- หน้าแรก
- ในเมื่อจนนักก็วาดเทพเจ้าแห่งโชคลาภขึ้นมาซะเลย
- บทที่ 101 - ความเมตตาต่อสาวงาม? มันคืออะไร?
บทที่ 101 - ความเมตตาต่อสาวงาม? มันคืออะไร?
บทที่ 101 - ความเมตตาต่อสาวงาม? มันคืออะไร?
"เจ๊เถียวจะไปสำนักเครื่องจักรเหรอ?" อู๋เสียนถามด้วยความประหลาดใจ
"หัวไวดีนี่" ถังชิงเสวียนเอ่ยแซว "ด้วยพรสวรรค์และคุณสมบัติของเถียวเถียว ในอนาคตจะต้องกลายเป็นเสาหลักของสำนักเครื่องจักรเราแน่นอน อีกไม่นานเถียวเถียวก็จะติดตามฉันไปที่สำนักเครื่องจักร"
อู๋เสียนทำหน้าแปลกๆ พอจะเดาจุดประสงค์ของแม่สาวคนนี้ออกรางๆ
แต่ละครฉากนี้มันจะไม่น้ำเน่าไปหน่อยเหรอ?
ประเด็นคือเขากับเจ๊เถียวก็แค่มีมิตรภาพแบบเพื่อนร่วมอุดมการณ์กันเฉยๆ นี่นา
อย่างน้อยเขาก็คิดแบบนั้น และเจ๊เถียวในตอนนี้ก็น่าจะคิดแบบนั้นเหมือนกัน
"วันนี้ที่คุณมาหาผม เป็นความต้องการของตระกูลถัง หรือความต้องการของคุณเอง?" อู๋เสียนถามหยั่งเชิง
"แน่นอนว่าเป็นความต้องการของตระกูลถัง"
อู๋เสียนมองท่าทางหยิ่งยโสนั่น บวกกับที่ถ่อมาหาเขาตอนดึกดื่นป่านนี้ ก็รู้ทันทีว่าแม่สาวคนนี้ถือวิสาสะทำเองแน่นอน
"ไม่น่าใช่มั้ง? เดี๋ยวผมโทรเช็คแป๊บ"
พอเห็นอู๋เสียนหยิบมือถือออกมา สีหน้าของถังชิงเสวียนก็แข็งทื่อไปอย่างเห็นได้ชัด "ไอ้หนู ฉันขอเตือนให้แกเจียมตัวหน่อย ฉันไม่สนหรอกนะว่าแกกับเถียวเถียวจะเป็นเพื่อนสมัยเด็กหรืออะไรกัน แต่ตอนนี้เถียวเถียวไม่เหมือนเดิมแล้ว อยู่ให้ห่างจากเถียวเถียวซะ แบบนี้จะดีต่อตัวแกและดีต่อเถียวเถียวด้วย"
เดี๋ยวนะ พ่อแม่เขายังไม่มีปัญหาเลย คุณเป็นใครครับเนี่ย?
"คุณคิดให้ดีๆ นะ ฉันไม่ได้มาเจรจากับแก" ถังชิงเสวียนหน้าทะมึน
อู๋เสียนทำหน้าปุเลี่ยนๆ "ถามจริง จิตรกรม้วนภาพสำนักพวกคุณเป็นแบบนี้กันหมดเลยเหรอ?"
นึกว่าพี่อาจารย์เซวียหลิงหลิงจะเพี้ยนหลุดโลกแล้วนะ ไม่นึกว่าจะยังมีคนที่หนักกว่านี้อีก
ยังไม่ทันรู้เรื่องรู้ราวอะไร ก็วางมาดสูงส่ง ทำตัวเป็นศูนย์กลางจักรวาลมาปั่นป่วนชาวบ้านเขาแบบนี้
ดูท่าที่พี่อาจารย์พูดไว้จะถูก พวกจิตรกรม้วนภาพของแท้นี่มัน "พิเศษใส่ไข่" กันจริงๆ
โดยเฉพาะพวกจิตรกรม้วนภาพจากสำนักใหญ่ๆ
"หมายความว่ายังไง?" ถังชิงเสวียนไม่เข้าใจ
"ก็ไม่ยังไงหรอก" อู๋เสียนทำท่าสนใจ "ว่าแต่ต่อไป คุณควรจะโยนบัตรธนาคารใส่หน้าผม แล้วสั่งให้ผมเลิกยุ่งกับเจ๊เถียวไม่ใช่เหรอ?"
