เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 : ดังเปรี้ยงปร้าง? ทัวร์ลงจนดังก็ถือว่าดัง!

บทที่ 10 : ดังเปรี้ยงปร้าง? ทัวร์ลงจนดังก็ถือว่าดัง!

บทที่ 10 : ดังเปรี้ยงปร้าง? ทัวร์ลงจนดังก็ถือว่าดัง!


บทที่ 10 : ดังเปรี้ยงปร้าง? ทัวร์ลงจนดังก็ถือว่าดัง!

เหลียงเหอนั่งขำจนท้องแข็ง มองดูฉากไล่ล่าระหว่างสวีอี้กับเสือโคร่งราชาทมิฬ

ต้องยอมรับเลยว่าสวีอี้ฝีเท้าจัดจ้านมาก ขนาดวิ่งหนีตายขนาดนั้น ข้าวในชามยังไม่หกสักเม็ด

"เหลียงเหอ! ช่วยด้วย!"

หางตาเหลือบไปเห็นเจ้าเสือยักษ์ที่ไม่มีทีท่าว่าจะลดละความพยายาม สวีอี้เริ่มรู้สึกไม่ดี รีบตะโกนขอความช่วยเหลือ

เห็นท่าจะไม่ดี เหลียงเหอก็คงปล่อยเบลอไม่ได้ เพราะยังไงซะเซดริลก็เป็น 'เด็กในปกครอง' ของเธอ

"อะแฮ่ม เซดริล"

เสียงเรียกแผ่วเบาแค่นั้น แต่กลับมีอิทธิพลมหาศาล เซดริลที่กำลังสนุกกับการไล่กวดหยุดกึกทันที แล้ววิ่งดุ๊กดิ๊กกลับมาหาเหลียงเหอ ทิ้งตัวลงนอนข้างๆ อย่างออดอ้อนเหมือนจะฟ้องว่า 'ผมเปล่านะ'

"โอเคๆ รู้แล้วจ้ะว่านายหวังดี อยากช่วยรักษาอาการสะอึกให้คุณหมอใช่ไหมล่ะ?"

"โฮก!" (ใช่แล้ว!)

สวีอี้ที่ในที่สุดก็ได้หยุดพักหายใจ ได้ยินบทสนทนา (ฝ่ายเดียว) ของหนึ่งคนหนึ่งเสือแล้วก็พูดไม่ออก

อยากจะเถียงใจจะขาด แต่พอลองสังเกตตัวเองดู... เฮ้ย! หายสะอึกจริงด้วย!

"เอ๊ะ? ผมหายสะอึกแล้วจริงๆ ด้วย! ทำไมล่ะครับ?"

"ที่ดาวบลูสตาร์บ้านฉัน เขาว่ากันว่าถ้าสะอึกให้ลองทำให้ตกใจ แล้วจะหายเอง เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านน่ะค่ะ"

เหลียงเหอแถไปน้ำขุ่นๆ ด้วยสีหน้าจริงจัง ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเซดริลไม่ได้หวังดีอะไรหรอก แค่อยากแกล้งคนเล่นเฉยๆ

แต่สวีอี้ก็ไม่กล้าเอาเรื่องเจ้าป่าอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้หายสะอึก แถมได้ออกกำลังกายเรียกน้ำย่อย เขารู้สึกว่าตัวเองพร้อมจะฟาดข้าวเพิ่มอีกสองชาม!

"ฮ่าๆ งั้นก็ต้องขอบคุณเซดริลสินะครับ"

สวีอี้หัวเราะแห้งๆ กลับมานั่งประจำที่ข้างหม้อต้มซุป เหงื่อไหลไคลย้อยจากการวิ่งหนีตาย

"โชคดีนะชามไม่แตก งั้นผมลุยต่อละนะ!"

ต้องกินย้อมใจสักหน่อย ขวัญเอ๋ยขวัญมา!

สวีอี้ตักข้าวเข้าปากคำโต รู้สึกเหมือนปากกำลังลุกเป็นไฟ แต่อร่อยจนหยุดไม่ได้ เขาใช้ช้อนตักกินอย่างคล่องแคล่ว เพราะใช้ตะเกียบไม่ค่อยเป็น

"คุณหมอสวี ค่อยๆ กินก็ได้ค่ะ"

เห็นสวีอี้กินมูมมามจนเหงื่อท่วมตัว เหลียงเหอก็ชักเป็นห่วง กลัวว่าอาหารรสจัดจะกัดกระเพาะชาวดาวอื่นเข้าให้

แต่ยังไม่ทันได้เตือน สวีอี้ก็จ้วงช้อนลงไปตักหัวปลานึ่งพริกคำโตเข้าปากไปเต็มๆ ทั้งเนื้อปลาทั้งพริกสับ

"อ๊าก!"

เข้าใจผิดแล้ว ครั้งนี้ไม่ใช่เสียงเสือคำราม แต่เป็นเสียงสวีอี้กรีดร้อง

เขาโดนพริกเล่นงานเข้าให้แล้ว

"ผ... ผม... ผม!"

