- หน้าแรก
- ยอดช่างสัก เริ่มต้นด้วยการผูกมัดแผนภาพเทพมาร
- บทที่ 9 คุณต้องรับผิดชอบฉัน
บทที่ 9 คุณต้องรับผิดชอบฉัน
บทที่ 9 คุณต้องรับผิดชอบฉัน
บทที่ 9 คุณต้องรับผิดชอบฉัน
ความโกรธเกรี้ยวปานสายฟ้าฟาดของผู้เฒ่าซูทำเอาเหล่าอาจารย์วิทยาลัยสายซัพพอร์ตต้องรับเคราะห์ไปตามๆ กัน เดิมทีพวกเขาก็ไม่ถนัดการต่อสู้อยู่แล้ว คลื่นพลังตกค้างของยอดฝีมือระดับนี้ทำให้หลายคนถึงกับตัวสั่นงันงก บางคนอาการหนักถึงขั้นเป็นลมล้มพับ น้ำลายฟูมปากไปแล้ว!
หากไม่ใช่เพราะหลันหรานปลดปล่อยเปลวเพลิงของตัวเองออกมาช่วยต้านทานพลังของผู้เฒ่าซูไว้ในระดับหนึ่ง เกรงว่าบรรดาอาจารย์สายซัพพอร์ตเหล่านี้ส่วนใหญ่คงถูกแช่แข็งกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งไปแล้ว
หรือเผลอๆ อาจจะตายอยู่ที่นี่ในวันนี้เลยก็ได้!
แม้แต่หลันหรานเอง ในเวลานี้ก็เริ่มจะต้านทานไม่ไหว ลำพังแค่ต้องปกป้องอาจารย์เหล่านี้ก็กินแรงเขาไปมากโข
"ผู้เฒ่าซู ท่านใจเย็นๆ ก่อนเถอะครับ!"
"เรามารดูกันก่อนดีกว่าว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป!"
"ถ้าไอ้หนูนั่นมีความคิดมิดีมิร้ายกับซูมู่จริงๆ ผมจะสั่งระงับการทดสอบครั้งนี้ก่อนที่เขาจะลงมือเอง"
ผู้เฒ่าซูแค่นเสียงเย็นชา ถึงได้ค่อยๆ เก็บงำกลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมากลับคืนไป
"อธิการบดีหลัน คุณรับประกันให้ดีเถอะว่ามู่อ๋อมของข้าจะไม่เป็นอะไร ไม่อย่างนั้น!"
"เปลวเพลิงของคุณ ก็ยังอ่อนหัดไปหน่อยนะ!"
หลันหรานในเวลานี้ทำได้เพียงผงกหัวขอขมาไม่หยุด
ส่วนอาจารย์คนอื่นๆ ต่างมองไปที่อธิการบดีด้วยความซาบซึ้งและเลื่อมใส จนแทบจะหลั่งน้ำตาออกมา จากนั้นก็ค่อยๆ ถอยห่างออกจากผู้เฒ่าซูอย่างเงียบๆ
หลังจากเย่เฉินดึงสายเสื้อเปิดไหล่ที่ด้านหลังของซูมู่ลงแล้ว ฝ่ามือของเขาก็ประทับลงไปบนรอยสักนกชิงหลวนที่เขาเป็นคนสักให้เธอโดยตรง
ในเวลานี้สติของซูมู่ยังไม่กลับคืนมา
ย่อมไม่สามารถกระตุ้นพลังของรอยสักนี้ได้ด้วยตัวเอง!
ช่วยไม่ได้ ผู้ก่อการอย่างเขาเลยต้องเป็นคนควบคุมมันด้วยตัวเอง!
พลังจิตวิญญาณสายหนึ่งหลั่งไหลเข้าไปในนั้น!
รอยสักที่แผ่นหลังของซูมู่สว่างวาบขึ้นในทันที!
ไอเย็นยะเยือกอันเข้มข้น ห่อหุ้มร่างของทั้งสองคนไว้ในชั่วพริบตา
เสียงนกร้องที่ใสกังวานและทรงพลัง ดังขึ้นจนทำให้ความปรารถนาที่พลุ่งพล่านในใจของเย่เฉินมลายหายไปจนหมดสิ้น
ชิงหลวน!
นกเทพโบราณ!
ตัวมันเองมีพลังในการข่มขวัญและรบกวนจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำอยู่แล้ว!
แม้ว่ามันจะไม่ได้ปรากฏออกมาในรูปแบบของทักษะตอนที่ประทับอักขระเทพให้ซูมู่สำเร็จ แต่เย่เฉินย่อมรู้ดีกว่าใคร!