ถังชิงเสวียนขมวดคิ้ว "ดูท่าจะไม่ใช่คนดีจริงๆ ด้วย! ดูเหมือนวันนี้ฉันจะมาถูกทางแล้ว"
"หมายความว่าไง? เงินก็ไม่อยากจะจ่ายเหรอ?"
อู๋เสียนสตั๊นไปเลย
ในละครท่านประธานจอมเผด็จการ อย่างน้อยเปิดฉากมาก็ต้องเอาเงินฟาดหัวบีบให้เลิกไม่ใช่เหรอ คุณนี่มันยังไงกัน เงินก็งกเหรอเนี่ย?
"แกคู่ควรด้วยเหรอ?" ถังชิงเสวียนเลิกคิ้วอย่างดูแคลน
ในตอนนึ้ เธอปักใจเชื่อไปแล้วว่าอู๋เสียนคือไอ้หนุ่มเจ้าเล่ห์ที่หวังจะจับหนูตกถังข้าวสาร
"ตอนนี้ฉันมีสองทางเลือกให้แก จะถอยห่างจากเถียวเถียวไปเองดีๆ หรือจะให้ฉันช่วยทำให้แกรู้ตัว"
ถังชิงเสวียนทำหน้าเย็นชา ไม่ปิดบังเจตนาข่มขู่แม้แต่น้อย
"แล้วถ้าผมไม่เลือกสักทางล่ะ?" อู๋เสียนเริ่มของขึ้นบ้างแล้ว
เขาอยากจะรู้เหมือนกันว่าแม่คนนี้เอาความมั่นหน้ามาจากไหน
จะได้ถือโอกาสดูฝีมือจิตรกรม้วนภาพสำนักใหญ่ด้วย ยังไงก็มีปู่สามเซวียข้างบ้านช่วยดูต้นทางให้อยู่แล้ว
"ฉันรู้ว่าแกก็เป็นจิตรกรม้วนภาพเหมือนกัน" ถังชิงเสวียนมองเหยียด "แต่ฉันจะทำให้แกรู้ซึ้ง ถึงความห่างชั้นระหว่างจิตรกรม้วนภาพด้วยกัน!"
พูดจบ พลังจิตอันมหาศาลก็ปะทุขึ้น แผนภาพเทพจักรกลปรากฏขึ้นเหนือหัว
ทันทีที่เห็นแผนภาพเทพจักรกลนั่น อู๋เสียนก็ทำหน้าแปลกๆ
ดูจากการควบแน่นของกฎเกณฑ์ เทียบกับพี่อาจารย์แล้วห่างกันหลายขุมเลย
จิตรกรม้วนภาพสำนักใหญ่มีฝีมือแค่นี้เองเหรอ?
ปู่สามเซวียข้างบ้านจับสังเกตความเคลื่อนไหวได้ ก็เดินออกมานอกห้องอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้รีบร้อนจะลงมือ
"เหอะๆ"
อู๋เสียนหัวเราะในลำคอ พร้อมกับที่ม้วนภาพห้าเทพเจ้าโชคลาภกางออกฉับพลันเหนือศีรษะ
พลังจิตอันมหาศาลกระแทกพลังจิตกดดันของถังชิงเสวียนแตกกระจายในพริบตา แล้วกดดันกลับไปหาถังชิงเสวียนแทน
ล้อเล่นน่า จะมาเบ่งพลังจิตใส่เขาเนี่ยนะ?
"แผนภาพเทพ?" ถังชิงเสวียนหน้าถอดสี "ประเมินแกต่ำไปสินะ!"
สิ้นเสียง อู๋เสียนก็ปล่อยเทพเจ้าโชคลาภกับเทพงูเพลิงปีกออกมาแล้ว
ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลง ใส่เดี่ยวเลย!
