- หน้าแรก
- ลอบชักกระบี่แสนครั้ง ข้าสำเร็จเป็นเทพกระบี่
- ตอนที่32 ศิษย์พี่... ท่านทำไม่ได้หรือ?
ตอนที่32 ศิษย์พี่... ท่านทำไม่ได้หรือ?
ตอนที่32 ศิษย์พี่... ท่านทำไม่ได้หรือ?
ตอนที่32 ศิษย์พี่... ท่านทำไม่ได้หรือ?
ฉินเฟิงยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
เมื่อหมอกไอเจ็ดสีจางหายไป หลี่ซานหลิงยังคงนอนราบอยู่กับพื้นในท่าเดิม
เรือนร่างอันสมบูรณ์แบบของหลี่ซานหลิงปรากฏแก่สายตาของฉินเฟิงอย่างหมดเปลือก
เอวคอดกิ่วที่โอบได้ด้วยมือเดียว เรียวขายาวขาวเนียนดุจหยก ชวนให้เลือดลมสูบฉีดพลุ่งพล่าน
ฉินเฟิงหยิบเสื้อคลุมออกมาตัวหนึ่ง ตั้งใจจะห่มให้หลี่ซานหลิง
แต่พอขยับเข้าไปใกล้ หลี่ซานหลิงก็ลืมตาขึ้นพอดี
ทันใดนั้น สายตาทั้งสองคู่สบประสานกัน
ฉินเฟิงชะงักมือที่กำลังจะห่มผ้าให้
ภาพเหตุการณ์หยุดนิ่งในวินาทีนี้
หลี่ซานหลิงดูเหมือนจะเริ่มรู้ตัวว่ามีอะไรผิดปกติ
นางก้มมองสภาพตัวเองโดยสัญชาตญาณ
เมื่อเห็นสภาพเปลือยเปล่าของตนเอง หลี่ซานหลิงไม่ได้แสดงอาการตกใจมากนัก กลับกัน แววตาของนางไหวระริก ท่าทางสับสนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
กัดริมฝีปากแน่น ราวกับตัดสินใจเรื่องสำคัญบางอย่างได้
หลังจากสบตากับฉินเฟิงครู่หนึ่ง หลี่ซานหลิงก็ค่อยๆหลับตาลง ขนตายาวงอนยังคงสั่นระริกเล็กน้อย
วินาทีนี้ หัวใจของฉินเฟิงเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ
นี่มันสถานการณ์อะไรกัน?
ฉินเฟิงในชาติก่อน ก็เป็นชายหนุ่มปกติที่มีความคิดเปิดกว้าง
ผู้ชายคนไหนเจอสถานการณ์แบบนี้ มีหรือจะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
ชายหญิงสองต่อสอง ไฟใกล้ฟาง จะเกิดอะไรขึ้นได้อีก?
กลิ่นหอมกรุ่นจางๆลอยมาแตะจมูก ทำเอาฉินเฟิงเคลิบเคลิ้มไปชั่วขณะ
ทันใดนั้น ดวงตาของฉินเฟิงก็ทอประกายแสงสีทองวูบหนึ่ง
ดวงตาที่เคยพร่ามัว กลับมากระจ่างใส ดุจดั่งน้ำพุในหุบเขาที่ใสสะอาดจนมองเห็นก้นบึ้ง
ฉินเฟิงสะดุ้งโหยง ได้สติกลับมาทันที
คิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย?
หลี่ซานหลิงคือน้องสาวของเขานะ
คิดได้ดังนั้น
เขาก็รีบเอาเสื้อคลุมห่มให้นาง
หลี่ซานหลิงในยามนี้ นอนนิ่งไม่ไหวติง ราวกับหยกแกะสลักที่งดงามไร้ที่ติ เหมือนงานศิลปะชิ้นเอกที่สมบูรณ์แบบ
สิ่งที่หลี่ซานหลิงคาดหวังไว้ไม่ได้เกิดขึ้น
นางลืมตาขึ้นอีกครั้ง มองฉินเฟิงด้วยสายตาแปลกประหลาด
สายตานั้นราวกับจะถามว่า ศิษย์พี่... ท่านทำไม่ได้หรือ?
ทำเอาฉินเฟิงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจยิ่งนัก
ตอนนี้ ในหัวของฉินเฟิงเต็มไปด้วยภาพเหตุการณ์เมื่อครู่
“ตื่นแล้วหรือ?”
“จำเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ไหม?”
ฉินเฟิงแกล้งชวนคุยเพื่อแก้เขิน
แต่ดูเหมือนหลี่ซานหลิงจะเข้าใจผิดไปไกล
ใบหน้าของนางขึ้นสีแดงระเรื่อ ส่ายหน้าเบาๆ
เห็นท่าทางของหลี่ซานหลิง ฉินเฟิงก็รู้ทันทีว่านางกำลังเข้าใจผิด
“อย่าคิดมากนะ!”