สิ่งที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้ คือการกระตุ้นพรสวรรค์ทางสายเลือดที่ติดตัวมากับนกเทพชิงหลวนตนนี้นั่นเอง!
และพร้อมกับเสียงร้องของชิงหลวน คิ้วของซูมู่ก็กระตุกเบาๆ
จากนั้นเธอก็ลืมตาขึ้น
เธอตระหนักได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
เธอสัมผัสได้ชัดเจนถึงพลังงานที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในร่างกาย และความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากรอยสักที่แผ่นหลัง
เมื่อหันกลับมามอง ใบหน้าของซูมู่ก็แดงระเรื่อ เธอเพียงแค่เหลือบมองเย่เฉินแวบหนึ่ง แล้วก็รีบก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว
"ป๋าเย่ เมื่อกี้ขอบคุณนะ...... แล้วก็ เสื้อของฉัน......"
เย่เฉินเพิ่งสังเกตเห็นว่าสายเสื้อของซูมู่ยังห้อยอยู่ที่ต้นแขน จึงรีบเบือนหน้าหนี
"คุณใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนเถอะ"
เย่เฉินพูดด้วยความขัดเขินเล็กน้อย
ซูมู่รีบจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แต่เธอกลับไม่ได้ขยับตัวออกห่าง ในทางกลับกัน เธอก้าวเข้ามาข้างหน้า แล้วจู่ๆ ก็โผเข้ากอดเย่เฉิน!
เมื่อครู่นี้ตอนที่สติเลือนราง เธอสัมผัสได้ลางๆ ว่ามีใครบางคนกำลังชักนำพลังของอักขระเทพเพื่อปลุกเธอ ความรู้สึกปลอดภัยนั้นทำให้เธออดไม่ได้ที่จะพึ่งพิง
เย่เฉินไม่ทันตั้งตัว ถูกเธอโถมเข้าใส่จนเซถอยหลัง ทั้งคู่ล้มลงนั่งกับพื้น โดยมีซูมู่ทับอยู่บนตัวเขาพอดี!
"ป๋าเย่" น้ำเสียงของซูมู่สั่นเครือเล็กน้อย "ถ้าไม่มีคุณ วันนี้ฉันคงต้องมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่แน่ๆ คุณเห็นของสงวนฉันไปตั้งสองรอบแล้ว คุณต้องรับผิดชอบฉันนะ"
ผู้คนที่กำลังรับชมภาพเหตุการณ์นี้อยู่ ไม่ได้ยินชัดนักว่าซูมู่พูดอะไรกับเย่เฉิน
แต่อ่านจากรูปปาก พวกเขาก็พอจะเดาคำว่า รับผิดชอบ ได้
รับผิดชอบ?
รับผิดชอบเรื่องอะไร?
หรือว่า?
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของทุกคน
พวกเขารีบหยุดความคิด ไม่กล้าจินตนาการต่อในทันที
สีหน้าของผู้เฒ่าซูในตอนนี้ย่ำแย่จนไม่รู้จะย่ำแย่อย่างไรแล้ว!
หลันหรานเริ่มรู้สึกปวดหัวตึบๆ
คงไม่ใช่ว่าสุดท้ายแล้ว เขาจะต้องมาเปิดศึกกับผู้เฒ่าซู หนึ่งในสิบยอดฝีมือ กลางวิทยาลัยหรอกนะ?
แก้มของเย่เฉินร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เขากำลังจะอ้าปากพูด แต่ซูมู่กลับลุกขึ้นยืนเสียก่อน
"ป๋าเย่ ฉันสัมผัสได้ เจ้านั่นน่าจะอยู่ข้างล่างนี้แหละ!"
"คุณหลบไปด้านข้างก่อนดีไหม ฉันกลัวว่าตอนสู้กับมัน จะโดนลูกหลงไปด้วย!"
"ฉันจัดการมันเอง!"
เย่เฉินพยักหน้า
ถึงเขาจะไม่กลัวว่าจะตายที่นี่
แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บจนทำให้เสียเวลาในการหาคนมาประทับอักขระเทพ ก็คงไม่ดีแน่
ทันทีที่เขาตอบตกลง ซูมู่ก็มาอยู่ตรงหน้าเขา
แล้วอุ้มเขาขึ้นมาในท่าอุ้มเจ้าหญิงอย่างไม่เกรงใจ
เธออุ้มเย่เฉินขึ้น แล้วพาเขาไปวางไว้ในตำแหน่งที่ห่างออกไปพอสมควร
เมื่อซูมู่กลับมาที่เดิม เธอยกดาบยาวในมือขึ้น
ปราณดาบสีขาวดุจหิมะ พุ่งเจาะลงไปใต้ดินโดยตรง
"ครืนนน!"
