เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 ค้อนดาวตก

ตอนที่ 3 ค้อนดาวตก

ตอนที่ 3 ค้อนดาวตก


ถังฮวนจำสามคนนี้ได้อย่างชัดเจน ชายหนุ่มตัวสูงแข็งแรงชื่อถังหง ชายชุดดำถังเจียง และคนผอมอ่อนแอคือถังจุนเจี้ย

เมืองคลื่นคลั่งมีสามตระกูลใหญ่ ซึ่งตระกูลถังคือหนึ่งในนั้น

ถังเทียนเหรินเจ้าตระกูลถังมีน้องชายสองคน ถังเทียนฉี และถังเทียนเฟิง ในบรรดาคนเหล่านั้นถังหงคือลูกคนเล้กของถังเทียนฉี และถังเจียงคือลูกชายคนที่สองของถังเทียนเฟิง

ส่วนถังจุนเจี้ยนั้นเป็นศิษย์ตระกูลถัง

ตัวตนของถังฮวนในฐานะลูกนอกสมรสไม่เป็นความลับในตระกูลถัง ตั้งแต่ที่เขายังเด็กเขาก็มักจะถูกคนตระกูลถังใช้วิธีการต่าง ๆ ข่มเหงรังแกเขา

ถังหง ถังเจียง และถังจุนเจี้ยคือสามคนที่รังแกเขา

ถังฮวนเคยสาบานว่าเขาจะทำให้ทุกคนที่รังแกเขาต้องชดใช้ เพราะแบบนี้ เขาจึงไม่เคยยอมแพ้ในการบ่มเพาะพลังแม้จะไม่สำเร็จมาสิบปี

“ไอ้สุนัข กล้าจ้องข้าเรอะ? ก็ได้ ข้าจะช่วยหักขาเจ้าอีกซักครั้ง!”

การได้เห็นถังฮวนจ้องมองอย่างเกรี้ยวกราดนั้นทำให้ถังหงเป็นเหมือนกับฉลามได้กลิ่นเลือด เขาแสยะยิ้มชั่วร้ายและตบไหล่ของถังฮวนด้วยฝ่ามือ

เช้านี้ เมื่อพวกเขาเจอถังฮวนบนถนน พวกเขาไม่ได้ใส่ใจกับความรุนแรงของการทำร้ายและฆ่าเขา ถังหงและคนอื่นอดรู้สึกผิดเล็ก ๆ ไม่ได้ พวกเขาจึงกลับมาที่นี่เพื่อดูสถานการณ์ในตอนเย็น

พอได้เห็นถังฮวนทำเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถังหงก็หน้าเปลี่ยนสีในทันที

ทันทีที่ฝ่ามือสัมผัสไหล่ของถังฮวน ถังหงก็หัวเราะอย่างชั่วร้าย เขาใช้พลังทั้งหมดและเตรียมจะโยนถังฮวนออกไปอย่างเคย เขาจะโยนถังฮวนใส่โคลนตมเหมือนกับสุนัข

แต่ในตอนนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าถังหงก็นิ่งไป แม้ว่าฝ่ามือของเขาจะจับไหล่ของถังฮวนเอาไว้แต่เขาก็ไม่ขยับแม้แต่น้อย

“ปั้ง!”

ในตอนนั้น ถังหงรู้สึกราวกับว่าท้องของเขาถูกซัดด้วยหินหนักหนึ่งพันกิโล ไส้ในของเขาขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในทันที หลังจากรีดร้องเมื่อโลหิตหลั่งไหลออกมาเขาก็กุมท้องและย่อตัวลงราวกับกุ้งสุก และใบหน้าชั่วร้ายนั้นก็เหี่ยวเป็นดอกเก๊กฮวย

“จะ เจ้า…ไอ้สุนัข…อ๊า…”

ถังหงมองหมัดของถังฮวนที่เพิ่งจะออกจากท้องของเขาอย่างไม่เชื่อสายตา แต่ก่อนที่เขาจะได้ก่นด่าสาปแช่ง เขาก็กรีดร้องออกมาจากลำคอ จากนั้นทั้งร่างของเขาก็ลอยขึ้นและโดนหมุนในอากาศ เขาถูกโยนออกไปเหมือนกับขี่เมฆ

แผละ!

ร่างกายสูงใหญ่ของถังหงกระแทกถนนข้างร้านตีอาวุธอย่างรุนแรง ในปากของเขาเต็มไปด้วยดิน

“เกิด…เกิดอะไรขึ้น?”

