- หน้าแรก
- ในเมื่อจนนักก็วาดเทพเจ้าแห่งโชคลาภขึ้นมาซะเลย
- บทที่ 16 - ม้วนภาพขอบทองของนายมันยังไง?
บทที่ 16 - ม้วนภาพขอบทองของนายมันยังไง?
บทที่ 16 - ม้วนภาพขอบทองของนายมันยังไง?
อู๋เสียนมองม้วนภาพเทพเจ้าแห่งโชคลาภในมือด้วยความรู้สึกกังวล
เพราะม้วนภาพวิถีโบราณมีโอกาสแค่ครั้งเดียว
ตามหลักแล้วเขาควรจะเก็บ "ไอเดีย" ที่เจ๋งที่สุดไว้ทำม้วนภาพวิถีโบราณ เพราะเขาพกพาตำนานเทพเจ้าจากชาติก่อนมาด้วย ไอเดียเจ๋งๆ มีเพียบ
แต่เรื่องมันผ่านไปแล้ว มาเสียใจตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์
โชคดีที่เทพเจ้าแห่งโชคลาภก็ไม่ได้ไก่กา แค่ด้อยกว่าระดับเทพเจ้าสูงสุดนิดหน่อย แถมถ้าไม่มีท่าน ตอนนี้เขาคงยังปวดหัวเรื่องหาเงินตั้งตัวอยู่
"เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภก็ดี เป็นคนรวยที่มีความสุขก็ไม่เลว"
อู๋เสียนเป็นคนมองโลกในแง่ดี ไม่เก็บมาคิดมาก
จากนั้นเขาก็ตั้งสติ ศึกษาเรื่องสารวิญญาณและการผสมสีต่อ
ต้องบอกว่าเศษวัสดุจากเขตถนนเหนือนี่ใช้ดีจริงๆ หลากหลายชนิด แถมใช้ทิ้งขว้างได้ไม่เสียดาย
ข้อเสียเดียวคือ "สิ่งเจือปน" เยอะไปหน่อย ทำให้วิจัยลำบากนิดนึง
แต่อู๋เสียนไม่ถือสา มีคำกล่าวว่า รายได้เท่าไหร่ก็ใช้ชีวิตเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องทำตัวรวยเกินตัว
เหมือนคนชาติก่อนที่ขายไตซื้อไอโฟน เพื่ออะไร?
มือถือพันเดียวก็ใช้ได้เหมือนกัน ช้าหน่อยก็ช่างมัน
เวลาล่วงเลยมาถึงวันที่สอง
อู๋เสียนมองรถของเล่นที่วิ่งว่อนเต็มห้อง แล้วเดาะลิ้นชมเชย
"แค่นี้ก็ได้แล้วเหรอ? ดูเหมือนหลักการม้วนภาพสายเครื่องจักรจะไม่ยากอย่างที่คิดนี่นา!"
ถึงจะเป็นแค่รถของเล่นง่ายๆ เป็นม้วนภาพแกนไม้ระดับครึ่งดาว ค่าพลังน้อยนิด แต่อย่างน้อยก็พิสูจน์ได้ว่าทำได้จริง
เทียบกับม้วนภาพสายอื่น ม้วนภาพสายเครื่องจักรเน้นการสร้างโครงสร้างกลไกด้วยสีวิญญาณมากกว่า
กลับกัน การออกแบบม้วนภาพกลับไม่ต้องเคร่งครัดเท่าสายอื่น
ยกเว้นเรื่อง "ปัญญาประดิษฐ์" เท่านั้นที่ต้องวางโครงสร้างความคิดให้ซับซ้อนหน่อย
"วันหน้าลองสร้างรถโรลส์-รอยซ์มาขับเล่นสักคันดีไหม ให้ได้ฟีลรถหรูบ้าง"
"เดี๋ยวนะ นี่มันโลกเหนือธรรมชาติแล้ว จะขับรถหรูทำไม? จัดทรานส์ฟอร์เมอร์สจากไซเบอร์ทรอนมาเลยดีกว่าไหม!"
อู๋เสียนยิ่งคิดยิ่งตื่นเต้น
เป็นพาหนะได้แถมสู้ได้ด้วย ถ้าสร้างออกมาได้จริง บริษัทรถยนต์พวกนั้นคงเจ๊งกันระนาว
แน่นอน ด้วยฝีมือตอนนี้ คงยังสร้างไม่ได้
ต้องรีบเรียนรู้ รีบวิจัย จะได้สร้างออปติมัส ไพรม์ออกมาเร็วๆ!
"อ้าว ปู่จะไปไหนครับ?"
