เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WOC บทที่ 3 - ทุ่งเล็กๆทั้งสาม

WOC บทที่ 3 - ทุ่งเล็กๆทั้งสาม

WOC บทที่ 3 - ทุ่งเล็กๆทั้งสาม


ฝากติดตามเพจด้วยนะครับ แฟนเพจ แจ้งเตือนก่อนใคร กดเลย

https://www.facebook.com/WorldofCultivation/

บทที่ 3 ทุ่งเล็กๆทั้งสาม

การสร้างฝนสำหรับพื้นที่ 15 มู(1 มู เท่ากับ 50 เฮกตาร์)นั้น ไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลยแม้แต่กับจั้วโมผู้ที่มีพลังบ่มเพาะระดับเหลียนชีขั้นที่ 7

เม็ดเหงือปรากฎขึ้นบนหน้าผากของจั้วโม เขาพูดโดนไม่ตั้งใจออกมา “นี้มันคือการฆ่าข้าทั้งเป็น”

เฒ่าดำกล่าวชื่นชมอย่างร่าเริง “พี่ชายโม เคล็ดเมฆาฝนโปรย ของท่านช่างเป็นดั่งข่าวลือจริงๆ” เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความสุขพร้อมทั้งตรวจสอบการเจริญเติบโตของเหล่าเมล์ดพืชหลิง

จั้วโมได้รับคำเยินยอจากเฒ่าดำ และเหล่าธัญพืชหลิงของเฒ่าดำก็เติบโตอย่างแข็งแรง ปีนี้เหล่าผลผลิตจะต้องดีขึ้น เพราะฝนที่เขาได้สร้างขึ้นมานั้นสามารถเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้นถึง 20 เปอเซนต์ หากเทียบกับมูลค่าเงินที่เขาต้องศูนย์เสียไปนั้น กลับไม่ถึง 10 เปอเซนต์

แต่เมื่อเขามองดูความชื่นชมยินดีของเฒ่าดำที่กำลังจองมองเหล่าธัญพืช เขากลับมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เขาไม่มีความสุข

เฒ่าดำนั้นอาศัยอยู่นิกายชั้นนอกของนิกายกระบี่อู้กงมากว่า 20 ปีแล้ว แต่การบ่มเพาะของเขานั้นกลับต่ำและยังคงต้องปลูกเหล่าธัญพืชหลิงมาถึง 20 ปี

ค่าเช่าพื้นที่เพาะปลูกนั้นต้องจ่ายโดนเหล่าเมล็ดหลิง ในแต่ละปีจะต้องมอบเหล่าเมล็ดให้กับนิกายเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นคะแนนสะสมเพื่อจะได้อยู่ต่อภายนอกนิกาย ถ้าพวกเขาต้องการเรียนรู้คาถาใหม่ๆ พวกเขาจะต้องเข้าเป็นส่วนหนึ่งของนิกาย

หากคำนวณแล้ว เงินที่แต่ละคนจะได้รับนั้นช่างน้อยจนน่าสงสาร เหล่าเมล็ดหลิงที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ แม้แต่เฒ่าดำเองยังลังเลที่จะกินมัน

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะอาศัยอยู่ภายนอกนิกาย จั้วโมเองนั้นก็รู้ดีกว่าใคร

แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น แม้นิกายกระบี่อู้กงจะเป็นเพียงนิกายเล็กๆ แต่กลับมีคนจำนวนมากมายที่พยายามเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง เมื่อพวกเขาได้เรียนรู้ในบางอย่าง พวกเขาจะออกไปหางานที่ดีๆทำ แต่สำหรับเฒ่าดำผู้ซึ่งไม่มีเงินเก็บใดๆ นี้จึงเป็นงานที่ดีและมั่นคงมากๆสำหรับเขา

จั้วโมในวันนี้นั้นดีกว่าเดิมมากๆ แม้เขาจะอยู่ในนิกายชั้นนอก แต่เขานั้นถูกพามาโดยผู้นำนิกาย จึงไม่มีใครการข่มขู่เขา ทักษะและความเข้าใจของเขาเองนั้นสูงมาก หลังจากที่เขาเข้าใจในขั้นที่สามของเคล็ดเมฆาฝนโปรย ทำให้ทุกวันของเขานั้นสบายยิ่งขึ้น