“ข้าตาฝาดไปรึไง?”

ถังเจียงและถังจุนเจี้ยกำลังจะรอดูอะไรน่าสนุก แต่พวกเขาไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นภาพแบบนั้นในตอนสุดท้าย ทั้งสองตกใจจนลูกตาแทบจะหลุดออกจากเบ้า ในตอนนี้รอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขาหายไปแล้ว และสีหน้าของพวกเขาก็แปลกไปโดยสิ้นเชิง

ถังฮวนยืนอยู่ที่เดิมและมองมือขวาของเขาด้วยความแปลกใจ

ถังหงนั้นอายุเท่ากับถังฮวน แต่ความต่างก็คือถังหงนั้นเปิดเส้นปราณมาแล้วห้าเส้น และถ้าหากเขาเปิดเส้นปราณอีกเส้นเขาจะกลายเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นสอง

ในอดีตเมื่อเขาได้เจอกับถังหง เด็กหนุ่มถังฮวนนั้นทำได้แค่โดนทำร้ายและไม่มีกำลังจะโต้ตอบ

ในครั้งนี้ถังฮวนได้วางแผนจะทำให้ถังหงทรมานเล็กน้อยให้เขาสลบไป

แม้เขาจะเปิดเส้นปราณสามเส้นในวันนี้และกลายเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นหนึ่ง แต่มันก็ยังมีช่องว่างคือปราณอีกสองเส้นระหว่างเขากับถังหง เขาไม่คิดว่าเขาจะเอาชนะถังหงได้ แต่เขาไม่คิดเลยว่าแค่หมัดเดียวจะทำให้ถังหงอยู่ในสภาพปางตายเช่นนั้น

“อึก!”

“อ้อก!”

ถังหงได้สติกลับมา เขาบ้วนทรายออกจากปากและพลิกตัวคลานขึ้นมา ไม่เพียงแต่จมูกจะมีโลหิตไหล แต่ฟันหน้าของเขาก็หักไปสองซี่ด้วย

“ไอ้สุนัข เจ้าอยากตายเรอะ!”

ถังหงร้องคำรามด้วยความโกรธและความอัปยศ ดาบยาวที่เอวของเขาถูกดึงออกจากฝัก

เขาคิดว่าถังฮวนจะต่อต้าน แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย การสวนกลับของคนธรรมดาย่อมไม่เป็นภัยกับเขาที่กำลังจะเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นสอง แต่เรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นกลับเกิดขึ้นอย่างที่เขาไม่คาดคิด และเขาก็ถูกอัดจนแย่จากคนที่เขารังแกมาหลายปี

ในตอนนี้ ถังหงรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว ดวงตาที่โกรธเกรี้ยวจนแทบจะพ่นไฟออกมาได้นั้นปรารถนาจะบดขยี้ใบหน้าที่เขามองให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

ถังหงเดินไปได้ไม่กี่ก้าวและต้องอดทนกับความเจ็บปวดที่ท้องและพุ่งเข้าใส่ถังฮวนด้วยดาบของเขา

“ค้อนดาวตก!”

ถังหงตะโกนด้วยตาแดงก่ำ เขาเหวี่ยงแขนและดาบในมือที่เหมือนกับค้อนก็ถูกขวางออกมาตรงไปที่หน้าถังฮวน มันเร็วราวกับดาวตกและส่งเสียงกรีดลม

แม้ว่า “ค้อนดาวตก” ในคำจะมีคำว่า “ค้อน” อยู่ด้วย แต่มันก็ไม่ใช่วิชาค้อนแต่เป็นวิชาดาบ

ในบรรดาวิชาต่อสู้ระดับต่ำของตระกูลถังนั้น “ค้อนดาวตก” นับว่ามีพลังไม่เลว มันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทั้งรุนแรงและรวดเร็ว ดาบที่หนักราวกับค้อนและยังหนักราวกับดาวตก ถังหงบ่มเพาะ “ค้อนดาวตก” มานานหลายปีแล้ว และเขาก็เข้าใจแก่นแท้ของวิชาระดับต่ำนี้

ในชีวิตที่แล้วของเขา ถังฮวนไม่เคยต่อสู้กับใครมาก่อน และหลังจากเกิดใหม่บนโลกใบนี้เขาก็ไม่มีเวลาที่จะได้บ่มเพาะวิชาต่อสู้อะไร แม้ว่าเด็กหนุ่มถังฮวนจะเรียนรู้วิชาหมัดมาบ้างแต่เขาก็ไม่มีพลังที่มากพอ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะต่อสู้กับใคร ยิ่งไปกว่านั้นก็ไม่มีทางที่เขาจะใช้กำปั้นสัมผัสกับคมดาบได้อยู่แล้ว

