกหน้า เลือกที่จะเชื่อใจเย่เฉิน ทำให้เฉินเฟิงเลิกคิดที่จะดึงเขามาเป็นพันธมิตร
เรื่องบางอย่างจึงไม่ได้บอกเขาอีก
"ไม่เป็นไร ต่อให้เขาไม่กลับมาก็ไม่เป็นไร"
"ถึงจะบอกแผนทั้งหมดไม่ได้ แต่ผมพอจะแย้มให้รู้นิดหน่อย"
"ดูจากพฤติกรรมของเฉินเฟิงในรอบแข่งเดี่ยว ในรอบตะลุมบอน ผมเลยจัดให้เขาเป็นตัวฟรี ไม่ต้องเข้าร่วมในกระบวนทัพของเรา!"