เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 ตีกระบี่

ตอนที่ 5 ตีกระบี่

ตอนที่ 5 ตีกระบี่


จากความตรงทำของชีวิตที่แล้ว เพลิงแท้นั้นเป็นประเภทของพลังงานที่อยู่ในรูปแบบไฟ มันเป็นไฟที่มีความร้อนสูงมาก

เพื่อที่จะเป็นนักตีอาวุธ จำเป็นจะต้องรวบรวมเพลิงแท้เข้าไปในตันเถียน

ซึ่งเป็นจุดที่เส้นปราณทั้งเก้าเชื่อมต่อกัน

ความยากในการผสานเพลิงแท้นั้นสูงมาก มีผู้บ่มเพาะพลังนับไม่ถ้วนในดินแดนรุ่งโรจน์ แต่แม้จะเป็นในหนึ่งพันคนก็แทบจะไม่มีใครที่ผสานเพลิงแท้และเป็นนักตีอาวุธได้

ตั้งแต่โบราณกาลจนถึงตอนนี้ มีตัวอย่างมากมายที่คนที่พยายามผสานเพลิงแท้จบลงด้วยผลสะท้อนกลับของเพลิงแท้

“ปัญหาตอนนี้ก็คือ ข้าจะใช้เพลิงแท้ได้อย่างไร?”

ถังฮวนไม่พอใจเล็กน้อย เพลิงแท้นั้นค่อนข้างเป็นที่รู้จักในดินแดนรุ่งโรจน์ ผู้คนสามารถซื้อเพลิงแท้ได้ในร้านอาวุธที่ใหญ่ที่สุดในทางใต้ของเมืองคลื่นคลั่ง ซึ่งมีราคา 500 เหรียญทอง

ราคานี้ไม่นับว่าแพง

แต่สำหรับถังฮวนในตอนนี้นั้นนับว่าเป็นราคาที่สูงมาก ต่อให้เขาขายอาวุธทั้งหมดในร้านไปแล้วเขาก็ยังรวมเงินได้ไม่ถึงหนึ่งพันเหรียญทอง โชคร้ายที่ว่าก่อนที่เฒ่านักตีอาวุธจะจากไป ตอนนั้นเขายังแสดงพลังออกมาได้ไม่ดีพอ มิเช่นนั้นเฒ่านักตีอาวุธจะต้องเตรียมเพลิงแท้ให้เขาแน่

ในตอนนี้ เขาไม่รู้ว่าเฒ่านักตีอาวุธจะกลับมาเมื่อใด เขาจึงต้องพึ่งพาตัวเอง

หลังจากคิดถึงเรื่องนี้ ถึงฮวนก็กลับไปคิดถึงอาชีพเก่า

แม้ว่าดาบที่เขาตีในชีวิตที่แล้วจะเทียบกับดาบเลื่องชื่ออย่างไส้มัจฉาบรรพกาลหรือมหาหุบเหวไม่ได้ มันก็ยังเป็นอาวุธที่หาได้ยากมาก มิเช่นนั้นมันคงจะขายในราคาแพงไม่ได้

เมื่อวานตอนเย็น ถังฮวนได้เปรียบเทียบและสังเกตอาวุธธรรมดาในร้าน

เหตุผลที่มันขายในราคาเท่ากับเครื่องมือเกษตรก็เพราะว่าคุณภาพของมันเทียบเท่ากับเครื่องมือเกษตรบนโลกใบนี้ แม้ว่ามันจะแข็งแรง แต่มันก็มีคุณภาพจำกัด และมันเทียบกับอาวุธมีคมที่ถังฮวนตีเองในชีวิตก่อนหน้าไม่ได้เลย เขาสามารถเลือกอาวุธที่เขาเคยตีในชีวิตที่แล้วมาฟันอาวุธทั้งหมดในร้านขาดครึ่งได้

แน่นอนว่าอาวุธในตอนนี้ล้วนเป็น “ผลงานชิ้นเอก” ของเด็กหนุ่มถังฮวนผู้ล่วงลับ

แม้ว่าร้านจะเปิดโดยเฒ่านักตีอาวุธ แต่เขาก็แทบจะไม่สร้างอะไรออกมาเลยโดยเฉพาะปีหลัง ๆ ซึ่งทำให้การค้าขายของร้านนี้ตกต่ำลงอย่างมาก