เมื่อเห็นดาบของถังหงใกล้เข้ามาอย่างน่ากลัว ถังฮวนก็ตื่นตระหนก

แต่เขาไม่มีเวลาจะคิดอะไรมากและรีบถอยไปที่ข้างโต๊ะไม้ ส่วนถังหงเองก็สาวเท้าเข้ามาข้างหน้าพร้อมกับดาบตามมาติด ๆ ถังฮวนรู้สึกถึงปราณอันเยือกเย็นจากดาบยาวตรงหน้าและรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้วตัว

ถังหงลนลานและไร้สติ เขาใช้อาวุธกับการโจมตีอย่างไร้ปรานี ถ้าแทงโดนไปเมื่อไหร่ไม่ตายก็บาดเจ็บสาหัส

เหลือบมองดาบยาวที่ปักอยู่บนโต๊ะในความสิ้นหวัง ถังฮวนคว้าดาบอย่างไม่ลังเลและคว้ามันขึ้นมาปัดปายของถังหง

“ฟู่ว!”

ในทันทีที่เขาจับด้ามดาบ ถังฮซนรู้สึกถึงปราณแท้ในเส้นปราณทั้งสามที่ไหลพร้อมกันและเข้าไปรวมตัวใน “เตาหลอมเทพเก้าหยาง” และจากนั้นมันก็ปะทุออกมาจากเตาหลอมราวกับภูเขาไฟ ในพริบตานั้นพลังได้ไหลมาแขนของเขาและไหลต่อไปที่ดาบ

ในเวลาเสี้ยววินาที ดาบก็ได้ปะทะกับคมดาบ

“แกร๊ง!”

เสียงแหลมของโลหะกระทบกันดังขึ้น ดาบยาวกระเด็นไปด้านข้างในทันทีและถังหงก็ผงะไปข้างหลัง

“ปราณแท้?”

หลังจากยืนได้มั่นคงแล้วถังหงก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจ เมื่อดาบและดาบของเขาปะทะกัน เขารู้สึกถึงแรงมหาศาลที่กระแทกเข้ามาจนทำให้มือของเขาชาและดาบก็เกือบจะหลุดมือไป

แต่หลังจากตกใจได้ไม่นานสีหน้าของถังหงก็ยิ่งไม่น่าดูกว่าเดิม

“ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าจะกล้าอวดดีเช่นนี้ เจ้ามีปราณแท้นี่เอง! วันนี้คงเป็นวันที่เจ้าเปิดเส้นปราณแรกได้ แต่ถ้าเจ้าคิดว่าจะสู้ข้าได้ด้วยปราณแท้แค่นิดเดียวล่ะก็ เจ้าก็เข้าใจผิดแล้ว”

“ไอ้สุนัข หมอบลงไป!”

ถังหงสะบัดข้อมือและตะโกน ดาบยาวมีแสงสีเขียวอ่อนและฟันมาทางซ้ายของเอวถังฮวนที่มุมที่หลบได้ยาก กระบวนท่านี้มีพลังเต็มที่ของวิชา “ค้อนดาวตก” ไม่เพียงแต่จะแข็งแกร่ง แต่มันยังรวดเร็วปานสายฟ้าด้วย

ถังฮวนเองก็ตกใจที่เขาป้องกันการโจมตีเมื่อครู่ได้

ก่อนที่เขาจะดึงสติได้เขาก็เหลือบเห็นประกายแสงอันเกรี้ยวกราดจากดาบของถังหง มันทำให้ถังฮวนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ ดาบของเขาเร็วเกินไปและเมื่อถังหงเคลื่อนไหว สายลมจากคมดาบก็มาถึงเอวของเขาแล้ว ราวกับว่ามันจะหั่นเสื้อของเขาให้ขาดออกจากกัน

ในตอนนี้ ถังฮวนไม่มีเวลาให้คิด เขาต้องตะโกนเสียงดังและไม่หลบคมดาบของถังหง แต่เขายกดาบยาวในมือและดาบยาว 1.5 เมตรก็ฟันเข้าไปที่หัวของถังหงด้วยพลังสายฟ้าฟาด ในยามวิกฤตินั้นถังฮวนเลือกหนทางที่เขาทั้งคู่จะเจ็บตัว

“ไอ้บัดซบ!”

