- หน้าแรก
- ยอดช่างสัก เริ่มต้นด้วยการผูกมัดแผนภาพเทพมาร
- บทที่ 40 พาพวกเธอไปชายแดนด้วยกัน
บทที่ 40 พาพวกเธอไปชายแดนด้วยกัน
บทที่ 40 พาพวกเธอไปชายแดนด้วยกัน
บทที่ 40 พาพวกเธอไปชายแดนด้วยกัน
"เย่เฉิน เพลิงสุริยันบริสุทธิ์คืออะไร?"
"ฉันจะไปหาได้จากที่ไหน?"
เซี่ยอวี่หลานมองเย่เฉิน แล้วยิงคำถามที่เป็นหัวใจสำคัญออกมาทันที เย่เฉินเองก็งงเป็นไก่ตาแตก เขารู้แค่ว่าตอนที่เซี่ยอวี่หลานสักอักขระเทพสำเร็จ ระบบมีข้อความแจ้งเตือนขึ้นมา
ดูเหมือนว่าไอ้เพลิงสุริยันบริสุทธิ์อะไรเนี่ย จะช่วยให้เธอวิวัฒนาการสกิลของตัวเองได้ จนถึงขั้นปลุกร่างจำแลงอักขระเทพ 'จู้หรง' ขึ้นมาได้ในที่สุด! แต่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพลิงสุริยันบริสุทธิ์มันอยู่ที่ไหน!
"เพลิงสุริยันบริสุทธิ์?"
เย่เฉินกำลังจะบอกว่าไม่รู้ แต่ซูมู่ที่อยู่ข้างๆ กลับเอ่ยปากขึ้นก่อน สายตาของทุกคนจึงหันไปจับจ้องที่ซูมู่ทันที
"ก่อนหน้านี้โรงประมูลของตระกูลซูเราเคยมีของสิ่งนี้หลุดเข้ามา แต่ก็นานมากแล้ว เพราะมันหายากมาก โรงประมูลบ้านฉันเลยเคยประมูลไปแค่ครั้งเดียวเอง แต่ว่า ฉันพอจะรู้ว่าของสิ่งนี้มาจากที่ไหน"
"ตอนนั้นคุณปู่ไปที่ชายแดน แล้วนำกลับมาได้ต้นหนึ่ง บอกว่าโชคดีมากถึงได้มา! เพราะฉะนั้นเพลิงสุริยันบริสุทธิ์นี้ ต้องมาจากชายแดนแน่นอน!"
ซูมู่พูดจบก็หันไปมองเย่เฉิน
"ป๋าเย่ หลังจากนี้คุณจะไปชายแดนไม่ใช่เหรอคะ? ถึงตอนนั้นอาจจะเจอเพลิงสุริยันบริสุทธิ์ก็ได้ใครจะรู้!"
พอรู้ว่าเพลิงสุริยันบริสุทธิ์อาจจะมีอยู่ที่ชายแดน เซี่ยอวี่หลานก็หันขวับมามองเย่เฉินทันที
"เย่เฉิน คุณจะไปชายแดนเมื่อไหร่?"
"ถ้าคุณจะไปเร็วๆ นี้ ฉันคงไปกับคุณไม่ได้ พลังใหม่นี่ยังไม่ชินมือเลย! แต่ถ้าคุณจะไปช้ากว่านี้หน่อย ถึงตอนนั้นฉันจะไปกับคุณด้วย!"
ตอนแรกเย่เฉินตั้งใจว่าจะไปชายแดนคนเดียว แต่ในเมื่อเซี่ยอวี่หลานพูดมาแบบนี้ เขาก็เริ่มมีความคิดใหม่ๆ เข้ามา ความแข็งแกร่งของเซี่ยอวี่หลานไม่ใช่น้อยๆ โดยเฉพาะหลังจากสักอักขระเทพสำเร็จแล้ว ถ้าพาเธอไปด้วย ก็เหมือนได้กำลังเสริมเพิ่มขึ้นอีกแรง! ที่สำคัญที่สุด คือถ้ามีเขาอยู่ข้างๆ ตอนเซี่ยอวี่หลานดูดซับเพลิงสุริยันบริสุทธิ์ เขาก็จะวางใจได้มากกว่า!
"ตอนนี้ผมยังไม่ไปหรอก แต่ภายในหนึ่งปีนี้ผมต้องไปแน่!"