“ต่อให้ตอนนี้ข้าจะตีอาวุธระดับต่ำขึ้นมาไม่ได้ แต่ด้วยทักษะที่มี กระบี่ที่ข้าสร้างก็ต้องคมกว่า ข้าไม่คิดว่าราคาจะต่ำเกินไปหรอก”

ถังฮวนคิดอยู่ระยะหนึ่งและรีบทำใจ

หลังจากเติมอาหารลงท้องแล้วถังฮวนก็ไปที่หน้าร้าน

แม้ว่าระดับทักษะการตีอาวุธของถังฮวนผู้ล่วงลับจะไม่ได้มากมายนัก แต่ร่างกายของเขาก็แข็งแรงและมีพละกำลังสูง ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีความอดทนที่มากพอ มีอาวุธมากมายที่เขาตีทิ้งไว้ในร้าน

ซึ่งมันทำให้ถังฮวนประหยัดเวลาไปได้มากมาย

หลังจากทำตัวให้คุ้นเคยกับตำแหน่งเครื่องมือแล้วถังฮวนก็เริ่มทำงาน ไม่นานหลังจากนั้นร้านก็เริ่มส่งเสียงโลหะกระทบกัน

ร่างท่อนบนของถังฮวนเปลือยเปล่า ค้อนเหล็กในมือเขาทุบไปที่แท่งกระบี่ จากนั้นทั้งตัวของเขาก็มีเหงื่อไหลออกมาอย่างหนัก

ทันทีที่เขาเริ่ม เขารู้ตัวว่าการตีอาวุธนั้นง่ายกว่าชีวิตที่แล้วอย่างมาก

ในใจเขา “เตาหลอมเทพเก้าหยาง” เริ่มหมุนอย่างต่อเนื่องนำทางปราณแท้ไปทางมือขวาของถังฮวน ถ้าถังฮวนยังอยู่บนโลกในชีวิตที่แล้ว เขาจะไม่สามารถถือค้อนที่หนักยี่สิบหรือสามสิบกิโลกรัมได้แน่ แต่ในตอนนี้เขาถือของหนัก ๆ แบบนั้นได้ราวกับว่ามันเบา

ค้อนเหล็กหนักนั้นเหมือกับกิ่งไม้เบา ๆ ที่เขาทุบได้ตามใจชอบ

ด้วยปราณแท้ ความเร็วในการตีอาวุธก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก

เพิ่มเติมจากนั้น หลังจากตีแท่งกระบี่ที่ถูกตีทิ้งไว้แล้วเขาก็พบว่าคุณภาพของ “เหล็กลึกล้ำทมิฬ” ซึ่งเป็นของทั่วไปในการตีอาวุธในดินแดนรุ่งโรจน์นั้นมีคุณภาพสูงว่าแร่เหล็กบนโลกอย่างมาก ถ้าหากใช้ให้ดี ต่อให้ไม่เป็นระดับสูงสุด มันก็สามารถตัดเส้นผมและตัดเหล็กได้เหมือนกับโคลน

การค้นคบนี้ทำให้ถังฮวนตื่นเต้นอย่างมาก

ต่อจากนั้นถังฮวนก็เริ่มเพ่งสมาธิมากขึ้นและมากขึ้นโดยลืมเรื่องวันเวลาไป ตีเหล็ก วางแผน…ดับไฟ…เมื่อเขาได้สติจากความหิว ท้องฟ้าด้านนอกก็มืดแล้ว มันเป็นเวลาดึกมากแล้ว

