- หน้าแรก
- ในเมื่อจนนักก็วาดเทพเจ้าแห่งโชคลาภขึ้นมาซะเลย
- บทที่ 151 - แคปซูลฝึกฝนห่วยๆ ทำไมแพงจัง?
บทที่ 151 - แคปซูลฝึกฝนห่วยๆ ทำไมแพงจัง?
บทที่ 151 - แคปซูลฝึกฝนห่วยๆ ทำไมแพงจัง?
โจวฉีแนะนำด้วยความให้ความสำคัญว่า "ตัวแคปซูลฝึกฝนนั้นไม่แพงหรอกครับ แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ม้วนภาพวัตถุวิญญาณภายในแคปซูลที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนพลังวิญญาณ นั่นต่างหากคือมูลค่าหลักของแคปซูลฝึกฝน"
"ม้วนภาพวัตถุวิญญาณนั่นแพงมากเลยเหรอ?" อู๋เสียนขมวดคิ้ว
"ไม่ใช่แค่แพงนะครับ แต่มันแพงหูฉี่เลยต่างหาก" โจวฉีทำหน้าจริงจัง "ม้วนภาพประเภทวัตถุวิญญาณนั้นหายากอยู่แล้ว ยิ่งเป็นวัตถุวิญญาณที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนพลังวิญญาณได้นี่ยิ่งหายากเข้าไปใหญ่ การเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนก็แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
รุ่นที่ท่านประธานสั่งจองครั้งนี้คือ [ป่าไผ่หยกดำ] ที่หาซื้อยากมาก ช่วยเพิ่มระดับการฝึกฝนได้มหาศาล แถมยังไม่มีผลข้างเคียงใดๆ อีกด้วย ที่สำคัญยังมีผลช่วยให้จิตใจสงบมั่นคงอีกต่างหาก"
"ป่าไผ่หยกดำ?" อู๋เสียนทำหน้าแปลกๆ "ของสโมสรฝึกฝนที่แพงที่สุดในเมืองเย่าหยางน่ะเหรอ?"
"ถูกต้องครับ" โจวฉียืนยัน "สาขาที่ตั้งอยู่ในทำเลทองของเขตเมืองใหม่นั่นก็เป็นธุรกิจเครือข่ายของตระกูลนี้ ท่านประธานยอมทุ่มเงินก้อนโตสั่งจองแคปซูลฝึกฝน [ป่าไผ่หยกดำ] มาถึงห้าเครื่อง แสดงว่าตัดใจลงทุนครั้งใหญ่จริงๆ
สโมสรอื่นคงไม่กล้าลงทุนกับแคปซูลฝึกฝนระดับนี้หรอกครับ"
อู๋เสียนยังไม่ค่อยเข้าใจความสุดยอดของมัน "แล้วมันเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนได้ขนาดไหน?"
"มากถึงเจ็ดส่วนเลยนะครับ" โจวฉีทำมือเป็นเลขเจ็ดด้วยท่าทางจริงจัง "นี่แค่รุ่นฉบับคัดลอกนะครับ ถ้าเป็นรุ่นฉบับสำเนา ได้ยินว่าเพิ่มได้ถึงแปดส่วนกว่าเกือบเก้าส่วนเลยทีเดียว
แน่นอนว่าตระกูลทั่วไปไม่มีสิทธิ์สั่งจองรุ่นฉบับสำเนาหรอกครับ"
"..." อู๋เสียนแอบพูดไม่ออก
ทำแทบตายได้แค่เจ็ดส่วนเองเหรอ?