เทพงูเพลิงปีกสะบัดปีกเพลิง ไฟบรรลัยกัลป์เผาผลาญท้องฟ้า
เทพเจ้าโชคลาภชูแส้เหล็ก บัญชาสายฟ้า เสือดำใต้ร่างคำรามก้อง
ถังชิงเสวียนรีบเรียกภูตภาพวาดจักรกลสองตัวในแผนภาพเทพออกมาตอบโต้ ร่างกายถูกห่อหุ้มด้วยชุดเกราะจักรกลสีเงินสลับขาวอย่างรวดเร็วด้วยตาเปล่า "ไม่เจียมตัว——!"
ตูม! ตูม!
ภูตภาพวาดจักรกลสองตัวยิงปืนใหญ่ออกมา พร้อมกวัดแกว่งดาบพลังงานในมือ ตัวที่ใหญ่กว่านั้น ถึงขั้นเป็นม้วนภาพแกนทองคำห้าดาวเลยทีเดียว
อีกตัวเป็นแกนเงินห้าดาว
น่าเสียดายที่ภูตภาพวาดจักรกลสองตัวนี้รังแกได้แค่เทพงูเพลิงปีกที่เลเวลต่ำกว่า แต่ไม่มีความได้เปรียบต่อหน้าเทพเจ้าโชคลาภเลยสักนิด
ด้วยเกราะคุ้มกายแห่งโชคลาภที่เข้มข้น ไม่ว่าถังชิงเสวียนจะโจมตีรุนแรงแค่ไหน เทพเจ้าโชคลาภกับเทพงูเพลิงปีกก็ไร้รอยขีดข่วน
"อะไรนะ?"
ถังชิงเสวียนยืนงงตาแตก การโจมตีของเธอถูกป้องกันได้หมดเลยเหรอ?
ยังไม่ทันจะเข้าใจว่าพลังป้องกันสีทองนั่นคืออะไร [เทพสงครามจักรกล] แกนทองคำห้าดาวตัวที่เป็นผู้นำก็โดนสายฟ้าฟาดจนชาไปทั้งตัวแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะม้วนภาพแกนทองคำตัวหนาตายยาก คงทนไม่ไหวไปแล้ว
เมื่อสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของพลังสายฟ้านั้น ในใจถังชิงเสวียนก็ตื่นตระหนก
แกนทองคำ ม้วนภาพแกนทองคำแน่นอน!
แถมยังไม่ใช่ม้วนภาพแกนทองคำธรรมดาด้วย
ไอ้เด็กนี่มีที่มาที่ไปเป็นไงกันแน่? ในที่กันดารอย่างเมืองเย่าหยาง มีม้วนภาพระดับนี้อยู่ด้วยเหรอ?
ดูข่าวบอกว่า หมอนี่เหมือนจะเป็นจิตรกรม้วนภาพอัจฉริยะที่มาจากสลัม
ตลกอินเตอร์หรือไง?
พวกรากหญ้าในสลัมที่ใช้ชีวิตอยู่ก้นบึ้งของสังคม จะเอาเงินเอาทรัพยากรที่ไหนมาวิจัยม้วนภาพ?
ยังไม่ทันได้สติ เทพสงครามจักรกลที่พุ่งเข้าไปก็โดนภูตภาพวาดรูปร่างมนุษย์ถือแส้เหล็กหวดกระเด็น ตัวเครื่องแข็งแกร่งถูกทุบจนบุบเป็นรอยชัดเจน แถมยังมีรอยร้าวถี่ยิบ
ตามมาด้วยไฟพิษสีแดงเข้มประหลาดที่เกาะติด ลุกไหม้ตัวเครื่องจักรของเทพสงครามจักรกลอย่างบ้าคลั่ง ดับยังไงก็ไม่ดับ
"ศิษย์สำนักเครื่องจักรวงใน ฝีมือแค่นี้เหรอ?" อู๋เสียนถามเย้ยหยัน
รู้สึกว่าสายเครื่องจักรนี่พวกระดับสูงสู้ไม่ค่อยเก่งจริงๆ แฮะ
"..." ถังชิงเสวียนสติแตก ความหยิ่งทะนงในใจทำให้ยอมรับไม่ได้ที่ต้องมาแพ้จิตรกรม้วนภาพรากหญ้าจากบ้านนอก "ไอ้หนู อย่าเพิ่งได้ใจไป——!"