จั้วโมนั้นไม่มีความทะเยอทะยานใดๆแม้เขาจะไม่รู้ชาติกำเนิดของตัวเอง นอกเหนือจากการทำให้ตัวเองนั้นใช้ชีวิตอย่างสบาย เขาก็ไม่มีความคิดที่จะทำสิ่งอื่นสิ่งใด

หลังจากที่เขาได้ออกแรงไป เขาก็ค่อยๆเดินกลับที่พักของเขา

บนเทือกเขาอู้กงนั้นมีเพียงนิกายอู้กงเพียงนิกายเดียว บนเทือกเขานี้มีพื้นที่มากมาย ยอดเขาทางทิศตะวันตกทั้งหมดถูกแบ่งเป็นบริเวณที่อยู่อาศัยของเหล่าสาวกนิกายชั้นนอก แต่ละคนสามารถเลือกสร้างพื้นที่ของตนเองได้ตามต้องการ แต่คนส่วนใหญ่จะเลือกทุ่งนาที่เหล่าอดีตสาวกชั้นนอกของนิกายได้ทิ้งเอาไว้ แม้ว่าที่อยู่อาศัยแห่งนั้นจะไม่มีคนอยู่มาเป็นเวลานาน เหล่าที่อยู่อาศัยนั้นต้องการเพียงแค่การทำความสะอาดเท่านั้น

ทุ่งของจั้วโมนั้นมีพื้นที่ขนาดใหญ่มาก แม้เขาจะดูผอมแห่งแรงน้อย แต่เขากลับชอบทำเรื่องใหญ่ๆมาตลอด เขาเลือกทุ่งที่ใหญ่ที่สุดบนยอดเขาทางด้านทิศตะวันตด มันถูกแบ่งเป็น 7 ส่วน ครึ่งมูเป็นบ่อปลา ห้ามูเป็นที่เพาะปลูกธัญพืชหลิง ที่แห่งนี้ถูกครอบครองโดยผู้อาวุโสคนก่อนซึ่งเปลี่ยนแปลงพื้นที่แห่งนี้ให้ไม่มีแม้กระทั้งลานว่าง ไม่มีแม้สวนดอกไม้ ไม่มีแม้เครื่องประดับใดๆ ทั้งหมดถูกเปลี่ยนเป็นทุ่งธัญพืชหลิงทั้งหมด

คนอื่นๆนั้นไม่รู้สึกถึงความสวยงามใดๆของทุ่งแห่งนี้เลย มันราวกับตราผนึกที่ไม่มีความสมบูรณ์ แต่จั้วโมกลับชอบมันมาก

เขาไม่ได้เลี้ยงอะไรไว้เลยในบ่อปลา เขาใช้มันในการอาบน้ำในฤดูร้อน จั้วโมคำนวณอย่างดีเกี่ยวกับค่าเช่าทุ่งนาของเขา แต่สำหรับทุ่งนาแห่งนี้เขานั้นกลับไม่ต้องจ่ายใดๆ และทุ่งแห่งนี้จะมีเพียงฤดูใบไม้ผลิ

การสร้างบ้านโดยปกติแล้ว ที่ที่ดีที่สุดคือการสร้างบนจุดรวมตัวของเส้นหลอเลี้ยงพลังหลิง ยิ่งที่ที่มีพลังหลิงหนาแน่น ความเร็วในการบ่มเพาะก็จะเพิ่มสูงยิ่งขึ้น นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าเหล่าพื้นที่ดีๆเหล่านั้นทำไมถึงมีราคาแพง แต่พื้นที่ที่มีพลังหลิงหนาแน่นเช่นนี้ ทำไมถึงกลับมอบให้คนนิกายชั้นนอกเช่นเขา

แต่ใครจะคาดคิดว่าบนทุ่งแห่งนี้กลับมีเส้นหลอเลี้ยงพลังหลิงอยู่!!!

เมื่อครั้งที่เขาย้ายเขามาอยู่อาศัย จั้วโมได้ทำการค้นหาทุกที่เพื่อใช้ในการรวบรวมสมาธิ เขาได้พบกลับห้องที่เงียบสงล เมื่อเขาผลักประตูเขามา กลิ่นเหม็นเน่าก็พุ่งเข้ามาหาเข้าในทันที เสื่อหลายพื้นที่ตั้งอยู่ ต่างผุพังเน่าเปื่อย แต่มีเสื่ออยู่ผืนหนึ่ง ที่ยังคงรูปร่างเอาไว้ได้