ปู่ชางหมิงเปลี่ยนชุดใหม่สะอาดสะอ้าน เดินลังเลออกมาจากห้อง
"อืม" ปู่พยักหน้า "สองวันนี้เริ่มนึกถึงสถานที่และภาพเก่าๆ ได้ลางๆ เลยอยากลองออกไปเดินดู เผื่อเจอที่ที่คุ้นเคยแล้วจะนึกอะไรออกบ้าง"
"งั้นปู่ไปดีมาดีนะครับ มีอะไรโทรหาผม อ้อ... ผมโอนเงินให้แสนนึง ปู่เอาไว้ใช้นะ"
คราวนี้ปู่ไม่ปฏิเสธ รับคำแล้วเดินจากไปอย่างมั่นคง
ถ้าเป็นเมื่อก่อน อู๋เสียนคงห่วงความปลอดภัยของปู่ แต่ตอนนี้ไม่ต้องห่วงแล้ว
ตาแก่กล้ามโตสูงร้อยแปดสิบห้า ร่างกายแข็งแรงกว่าคนหนุ่มอย่างเขาซะอีก พลังวิญญาณก็ฟื้นมาถึงระดับสอง แถมมี [พยัคฆ์เทพพิทักษ์เรือน] ติดตัว ไม่มีอะไรน่าห่วง
พอปู่ไปแล้ว อู๋เสียนก็จมอยู่กับการเรียนรู้และวิจัยต่อ
จนกระทั่งถังเถียวเถียวโทรมา
"ฮัลโหลๆ เจอกันที่ท่ามิติเขตใต้ ช่วงนี้เจ๊ไอเดียพุ่งกระฉูด ฟอร์มกำลังมา!"
"โอเคครับ เดี๋ยวไป"
ล็อกประตูบ้าน บอกลุงข้างบ้านไว้หน่อย แล้วรีบเรียกแท็กซี่ไป
ท่ามิติเขตใต้เชื่อมต่อกับประตูมิติแดนร้างเครื่องจักร เป็นที่ที่เขากำลังอยากไปสำรวจพอดี
คนขับแท็กซี่เป็นคนช่างคุย พูดน้ำไหลไฟดับตลอดทาง
"พ่อหนุ่มเป็นนักศึกษาใช่ไหม? ตั้งใจเรียนนะ ลุงเมื่อก่อนก็อยู่สลัม ยังถีบตัวเองขึ้นมาได้ เสียดายตอนหนุ่มๆ ไม่รู้ความ โดนผู้หญิงหลอกจนหมดตัว ตอนนี้เลยต้องมาขับแท็กซี่หากิน"
พูดถึงอดีตอันรุ่งโรจน์ ลุงคนขับทำหน้าปลงๆ
"โชคดีลูกชายเอาถ่าน ตอนนี้เป็นผู้ควบคุมภูตแล้ว อีกไม่กี่ปีลุงก็คงได้เกษียณไปเสวยสุขแล้ว"
"เหรอครับ? ยินดีด้วยครับลุง"
ลุงคนขับโบกมือยิ้มๆ สีหน้าภูมิใจปิดไม่มิด
ถึงที่หมาย ลงรถ ท่ามิติเขตใต้คึกคักมาก
เห็นเจ๊เถียวยืนโบกมือหยอยๆ มาแต่ไกล "เจ้าหนูเสียน ทางนี้~!"
ถังเถียวเถียวที่สดใสอยู่แล้ว ใส่ชุดนักเรียนศิลปะเติงเฟิง ยิ่งดูเป็นสาวมหาวิทยาลัยวัยใส
ท่าทางตอนโบกมือเหมือนหลุดออกมาจากในการ์ตูน เสียอย่างเดียวความ "นักเลง" ในท่วงท่ามันทำลายบรรยากาศไปหน่อย
"นักเรียนศิลปะว่างขนาดนี้เลยเหรอครับ? ออกมาหาแรงบันดาลใจได้ทั้งวัน?" อู๋เสียนเดินเข้าไปทัก
"การหาแรงบันดาลใจสำคัญมากสำหรับจิตรกรม้วนภาพนะยะ" ถังเถียวเถียวทำหน้าเหมือนจะบอกว่านายไม่เข้าใจหรอก "วันก่อนมาครั้งแรก ก็มีคนได้แรงบันดาลใจกลับไป สองวันนี้หางชี้ฟ้ากันหมดแล้ว"
พูดจบ เธอก็เตรียมจะตะโกนหาตี้
อู๋เสียนรีบห้าม "เอ่อ แค่เราสองคนก็พอแล้วมั้ง คนเยอะวุ่นวาย"
"ถึงกระต่ายหยกของฉันจะเก่ง แต่ในดันเจี้ยนมันอันตรายนะ แค่สองคนไหวเหรอ?" ถังเถียวเถียวกังวล
"วางใจเถอะ"
อู๋เสียนยิ้มมั่นใจ ให้เจ๊เถียววางใจ
ถังเถียวเถียวไม่เรื่องมาก พาเดินไปทางเข้าดันเจี้ยน "จริงสิ นายซื้อม้วนภาพอะไรมา? ทำตัวลึกลับเชียว"
"เสือน้อยตัวหนึ่ง ก็เก่งใช้ได้ครับ"
"เสือ?" ถังเถียวเถียวชะงักคิด "ม้วนภาพสายเอลฟ์เหรอ?"