ถังฮวนถอนหายใจยาวและดูแผ่นไม้ มีดาบสามเล่มถูกวางเอาไว้

เล่มแรกเป็นดาบหนักที่ยาวมากกว่าหนึ่งเมตรและคมดาบก็กว้างเหมือนกับฝ่ามือผู้ใหญ่ มันหนักราวสิบกิโลกรัม อาวุธน้ำหนักขนาดนี้นับว่าเบาในดินแดนรุ่งโรจน์ เด็กหนุ่มถังฮวนผู้ล่วงลับนั้นตีอาวุธหลายชิ้นที่น้ำหนักหลายสิบกิโลกรัม แต่กับเขานั้นนี่เป็นครั้งแรกที่เขาตีดาบหนักขนาดนี้ ในชีวิตที่แล้วบนโลก ดาบหนักที่สุดที่เขาตีขึ้นมาหนักเพียงแปดกิโลกรัมเท่านั้น

เล่มที่สองนั้นกว้างสองนิ้วมือและยาวเจ็ดสิบเซนติเมตร เล่มที่สามเป็นกระบี่สั้นที่กว้างสองนิ้วมือและยาวเพียงแค่ยี่สิบเซนติเมตร มันมีร่องที่สองด้านของกระบี่

อาวุธทั้งสามเล่มวางทิ้งไว้แบบนั้น ชั้นแสงมืดมนค่อย ๆ ไหลออกมาจากตัวคมที่เปล่งประกายสีดำเป็นเงา

ถังฮวนหยิบเล่มตรงกลางขึ้นมาใช้วิชากระบี่ ซึ่งมันทรงพลังอย่างมาก จากนั้นปราณแท้ก็เข้าไปที่คมกระบี่และฟันก้อนเหล็กบนโต๊ะ

“แกร๊ง!”

หลังจากเสียงดังแกร๊งหลายครั้งก้อนเหล็กก็ขาดเป็นสองท่อน และรอยตัดก็เรียบเป็นอย่างมากด้วย

จากนั้นถังฮวนก็วางกระบี่ยาวและหยิบดาบใหญ่และกระบี่สั้นขึ้นมาใช้วิชากระบี่ฟันก้อนเหล็กอย่างเคย ไม่นานก้อนเหล็กก็ขาดเป็นสองท่อน

“ดีล่ะ!”

ถังฮวนยิ้มออกมาอย่างพอใจ

ในด้านความละเอียดและความงาม ทั้งสามเล่มนั้นด้อยกว่าดาบล้ำค่าที่เขาเคยตีในชีวิตก่อนหน้าอย่างมาก แต่ในด้านความคมและคุณภาพ พวกมันเหนือกว่าทุกสิ่งที่เขาเคยทำ เหตุผลก็เพราะคุณภาพของแร่เหล็กล้ำลึกทมิฬที่ดีกว่าเหล็กที่เขาใช้บนโลก ประการต่อมาคือถังฮวนในตอนนี้มีปราณแท้แล้ว

การใช้ปราณแท้ทำให้ถังฮวนแสดงทักษะออกมาได้ดีขึ้น เทียบกับสามเล่มนี้แล้ว อาวุธทั้งหมดที่ถังฮวนผู้ล่วงลับตีขึ้นมาในอดีตนั้นไม่ต่างจากขยะ

แต่ว่านอกจากความดีใจแล้ว เขาก็มีความแปลกใจด้วย

ในชีวิตก่อนหน้า การสร้างดาบล้ำค่านั้นกินเวลาเขาหลายวัน แต่ในดินแดนรุ่งโรจน์แห่งนี้ เขาตีสามเล่มได้ในวันเดียว

แน่นอนว่าเขาจะใช้สามเล่มนี้เพื่อหาเงินเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ทำขั้นตอนอื่นที่ดีกว่าจนทำให้เขาตีได้เร็วขึ้น

แต่ถึงอย่างนั้น สามเล่มในวันเดียวก็เหนือจินตนาการของเขาแล้ว

“มันเทียบได้กับอาวุธระดับต่ำด้วยซ้ำ มันต้องขายได้ราคาดีแน่”

ในวันถัดมา หลังจากกินอาหารเช้าแล้วถังฮวนก็ออกจากร้านตีอาวุธ

ในตอนนี้ เมืองคลื่นคลั่งค่อนข้างมีชีวิตชีวา เขาเดินบนนถนนหินสองสามร้อยเมตรแล้วก็เข้าถนนเมือง และเขาก็เห็นจอมยุทธที่มีอาวุธติดตัวอยู่เต็มไปหมด

