- หน้าแรก
- ลอบชักกระบี่แสนครั้ง ข้าสำเร็จเป็นเทพกระบี่
- ตอนที่23 ชักกระบี่ในสุสานกระบี่ สังหารขอบเขตตำหนักเทพ
ตอนที่23 ชักกระบี่ในสุสานกระบี่ สังหารขอบเขตตำหนักเทพ
ตอนที่23 ชักกระบี่ในสุสานกระบี่ สังหารขอบเขตตำหนักเทพ
ตอนที่23 ชักกระบี่ในสุสานกระบี่ สังหารขอบเขตตำหนักเทพ
ทั่วทั้งสำนักกระบี่ไท่สิงตกอยู่ในความหวาดผวา
วิญญาณโลหิตกลืนเทพเพียงแค่อ้าปากสูดลมหายใจ ชั่วพริบตา ศิษย์นับร้อยคนก็ถูกพลังดูดที่มองไม่เห็นกระชากลอยขึ้นสู่ความว่างเปล่า
ในจังหวะที่พวกเขากำลังจะร่วงหล่นลงสู่ปากขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดนั้น
เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังระงมออกมาจากกลุ่มคนนับร้อย
ในวินาทีนี้ พวกเขาสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด
คนที่คิดจะพุ่งเข้าไปช่วยเหลือ ทันใดนั้นก็กระอักเลือดออกมา ลมหายใจรวยรินยิ่งกว่าเดิม
ไป๋เจี้ยนเฉินทำได้เพียงมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความจนปัญญา
ภายในสุสานกระบี่
ฉินเฟิงถอนหายใจเฮือกใหญ่
เหตุที่ตนก่อไว้ บัดนี้ผลของมันตามมาถึงตัวแล้ว
เดิมทีฉินเฟิงเพียงต้องการซ่อนตัวฝึกฝนชักกระบี่ในสุสานกระบี่ให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างสงบ
ใครจะคิดว่าเพราะตัวเขาเอง กลับนำภัยพิบัติใหญ่หลวงมาสู่สำนักกระบี่ไท่สิง
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มีทางเลือก
หากตอนนั้นเขาไม่ลงมือ สำนักกระบี่ไท่สิงก็คงมีจุดจบไม่ต่างกันนัก
แต่ก็เป็นเพราะการลงมือของเขาในครั้งนั้น
ที่นำมาซึ่งหายนะในครั้งนี้
วินาทีนี้ สีหน้าของฉินเฟิงเคร่งขรึมจริงจัง
“เฮ้อ!”
เสียงถอนหายใจดังขึ้นในใจของทุกคนอย่างฉับพลัน
เสียงนี้ดูเหมือนจะมาจากรอบทิศทาง และดูเหมือนจะมาจากนอกจักรวาลอันไกลโพ้น
ทำให้ผู้คนไม่อาจจับทิศทางได้ว่ามาจากที่ใด
แต่กลับชัดเจนราวกับกระซิบอยู่ข้างหู
หลิงจิ้วและหลิงเฉินต่างขมวดคิ้วมุ่น
สำนักกระบี่ไท่สิงยังมีปมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ซ่อนตัวอยู่อีกหรือ?
บนยอดเขาที่ไม่ไกลออกไปนัก
นักบุญกระบี่ชิงเสวียนยิ้มบางๆ
“ในที่สุดก็ลงมือแล้วสินะ”
หลินหว่านเหยียนที่อยู่ข้างๆ ทำหน้ามึนงง
มองดูนักบุญกระบี่ชิงเสวียนพึมพำกับตัวเอง ไม่เข้าใจว่าเขากำลังพูดเรื่องอะไร
หรือเขาจะหมายถึงศิษย์ลึกลับผู้นั้น?
แต่ข่าวลือบอกว่าศิษย์ลึกลับผู้นั้นมีเพียงขอบเขตสยบความว่างเปล่าระดับที่ 8 จะเป็นคู่มือของพวกมันได้หรือ?
เหนือสำนักกระบี่ไท่สิง
ศิษย์นับร้อยคนที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ
เดิมทีพวกเขาหมดอาลัยตายอยากในชีวิตไปแล้ว
แต่ในวินาทีนี้
ร่างของพวกเขาพลันหยุดชะงักกลางอากาศ
ราวกับมีพลังที่มองไม่เห็นบางอย่างฉุดรั้งพวกเขาไว้ ไม่ให้ตกลงไปในปากแห่งความตาย
วิญญาณโลหิตกลืนเทพร่างยักษ์เห็นอาหารอันโอชะที่จ่อปากอยู่แล้วถูกแย่งชิงไป
ก็โกรธจัดจนควันออกหูทันที
เปรียบเสมือนเป็ดต้มสุกแล้วบินหนี มันจะกลืนความแค้นนี้ลงไปได้อย่างไร
หลังจากคำรามลั่น มันก็เหวี่ยงขวานศึกยักษ์ในมือ หมายจะสังหารศิษย์นับร้อยคนเหล่านั้นให้สิ้นซาก
ในตอนนั้นเอง ปราณกระบี่อันคมกริบสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า
“ฉับ!”