สวีอี้เผ็ดจนลิ้นชา พูดไม่เป็นภาษา ได้แต่วางชามลงแล้วชี้ปากตัวเอง พัดมือไปมาหวังจะคลายร้อน

"ตายจริง โดนพริกเข้าไปเต็มๆ เลย ดื่มน้ำเร็วค่ะ"

เผ็ด? นี่เรียกว่าเผ็ดเหรอ?

สวีอี้ได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่พร้อมกับประสบการณ์ตรง เขาคว้าแก้วน้ำมากรอกใส่ปากอึกใหญ่

ภาพสวีอี้หน้าแดงเถือก เหงื่อแตกพลั่ก แต่ปากยังเคี้ยวตุ้ยๆ สร้างความขบขันปนสงสารให้กับเพื่อนร่วมงานในห้องควบคุม

"สวีอี้ดูทรมานนะ แต่ทำไมไม่ยอมหยุดกิน?"

"ปากร้องว่าเผ็ด แต่ตักเอาๆ หน้าแดงขนาดนั้นหรือว่าจะเขิน?"

"รสเผ็ดมันเป็นยังไงนะ? เกิดมาไม่เคยลอง อยากรู้จังว่าทำไมเขาถึงเหงื่อแตกขนาดนั้น?"

ขณะที่ทุกคนกำลังสงสัยใคร่รู้เรื่องรสชาติอาหารดาวบลูสตาร์ บนโลกออนไลน์หรือ 'สตาร์เน็ต' ก็กำลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด

บัญชี 'คนเลี้ยงสัตว์ก้อนขน' ที่เหลียงเหอเพิ่งสร้าง ตอนแรกก็เงียบเหงาไม่มีใครสนใจ

แต่ด้วยความน่ารักของสัตว์โลก ชาวเน็ตที่ชอบไถฟีดดูรูปสัตว์ก็เริ่มเห็นโพสต์ของเธอผ่านอัลกอริทึม

"เสือโคร่งราชาทมิฬ? เหยี่ยวล่าสัตว์สีคราม?"

'ริค' บล็อกเกอร์สายธรรมชาติชื่อดัง ผู้รักสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ กำลังเลื่อนดูฟีดเพื่อหาคอนเทนต์มาโพสต์ จู่ๆ สายตาก็ไปสะดุดกับรูปภาพที่เหลียงเหอลงไว้

"ริค รูปนี้มีปัญหาเหรอครับ?"

ผู้ช่วยของริคถามขึ้นเมื่อเห็นเจ้านายจ้องรูปตานิ่ง

ในฐานะนักอนุรักษ์สัตว์ ริคมักจะใช้ชื่อเสียงของตัวเองออกมาแฉพวกรังแกสัตว์ หรือพวกหากินกับสัตว์อย่างผิดกฎหมาย

"ฉันก็ไม่แน่ใจ"

ริคขมวดคิ้ว จ้องมองหน้าจออย่างพินิจพิเคราะห์

"เสือโคร่งราชาทมิฬกับเหยี่ยวล่าสัตว์สีครามเป็นสัตว์คุ้มครองระดับหนึ่งของสหพันธ์ ดูจากรูปก็ปกติดี แต่ว่า..."

"ปกติดีก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอครับ?"

ผู้ช่วยเริ่มงง

"แต่นายดูเทียบกับเหยื่อที่พวกมันจับได้สิ ขนาดตัวของเสือกับเหยี่ยวในรูปนี้ มันใหญ่กว่าปกติเกือบเท่าตัวเลยนะ!"

ไม่ใช่แค่ริคที่สังเกตเห็น ชาวเน็ตตาดีคนอื่นๆ ก็เริ่มจับผิดได้เหมือนกัน

[ขนาดตัวของเสือกับเหยี่ยวในรูปมันผิดสัดส่วนชัดๆ เจ้าของโพสต์แต่งรูปชัวร์!]

[ฉันว่าแล้ว สองตัวนี้จะมาร่วมมือกันล่าสัตว์ได้ไง ของปลอมทั้งเพ!]

[เตือนภัยจ้า! แต่งรูปขำๆ ไม่ว่ากัน แต่นี่เจตนาหลอกลวงเรียกยอดไลก์ชัดๆ อย่าไปหลงกล!]

ชาวเน็ตแห่กันมารุมถล่มบัญชี 'คนเลี้ยงสัตว์ก้อนขน' เรียกร้องให้ลบรูปและแบนบัญชี ฐานหลอกลวงผู้บริโภค

กฎหมายลิขสิทธิ์ของสหพันธ์เข้มงวดมาก การโหลดรูปต้องเสียเงิน ถ้ามาหลอกขายของปลอมแบบนี้ถือว่าผิดกฎหมายร้ายแรง!

จะกินฟรี? ฝันไปเถอะ!