ในดินแดนรุ่งโรจน์แห่งนี้ เมืองคลื่นคลั่งนั้นนับว่าเป็นเมืองใหญ่ทีเดียว

โลกแห่งนี้กว้างขวางมาก นอกจากดินแดนรุ่งโรจน์แล้วก็ยังมีอีกสามดินแดนที่เรียกว่าดินแดนต้นกำเนิด ดินแดนจิตศักดิ์สิทธิ์ และดินแดนสงบสุข เกาะน้อยใหญ่และทะเลไร้สิ้นสุด ดินแดนรุ่งโรจน์และดินแดนต้นกำเนิดนั้นมีมหาสมุทรกั้นขวางเอาไว้

เมืองคลื่นคลั่งถูกสร้างอยู่บนชายฝั่งดินแดนรุ่งโรจน์ ดังนั้นเมืองคลื่นคลั่งจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดถ้าจะออกทะเลไปยังดินแดนต้นกำเนิดและอีกฟากฝั่ง ด้วยภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์นี้เอง เมืองจึงเต็มไปด้วยคนทุกรูปแบบและจอมยุทธจำนวนมากก็เข้าออกเมืองทุกวันระหว่างสองดินแดน

ถังฮวนเดินอย่างรวดเร็วและหลังจากสิบห้านาทีเขขาก็มาถึงร้านค้าอาวุธที่เขาขายของไปเมื่อวานซืนนี้

เจ้าของร้านเป็นชายแก่ตัวอ้วน เขายิ้มเหมือนกับพระพุทธองค์เลยทีเดียว ในความทรงจำของเขานั้นบอกว่าเจ้าของร้านคนนี้เป็นมิตรที่ดีกับเฒ่านักตีอาวุธและคุ้นเคยกับถังฮวนมาก ว่ากันว่าเขาเป็นจอมยุทธที่รวบรวมกงล้อจิตมาได้ แน่นอนว่าเขาเปิดเผยเรื่องนี้กับถังฮวนเอง

ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ก็ไม่มีใครรู้ แต่ถังฮวนไม่เคยเห็นเขาใช้พลังมาก่อน

ในอดีต อาวุธธรรมดาที่ถังฮวนตีขึ้นมานั้นจะมาขายให้กับเขา…และเมื่อวิญญาณหลุดจากร่างมาสู่ร่างนี้พร้อมกับความทรงจำ หลังจากไม่กี่วันที่ความทรงจำผสานกัน เขาก็ตระหนักว่าเขาอาจจะคิดว่าเขายังคงเป็นถังฮวนผู้ล่วงลับอยู่

ในความจริงนั้นถังฮวนรู้ตัวว่านิสัยของเขาเองก็ได้รับผลกระทบด้วย มันได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ในชีวิตที่แล้วเขานั้นเป็นคนเงียบขรึม แต่ตอนนี้เขามีชีวิตชีวากว่าเดิม

โชคดีที่มันไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ดังนั้นถึงฮวนจึงปล่อยให้มันเป็นไป

ชายแก่อ้วนเพิ่งจะเปิดประตูร้านและออกมายืนหาว ในตอนที่เห็นถังฮวนเขาก็ถามด้วยรอยยิ้ม

“เสี่ยวถัง วันนี้จะเอาอาวุธอะไรมาขายอีกล่ะ? ใช้สามเหรียญทองหมดแล้วรึ?”

“เสี่ยวถัง?”

เมื่อได้ยินเขาเรียกอีกครั้งถังฮวนก็อดสั่นเพราะขยะแขยงไม่ได้ เขากลอกตาสองครั้ง

“ถ้าใช้ไม่หมดแล้วข้ามาขายอีกไม่ได้รึ?”

ถังฮวนรีบเดินผ่านชายแก่อ้วนเข้าไปในด้าน เขาวางกระเป๋าบนไหล่ลงบนโต๊ะขายอย่างแรงและเปิดมันออก เขาถามตามเคย

“ลุงอ้วน ข้าขายได้เท่าไหร่?”