หลังจากจั้วโมได้ทำความสะอาดห้องแห่งนี้ทั้งหมด โดยเหลือไว้ซึ่งเสือผืนเดิมผืนนั้น

เมื่อจั้วโมได้นั่งลงบนเสื่อผืนนั้นเป็นครั้งแรก เขากลับช็อกด้วยความตกใจ

จุดที่เสื่อนั้นตั้งอยู่นั้นกลับมีพลังหลิงหนาแน่นกว่าทุกๆพื้นที่

จั้วโม ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เขาพบว่าภายใต้ของเสื่อผืนนี้นั้นมีเส้นหลอเลี้ยงพลังหลิงขนาดเล็กจำนวนมาก แต่ถูกปิดบังโดยเสื่อผืนนี้

ในตอนนี้เขาก็ได้เข้าใจอีกว่าทำไมผู้อาวุโสนิรนามถึงได้เลือกสร้างสถานที่นี้ พื้นที่ส่วนใหญ่นั้นจะเป็นทางผ่านเส้นหลอเลี้ยงพลังหลิง

จั้วโมจึงเคารพผู้อาวุโสไร้นามคนนี้ในทันที

หลังจากที่เขาได้ค้นพบเส้นหล่อเลี้ยงพลังหลิง จั้วโมคิดทบทวนอย่างดี เขาจึงเลือกที่จะไม่บอกเรื่องนี้แก่ผู้อื่นเพราะมันจะพาหายนะมาแก่เขาก็เป็นได้

ในช่วงลมหายใจสั้นๆเขาได้วางเสื่อนับ 30 พื้นลงบนพื้นที่ห้องแห่งนี้ และมีอีกมากกว่า 70 ผืนถูกปูบริเวณมุมห้อง สีและรูปร่างของมันนั้นแตกต่างกันไป ทั้งหมดถูกทักทอโดยจั้วโมเอง นี้คือนิสัยที่แปลกประหลาดของจั้วโมหน้าผีที่สาวกนิหายชั้นนอกต่างรู้จักกันดี เมื่อพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากจั้วโม พวกเขาก็จะออกไปซื้อเสื่อที่ปราณีตมาเป็นของขวัญแก่จั้วโม ทำให้จำนวนเสื่อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แต่โดยปกติ จั้วโมจะนั้งบนเสื่อเก่าๆที่ไม่เน่าเปื่อยเพราะมันมีบางสิ่งบางอย่างที่พิเศษออกไป และเขาก็เก็บความลับเรื่องทั้งหมดนี้ได้เป็นอย่างดี

แต่จก็มีสิ่งที่ทำให้จั้วโมเองค่อนข้างเสียใจ คือ ทุงหญ้าทั้งหมดนี้ถูกทิ้งไว้นานเกินจนทำให้ระดับที่เพาะปลูกได้ ถูกลดขั้นลงไป มันจึงกลายเป็นเป็นทุ่งธัญพืชหลิงขั้นแรก จั้วโมจึงต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะฟื้นคืนระดับของมันให้ไปอยู่ในขั้นต่อไป แต่ทั้งหมดนั้นก็ต้องใช้เวลา

ทุ่งทั้งห้าเต็มไปด้วยเหล่าธัญพืชหลิงสูง ขอบใบของมันแหลมคมราวใบเลื่อน ถ้าไม่ระมัดระวังอาจเกิดอันตรายได้โดยง่าย ทั้งหมดเต็มไปด้วยความเขียวขจีน่าตื่นตา

แต่ในยามราตรีทั้งหมดกลับให้ความรู้สึกมึดมน

และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขโมย จั้วโมได้ติดตั้งแหล่งพลังงานป้องกันระดับต่ำไปทั่วทั้งทุ่ง แม้เหล่าตัวป้องกันเหล่านี้จะไม่สามารถโจมตีหรือทำอันตรายใดๆได้ แต่มันจะส่งเสียงดังออกมาเตือนแทนได้

ภายในบ้านของเขา ทุกอย่างผุพังเน่าเสียไม่ว่าจะเป็นข้าวของตู้เตียง ต่างพังและเต็มไปด้วยหยากใย ผนึกต่างๆที่ใช้ภายในห้องต่างพังทลายเนื่องจากไม่ได้ใช้งานมานานนับปี

แต่มันก็ไม่ส่งผลใดๆต่อจั้วโม เพราะเขานั้นชอบนอนบนหลังคา เขามักจะนั่งสมาธิในห้องอีกห้อง ส่วนห้องอื่นๆนั้นถูกจัดเป็นห้องว่างและห้องเก็บของแทน ส่วนเรื่องอาหาร เขาก็ทำไปตามปกติ เขาได้จ้างคนแกะสลักผนึกตราประทับแสงสำหรับใช้ในยามคำคืน โดยเขาไม่สูญเสียเงินไปกับสิ่งอื่นสิ่งใดเลยนอกจากนี้