เหลียงเหอที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าตัวเองกลายเป็นนักต้มตุ๋นในสายตาชาวเน็ต ยังคงนอนอาบแดดกับเซดริลและแลนดอนอย่างสบายใจเฉิบ

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด

สวีอี้ที่เพิ่งล้างจานเสร็จและเตรียมตัวจะกลับ กำลังจะเอ่ยลาเหลียงเหอ ก็ต้องชะงักเมื่อออปติคอลคอมของเขาสั่นรัวไม่หยุด

"อะไรกันเนี่ย? ใครทักมารัวขนาดนี้?"

เขากดเปิดดูข้อความ ตาที่โตอยู่แล้วก็ยิ่งเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะถลนออกมา รีบวิ่งแจ้นไปหาเหลียงเหอทันที

"ฮึบ!"

ลืมตัวไปว่ามีเสือนอนอยู่ สวีอี้เบรกตัวโก่งจนเกือบหน้าทิ่มเข้าไปในปากเสือ

"เกือบไปแล้ว เกือบได้เป็นอาหารว่างยามบ่ายแล้วเรา"

สวีอี้ลูบอกปลอบขวัญตัวเอง พลางสบตากับสามชีวิตที่มองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า เขาเลยกลืนน้ำลายเอื๊อก

"เอ่อ... เหลียงเหอ คุณสมัครบัญชีสตาร์เน็ตแล้วลงรูปเซดริลกับแลนดอนไปใช่ไหม?"

"ใช่ค่ะ"

เหลียงเหอลุกขึ้นนั่ง งงว่าทำไมจู่ๆ สวีอี้ถึงถามเรื่องนี้

"ฉันแจ้งหัวหน้าฮั่วแล้ว เขาอนุญาตค่ะ! ฉันไม่ได้ทำผิดกฎนะ"

"ไม่ใช่เรื่องผิดกฎ... เอ้ย ไม่สิ คุณไม่ได้ทำผิดกฎ"

สวีอี้เกาหัวแกรกๆ เรียบเรียงคำพูดไม่ถูก

"ประเด็นคือ ขนาดตัวของเซดริลกับแลนดอนมันใหญ่กว่าปกติมาก ชาวเน็ตเลยเข้าใจผิดว่าคุณแต่งรูปหลอกลวงต้มตุ๋นพวกเขา"

เนื่องจากข้อมูลเรื่องบีสต์แมนระดับ SSS เป็นความลับสุดยอด ฮั่วอันจึงสั่งห้ามไม่ให้ใครบอกความจริงกับเหลียงเหอ สวีอี้เลยต้องอ้อมแอ้มอธิบาย

โชคดีที่เหลียงเหอมาจากดาวบ้านนอกอย่างบลูสตาร์ เลยไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวเท่าไหร่

"ห้ะ? มีงี้ด้วย?"

เหลียงเหอถอนหายใจยาวเหยียด นึกถึงประสบการณ์ทัวร์ลงสมัยอยู่ดาวบลูสตาร์แล้วก็สยอง

"แล้วฉันต้องทำยังไงคะ?"

"ลองลงคลิปวิดีโอดูไหมครับ?"

สวีอี้เสนอทางออก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอสถานการณ์แบบนี้เหมือนกัน แต่เห็นเหลียงเหอนิ่งเฉย ชาวเน็ตยิ่งเดือดดาลหาว่าเธอหนีปัญหา

"ถือซะว่าตอนนี้คุณดังเปรี้ยงปร้างแล้ว... ถึงจะดังในทางลบก็เถอะ"

"ทัวร์ลงจนดังก็ถือว่าดังสินะ"

เหลียงเหอเบ้ปาก ไม่ได้รู้สึกดีใจกับความดังแบบนี้เลยสักนิด

"เข้าใจแล้วค่ะ โชคดีนะที่ตอนพวกเขาออกล่า ฉันถ่ายวิดีโอเก็บไว้ด้วย ไม่งั้นคงแก้ตัวไม่ขึ้นแน่"

คิดถูกจริงๆ ที่เผื่อเหลือเผื่อขาดไว้ เหลียงเหอรีบเปิดออปติคอลคอม เลือกคลิปวิดีโอที่ถ่ายไว้มาตัดต่อ

เธอเลือกช็อตที่ไม่โหดร้ายเกินไป แล้วกดอัปโหลดทันที

เพราะเหลียงเหอเงียบหายไปนาน แฮชแท็ก #คนเลี้ยงสัตว์ก้อนขนหลอกลวง ก็เลยพุ่งทะยานติดเทรนด์อันดับสาม และกำลังไต่ขึ้นอันดับหนึ่งอย่างรวดเร็ว

วินาทีที่เธอเคลื่อนไหว ชาวเน็ตที่ตั้งป้อมรอรุมสกรัมก็กรูเข้ามาทันที

[คลิปวิดีโอบันทึกเหตุการณ์จริง! ขอชมเชยเสือโคร่งราชาทมิฬกับเหยี่ยวล่าสัตว์สีครามอีกครั้ง เก่งสุดยอด! ปล. ยินดีให้มาจับผิดภาพ! (แนบคลิป)]

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 10 : ดังเปรี้ยงปร้าง? ทัวร์ลงจนดังก็ถือว่าดัง!

คัดลอกลิงก์แล้ว