"พี่อาจารย์สั่งจองแคปซูลบ้านี่ไปเท่าไหร่?" อู๋เสียนถาม
โจวฉีตรวจสอบกระแสเงินสดของสโมสรแล้วตอบว่า "เครื่องละเก้าหมื่นแปดพันผลึกวิญญาณครับ นี่ถือว่าถูกมากแล้วนะ ท่านประธานน่าจะจ่ายด้วยวัสดุหายากอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย"
"อะไรนะ? แค่ [ฉบับคัดลอก] ห่วยๆ ม้วนเดียวขายแพงขนาดนี้เลย?" อู๋เสียนตกใจตาโต
"ปกติครับ ม้วนภาพวัตถุวิญญาณมันหายาก" โจวฉีดูเหมือนจะเห็นว่าเป็นเรื่องปกติ "แถมต้นทุนการสร้างม้วนภาพวัตถุวิญญาณก็สูงกว่าม้วนภาพอื่นมาก อัตราความสำเร็จในการวาดก็ต่ำด้วย"
"..." อู๋เสียนรู้สึกปวดใจแทน แม้จะไม่ใช่เงินของตัวเองก็เถอะ "แล้วถ้าสั่งทำแค่ตัวแคปซูลฝึกฝนเปล่าๆ ราคาเท่าไหร่?"
"เอ่อ ตัวแคปซูลฝึกฝนไม่แพงครับ รุ่นท็อปที่สุดในตอนนี้ราคาก็ประมาณหนึ่งล้านหยวน"
อู๋เสียนสูดหายใจลึก "คืนของได้ไหม?"
ต้องรู้ก่อนนะว่า นั่นมันเก้าหมื่นแปดพันผลึกวิญญาณเชียวนะ!
ผลึกวิญญาณนะเฮ้ย!
คำนวณดูแล้วก็เกือบสามสิบล้านหยวน ประเด็นคือไอ้เปลือกข้างนอกนั่นแพงสุดก็แค่ล้านกว่าบาท
"คืน? ทำไมต้องคืนด้วยล่ะครับ?" โจวฉีไม่เข้าใจ
อู๋เสียนส่ายหน้าอย่างเหลือเชื่อ ไม่พูดอะไรต่อ
ช่วยไม่ได้ ซื้อมาแล้ว พรุ่งนี้ค่อยดูของจริงก่อนแล้วกัน
การเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนเจ็ดส่วนสำหรับคนส่วนใหญ่ ถือว่าทรงพลังมากแล้ว แถมยังไม่มีผลข้างเคียงอีก
แค่ในสายตาเขา มันดูธรรมดาไปหน่อย
พอกลับถึงห้องพักในสโมสร เขาก็ค้นหาข้อมูลและประวัติของ [ป่าไผ่หยกดำ] ในเน็ตดู พบว่ามาจากตระกูลใหญ่ตระกูลหวังในเมืองหลวงของมณฑล สืบทอดมากว่าสองร้อยปี
ลำพังแค่ [ป่าไผ่หยกดำ] ก็ทำให้ตระกูลหวังรวยจนนับเงินไม่ทันแล้ว
ที่สำคัญ ชาวเน็ตต่างยกย่องตระกูลหวังกันเกรียวกราว ในเน็ตเต็มไปด้วยคำเยินยอ
ตระกูลและขั้วอำนาจต่างๆ ก็ยกย่องตระกูลหวังไว้สูงมาก
สโมสรใหญ่ๆ บางแห่งถ้ามี [ป่าไผ่หยกดำ] ติดตั้งไว้ ถึงขั้นต้องเขียนระบุไว้ในโปรไฟล์สโมสรเลยทีเดียว
แสดงให้เห็นถึงสถานะความเป็นเจ้าตลาดที่ไม่มีใครแทนที่ได้ของ [ป่าไผ่หยกดำ] ในวงการแคปซูลฝึกฝนระดับไฮเอนด์
"ก็จริง เพราะมันถาวรนี่นะ"
ตระกูลไหนซื้อไปเครื่องหนึ่ง ลูกหลานในตระกูลก็ได้ประโยชน์กันถ้วนหน้า แถมยังสืบทอดต่อไปได้อีก
คิดแบบนี้ ราคานี้ก็พอเข้าใจได้
จากนั้น อู๋เสียนก็ลองค้นหาแคปซูลฝึกฝนของแบรนด์และตระกูลอื่นดู ประสิทธิภาพด้อยกว่าป่าไผ่หยกดำเยอะจริงๆ บางอันยังมีผลข้างเคียงเฉพาะทางอีกต่างหาก
เมื่อเทียบกับป่าไผ่หยกดำแล้ว ไม่มีเจ้าไหนสู้ได้เลย
มิน่าล่ะตระกูลหวังถึงกล้าโก่งราคาขนาดนี้
พูดง่ายๆ ก็คือ ในเขตมณฑลเทียนเฟิงทั้งหมด ป่าไผ่หยกดำของตระกูลหวังคือแคปซูลฝึกฝนวัตถุวิญญาณที่เจ๋งที่สุด และไม่มีสินค้าทดแทน
แน่นอนว่าตระกูลหวังรุ่นต่อๆ มาสามารถรักษาธุรกิจนี้ไว้ได้ ก็ต้องถือว่ามีฝีมืออยู่บ้าง
...
