- หน้าแรก
- ในเมื่อจนนักก็วาดเทพเจ้าแห่งโชคลาภขึ้นมาซะเลย
- บทที่ 20 - ถังเปิง
บทที่ 20 - ถังเปิง
บทที่ 20 - ถังเปิง
ผลการดูดซับไอวิญญาณดีกว่าชัดเจน แถมยังช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกในร่างกาย เสริมสร้างสมรรถภาพทางกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป
แค่ดูจากอัตราการเพิ่มความเร็วในการฝึกฝน ก็แทบจะเทียบเท่าน้ำยาเร่งพลังวิญญาณแล้ว
ที่สำคัญคือการเสริมพลังจากภายนอกแบบนี้ไม่ตีกับฤทธิ์ยา ใช้คู่กันได้สบาย
"สมกับเป็นขนตาของผานกู่ เทพสุดๆ!"
ข้อเสียอย่างเดียวคือไม่มีความสามารถในการต่อสู้ ไม่เหมือนม้วนภาพพืชชนิดอื่นที่โจมตีศัตรูได้
แต่ด้วยบารมีของต้นกุ้ยฮวา แค่ตั้งไว้เฉยๆ ก็ข่มขวัญได้แล้ว
"นี่ถ้าเปิดสโมสรฝึกฝน จะเก็บค่าชั่วโมงละสี่ห้าพันได้ไหมเนี่ย?"
ม้วนภาพไหนที่ช่วยเร่งความเร็วการฝึกฝนได้ ล้วนเป็นทรัพยากรหลักและต้นไม้เงินต้นไม้ทองของตระกูลและกลุ่มอิทธิพลต่างๆ
สโมสรฝึกฝนในท้องตลาด ชั่วโมงหนึ่งก็สองสามพันเข้าไปแล้ว แถมม้วนภาพพิเศษข้างในยังเป็นแค่ [ฉบับคัดลอก]
แค่นี้ สโมสรฝึกฝนดีๆ ยังต้องจองคิวล่วงหน้า
ตอนนี้มีต้นกุ้ยฮวาแล้ว ช่วยประหยัดเงินไปได้โข
ที่สำคัญที่สุด ม้วนภาพก็นับเป็นสินทรัพย์และความมั่งคั่ง ช่วยเติมไอโชคลาภให้เทพเจ้าแห่งโชคลาภคำโต จนระดับภูตภาพวาดทำท่าจะทะลุสามดาวแล้ว
แน่นอน อู๋เสียนไม่โง่พอจะเอา [ต้นกุ้ยฮวา] ไปเปิดสโมสรหาเงินตอนนี้
ของดีเก็บไว้ใช้เองก่อน
รอมีกำลังและความสามารถในการป้องกันตัวเองแล้ว ค่อยคิดเรื่องธุรกิจ ถึงตอนนั้นค่อยทำฉบับสำเนาปล่อยเช่า ตัวเองก็นั่งกินนอนกินรอรับเงิน
"ม้วนภาพวิญญาณพืชที่ยอดเยี่ยม!"
ปู่ชางหมิงมาปรากฏตัวที่หน้าประตูตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ จ้องมองต้นกุ้ยฮวาด้วยความทึ่ง
อู๋เสียนไม่แปลกใจ
รัศมีทำการของต้นกุ้ยฮวาไม่ได้จำกัดแค่ห้องนี้ ปู่ย่อมสัมผัสความผิดปกติของพลังวิญญาณได้
"ปู่มาพอดีเลย ไอวิญญาณที่ต้นกุ้ยฮวาเปลี่ยนสภาพมานี่วิเศษมาก น่าจะช่วยให้ปู่ฟื้นฟูพลังได้เร็วขึ้น"
ปู่กลับพูดอย่างมีความหมายลึกซึ้ง "ไม่ใช่แค่พลัง ดูเหมือนจะช่วยซ่อมแซมความทรงจำที่เสียหายได้นิดหน่อยด้วย"
"จริงเหรอครับ? งั้นยิ่งดีเลย"
คืนนั้น ปู่หลานฝึกฝนท่ามกลางการหล่อเลี้ยงของต้นกุ้ยฮวา
เช้ามาสดชื่นแจ่มใส ไม่ง่วงเลยสักนิด รู้สึกเหมือนต่อไปไม่ต้องนอนก็ได้
ปู่ทิ้งตารางฝึกร่างกายไว้ให้ แล้วก็ขับรถบุโรทั่งออกไปร่อนเร่
อู๋เสียนฝึกร่างกายเสร็จ ก็เริ่มหมกมุ่นกับการเรียนรู้และวิจัย
หลายวันมานี้ ข้อมูลม้วนภาพสายเครื่องจักรที่ตระกูลถังให้มาเขาเข้าใจหมดแล้ว แต่เข้าใจไม่ได้แปลว่าเชี่ยวชาญ ยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะแตกฉานเรื่องโครงสร้างกลไก
กระดาษร่างกองเต็มพื้น วาดรูปออปติมัส ไพรม์หลากหลายเวอร์ชัน
พอเลือกแบบได้แล้ว ก็เริ่มผสมสีไปลองวาดไปบนกระดาษฝึกวาด
แต่จะวาดพี่ออปติมัสออกมาให้สำเร็จไม่ง่ายเลย
กระดาษฝึกวาดพังไปแผ่นแล้วแผ่นเล่า
"เป็นที่ฉัน หรือเป็นที่โครงสร้างกลไก?"