เย่เฉินบอกกำหนดการคร่าวๆ ของตัวเอง ความจริงแล้วเขากังวลอยู่เรื่องหนึ่ง กลัวว่าพอรู้ว่ากว่าเขาจะออกเดินทางไปชายแดนยังอีกนาน เซี่ยอวี่หลานจะทนรอไม่ไหว! แล้วแอบหนีไปชายแดนคนเดียว!
และก็เป็นไปตามที่เย่เฉินคาด พอได้ยินว่าเขาอาจจะไปชายแดนช้าหน่อย แววตาตื่นเต้นของเซี่ยอวี่หลานก็หม่นแสงลงทันตา
"ก็ได้ งั้นฉันจะรอคุณแล้วกัน"
แต่ทว่า คำตอบสุดท้ายของเซี่ยอวี่หลาน ก็ยังทำให้เย่เฉินแปลกใจอยู่ดี
"ฉันเองก็ไม่ได้รีบร้อนขนาดนั้น ถึงเพลิงสุริยันบริสุทธิ์จะสำคัญกับฉันมาก แต่ฉันก็รู้ตัวดี ว่าต่อให้ได้มาตอนนี้ ฉันก็ยังไม่มีปัญญาดูดซับมันได้สำเร็จหรอก"
"เย่เฉิน ถึงตอนที่คุณจะออกเดินทาง แค่แจ้งฉันสักหน่อยก็พอ ฉันจะไปกับคุณด้วย!"
เย่เฉินมองเซี่ยอวี่หลานอยู่นาน เห็นแววตาจริงใจ ท่าทางเปิดเผย มั่นใจว่าเธอไม่ได้โกหกเขา จึงพยักหน้าตกลง
ส่วนเสิ่นเวยเวยและซูมู่ที่อยู่ข้างๆ หันมามองหน้ากัน พวกเธอเข้าใจความคิดของอีกฝ่ายได้ทันที
"ป๋าเย่ ถึงตอนนั้นพวกเราก็จะไปกับคุณด้วย!"
"ใช่ค่ะ ป๋าเย่ ชายหญิงเดินทางไปชายแดนด้วยกันตามลำพัง หนูไม่วางใจหรอกนะ!"
ในเมื่อตกลงจะพาเซี่ยอวี่หลานไปชายแดนด้วยแล้ว ในใจเย่เฉินก็ตัดสินใจเรื่องที่จะพาซูมู่และเสิ่นเวยเวยไปด้วยเรียบร้อย ยังไงซะ พาพวกเธอไปด้วย การติดต่อประสานงานกับธุรกิจของตระกูลซูและตระกูลเสิ่นที่ชายแดน ก็น่าจะสะดวกขึ้นเยอะ ดังนั้นเขาจึงตอบตกลงอย่างไม่ลังเล
พอรู้ว่าเย่เฉินยอมพาพวกเธอไปด้วย ซูมู่และเสิ่นเวยเวยก็ดีใจจนเนื้อเต้น!
ไม่นานเซี่ยอวี่หลานก็ขอตัวลากลับ การเดินทางครั้งนี้ เดิมทีเธอก็แค่มาเสี่ยงดวงดูว่าจะหาบุปผาแม่ลูกมากดข่มอาการเส้นลมปราณผิดปกติในร่างกายได้หรือไม่ แต่ในเมื่อปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลให้อยู่ต่อ เธอต้องกลับไปที่วิทยาลัยของตัวเอง เพื่อตั้งใจฝึกฝนวิชาต่อไป
หลังจากส่งเซี่ยอวี่หลานกลับไป ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันไปทำธุระของตัวเอง เนื่องจากพลังจิตวิญญาณเพิ่มขึ้นมาก ตอนนี้เย่เฉินสามารถใช้ ตรวจสอบอักขระเทพ ได้วันละสี่ครั้ง เขาจึงเริ่มมองหาผู้ที่เหมาะสมกับการประทับอักขระเทพรายใหม่ในวิทยาลัย
ซูมู่ยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวอ่านหนังสือสำนึกผิดต่อหน้าสาธารณชน ส่วนเสิ่นเวยเวยลางานกลับบ้านตระกูลเสิ่น ดูเหมือนจะรีบกลับไปอวดพี่น้องของเธอ
สามวันต่อมา ขณะที่เย่เฉินกำลังนั่งยองๆ อยู่ริมถนนมองหาผู้เหมาะสมราวกับคนโรคจิต หลิวฝูเฟิงก็มาเจอเขาเข้า แม้จะไม่รู้ว่าคณบดีมาหาเขาทำไม แต่เย่เฉินก็เดินตามเขาเข้าไปในห้องทำงาน
"อะแฮ่ม เย่เฉิน นั่งสิ"
หลิวฝูเฟิงผายมือให้เย่เฉินนั่งลง เห็นรอยยิ้มบนหน้าของตาแก่นี่ เย่เฉินรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว โดยเฉพาะสายตาที่มองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า มันชวนให้สยองขวัญชอบกล! หรือว่า? ความคิดอกุศลผุดขึ้นในสมองของเขา!