วันรุ่งขึ้น อู๋เสียนซุ่มวิจัยสีวิญญาณสำหรับฉบับคัดลอก [ต้นกุ้ยฮวา] อย่างเงียบๆ
ถ้าไม่มีวัสดุพืชหายากเข้ามาช่วย การวาดฉบับสำเนาก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเป็นฉบับคัดลอก ก็ยังพอใช้สมุนไพรวิญญาณต่างมิติและวัสดุมอนสเตอร์พืชระดับสูงอื่นๆ มาทดแทนได้
ถ้าบวกกับปัจจัยพลังเทพสังเคราะห์ของอาสามเซวียเข้าไปอีก ความเป็นไปได้ก็มีสูงมาก
ใกล้เที่ยง ตัวแทนจากตระกูลหวังแห่งเมืองหลวงมณฑลถึงจะโผล่หัวมา ช้ากว่าเวลานัดติดตั้งไปกว่าชั่วโมง
ขนาดมาสาย ชายวัยสามสิบกว่าจากตระกูลหวังคนนี้ก็ยังทำท่าทางวางก้ามใหญ่โต
โจวฉีกับอู๋เสียนรับหน้าที่ต้อนรับ สมาชิกสโมสรบางคนพอได้ยินว่าจะติดตั้ง [ป่าไผ่หยกดำ] ก็อดไม่ได้ที่จะมามุงดู
"เชิญรุ่นพี่ด้านในครับ ผู้น้อยเตรียมอาหารเหล้าไว้รอแล้ว" โจวฉีให้ความสำคัญกับคนคนนี้มาก แทบจะเขียนคำว่านอบน้อมไว้บนหน้า
แต่อู๋เสียนไม่ยอมตามใจ "ตระกูลหวังเมืองหลวงมณฑลมีมารยาทแค่นี้เองเหรอ? มาถึงก็สายไปชั่วโมงกว่า?"
สิ้นคำพูด ภายในสโมสรก็เงียบกริบ
ตัวแทนตระกูลหวังที่เดิมทีกำลังเบื่อหน่ายถึงกับชะงักไปนิดหนึ่ง "แกเป็น...?"
"รองประธานสโมสรราชาผี อู๋เสียน" อู๋เสียนแนะนำตัวเสียงเรียบ
"ประธานพวกคุณล่ะ?" ตัวแทนตระกูลหวังยิ้มเยาะ "วันนี้ถ้าไม่ไล่ไอ้รองประธานกำมะลอนี่ออก ผมคงไม่มีอารมณ์เสียเวลากับพวกคุณหรอกนะ สโมสรในเมืองหลวงมณฑลรอต่อคิวกันอีกเพียบ"
พูดจบก็นั่งไขว่ห้างตรงโซนรับรองอย่างสบายใจ ไม่รู้นึกว่าบ้านตัวเองหรือเปล่า
"พี่อู๋ นี่มัน...?"