ถังหงตะโกนเสียงดังเมื่อเห็นแบบนั้น

ดาบของเขานั้นฟันจนเป็นแผลที่เอวถังฮวนได้แน่นอน แต่ดาบของถังฮวนนั้นจะผ่าหัวของเขาเป็นสองซีกได้ เขายังอายุน้อยและมีอนาคตยาวไกล เขาจะต้องตายไปด้วยกันกับถังฮวนงั้นรึ?

ถังหงไม่ลังเลแม้แต่น้อย ในเวลาเดียวกับที่เขาหลบ วิถีดาบของเขาก็ได้เปลี่ยนไปซัดไปที่ดาบยาว

“แกร๊ง!”

ดาบยาวและดาบได้ปะทะกันอีกครั้ง

ถังหงร้องออกมาด้วยความตกใจ ในมือของเขาทั้งเจ็บและชาและเขาก็ถือดาบไม่ไหวอีกจนมันหล่นลงพื้น ครั้งที่แล้วถังฮวนรีบรับการโจมตี แต่ครั้งนี้ถังฮวนใช้พลังเต็มที่และพลังย่อมเทียบไม่ได้กับครั้งก่อน

เห็นเป็นแบบนี้ ถังเจียงและถังจุนเจี้ยที่อยู่ไม่ไกลก็ลิ้นพันกัน

“จะ เจ้า”

“ปราณแท้ของเจ้า…”

ถังหงไม่อยากจะเชื่อสายตา เขาจ้องมองถังฮวนด้วยโทสะและความตกใจ ทันทีที่ดาบของพวกเขาปะทะกัน เขาก็รู้สึกถึงปราณแท้ของถังฮวนอีกครั้ง

ยิ่งไปกว่านั้น มันยังชัดเจนยิ่งกว่าครั้งที่แล้ว

ที่ทำให้ถังหงรู้สึกตกใจยิ่งกว่าก็คือพลังปราณแท้ของถังฮวนที่ดูจะมาถึงขีดจำกัดของผู้ฝึกยุทธขั้นหนึ่ง

ในดินแดนรุ่นโรจน์แห่งนี้ ผู้ฝึกยุทธขั้นหนึ่งอายุสิบหกปีนั้นหาได้ง่ายมาก แต่น่าแปลกที่ถังฮวนที่เป็นคนธรรมดาอย่างเห็นได้ชัดในตอนเช้า แต่ในตอนเย็นกลับกลายเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นหนึ่งที่แกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร?

ถังฮวนบ่มเพาะพลังมาหลายปีแล้ว มันจึงไม่แปลกที่จู่ ๆ เขาจะเปิดเส้นปราณเส้นแรกได้ในวันนี้ แต่เขาจะเปิดเส้นปราณสามหรืือสี่เส้นหรือห้าเส้นในวันเดียวได้อย่างไร?

แค่วันสั้น ๆ ปราณแท้ของถังฮวนก็แข็งแกร่งกว่าเขาที่บ่มเพาะพลังมาหลายปี! ครั้งแรกนั้นไม่เป็นไร แต่ครั้งที่สองที่เขาใช้ปราณแท้ไปเกือบทั้งหมด ไม่เพียงแต่เขาจะป้องกันดาบของถังฮวนออกไปได้ แต่ดาบของเขายังกระเด็นหลุดมือไปอีก

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?”

ถังหงอ้าปากค้างและความคิดก็หยุดแล่นเข้ามาในหัวไม่ได้

เทียบกับความตกใจของเขานั้น ถังฮวนกลับดีใจ เขาก้าวเท้าอย่างไม่หยุดพักตรงไปปล่อยกำปั้นใส่อกของถังหงอย่างป่าเถื่อน

เมื่อถังหงได้สติ มันก็สายเกินไปแล้วที่จะหลบ

“ปั้ง!”

หมัดของถังฮวนโดนเป้า และปราณแท้ก็พุ่งพล่านออกมาอีกครั้ง ถังหงกระเด็นลอยไปจากหมัดและกระแทกพื้นที่ห่างออกไปหลายเมตรเหมือนกับว่าวที่โดนตัดสาย คราวนี้เขาลุกขึ้นมาในทันทีไม่ได้ เขานอนลงบนพื้นและกุมอกและร้องครวญครางไม่หยุด

“พี่หง!”

