- หน้าแรก
- ในเมื่อจนนักก็วาดเทพเจ้าแห่งโชคลาภขึ้นมาซะเลย
- บทที่ 253 - เทพธิดาสวีชุ่นซิน
บทที่ 253 - เทพธิดาสวีชุ่นซิน
บทที่ 253 - เทพธิดาสวีชุ่นซิน
พระเจ้าช่วย นี่มันรูปร่างของอสุรา ชัดๆ เลยไม่ใช่เหรอ?
เมื่อเทียบกับภาพร่างแนวคิดยักษ์ของเหยาเสวี่ยเอ๋อร์ก่อนหน้านี้ ภาพร่างอสุราของเฉินสวี่ดูสมบูรณ์กว่ามาก เพียงแต่ยังมีรายละเอียดบางอย่างที่ต้องปรับปรุงและเพิ่มเติม
"ใช้ได้ ใช้ได้ ในสายตาอาจารย์ แนวคิดม้วนภาพของนายสมบูรณ์มากแล้ว" อู๋เสียนครุ่นคิดแล้วแนะนำ "เพียงแต่ในด้านการตั้งค่า องค์ประกอบพวกวิญญาณ ภูตผี อาจจะยังนิยามสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ได้ไม่ครอบคลุมนัก"
ได้ยินดังนั้น เฉินสวี่ก็ตกอยู่ในห้วงความคิด
หลังจากสั่งสอนศิษย์รักทั้งสองให้ไปขบคิดกันต่อ อู๋เสียนก็แอบหลบฉากออกมาเงียบๆ
"นี่ฉันรับศิษย์แบบไหนมาเนี่ย?"
คนหนึ่งสร้างยักษ์ อีกคนสร้างอสุรา
ถึงจะมีแนวคิดและอิทธิพลความคิดของเขาผสมอยู่ด้วย แต่นี่มันก็ออกจะเวอร์ไปหน่อยมั้ย
ไหนบอกว่าการสร้างสรรค์ม้วนภาพออริจินัลมันยากไง?
หรือว่าดวงดี สุ่มมั่วๆ ก็ได้อัจฉริยะมาสองคน?
ด้วยอิทธิพลจากเทพเจ้าแห่งโชคลาภประจำตัว ก็มีความเป็นไปได้อยู่
เพราะมองในมุมหนึ่ง คนเก่งก็ถือเป็นของล้ำค่า เป็นทรัพย์สินประเภทหนึ่งเหมือนกัน
จากนั้นก็ไปตรวจดูผลผลิตปัจจัยพลังเทพผสมผสาน สมาชิกสโมสรช่วงนี้ขยันขันแข็ง ผลผลิตถือว่าใช้ได้
เดี๋ยวพอวัสดุอาณาเขตที่ทางสมาพันธ์สนับสนุนมาถึง ก็ถึงเวลาเติมเต็มส่วนต่อขยายของ [ยมโลก] แล้ว
กำลังจะไปก่อกวนพี่อาจารย์ ก็เห็นชุยเหวินเซวียนมาเยือนสโมสรด้วยตัวเอง ข้างกายยังมีหญิงสาววัยเกือบสามสิบหน้าตาดีคนหนึ่ง สวมชุดหรูหราปักดิ้นทองบ่งบอกสถานะสูงส่ง เสียดายที่ทำหน้าตายด้านเย็นชาเหมือนคนติดหนี้ร้อยล้าน
"ประธานชุย มาได้ไงครับเนี่ย?"