โจวฉีเห็นสถานการณ์แล้วก็ไปไม่เป็น มุมปากกระตุกมองอู๋เสียน ทำตัวไม่ถูก
"วางใจเถอะ ถ้าพี่อาจารย์จะลงโทษ เดี๋ยวฉันรับผิดชอบเอง"
อู๋เสียนยิ้มเย็น เลิกคิ้วเดินเข้าไปหาตัวแทนตระกูลหวังจอมกร่าง
เดิมทีเขาก็เสียดายเงินแทนพี่อาจารย์อยู่แล้ว ในเมื่อจ่ายมัดจำไปแล้ว ซื้อก็ซื้อไป วันนี้ก็ไม่ได้กะจะทำอะไร
เดี๋ยวรอเขาทำฉบับคัดลอก [ต้นกุ้ยฮวา] ออกมาได้ ค่อยขายทิ้งทีหลังก็ได้
แต่ไอ้ตัวแทนตระกูลหวังนี่มันทำตัวน่ารังเกียจจริงๆ
"สหายโจว ท่านประธานจ่ายมัดจำไปเท่าไหร่?" อู๋เสียนเหลเล่ตามอง
"แคปซูลฝึกฝนห้าเครื่อง มัดจำรวมสามหมื่นผลึกวิญญาณครับ น่าจะยังมีวัสดุหายากอื่นๆ อีก" โจวฉีร้อนรนจนหัวจะระเบิด "หรือว่าจะไปตามท่านประธานมาดีครับ?"
"ไม่จำเป็น" อู๋เสียนโบกมือเรียบๆ เดินดุ่มๆ เข้าไปหาตัวแทนตระกูลหวัง "รบกวนตัวแทนหวังวางเงินมัดจำไว้ แล้วไสหัวไปพร้อมกับไอ้ [ป่าไผ่หยกดำ] ห่วยแตกนั่นซะ หรือจะให้ผมเชิญคุณไสหัวไปดี?"
ตัวแทนตระกูลหวังงงเป็นไก่ตาแตกกับท่าทีของอู๋เสียน
คนวางก้ามจนชินอย่างเขา ไปที่ไหนก็ได้รับการต้อนรับระดับวีไอพี
ตระกูลไหนเห็นเขาก็ต้องออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง กลัวเขาจะไม่พอใจ
จู่ๆ มาเจอของแข็งอย่างอู๋เสียนเข้า ก็เลยปรับอารมณ์ไม่ทัน
"เหอะ ถิ่นทุรกันดารมีแต่พวกป่าเถื่อนจริงๆ ด้วย!" ตัวแทนตระกูลหวังที่ได้สติกลับมายิ่งวางก้ามหนักกว่าเดิม ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับสถานการณ์ตรงหน้า "ถ้าไม่ใช่ตระกูลมอบหมายมาเป็นพิเศษ กูไม่มีทางมาเหยียบที่เสื่อมโทรมแบบนี้หรอก เฮอะ~ มึงนี่ก็กล้าดีนี่หว่า
เอาล่ะ ประธานพวกมึงอยู่ไหน รีบไปเรียกมาซะ วันนี้กูจะ..."
วินาทีถัดมา ฝ่าเท้าเนียนๆ ของอู๋เสียนก็ประทับเข้ากลางแสกหน้า
ปัง!
ตัวแทนตระกูลหวังหงายท้องตกโซฟารับรอง เลือดกำเดาไหลทะลัก
"ต้องให้พูดซ้ำอีกรอบไหม?" อู๋เสียนเลิกคิ้วยิ้มถาม
"ไอ้หนู มึงรนหาที่ตาย——!" ตัวแทนตระกูลหวังลุกขึ้นด้วยความโกรธจัด ใบหน้าบิดเบี้ยว "มึงรู้ไหมว่ามึงกำลังลบหลู่ใครอยู่?"
สิ้นเสียง อู๋เสียนก็ถีบซ้ำเข้าไปอีกดอก
คราวนี้ตัวแทนตระกูลหวังระวังตัวไว้แล้ว ระเบิดพลังวิญญาณระดับหกออกมา ตั้งท่ารับมือพร้อมรอยยิ้มเย็นชา
กะว่าจะสั่งสอนไอ้เด็กพลังระดับสี่ตรงหน้าให้รู้สำนึก
ใครจะไปคิดว่า พลังที่ส่งผ่านลูกถีบนั้นมาจะรุนแรงจนเขาต้องตะลึง
(จบแล้ว)