ขณะนี้เขานั่งบนเสือที่เขาได้พบเจอพลังงานหลิงจำนวนมากไหลเข้าสู่แกนกลางจิตใจของเขาจั้วโม พยายามควบคุมอารมณ์และสติและมุ่งเป้าไปยังการควบคุมพลังงานหรือในร่างกาย

เคล็ดวิชาหลักที่เขาใช้ชื่อคัมภีร์สิบปฐมบท คัมภีร์นี้เป็นที่แพร่หลายในวงกว้างคุณสมบัติของมันนั้นจะทำให้เกิดการมั่นคงในร่างกายโดยไม่ส่งผลกระทบใดใด โดยทั่วไปไม่ต้องกังวลอะไรเลยแม้จะผิดพลาดก็ไม่อาจกลายเป็นคนบ้าได้ สาวกชั้นนอกของนิกายอู้กงได้เลือกคัมภีร์นี้เป็นคัมภีร์หลักที่ใช้ฝึกฝนปลูกฝังเม็ดพลังงานปราณ แต่หากพวกเขาต้องการก้าวเข้าสู่ระดับจูจิ(ระดับที่ 2)โอกาสความสำเร็จจากเคล็ดวิชานี้นต่ำมาก  ศิษย์ชั้นนอกที่มีความทะเยอทะยานมากจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากนิกายโดยการทำงานแลกเปลี่ยนเป็นคัมภีร์ระดับสูงกว่านั้น

แต่สำหรับจั้วโม เขาทำจิตใจให้ว่างปล่าว พลังงานหลิงทั้งหมดค่อยไหลผ่านเข้าตัวเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ร่างกายของเขารู้สึกเบาลงเบาลงเรื่อยๆ

ดูพลังการบ่มเพาะของจั้วโม ที่อยู่ในระดับ 7 ขั้นเหลียงฉี เขาสามารถโคจรพลังได้ถึง 3 รอบต่อครั้งเขารู้สึกได้ถึงทุกสิ่งทุกอย่างในขณะที่หายใจเข้าและหายใจออก พลังงานหลิงส่วนหนึ่งที่เขาสูดดมผ่านอากาศไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่องพร้อมผสานเข้ากับพลังงานหลิงที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในร่างกาย ใน 2 ปีที่ผ่านมานี้เส้นปรานต่างๆในร่างกายของเขาก็พัฒนาขึ้นจากที่เขาเคยอยู่ในระดับที่ 3 ก็ผลักดันขึ้นไปถึงในระดับที่ 7 ในทันที

หลังจากที่ควบคุมพลังงานครบทั้ง 3 รอบแล้วจิตใจของจั้วโมนั้นก็ค่อยๆผ่อนคลายจากความว่างเปล่า

ร่างกายของเขารู้สึกสดชื่นในทันทีความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานก่อนหน้านี้ก็พลันหายไป

เขาเริ่มต้นกินบางสิ่งบางอย่างที่เขาหามาเพิ่มเติมเต็มท้องของเขาก่อนที่จะเข้าสู่ระดับจูจิ  ผู้ฝึกตนที่ยังอยู่ในระดับเหลียงฉีก็ยังคงต้องทานอาหารเป็นตามปกติ แม้ว่าอาหารไม่สามารถเข้าไปเสริมพลังงานหลิง แต่ก็ต้องขอบคุณที่ไหนโลกแห่งนี้นั้นราคาหารนั้นช่างทรูเหลือเกินจึงไม่มีความอดอยากในใดเกิดขึ้นกับทุกคน

เขาเอาแท่งหยกสีอัมพร-มรกตที่ได้เมื่อวานมานั้นซึ่งมือถือในมือมันทำให้เขารู้สึกถึงความหนาวและหนักอย่างมาก

ภายในห้องมันมืดมิดจั้วโม ตั้งใจตรวจสอบหินหยกที่อยู่ภายในเมืองของเขาเขาได้ใช้พลังงานหรือลงไปในแท่งหยกสีอัมพร-มรกตพระท่านใดนั้นก็มีคำพูดบางคำพุ่งขึ้นมาภายใต้จิตใจของเขา