“พวกเราไม่ได้มีอะไรกัน”
“ส่วนที่ทำไมเจ้าถึง...”
พูดมาถึงตรงนี้ ฉินเฟิงก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ
ทำไมเขาต้องอธิบายยืดยาวขนาดนี้ด้วย?
ยิ่งอธิบายก็ยิ่งเหมือนแก้ตัว ยิ่งแก้ตัวก็ยิ่งมีพิรุธ!
เขาบริสุทธิ์ใจ จะต้องพูดมากความทำไม?
หลี่ซานหลิงยังไม่เห็นจะเขินเลย ทำไมเขาต้องมานั่งเขินแทนด้วย?
ฉินเฟิงส่ายหน้า
แล้วเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับหลี่ซานหลิงให้ฟังคร่าวๆ
หลี่ซานหลิงตั้งใจฟัง แต่แววตายังคงแฝงความไม่เชื่ออยู่ลึกๆ
ราวกับจะบอกว่า ท่านเล่าต่อสิ ถ้าข้าเชื่อข้ายอมแพ้เลย
“ศิษย์พี่ ความจริงท่านไม่ต้องอธิบายมากขนาดนั้นก็ได้”
“ขอแค่ศิษย์พี่ต้องการ หลิงเอ๋อร์ก็ยินยอม”
พูดจบ นางก็หันหน้าหนีด้วยความขวยเขิน
ทำเอาฉินเฟิงยิ่งทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่
ยัยเด็กโง่นี่คิดอะไรอยู่เนี่ย?
ข้าเห็นเจ้าเป็นน้องสาว แต่เจ้ากลับเห็นข้าเป็นคนรักงั้นรึ?
“หลิงเอ๋อร์ ถ้าเจ้าไม่เชื่อ ลองตั้งสมาธิสัมผัสพลังในจุดตันเถียนดู แล้วเจ้าจะรู้ว่าข้าไม่ได้โกหก!”
เรื่องที่ฉินเฟิงอธิบายให้ฟังเมื่อครู่ มันเหลือเชื่อเกินไปสำหรับหลี่ซานหลิง
ทำให้นางเข้าใจผิดคิดว่าฉินเฟิงแค่หาข้ออ้างมากลบเกลื่อนความเขินอาย
ได้ยินดังนั้น หลี่ซานหลิงกระพริบตาปริบๆลองตั้งสมาธิ แล้วลุกขึ้นนั่ง ซัดฝ่ามือใส่ฉินเฟิง
เดิมทีนางคิดว่าฉินเฟิงล้อเล่น เลยกะจะเล่นตามน้ำไปกับเขา
ใครจะรู้ว่า พลังแห่งกฎในจุดตันเถียนถูกกระตุ้นขึ้นมาจริงๆและถูกซัดออกไปพร้อมฝ่ามือของนาง
จังหวะที่หลี่ซานหลิงยกมือขึ้น เสื้อคลุมที่ห่มร่างอยู่ก็ร่วงหล่นลงมา
เผยให้เห็นผิวขาวเนียนดุจหิมะเป็นบริเวณกว้าง
ภาพความขาวเนียนนั้น ทำเอาฉินเฟิงเหม่อลอยไปชั่วขณะ
จนหลบพลังแห่งกฎที่หลี่ซานหลิงซัดออกมาไม่ทัน
ปัง!
ฉินเฟิงถูกกระแทกถอยหลังไปหลายก้าวกว่าจะหยุดยืนได้
หลี่ซานหลิงอ้าปากค้างจนแทบจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้ทั้งฟอง
มองดูมือตัวเอง แล้วตกอยู่ในห้วงความคิด
นางแข็งแกร่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
แล้วพลังในจุดตันเถียนเมื่อครู่คืออะไร?
วินาทีนี้ หลี่ซานหลิงถึงยอมเชื่อคำพูดของฉินเฟิง
และเพิ่งจะตระหนักได้ว่า เมื่อครู่นางเผลอทำร้ายฉินเฟิงเข้าให้แล้ว?
ฉินเฟิงมีกายานิพพาน แม้จะถูกกระแทกถอยหลัง แต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บง่ายๆ
แต่หลี่ซานหลิงด้วยความเป็นห่วง รีบพุ่งเข้าไปหาฉินเฟิง เพื่อดูว่าเขาเป็นอะไรหรือไม่
ถ้าไม่ลุกขึ้นมาก็คงดี แต่พอลุกขึ้นมา เสื้อคลุมก็ร่วงลงไปกองกับพื้นทันที
“ศิษย์พี่ ขอโทษด้วย!”