"ประมาณนั้น"
"อะไรคือประมาณนั้น?" ถังเถียวเถียวยิ่งงง
"เดี๋ยวก็รู้"
คุยไปเดินไป ก็มาถึงทางเข้าดันเจี้ยน อาศัยบารมีเจ๊เถียว เข้าฟรีตามระเบียบ
มิติผันผวน ทั้งสองมาโผล่ในป้อมปราการจักรกลสุดล้ำ
[ป้อมปราการแนวป้องกันมิติ] ม้วนภาพอาณาเขตแกนทองแดงสามดาว คลื่นพลังวิญญาณสูงใช้ได้
"สถานีพักพิงนี่เป็นของโรงเรียนพวกเจ๊เหรอ?" อู๋เสียนถามด้วยความสงสัย
"แน่นอน" ถังเถียวเถียวตอบทันที "เร็วๆ ขอดูม้วนภาพนายหน่อย จะลึกลับไปถึงไหน?"
อู๋เสียนเลิกกั๊ก หยิบม้วนภาพ [พยัคฆ์เทพพิทักษ์เรือน] ออกมา
"ทำไมแค่แกนทองแดง เงินสองล้านน่าจะซื้อแกนเงินดีๆ ได้แล้วนะ?" ถังเถียวเถียวสงสัย ก่อนจะตาโตเท่าไข่ห่าน "เดี๋ยวนะ ม้วนภาพนายทำไมปักดิ้นทอง?!"
อู๋เสียนยิ้มซื่อ "ได้ทุนจากเจ๊เถียว เลยโชคดีสร้างม้วนภาพของตัวเองได้ครับ"
"หา?!" ถังเถียวเถียวร้องเสียงหลง "ฮ่าๆ ฉันว่าแล้วนายต้องทำได้ พ่อกับพี่ชายยังไม่เชื่อ"
พูดจบ ก็รีบกางม้วนภาพดู วิจารณ์อย่างตื่นเต้น
"แค่ดาวครึ่งเองเหรอ? ไม่เป็นไร เดี๋ยวเจ๊พาบิน" ถังเถียวเถียวดีใจแทน "ต้องยอมรับเลยว่านายเป็นอัจฉริยะจริงๆ ว่าแต่เสือน้อยตัวนี้เป็นทูตของเทพดวงจันทร์ด้วยหรือเปล่า?"
"เอ่อ ตัวนี้ไม่ใช่ครับ"
"ดูทรงก็ไม่น่าใช่" ถังเถียวเถียวคืนม้วนภาพให้ แล้วก็นึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ "เดี๋ยวนะ นายเป็นจิตรกรม้วนภาพแล้ว ต่อไปจะมาเป็นผู้ติดตามฉันได้ยังไง?"
"ก็เรียนรู้ด้วยกัน พัฒนาไปด้วยกันไงครับ"
"ก็ได้"
เจ๊เถียวแอบผิดหวังและเสียดายนิดหน่อย แต่ก็ดีใจกับลูกน้องจากใจจริง
ลูกน้องเก่งขนาดนี้ เจ๊เถียวก็พลอยได้หน้าไปด้วย จริงไหม?
จังหวะนั้น เสียงขัดหูก็ดังขึ้น "คุณหนูถังทำไมมีลูกทีมคนเดียว? ลูกน้องผู้ภักดีหายไปไหนหมด? หรือไม่มีใครยอมเข้าทีมด้วย?"
"คนเยอะมีประโยชน์อะไร เจ๊เก่งคนเดียวก็พอแล้ว ไม่ต้องพึ่งคนอื่น"
ถังเถียวเถียวเลิกคิ้ว สวนกลับทันควัน ดูท่าทางจะไม่กินเส้นกัน
อู๋เสียนมองไปอย่างสงสัย เห็นชายหนุ่มหน้าตามั่นใจในตัวเองคนหนึ่ง ข้างหลังมีลูกทีมวัยรุ่นห้าคน
สองคนในนั้นหน้าคุ้นๆ เหมือนไอ้สองขี้แยที่เจอในหุบเหวลึกลับ
ทั้งสองจำอู๋เสียนได้ทันที สีหน้าแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็เปลี่ยนเป็นมั่นใจแปลกๆ สายตาเหมือนจะแข่งกับอู๋เสียน ประมาณว่า: ถึงนายจะเคยเทพ แต่พวกเราไม่ใช่ไก่อ่อนคนเดิมแล้วนะ
"นี่เห็นฉันเป็นคู่แข่งเหรอเนี่ย?" อู๋เสียนคิดในใจอย่างเอือมระอา
วัยรุ่นนี่มันเด็กน้อยจริงๆ
"ไป~!"
หนุ่มมั่นแสยะยิ้มเยาะ พาทีมเดินจากไป
"สันดาน" ถังเถียวเถียวเบ้ปากใส่
"หมอนี่ใครครับ? มีเรื่องกับเจ๊เหรอ?" อู๋เสียนถาม
ถังเถียวเถียวตอบอย่างไม่ใส่ใจ "ผางต้าไห่ บ้านมันทำธุรกิจแข่งกับบ้านฉัน โดนฉันอัดมาตั้งแต่เด็ก เจอกันต้องเดินอ้อม แต่พอสอบติดโรงเรียนศิลปะ ก็กลับมาซ่าอีกแล้ว"
(จบแล้ว)