เมื่อเขาพูด ดาบทั้งสามเล่มที่เขาตีเมื่อวานก็เผยออกมา

ในร้านนั้นมีฝักดาบอยู่ ถังฮวนจึงใส่ฝักดาบเพื่อซ่อนความคมเอาไว้

“ก็เหมือนเมื่อวานซืน อาวุธธรรมดาเล่มละหนึ่งเหรียญทอง”

ชายแก่อ้วนทำหน้าผ่อนคลายและหยิบดาบหนักขึ้นมาถอดจากฝัก

แสงทมิฬทะลวงลูกตาของเขาจนทำให้เขาเย็นไปถึงกระดูก ชายแก่อ้วนตัวสั่นจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว

“เอ๋ ไม่เลว วิชาตีดาบของเจ้าก้าวหน้าขึ้นมานิดหน่อยแล้ว”

ชายแก่อ้วนหรี่ตามองด้วยความแปลกใจกับสิ่งที่ได้เห็น แต่เขาก็พูดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“เล่มนี้คุณภาพดีกว่าสามเล่มที่เจ้าขายเยอะเลย แบบนี้ไหมเสี่ยวถัง ข้าจะให้เจ้า 6 เหรียญทอง? เป็นสองเท่าจากเดิมเลยนะ”

“เล่มละหกหรือ?”

ถังฮวนลืมตาเล็กน้อย

“ไม่ สามเล่ม!”

ชายแก่อ้วนยิ้มและยื่นสามนิ้วออกมา

ถังฮวนไม่พูดอะไรและชิงดาบใหญ่กับฝักมาจากมือชายแก่อ้วน เขาพันผ้าและกำลังจะออกจากด้าน

เมื่อเห็นแบบนั้นชายแก่อ้วนก็ดึงหลังถังฮวน

“เสี่ยวถัง เจ้าวิตกอะไรนัก? ก็ได้ก็ได้ ข้ายอมถอยก็ได้ หกเหรียญทองต่อหนึ่งเล่ม…หกเหรียญทองเลยนะ? อาวุธเจ้าขายได้เล่มละเหรียญเมื่อคืน แล้วตอนนี้ราคาอาวุธเจ้าขึ้นมาหลายเท่าตัวเชียวรึ? ข้าใจดีไม่พอรึ?”

“ลุงอ้วน ไปลงนรกไหม?”

ถังฮวนตำหนิและปัดมือเขาและจะออกจากร้าน แต่เขาก็ถูกชายแก่อ้วนรั้งเอาไว้

“เสี่ยวถัง อย่าเพิ่งโมโหสิ บอกข้ามาว่าเจ้าอยากจะขายเท่าไหร่?”

“เล่มละสองร้อย!”

ถังฮวนพูดตรง ๆ

แน่นอนว่าเขาไม่อยากจะไปจากร้านจริง เพราะมันคือร้านที่เขาคุ้นเคยที่สุดในเมืองคลื่นคลั่ง

แต่ชายแก่อ้วนก็ตระหนี่เกินไป ถ้าหากเขาขายไป 6 เหรียญทองจริง เขาต้องขายอาวุธอีกมากเท่าไหร่กว่าจะซื้อเพลิงแท้ได้?

“สองร้อยเหรียญทองรึ? เจ้าปล้นข้ารึไง!”

ชายแก่อ้วนพูดเสียงดัง ไขมันบนหน้าเขาสั่นระริก

“ลุงอ้วน ถามตัวเองแล้วบอกข้าเถอะว่าราคานี้มันมากเกินไปหรือไม่?”

ถังฮวนไม่พอใจ

แม้ว่าเขาจะไม่เคยตีอาวุธระดับต่ำมาก่อน เขาก็เคยเห็นมันมามากมาย ทั้งสามเล่มที่เขาตีเมื่อวานนั้นล้วนแข็งแกร่งกว่าอาวุธเริ่มต้นทั่วไป เขาขอราคาสองร้อยซึ่งอาจจะสูงเล็กน้อย แต่มันก็สมเหตุสมผล แน่นอนว่าเขายังมีราคาให้ต่อรองอีกมากมาย

เขาคิดว่าเขาจะขายได้เล่มละ 180 เหรียญทอง

จบบทที่ ตอนที่ 5 ตีกระบี่

คัดลอกลิงก์แล้ว