“ข้าผิดเอง ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม?”
“ศิษย์พี่ ทำไมเลือดกำเดาไหลล่ะ?”
ฉินเฟิงคิดในใจ เจ้ามาเดินโทงๆอยู่ตรงหน้าข้าแบบนี้ เลือดกำเดาข้าจะไม่ไหลได้ยังไง?
ข้าก็ผู้ชายปกตินะ!
“หลิงเอ๋อร์ เจ้า...”
พูดพลางชี้ไปที่ตัวนาง หลี่ซานหลิงถึงเพิ่งรู้ตัวว่า สภาพของตัวเองตอนนี้...
...
ภายในสุสานกระบี่ หลี่ซานหลิงนั่งขัดสมาธิ ตรวจสอบภายในร่างกายตนเอง
หลังจากครรภ์ธาตุกระบี่ทั้งเจ็ดตื่นขึ้น หลี่ซานหลิงก็เหมือนได้เกิดใหม่
ทั้งศักยภาพร่างกายและพรสวรรค์ในการฝึกตน พุ่งทะยานขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าคือ ระดับการบ่มเพาะของหลี่ซานหลิงก้าวกระโดดจากขอบเขตเปิดจิต ข้ามขอบเขตถมทะเล ไปอยู่ที่ขอบเขตท่องนภาระดับที่ 9
ห่างจากขอบเขตสยบความว่างเปล่าเพียงก้าวเดียว
หลี่ซานหลิงในตอนนี้ หากออกไปสู่โลกภายนอก ไม่ว่าจะเป็นอัจฉริยะฟ้าประทาน หรือนักบุญหญิงสำนักไหน ก็ต้องหมองหม่นเมื่ออยู่ต่อหน้านาง
มองไปทั่วทั้งโลกต้าชาง อาจหาคนที่สองที่เหมือนหลี่ซานหลิงไม่ได้อีกแล้ว
ระดับการบ่มเพาะของหลี่ซานหลิงในปัจจุบัน คู่ควรกับตำแหน่งประมุขยอดเขาไท่ชิงอย่างแท้จริง
“ศิษย์พี่ ทำไมข้ารู้สึกว่าพลังทั้งเจ็ดสายในจุดตันเถียน ข้าควบคุมได้แค่สายเดียวเท่านั้น?”
ฉินเฟิงไม่แปลกใจ
แม้เขาจะช่วยปลุกครรภ์ธาตุกระบี่ทั้งหมดให้ตื่นขึ้น ทำให้พลังทั้งเจ็ดสายตื่นขึ้นมา
แต่หลี่ซานหลิงในตอนนี้ยังไม่สามารถควบคุมมันได้ทั้งหมด
หากต้องการควบคุมพลังทั้งเจ็ดสายได้อย่างคล่องแคล่ว หลี่ซานหลิงคงต้องใช้เวลาอีกนาน
“พลังที่เจ้าควบคุมได้ตอนนี้ คือกฎแห่งธาตุน้ำใช่ไหม?”
หลี่ซานหลิงถามด้วยความประหลาดใจ
“ศิษย์พี่ ท่านรู้ได้อย่างไร?”
ฉินเฟิงแอบบ่นในใจ เมื่อกี้เจ้าไม่เชื่อข้า ซัดพลังใส่ข้าแบบไม่ลืมหูลืมตา พลังที่เจ้าปล่อยออกมาตอนนั้น ก็คือกฎแห่งธาตุน้ำนั่นแหละ
คิดในใจ แต่ปากกลับตอบว่า “ในบรรดาพลังแห่งกฎทั้งเจ็ดสาย กฎแห่งธาตุน้ำนั้นอ่อนโยนที่สุด”
“ดังนั้นเจ้าจึงสามารถควบคุมกฎแห่งธาตุน้ำได้เป็นอย่างแรก”
“เจ้าไม่ต้องกังวลไป รอให้เจ้าควบคุมกฎแห่งธาตุน้ำได้อย่างเชี่ยวชาญแล้ว กฎอื่นๆเจ้าก็จะค่อยๆควบคุมได้เอง”
“ตอนนี้เจ้าแค่ตั้งใจฝึกฝน ทำความคุ้นเคยกับกฎแห่งธาตุน้ำให้เร็วที่สุด ที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของเวลา”
...
ในวันนี้ มีเรื่องราวที่สั่นสะเทือนสำนักกระบี่ไท่สิงเกิดขึ้น
ศิษย์รุ่นเยาว์จากสี่แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนใต้ ต้องการเดินทางมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การบำเพ็ญเพียรที่สำนักกระบี่ไท่สิง