อู๋เสียนรีบเข้าไปต้อนรับ พร้อมสั่งให้คนไปตามพี่อาจารย์มา
ก่อนหน้านี้ได้ยินว่ามีคนจากสำนักเซิ่งหลิงมา น่าจะเป็นคนนี้นี่แหละ
ดูจากคลื่นพลังวิญญาณ น่าจะอยู่ที่ระดับแปด พลังจิตที่แข็งแกร่งแต่เก็บซ่อนไว้อย่างดี แสดงว่าเป็นจิตรกรม้วนภาพระดับสูงแน่นอน
"ช่วยคนนำทาง มาแนะนำให้รู้จัก"
ชุยเหวินเซวียนขยิบตาให้อู๋เสียนอย่างจนใจ
อู๋เสียนเห็นท่าทีนั้น ก็แอบใจหายวาบ
ตามมาถึงตัวจริงๆ เหรอเนี่ย?
ถึงจะร้อนตัว แต่ภายนอกยังคงนิ่งสงบ "ท่านนี้คือ...?"
"ท่านเทพธิดาแห่งสำนักเซิ่งหลิง สถานะในสำนักสูงส่งมาก ท่านตาของเธอมีความสัมพันธ์อันดีกับฉัน" ชุยเหวินเซวียนแนะนำพอสังเขป
ระหว่างคุยกัน เซวียหลิงหลิงก็เดินออกมา พอเห็นเทพธิดาท่านนี้ ก็ชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด
"สวีชุ่นซิน ยินดีที่ได้รู้จักทั้งสองท่าน"
สวีชุ่นซินทั้งน้ำเสียงและท่าทางดูเป็นทางการมาก
"ถึงกับเป็นท่านเทพธิดาในตำนานของสำนักเซิ่งหลิงเลยเหรอคะ?" เซวียหลิงหลิงทำท่าตกใจ "คนใหญ่คนโตระดับท่านทำไมถึงมาที่เมืองเล็กๆ อย่างเย่าหยางได้ล่ะคะ?"
สวีชุ่นซินไม่อ้อมค้อม เปิดประเด็นทันที "ที่มาครั้งนี้ อยากจะมาสอบถามยืนยันเรื่องหนึ่งกับทั้งสองท่าน"
อู๋เสียนและเซวียหลิงหลิงทำหน้ามึน ไม่เข้าใจ
"เรื่องเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นใน [เกาะเซิ่งหลิง] ช่วงนี้" สวีชุ่นซินดูเหมือนจะเย็นชา แต่สายตากลับจับจ้องจับผิดการแสดงของทั้งคู่ "ขอย้ำก่อนว่า ทางสำนักเซิ่งหลิงไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่อยากให้ทั้งสองท่านให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ"
อู๋เสียนและเซวียหลิงหลิงยังคงแกล้งโง่ต่อไป
"อะแฮ่ม" ชุยเหวินเซวียนฉวยโอกาสอธิบาย "พูดง่ายๆ คือทางอาณาจักรเทพเซิ่งหลิงเกิดปัญหาเล็กน้อย ท่านเทพธิดาสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของพวกเธอในดันเจี้ยนเกาะเซิ่งหลิง"
"หา?" อู๋เสียนทำหน้าไม่พอใจ "ท่านเทพธิดาแน่ใจนะว่าไม่ได้ล้อเล่น? พวกเราสองคนมีความสามารถอะไร ถึงจะไปเกี่ยวข้องกับอาณาจักรเทพเซิ่งหลิงได้?"
"อาจจะเป็นการกระทำโดยไม่ตั้งใจของทั้งสองท่าน แต่ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่ออาณาจักรเทพเซิ่งหลิงของเรา"
สวีชุ่นซินสีหน้าจริงจัง พร้อมกับโยนบันทึกการเข้าออก [เกาะเซิ่งหลิง] และภาพจากกล้องวงจรปิดในโถงดันเจี้ยนช่วงเวลานั้นออกมา
อู๋เสียนมองหน้าเซวียหลิงหลิง "คนเข้าออกดันเจี้ยนเกาะเซิ่งหลิงตั้งเยอะแยะ จะมายืนยันว่าเกี่ยวกับพวกเราได้ยังไง?"