ปราณกระบี่สายนี้ ตัดแขนข้างที่ถือขวานศึกของมันขาดสะบั้นตั้งแต่หัวไหล่!
“โฮก!”
วิญญาณโลหิตกลืนเทพกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
การถูกตัดแขน สำหรับมันแล้วถือเป็นอาการบาดเจ็บสาหัส!
เลือดที่ไหลทะลักออกมาจากบาดแผลถูกค่ายกลทะเลเลือดดูดกลับเข้าไป
ทันใดนั้น วิญญาณโลหิตกลืนเทพราวกับสัมผัสได้ถึงตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวบางอย่าง จนทำให้มันขวัญหนีดีฝ่อ
เพียงแค่เผลอแวบเดียว วิญญาณโลหิตกลืนเทพก็รีบมุดหนีเข้าไปในค่ายกลทะเลเลือด และหายวับไปกับตา
หลิงจิ้วและหลิงเฉินต่างตกใจจนหัวใจเต้นรัว
ตัวตนที่ทำให้วิญญาณโลหิตกลืนเทพหวาดกลัวจนหัวหด สำนักกระบี่ไท่สิงยังมีตัวตนระดับนี้อยู่อีกหรือ?
ปราณกระบี่เมื่อครู่ ตัดแขนของมันขาดสะบั้นในดาบเดียว
นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะทำได้
อย่าเห็นว่าวิญญาณโลหิตกลืนเทพที่พวกมันเลี้ยงดูยังอยู่ในวัยเยาว์ แต่ความแข็งแกร่งของมันเทียบเท่าผู้ฝึกตนขอบเขตตำหนักเทพเลยทีเดียว
“สำนักกระบี่ไท่สิงยังมียอดฝีมือแฝงตัวอยู่”
“ต้องระวังให้ดี”
หลิงจิ้วกวาดสายตาไปรอบทิศ เงี่ยหูฟังทุกสรรพเสียง ต้องการจะหาตัวคนลงมือในเงามืดให้พบ
คนทั้งสำนักกระบี่ไท่สิงเห็นฉากนี้ ต่างรู้สึกโล่งอกราวกับยกภูเขาออกจากอก
หรือว่าท่านนักบุญจะเมตตา ยอมยื่นมือเข้าช่วยเหลือสำนักกระบี่ไท่สิงแล้ว?
ใช่แล้ว
ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ มีเพียงนักบุญเท่านั้นที่จะมีความสามารถขนาดนี้
สวรรค์คุ้มครองสำนักกระบี่ไท่สิง
มีนักบุญลงมือ ยังต้องกลัวอะไรอีก?
คนทั้งสำนักกระบี่ไท่สิงต่างซาบซึ้งในพระคุณ บุญคุณช่วยชีวิต เปรียบเสมือนให้กำเนิดใหม่
แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ หรือว่าจะเป็นศิษย์ลึกลับผู้นั้นที่ลงมือ?
หลิงจิ้วและหลิงเฉินกวาดตามองไปรอบๆ พลังจิตสัมผัสตรวจสอบไม่หยุดหย่อน
แต่ก็ยังหาตัวคนลงมือในที่ลับไม่เจอ
“คนผู้นี้ไม่ธรรมดา”
“ตอนนี้เรามีสองทางเลือก”
“หนึ่งคือรีบเผด็จศึก จัดการสำนักกระบี่ไท่สิงให้เร็วที่สุด”
“สองคือถอยกลับไปก่อน กลับไปรายงานท่านประมุข แล้วค่อยวางแผนกันใหม่” หลิงเฉินกล่าวหลังจากไตร่ตรองอย่างรอบคอบ
หลิงจิ้วส่ายหน้า
“ไม่มีทางเลือกแล้ว”
“ตอนนี้ท่านประมุขกำลังโกรธจัด หากทำภารกิจนี้ไม่สำเร็จ ผลที่ตามมาคงเลวร้ายเกินจินตนาการ”
“ใช้วิชานั้นเถอะ!”
หลิงเฉินเข้าใจความหมายทันที
“แน่ใจนะ?”
“แน่ใจ!”
แววตาของหลิงเฉินเปลี่ยนเป็นลึกล้ำ ลึกล้ำจนยากหยั่งถึง ราวกับจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งในโลกหล้า
“ก็ได้ วันนี้ข้าจะบ้าไปกับเจ้าด้วย!”