ฝีมือวาดเขาไม่มีปัญหา แนวคิดม้วนภาพก็สมบูรณ์แบบแน่นอน
งั้นปัญหาก็ต้องอยู่ที่โครงสร้างกลไก
อย่างที่บอก จิตรกรม้วนภาพสายเครื่องจักรโลกนี้เน้นโครงสร้างกลไกมากไป จนละเลย "อุณหภูมิ" และ "จิตวิญญาณ" ของเครื่องจักร
ตำราพื้นฐานของตระกูลถังก็มีปัญหานี้เหมือนกัน
ดังนั้น อยากสร้างพี่ออปติมัสที่มี "ชีวิตจิตใจ" จะทำตามทฤษฎีนี้เป๊ะๆ ไม่ได้
ระหว่างที่กำลังคลำทางและทดลอง เวลาล่วงเลยไปถึงบ่าย
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูขัดจังหวะความคิดอู๋เสียน
เปิดประตูดู เป็นถังเปิง คุณชายตระกูลถัง
"น้องชาย เจอกันอีกแล้วนะ"
ถังเปิงยังคงดูดีมีสกุล มาดคุณชายผู้สุภาพอ่อนโยน
อู๋เสียนงง "เพื่อนนักเรียนถังเถียวเถียวไม่ได้มาด้วยเหรอครับ?"
"เถียวเถียวกำลังมุ่งมั่นวิจัยม้วนภาพ พ่อก็งานยุ่ง" ถังเปิงทำหน้าจนใจ "เลยส่งพี่ชายมาแทน"
เชิญถังเปิงเข้าบ้าน แล้วถาม "พี่ถังมีธุระอะไรครับ?"
"ได้ยินเถียวเถียวบอกว่า นายใช้เงินสองล้านนั่นสร้างม้วนภาพเองได้สองภาพ?"
ถังเปิงเข้าประเด็น สายตาแฝงความไม่อยากเชื่อ
"โชคดีครับ ฟลุควาดม้วนภาพออกมาได้สองภาพ ให้พี่ถังขำแล้ว" อู๋เสียนเข้าใจทันที
"สองภาพที่แปะอยู่หน้าประตูใช่ไหม?" ถังเปิงชี้ไปที่ประตูบ้าน ชมเชย "ดูมีพลังดี ฝีมือวาดก็ไม่เลว"
อู๋เสียนไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ "พี่ถังชมเกินไปแล้ว"
ถังเปิงยิ้ม ทัศนคติที่มีต่ออู๋เสียนเปลี่ยนไปมาก
ใครจะคิดว่าเด็กหนุ่มยากจนราศีคนแบกน้ำคนนั้น จะมีพรสวรรค์ด้านจิตรกรม้วนภาพจริงๆ
ถึงตอนนี้จะยังดูไม่ออกว่าพรสวรรค์สูงแค่ไหน แต่ลงทุนล่วงหน้าไว้ก็ไม่เสียหาย อย่างน้อยดูจาก [กระต่ายหยกตำยา] ของน้องสาว ไอเดียม้วนภาพของเด็กคนนี้ก็มีแวว
"พ่อกับน้องสาวพี่มีความเห็นว่า ต่อไปจะให้การสนับสนุนและทุนกับนาย นายจะได้เดินบนเส้นทางจิตรกรม้วนภาพได้ไกลขึ้น ไม่ต้องถูกฝังกลบ" ถังเปิงยิ้มบอก
"เอ่อ" อู๋เสียนส่ายหน้ายิ้ม "รบกวนพี่ถังฝากบอกเพื่อนนักเรียนถังกับคุณลุงถังด้วยว่า น้ำใจนี้ผมขอรับไว้ด้วยใจ"
"ทำไมล่ะ?" ถังเปิงไม่เข้าใจ
"ผมรู้ตัวเองดี" อู๋เสียนถ่อมตัว "เป็นแค่กึ่งผู้ควบคุมภูตกึ่งจิตรกร มั่วๆ ซั่วๆ ไปวันๆ ไม่คู่ควรกับการสนับสนุนของตระกูลถังหรอกครับ"
ล้อเล่นน่า เงินสนับสนุนมันรับกันง่ายๆ เหรอ?