"บันทึกการเข้าออกของทั้งสองท่าน ตรงกับช่วงเวลาที่อาณาจักรเทพเซิ่งหลิงเกิดความผิดปกติหลายครั้งอย่างพอดิบพอดี"
"บังเอิญ มันต้องเป็นเรื่องบังเอิญแน่ๆ!" เซวียหลิงหลิงยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็ง
เทพธิดาสวีชุ่นซินเห็นดังนั้น ก็เริ่มลังเลสงสัยในตัวเอง
แม้หลักฐานนี้จะชี้ชัดว่าน่าจะเกี่ยวกับทั้งสองคน แต่บังเอิญเมื่อวันสองวันก่อน ดันมีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นเล็กน้อย
บวกกับการปรากฏตัวของสามเทพองค์ปัจจุบัน ทำให้พวกเธออดสงสัยไม่ได้ว่าอาจจะเกี่ยวกับสามเทพนั่น
"บางทีทั้งสองท่านอาจจะไม่รู้ตัวว่าส่งผลกระทบต่ออาณาจักรเทพเซิ่งหลิง" สวีชุ่นซินครุ่นคิดแล้วพูดต่อ "แต่เรื่องนี้สำคัญต่อสำนักเซิ่งหลิงของฉันมาก ถ้ามีเวลา รบกวนช่วยไปเกาะเซิ่งหลิงกับฉันสักเที่ยวได้ไหมคะ"
อู๋เสียนทั้งสองเห็นท่าทีแบบนั้น กำลังจะปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
แต่สวีชุ่นซินกลับสะบัดมือเบาๆ วัสดุหายากที่หาดูได้ยากเรียงรายลอยอยู่ตรงหน้า
ในจำนวนนั้นยังมีหญ้าวิญญาณจากต่างมิติสองต้นที่ว่ากันว่าช่วยเพิ่มระดับพลังวิญญาณได้อย่างมหาศาล
"ท่านเทพธิดาทำแบบนี้หมายความว่าไงคะ?" เซวียหลิงหลิงแกล้งทำเป็นนิ่ง ถามด้วยความสงสัย
"น้ำใจเล็กน้อย ไม่ต้องเกรงใจ" สวีชุ่นซินเชิญชวนทั้งสองอย่างจริงจัง "ทางสำนักเซิ่งหลิงแค่อยากรู้สาเหตุของปัญหา ไม่ได้มีเจตนาร้ายกับทั้งสองท่านแน่นอน เรื่องนี้ท่านประธานชุยช่วยเป็นพยานได้"
"จะว่าไปอาณาจักรเทพเซิ่งหลิงของพวกคุณเกิดปัญหาอะไรกันแน่?" ชุยเหวินเซวียนขมวดคิ้วถาม
สวีชุ่นซินสูดหายใจลึก "บอกได้แค่ว่า เกี่ยวพันถึงความเป็นความตายของอาณาจักรเทพ"
ได้ยินดังนั้น ชุยเหวินเซวียนถึงกับสูดปากด้วยความตกใจ
ถึงขั้นเกี่ยวพันกับความเป็นความตายของอาณาจักรเทพเลยเหรอ?
แล้วบอกว่าเกี่ยวกับอู๋เสียนและเซวียหลิงหลิง?
มันสมเหตุสมผลตรงไหน?
"ดังนั้น ขอให้ทั้งสองท่านโปรดพิจารณาอย่างจริงจังด้วยค่ะ"
สวีชุ่นซินไม่ได้บังคับขู่เข็ญ พูดจบก็ขอตัวลากลับไปอย่างสง่างาม
มองส่งสวีชุ่นซินจากไป อู๋เสียนอดถามไม่ได้ "เทพธิดาแห่งสำนักเซิ่งหลิงท่านนี้มีที่มาที่ไปยังไงครับ? สถานะสูงส่งขนาดนี้เชียว?"