พูดจบ ทั้งสองก็ประสานมุทรา แปรเปลี่ยนท่าร่างอย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางความว่างเปล่า กลิ่นอายแห่งเต๋าสายหนึ่งไหลเวียน
ค่ายกลทะเลเลือดค่อยๆ หดตัวลง หรือจะพูดให้ถูกคือ มันกำลังหลอมรวมเข้ากับหลิงจิ้วและหลิงเฉิน
กลิ่นอายของคนทั้งสองพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด
หลังจากความปั่นป่วนผ่านพ้นไป
หมอกโลหิตจางๆ ปกคลุมไปทั่ว
เมื่อทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ คนสองคนที่เคยลอยอยู่กลางอากาศ บัดนี้เหลือเพียงคนเดียว
และคนคนนี้ ดูประหลาดพิสดารอย่างยิ่ง
จะคนก็ไม่ใช่ จะผีก็ไม่เชิง
ครึ่งหนึ่งเป็นใบหน้าของหลิงจิ้ว อีกครึ่งหนึ่งเป็นใบหน้าของหลิงเฉิน
สองคนนี้ถึงกับหลอมรวมร่างกัน?
นี่มันวิชาสยดสยองอะไรกัน?
เคล็ดวิชามารโลหิตอมตะผสานร่าง!
นี่คือหนึ่งในยอดวิชาลับของสำนักมารโลหิต
สามารถทำให้คนสองคนหลอมรวมร่างกันได้ชั่วคราว
อย่าเห็นว่าเป็นแค่การรวมร่างของคนสองคน พลังที่เพิ่มขึ้นนั้นไม่ใช่แค่หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง
ภายในสุสานกระบี่ ดวงตาของฉินเฟิงทอประกายแสงสีทอง
ภายใต้การทำงานของเนตรทองคำหลอมโลกา แม้จะอยู่ห่างไกล ฉินเฟิงก็สามารถมองเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจน
“ถึงกับรวมร่างกันเชียวรึ!”
“ก็ดี แบบนี้ข้าก็ประหยัดแรงไปได้หน่อย”
“หนึ่งกระบี่สังหารมันทั้งคู่!”
ฉินเฟิงกำกระบี่สนิมในมือแน่น
แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว
ชักกระบี่!
เคร้ง!
กระบี่สนิมออกจากฝัก
กระบี่นี้ เป็นเพียงการชักกระบี่ฟันธรรมดาๆ
แต่ภายในกลับแฝงไว้ด้วยสัจธรรมแห่งมหาเต๋าอันสูงสุด
วินาทีนี้ กลิ่นอายแห่งเต๋าหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว แรงกดดันอันมหาศาลกดทับจนคนทั้งสำนักกระบี่ไท่สิงหนาวสะท้าน
ภายใต้เคล็ดวิชามหาเต๋าซ่อนเร้น ผู้คนไม่อาจแยกแยะได้ว่าอานุภาพแห่งอิทธิฤทธิ์นี้มาจากที่ใด
เห็นเพียงความว่างเปล่าสั่นสะเทือน และบนท้องนภาก็ปรากฏรอยแยกมิติขนาดยักษ์ยาวพันจ้าง
ทำให้รู้สึกราวกับว่าอานุภาพนี้เกิดขึ้นเองจากความว่างเปล่า ไร้ซึ่งสัญญาณเตือนใดๆ
อานุภาพที่ดูเหมือนจะทำลายล้างทุกสรรพสิ่งกวาดผ่านไป
หลิงจิ้วและหลิงเฉินที่หลอมรวมร่างกัน รูม่านตาขยายกว้าง
สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวที่มีมาแต่กำเนิด
นี่คือการสั่นสะท้านจากดวงวิญญาณ
ทำให้พวกมันขวัญผวา จนขยับตัวไม่ได้! ทำได้เพียงปล่อยให้อานุภาพนั้นพัดผ่านร่างไป
เมื่ออานุภาพจางหายไป
บนความว่างเปล่า ไหนเลยจะมีเงาร่างของหลิงจิ้วและหลิงเฉินหลงเหลืออยู่
ทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิม
ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คนนับพันในสำนักกระบี่ไท่สิง มองดูท้องฟ้าด้วยความตกตะลึง อ้าปากค้าง พูดไม่ออก
บนยอดเขาไกลๆ นักบุญกระบี่ชิงเสวียนพยักหน้าเบาๆ
“กระบี่นี้ ยอดเยี่ยมจริงๆ!!!”
ภายในสุสานกระบี่ ฉินเฟิงสีหน้าเรียบเฉย จิตใจสงบนิ่ง ดุจบ่อน้ำโบราณไร้ระลอกคลื่น
เมื่อก่อนฉินเฟิงชักกระบี่ในสุสานกระบี่นับหมื่นครั้ง เพียงเพื่อต้องการแข็งแกร่งขึ้น
แต่บัดนี้ฉินเฟิงชักกระบี่ในสุสานกระบี่ เพียงเพื่อสังหารยอดฝีมือขอบเขตตำหนักเทพ
การชักกระบี่ครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อความแข็งแกร่ง!
แต่เพื่อฆ่าคน!!!