นั่นมันบุญคุณก้อนโตนะ
คำพูดของเขาทำให้ถังเปิงประเมินเขาดีขึ้นอีก เป็นเด็กดีรู้จักเจียมตัว
ต้องบอกว่าน้องสาวตาถึงใช้ได้ในการเลือกคน
"น้องชายคิดมากไปแล้ว" ถังเปิงหัวเราะ "ด้วยศักยภาพของตระกูลถัง สนับสนุนนายแค่นี้ไม่มีปัญหาหรอก"
"เรื่องทุนสนับสนุนช่างเถอะครับ" อู๋เสียนปฏิเสธอีกครั้ง "แต่ถ้ามีโอกาส วันหน้าอาจจะได้ร่วมงานกับบริษัทพี่"
"ร่วมงาน?" ถังเปิงชะงัก แล้วก็เข้าใจ "ได้ ถึงเวลาติดต่อพี่หรือเถียวเถียวได้เลย"
เปลี่ยนวิธีรับทุนให้ดูดีขึ้นสินะ? เป็นเด็กหนุ่มที่รักศักดิ์ศรีใช้ได้
คุยสัพเพเหระกันไป ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็สนิทกันมากขึ้น
"เอ๊ะ นี่อะไร? ร่างแบบม้วนภาพสายเครื่องจักรเหรอ?" ถังเปิงหยิบกระดาษร่างพี่ออปติมัสสุดเท่ที่มุมห้องขึ้นมา วิจารณ์ "ทรงเท่ดี แต่น่าเสียดายไม่มีอาวุธ อย่างน้อยน่าจะติดปืนใหญ่ไว้สักหน่อยนะ?"
"แค่คิดเล่นๆ ยามว่าง วันหน้าคงต้องขอคำชี้แนะจากพี่ถังอีกเยอะ"
อู๋เสียนแอบขำในใจ ไม่ได้อธิบายอะไรมาก
"หุ่นยนต์รูปร่างมนุษย์ถึงจะเท่ เข้ากับรสนิยมคน แต่ยิ่งเหมือนมนุษย์ยิ่งจำกัดความสามารถและประสิทธิภาพ" ถังเปิงเริ่มสอนงานรุ่นน้อง "อีกอย่าง หุ่นยนต์มนุษย์วาดยากที่สุด โดยเฉพาะระบบพลังงาน ซับซ้อนมาก แนะนำให้เริ่มจากเครื่องจักรที่ใช้ในชีวิตประจำวันพื้นฐานก่อน"
"ครับ" อู๋เสียนพยักหน้าหงึกหงัก ทำท่าเชื่อฟัง
ถังเปิงพยักหน้าพอใจ ชื่นชมเด็กน้องที่ถ่อมตนเรียนรู้ "มีอะไรไม่เข้าใจ ทักไลน์มาถามพี่ได้"
พูดจบ ก็ขอตัวกลับ
ต้องบอกว่าสองพี่น้องนี่นิสัยต่างกันสุดขั้ว แต่เรื่องชอบ "ขี้เก๊ก" นี่เหมือนกันเปี๊ยบ
วิจัยโครงสร้างกลไกที่มี "อุณหภูมิ" ต่อไป
ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรมาก
เพราะ "อุณหภูมิ" และ "จิตวิญญาณ" ของเครื่องจักรเป็นเรื่องนามธรรมมาก
"อ้าว หมดแล้วเหรอ?"
เผลอแป๊บเดียว เศษวัสดุและวัสดุเครื่องจักรในมือก็เกลี้ยง
โทรหาจ้าวเหอ "ฮัลโหล~ พี่จ้าว เมื่อไหร่จะมาขายของครับ? ผมของขาดแล้ว"
"อย่าให้พูดเลย" จ้าวเหอถอนหายใจยาว "พวกลูกน้องโดนแก๊งจางหน้าปรุรังแกจนจะอยู่ไม่ได้แล้วเนี่ย ตอนนี้กำลังเข้าเฝือกที่คลินิก โอ๊ย... ซี้ด... คุณพยาบาลเบามือหน่อยครับ!"
"ไอ้หัวทองไม่ได้กู้เงินซื้อปืนพ่นน้ำแข็งมาแล้วเหรอ? ทำไมยังสู้ไม่ได้?" อู๋เสียนไม่เข้าใจ
(จบแล้ว)