"คงประมาณแม่แฟนตัวน้อยของนายในสำนักเครื่องจักรนั่นแหละ" เซวียหลิงหลิงพูดประชดนิดๆ "จะบอกว่าสถานะของสำนักเซิ่งหลิงในเก้าสำนักใหญ่ปัจจุบัน ครึ่งหนึ่งเป็นผลงานของสวีชุ่นซินก็ว่าได้"
"เก่งขนาดนั้นเลย?" อู๋เสียนทำเป็นมองข้ามน้ำเสียงหึงหวงของพี่อาจารย์ไป
ชุยเหวินเซวียนถอนหายใจพยักหน้า "เป็นเด็กสาวที่ยอดเยี่ยมมาก น่าเสียดายที่ชีวิตอาภัพ"
"ยังไงครับ?" อู๋เสียนสงสัย
"แม่ของเธอก็ถือว่าเป็นคนที่ฉันเห็นมาตั้งแต่เด็ก น่าเสียดายเพราะเหตุบังเอิญบางอย่าง ถูกไอ้สารเลวเบื้องบนคนหนึ่งหมายตาเข้า..." ชุยเหวินเซวียนเล่าด้วยความเสียดาย "ดังนั้นแม่หนูนี่เลยแบกรับความแค้นและภาระอันหนักอึ้งมาตั้งแต่เด็ก"
ได้ยินแบบนี้ อู๋เสียนและเซวียหลิงหลิงมองหน้ากันด้วยความตกใจ อดรู้สึกซับซ้อนในใจไม่ได้
"ถ้าพูดแบบนี้ สำนักเซิ่งหลิงก็น่าจะเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นในการต่อต้านโลกเบื้องบนของพวกเราสิครับ?" อู๋เสียนครุ่นคิด
"ภายในสำนักซับซ้อนวุ่นวาย แต่ตระกูลสวีไว้ใจได้แน่นอน" ชุยเหวินเซวียนกล่าว "ส่วนสำนักเซิ่งหลิงโดยรวม การที่ผลักดันนังสวีขึ้นเป็นเทพธิดาได้ ก็พอจะมองออกถึงแนวโน้มและท่าทีของขั้วอำนาจต่างๆ ในสำนักเซิ่งหลิงได้บ้าง"
เซวียหลิงหลิงอารมณ์ซับซ้อน "หรือว่า... เราจะช่วยเธอดี?"
อู๋เสียนคิ้วขมวด ลังเลไม่แน่ใจ
พี่อาจารย์เห็นชัดว่า "ความเป็นแม่" เริ่มทำงาน เกิดความสงสารในชะตากรรมของสวีชุ่นซิน
พูดตามตรง อู๋เสียนก็เห็นใจนะ แต่เมื่อเทียบกับความเห็นใจ เขาใช้เหตุผลมากกว่า
"จะว่าไป ท่านเทพธิดาท่านนี้ฝีมือและระดับเป็นยังไงบ้างครับ?"
ชุยเหวินเซวียนประเมิน "ความแข็งแกร่งในตอนนี้เกรงว่าจะเหนือกว่าฉันไปแล้ว"
"..." อู๋เสียนตกใจในใจ
"ในเมื่อไม่เกี่ยวกับพวกเธอ ก็ให้ความร่วมมือหน่อยเถอะ" ชุยเหวินเซวียนพูด "ฉันเห็นแม่หนูนั่นใจป้ำใช้ได้เลยนะ"
คราวนี้ถึงตาอู๋เสียนกับเซวียหลิงหลิงทำหน้ากระอักกระอ่วนบ้างแล้ว
ชุยเหวินเซวียนเห็นท่าทีนั้น เลิกคิ้วสูง แววตาฉายแววไม่อยากจะเชื่อ "ถามจริง เรื่องนี้คงไม่เกี่ยวกับพวกเธอสองคนจริงๆ หรอกนะ?"
"ไม่รู้สิครับ" อู๋เสียนแข็งใจปฏิเสธ "แค่ถ้าเกิดบังเอิญเกี่ยวขึ้นมาจริงๆ จะไม่ยุ่งเหรอครับ?"
(จบแล้ว)