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากใต้ดิน
จากนั้น สิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่มีรูปร่างคล้ายตะขาบก็พุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน
มันบิดลำตัวไปมาอย่างบ้าคลั่ง
【สัตว์อสูรระดับ S: ตะขาบพันขา】
【เลเวล: 20】
【ธาตุ: จิตวิญญาณ】
【ทักษะ: ใช้การรบกวนทางจิต ตัดขาดสติสัมปชัญญะออกจากร่างกาย และปลุกสัญชาตญาณดิบที่สุดในจิตใต้สำนึก】
มองดูสัตว์อสูรระดับ S ที่โผล่ขึ้นมาจากดินตัวนี้
เย่เฉินและซูมู่ต่างไม่ได้รู้สึกกดดันมากนัก
แม้เลเวลของมันจะสูงกว่าคนทั้งคู่
แต่มันเป็นเพียงสายจิตวิญญาณ
เมื่อทำลายทักษะของมันได้แล้ว ต่อให้เลเวล 20 ความแข็งแกร่งทางกายภาพของมัน ก็พอๆ กับสัตว์อสูรเลเวล 10 เท่านั้นแหละ
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุผิดพลาดอื่นๆ
ซูมู่ไม่คิดจะออมมืออีกต่อไป รอยสักด้านหลังส่องแสงสว่างจ้า
ภาพร่างเงาของนกชิงหลวนขนาดยักษ์ค่อยๆ ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของเธอ
มันกระพือปีก ส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงพุ่งตรงไปยังตะขาบพันขาตัวนั้น
"ปีกชิงหลวน!"
นี่เป็นครั้งแรกที่ซูมู่ใช้ทักษะพิเศษนี้ หลังจากสัมผัสได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นจากรอยสัก
ที่ด้านหลังของเธอ ปีกคู่หนึ่งที่เหมือนกับปีกของชิงหลวนเหนือศีรษะได้ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน
ซูมู่บินขึ้นสู่ท้องฟ้า และพุ่งเข้าสังหารตะขาบพันขาตัวนั้นทันที!
ไอเย็นแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งมิติ
แม้แต่ทะเลเพลิงที่พวกเขาเพิ่งผ่านมาด้านหลัง ก็ถูกแช่แข็งในพริบตา!
"นั่นมัน...... นั่นมันร่างจำแลงสัตว์อสูร!"
"เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด มู่อ๋อมยังไม่ถึงเลเวล 50 จะมีร่างจำแลงสัตว์อสูรได้ยังไง?"
ผู้เฒ่าซูลุกพรวดขึ้นยืน
มองดูนกชิงหลวนที่ปรากฏบนศีรษะของซูมู่อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
นอกจากเขาแล้ว สีหน้าของทุกคนก็ไม่ต่างกัน
สถานการณ์แบบนี้ ไม่มีทางเกิดขึ้นกับนักสู้ที่เลเวลยังไม่ถึง 20 แน่นอน!
"พวกคุณสังเกตไหม? นกตัวนั้น ดูเหมือนจะไม่ใช่สัตว์อสูรนะ!"
"ใช่ ในบันทึกทั้งหมด ไม่เคยมีตัวตนที่คล้ายกับนกตัวนั้นมาก่อนเลย!"
"หรือว่า นี่จะไม่ใช่ร่างจำแลงสัตว์อสูร? แต่เป็นความสามารถสนับสนุนที่เจ้าหนุ่มนั่นมอบให้?"
ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน หลิวฝูเฟิงสังเกตเห็นเย่เฉินที่ยืนอยู่ไกลๆ
เมื่อสามัญสำนึกไม่สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นกับซูมู่ได้
คำอธิบายเดียวที่เป็นไปได้ ก็คือความสามารถสนับสนุนของไอ้หมอนั่น
"ความสามารถสนับสนุนของเจ้าหนุ่มนั่นคืออะไร?"
ผู้เฒ่าซูรีบถามทันควัน
"เหมือนจะเรียกว่าอะไรนะ สัก ใช่ การสัก"
"สัก?"
"ก็เหมือนกับการเอาลวดลายที่วาดไว้ ประทับลงบนตัวคนน่ะครับ? น่าจะเป็นแบบนั้น"
"เขาเป็นอาชีพลับงั้นเหรอ?"
ผู้เฒ่าซูจ้องมองหลิวฝูเฟิง และเริ่มซักไซ้ไล่เลียงไม่หยุด