พูดจบ ดาบพลังงานแสงสีน้ำเงินเข้มก็ก่อตัวขึ้นที่แขนเกราะ
ฟึ่บ!
ถังชิงเสวียนพุ่งตัวด้วยความเร็วสูง เข้าโจมตีอู๋เสียนโดยตรง
หารู้ไม่ว่า บนตัวอู๋เสียนก็มีพลังป้องกันประหลาดนั่นเหมือนกัน
"บ้าเอ๊ย!"
พอเห็นการโจมตีถูกโล่สีทองป้องกันไว้ ถังชิงเสวียนก็รีบถอยฉากออกมาอย่างทุลักทุเล เกราะหลังเปลี่ยนรูปยิงกระสุนปืนใหญ่อานุภาพสูงออกมาหกลูก
ทว่า แสงเย็นเยียบดุจจันทร์เสี้ยวสายหนึ่งกลับพุ่งตามร่างที่ถอยหนีของเธอมาติดๆ มันคือกระบี่บิน?
ยังไม่ทันตั้งตัว สายฟ้าสายหนึ่งก็ฟาดเปรี้ยงใส่ตัวเธอ
ปัง!
เกราะหน้าอกถูกกระบี่บินกระแทกเข้าอย่างจัง ร่างทั้งร่างเหมือนโดนแรงมหาศาลอัดร่วงลงกระแทกพื้น
อู๋เสียนพุ่งตัวตามไป ร่างกายสลับกับกระบี่บิน งัดร่างถังชิงเสวียนที่หุ้มเกราะอยู่ให้ลอยขึ้นแล้วทุบลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ตูม ตูม ตูม...
จนกระทั่งเกราะแตกสลายหายไป ลูกเตะส้นเท้าฟาดลงมาจากกลางอากาศ กระทืบเธอจมดินอีกรอบ
พอลงถึงพื้น ก็เหยียบลงบนหัวที่ปูดบวมช้ำเลือดช้ำหนอง ถามยิ้มๆ ว่า "ยอมหรือยัง? คุณป้าจากสำนักเครื่องจักร?"
ถังชิงเสวียนพยายามจะดิ้นรนลุกขึ้นตามสัญชาตญาณ แต่ก็โดนอู๋เสียนเหยียบกดไว้กับพื้น แววตาเหม่อลอยว่างเปล่า เห็นได้ชัดว่าโดนซ้อมจนเอ๋อไปแล้ว
"เห็นแก่หน้าเจ๊เถียว จะไว้ชีวิตสักครั้ง" อู๋เสียนพูดเนิบๆ "วันหน้าเจ๊เถียวไปที่สำนักเครื่องจักรของพวกคุณ ยังต้องรบกวนให้ช่วยดูแลด้วย"
พูดจบ ก็เตะเปรี้ยงส่งเธอลอยไปตกที่อีกฝั่งของถนน สะบัดฝุ่นตามตัว แล้วเดินกลับเข้าบ้านอย่างใจเย็น
เห็นปู่สามเซวียข้างบ้านกำลังมองเขาด้วยสายตาประหลาดใจ "ไอ้หนู ใช้ได้นี่หว่า~!"
"ก็พอได้ครับ" อู๋เสียนยิ้มแห้งๆ "หลักๆ คือม้วนภาพสายเครื่องจักรมันไม่ค่อยเท่าไหร่ด้วยแหละครับ"
"จุ๊ๆ เหยียบหน้าเลยเรอะ เอ็งนี่มันไม่รู้จักความเมตตาต่อสาวงามเลยจริงๆ!" ปู่สามเซวียพิงกรอบประตู เดาะลิ้นชมเชย "แต่ปู่ชอบว่ะ ฮ่าๆ~!"
"ความเมตตาต่อสาวงาม? มันคืออะไร?" อู๋เสียนถามหน้าซื่อ
ในฐานะคนที่เคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว เขาหมดความลุ่มหลงในผู้หญิงไปนานแล้ว
ชีวิตแต่งงานชาติก่อนถึงจะมีความสุขดี แต่สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเมียเนี่ย บางทีมันก็น่ารำคาญจริงๆ
น่ารำคาญจนอยากจะบ้าตาย ติดตรงที่บ้าไม่ได้นี่แหละ
(จบแล้ว)