แท่งหยกประกอบด้วยเคล็ดวิชาทั้ง 5 เคล็ดวิชาเมฆาฝนโปรย เคล็ดวิชาพลังพสุธา เคล็ดวิชาสัประยุทธ์ทองคำ เคล็ดวิชาพฤกษาพรรณา เคล็ดวิชาอัคคีเพลิงเดือด โดยนอกเหนือจากเคล็ดวิชาเมฆาฝนโปรยจั้วโมก็ไม่เคยเรียนวิชาอื่นทั้งสี่เลย

เมื่อจั้วโมรับรู้ถึงเคล็ดวิชาใหม่ทั้งหมดเขาก็มีความสุขเป็นอย่างมากจนเกือบจะลืมหายใจ

เขาคาดดาวในทันทีว่าเขาจะต้องใช้เวลาอีกมากอย่างแน่นอนในการเรียนรู้คัมภีร์คาถาทั้งสี่เล่มให้หมด

โดยคลิปวิชาแรกที่เขาสนใจมากที่สุดนั่นก็คือเคล็ดวิชาสัประยุทธ์ทองคำ โดยองค์ประกอบทั้ง 5 ของเคล็ดวิชานี้นั้นเน้นไปในการทำลายและการฆ่าล้าง ทั้งหมดทั้งมวลของคืนวิชานี้ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการฆ่าทั้งหมดโดยเมล็ดหลิงนั้นจะมีศัตรูเป็นศัตรูพืชเพลี้ยหลากหลายนานาชนิดพวกมันจะพยายามเกาะกัดเจาะเข้าไปในก้านของธัญพืชหลิงและมันจะทะลวงการออกมาทำให้เราพืชพรรณนานาชนิดถูกทำลายโดยผู้บ่มเพาะส่วนใหญ่นั้นไม่สามารถจัดการกับปัญหาของพวกเขาได้เลย

แต่เคล็ดวิชาสัประยุทธ์ทองคำนั้นสร้างวิธีมากมายเพียงพอสำหรับการรับมือเหล่าศัตรูพืชเหล่านี้โดยเคล็ดวิชานี้จะปล่อยพลังเข้าไปแทรกซึมภายในธัญพืชหลิงและฆ่าศัตรูภายในธัญพืชหลิง นี่จึงเป็นเคล็ดวิชาที่จั้วโมต้องการมากที่สุดในตอนนี้เพราะเขาต้องการเช่าทุ่งธัญพืชเพิ่มมากขึ้นอีก 50 มู

หากอ่านผ่านๆพบว่า เคล็ดวิชาสัประยุทธ์ทองคำนั้น มีจำนวนคาถาที่เขาเคยเรียนรู้น้อยมากส่วนใหญ่จะถือเป็นคาถาใหม่ทั้งหมดมันจึงเป็นเรื่องที่เขารู้สึกว่าท้าทาย

หลังจากเรียนรู้ผ่านไป 2 ชั่วโมงก็ไม่มีสิ่งใดก้าวหน้าขึ้นเลยไม่ว่าเขาจะพยายามสร้างพลังงานต่างๆขึ้นมาภายใต้เคล็ดวิชาสัประยุทธ์ทองคำ

คาถาทั้งหมดในเคล็ดวิชาสัประยุทธ์ทองคำนั้นถูกสร้างขึ้นมาจากพลังงานทองคำเก่าแก่ในยุคทองในเมื่อเขาไม่สามารถสร้างพลังงานเก่าแก่ได้เขาก็ไม่อาจจะเรียนรู้คาถาใดๆในเคล็ดวิชาสัประยุทธ์ทองคำได้

และในตอนนี้ใบหน้าของจั้วหน้าผีแสดงให้เห็นความกระตือรือร้นอย่างยิ่งในการเรียนรู้

**** ขอโทษด้วยครับที่หายไปนาน นานมากเกือบ 3 เดือน ตอนนี้กลับมาแล้ว เรื่องนี้จะพยายามแปลลงในทุกๆ 2-3 วันนะครับ ถ้าให้เร็วกว่านั้น ผมจะหาทีมงานมาช่วยแปล จะได้เร็วยิ่งขึ้น ถ้าแปลผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยนะครับ

***** เรื่องเทพอสูรบรรพกาล ตอนนี้มีคนแปลไปแล้วนะครับ ถ้าผู้แปลท่านคนใหม่ยังแปลลงตามปกติ ผมก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวนะครับ

จบบทที่ WOC บทที่ 3 - ทุ่งเล็กๆทั้งสาม

คัดลอกลิงก์แล้ว