เมื่อเห็นดังนั้น ถังเจียงและถังจุนเจี้ยก็ตะโกนร้องออกมาและรีบวิ่งไปข้างถังหง เมื่อพวกเขาจะพยุงถังหงให้ขึ้นมา พวกเขาก็ตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติไป

หลังจากถังฮวนโค่นถังหงไปแล้ว เขาก็พุ่งใส่ทั้งสองคนอีก

“จัดการมันพร้อมกันเลย!”

ถังเจียงและถังจุนเจี้ยตกใจและโกรธแค้นเมื่อดึงดาบออกมาพร้อมกัน

ในเวลาไม่ถึงวัน คนที่พวกเขารังแกได้ง่ายดายโดยที่ไม่ต้องใช้ปราณแท้กลับมีปราณแท้ขึ้นมา และยังเกรี้ยวกราดได้ถึงเพียงนี้ แม้แต่ถังหงที่เปิดเส้นปราณทั้งห้าออกมาแล้วก็นอนอย่างหมดท่าบนพื้นหลังจากใช้อาวุธ พวกเขาทั้งสองเปิดเส้นปราณมาเพียงสี่เส้น พวกเขาย่อมสู้กันตัวต่อตัวไม่ได้

ในขณะนี้ มีเพียงการที่พวกเขาสองคนร่วมมือกันจึงจะมีโอกาสเอาชนะ แต่พวกเขาก็รู้ว่าโอกาสเอาชนะนั้นมีอยู่ในจินตนาการเท่านั้น

“โครม!”

“โครม!”

ไม่นานสองร่างก็ลงไปกองข้างถังหง

“โอ๊ย”

“โอ๊ย”

“โอ๊ย”

และดาบของพวกเขาก็หล่นลงพื้น

“ไอ้สุนัข แกนะแก…”

ถังหงที่จับลมหายใจได้ในที่สุดนั้นโกรธแค้นยิ่งกว่ากับภาพที่ได้เห็น เมื่อรู้ตัวแล้วว่าถังฮวนมาถึงตรงหน้าพวกเขา เขาก็สบถก่นด่าออกมาเสียงดังโดยไม่ทันคิด

แต่ก่อนที่คำพูดของเขาจะได้ออกมาจากลำคอ รองเท้าผ้าสีดำที่ถูกซักจนขาวก็เหยียบหน้าของเขา ไม่เพียงแต่หน้าเขาจะเจ็บจากพื้นรองเท้าที่แข็งกระด้าง แต่หัวของเขายังรู้สึกเหมือนระเบิดออกมาจากแรงเหยียบหนักอึ้ง

“ไอ้เศษขยะ ปากเจ้าไม่ต่างอะไรไปจากปากสุนัขแล้วยังกล้าอวดดีอีกเรอะ!”

ถังฮวนออกแรงที่เจ้าเข้าไปเพื่อระบายความแค้น

“ไอ้สุนัขเอ้ย ข้ามีพลังพอที่จะอวดดี แล้วเจ้ามีอะไร? ต่อให้เจ้าชนะแล้วมันจะทำไม? เจ้ากล้าฆ่าข้างั้นเรอะ?”

ถังหงรู้สึกอัปยศอดสู้เป็นอย่างมาก ใบหน้าเขาบวมสีเหมือยกับตับหมูและสาปแช่งอย่างดุดัน

“ใช่ ต่อให้มันกล้าแค่ไหนมันก็ไม่กล้าทำอะไรพวกเรา”

“มันไม่กล้าฆ่าพวกเราหรอก!”

ถังเจียงและถังจุนเจี้ยเองก็จ้องมองถังฮวน บาดแผลของพวกเขาไม่ได้หนักเท่ากับถังหงแต่พวกเขาก็ไม่กล้าลุกขึ้นมาเพราะจะโดนอัดลงมาอย่างป่าเถื่อนอีกครั้ง

“ข้าไม่กล้าฆ่าพวกเจ้าในตอนนี้ แต่ก็มีวิธีการมากมายในการจัดการกับพวกเจ้า”

ถังฮวนถอนหายใจแรง สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป

“อย่างเช่น ถอดเสื้อผ้าเจ้าก่อน แล้วก็มัดพวกเจ้าไว้กับหมูตัวเมีย มันเรียกว่าอัศวินหมูใช่ไหม? หึหึ อัศวินหมูหนึ่ง สอง สามตัวในประวัติศาสตร์ดินแดนรุ่งโรจน์ ชื่อนี้ช่างไพเราะนัก”

“เจ้ากล้าเรอะ?”