"ท่านคณบดี มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะครับ"
"ท่านทำท่าแบบนี้ ผมรับไม่ไหวจริงๆ ผมไม่ได้สนใจผู้ชายนะครับ โดยเฉพาะผู้ชายสูงวัย!"
พอเย่เฉินพูดจบ สีหน้าของหลิวฝูเฟิงก็เปลี่ยนทันที
"เจ้าเด็กบ้า พูดอะไรของแก! ที่ฉันเรียกแกมา เพราะมีเรื่องจะบอก!"
"มะรืนนี้ ทางวิทยาลัยจะมีการคัดเลือก เพื่อเฟ้นหาตัวแทนนักศึกษาปีหนึ่งสิบคน ไปเข้าร่วมการล่าสัตว์เจ็ดสถาบันที่จะมาถึง!"
"การล่าสัตว์เจ็ดสถาบัน?"
เย่เฉินงุนงง แม้แต่ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ก็ไม่มีคำอธิบายเกี่ยวกับคำคำนี้เลย
"ใช่ การล่าสัตว์เจ็ดสถาบัน แกน่าจะรู้นะว่า เมืองเซนต์โดของเราแบ่งเป็นเขตเมืองชั้นในและเขตเมืองชั้นนอกใช่ไหม?"
"เมืองชั้นนอกของเซนต์โดค่อนข้างกันดาร ทรัพยากรมีน้อย ส่วนเมืองชั้นในจะอุดมสมบูรณ์กว่ามาก ทรัพยากรก็ค่อนข้างเหลือเฟือ สิ่งที่เรียกว่าการล่าสัตว์เจ็ดสถาบัน คือกฎที่องค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ทรงบัญญัติขึ้น ทั้งเมืองชั้นในและชั้นนอกมีวิทยาลัยรวมทั้งหมดเจ็ดแห่ง ทุกๆ สามสิบปีจะต้องส่งนักศึกษาปีหนึ่งและปีสองเข้าร่วมการทดสอบล่าสัตว์ วิทยาลัยที่ทำคะแนนได้สูงสุดสามอันดับแรก จะได้อยู่ในเมืองชั้นใน ส่วนสี่อันดับรั้งท้ายจะต้องย้ายไปอยู่เมืองชั้นนอก"
เย่เฉินฟังถึงตรงนี้ ก็พอจะเข้าใจความหมายของการล่าสัตว์เจ็ดสถาบันแล้ว
"นับตั้งแต่เริ่มมีการล่าสัตว์เจ็ดสถาบัน สถาบันเซนต์โดของเราไม่เคยหลุดจากสามอันดับแรกเลย องค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จึงพระราชทานชื่อสถาบันเซนต์โดให้ด้วยพระองค์เอง"
หลิวฝูเฟิงทำท่าจะเล่าเกียรติประวัติอันรุ่งโรจน์ของสถาบันเซนต์โดต่อ แต่กลับถูกเย่เฉินยกมือห้ามขัดจังหวะเสียก่อน
"ท่านคณบดีหลิว ที่เรียกผมมา คงไม่ได้เพื่อให้มาฟังนิทานหรอกใช่มั้ยครับ?"
หลิวฝูเฟิงยิ้มแห้งๆ ก่อนจะอธิบายต่อ
"ความจริงมันเป็นอย่างนี้ ที่เรียกแกมา เพราะการล่าสัตว์เจ็ดสถาบันครั้งนี้ แกคือกุญแจสำคัญ!"