ถังหงหน้าซีดและกรีดร้อง ถังเจียงและถังจุนเจี้ยสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก เมื่อคิดว่าพวกเขาจะต้องขี่หมูในสภาพเปลือยเปล่าพวกเขาก็ตัวสั่น ถ้าถังฮวนทำแบบนี้จริง ๆ พวกเขาจะต้องกลายเป็นตัวตลกของเมืองคลื่นคลังแน่นอน แล้วต่อไปพวกเขาจะมีหน้าไปเจอใครได้?

“พวกเจ้าคิดว่าข้ากล้าไหมล่ะ?”

ถังฮวนนั่งลงลูบหน้าถังหงด้วยรอยยิ้ม

ถังหงอดเงยหน้ามองไม่ได้ แม้ว่าใบหน้าของถังฮวนจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่ดวงตาของเขานั้นไม่มีร่องรอยของรอยยิ้มเลย

เขากล้าทำจริง ๆ!

ถังหงตัวสั่นไม่หยุด คำสาปแช่งที่จะผุดออกมาจากปากเขานั้นไม่สามารถเอ่ยออกมาได้อีก เขากลืนคำพูดเหล่านั้นลงไปและความหวาดกลัวก็ปรากฏในดวงตา

“ถังฮวน พวกเราล้วนเป็นพี่น้อง เจ้ากล้าป่าเถื่อนขนาดนี้เชียวรึ?”

ถังเจียงกลับมาได้สติและกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก เขาหัวเราะแห้ง ๆ

“พี่น้องรึ? ข้าไม่มีพี่น้องเป็นขยะอย่างเจ้า”

ถังฮวนหัวเราะเหยียดหยามและลุกขึ้นและแตะหน้าถังหงด้วยคมดาบ

“เริ่มกันเถอะ พวกเจ้าจะถอดเสื้อผ้าเองหรืออยากให้ข้าช่วย?”

“ถังฮซน มาคุยกันก่อน เจ้า…”

ถังเจียงฝืนยิ้มและเหลือบมองถังจุนเจี้ยกับถังหงอย่างมีเลศนัย

แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบเขาก็เห็นถังหงถูกยกขึ้นมา จากนั้นไม่นานถังหงก็เปลือยเปล่า มีเพียงความรู้สึกเย็นยะเยือกบนร่างกายเท่านั้นที่ทำให้ถังหงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขา มันเหมือนกับหญิงสาวที่ถูกขืนใจ เขาเอามือปิดจุดสำคัญและกรีดร้อง

ถังฮวนหัวเราะเยาะ มือของเขาไม่หยุดขยับและทำแบบเดิม จากนั้นไม่นานถังเจียงและถังจุนเจี้ยก็เปลือยเปล่าไม่ต่างกับถังหง

ทั้งสามขดตัวเป็นก้อนกลม ใบหน้าแดงก่ำและด้วยตาก็เต็มไปด้วยความอับอาย

ถังฮวนทำปากเหยียดหยามและตีก้นขาว ๆ ของพวกเขาด้วยดาบยาวและแหย่

“เอาล่ะ พวกเจ้าไสหัวไปได้แล้ว ไปแค่นั้นก็มากพอแล้ว ให้เจ้าขี่หมูก็น่าสงสารหมู่เสียเปล่า”

“ถังฮวน…มันจะไม่จบแค่นี้แน่!”

ศักดิ์ศรีของถังหงบอบช้ำอีกครั้ง ใบหน้าของถังหงนั้นทั้งเขียวและแดงและเขาก็ไม่สนใจสิ่งอื่นใด เขาได้แต่กัดฟันและตะโกนร้องด้วยความโกรธ

ถังฮวนทำราวกับไม่ได้ยินอะไร เขาพึมพำกับตัวเอง

“ถ้าหมูไม่ได้ผล แต่ไก่ก็น่าจะใช้ได้ ไม่อย่านั้นข้าจะไปหาไก่สามตัวมามัดกับตรงนั้นของพวกเจ้า มันคงจะสุดยอดไปเลย”

“เร็วเข้า!”

เมื่อถังเจียงกับถังจุนเจี้ยได้ยิน พวกเขาก็กลัวจนหน้าถอดสี พวกเขาไม่สนใจที่จะปิดจุดสำคัญของตัวเองและลากถังหงที่ด้านซ้ายและขวาหนีออกไปไกล

จบบทที่ ตอนที่ 3 ค้อนดาวตก

คัดลอกลิงก์แล้ว