- หน้าแรก
- ม่านหมอกอาถรรพ์ เจียงซานกับคำสาปพลิกโลก
- บทที่ 1 - ใบหน้าปริศนานอกหน้าต่าง
บทที่ 1 - ใบหน้าปริศนานอกหน้าต่าง
บทที่ 1 - ใบหน้าปริศนานอกหน้าต่าง
เมืองต้าชาง
โรงเรียนมัธยมที่สาม
"เฮ้ย พวกนายได้ยินข่าวลือหรือเปล่า โรงเรียนมัธยมข้างๆ เรามีผีอาละวาดด้วยนะ!"
"หา จริงดิ อย่ามาหลอกให้กลัวนะเว้ย"
ในช่วงเวลาพักเบรกของการเรียนภาคค่ำ เจียงซานที่กำลังฟุบหลับอยู่บนโต๊ะก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงร้องตกใจของเพื่อนนักเรียนหญิง
"เรื่องจริง! ป้าสะใภ้ฉันบอกว่าตายกันไปหลายสิบศพแล้ว ตอนนี้โรงเรียนนั้นถูกสั่งปิดมาสองวันแล้วด้วย!"
"พอได้แล้ว ฉันกลัวนะ"
"กลัวเหรอ... งั้นคืนนี้ให้ฉันไปส่งที่บ้านไหม พอดีทางเดียวกันเลย"
เจียงซานที่ตอนแรกยังรู้สึกสงสัยใคร่รู้ พอได้ยินประโยคสุดท้ายเขาก็หมดความสนใจทันที
เล่าเรื่องผีเพื่อจะไปส่งสาวกลับบ้าน มุกตื้นๆ แบบนี้เขาเลิกใช้ไปตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนแล้ว
"ทางเดียวกันบ้านแกสิ หลี่หนาน บ้านนายอยู่ทางเหนือของเมือง แต่บ้านหวังหยวนหยวนอยู่ทางใต้ แต่งเรื่องมาหลอกสาวแบบนี้ไม่อายบ้างหรือไง"
"ลู่เทา แกไม่พูดก็ไม่มีใครหาว่าเป็นใบ้หรอกนะ อยากมีซีนนักหรือไง"
บรรยากาศที่เคยกลมเกลียวของกลุ่มนักเรียนที่จับกลุ่มคุยกัน แปรเปลี่ยนเป็นการทะเลาะเบาะแว้งในทันที
เจียงซานไม่มีอารมณ์จะดูพวกนั้นเถียงกัน สิ่งที่เขาใส่ใจตอนนี้คือเมื่อไหร่จะเลิกเรียนเสียที เขาจึงก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ
"20:50"
"เฮ้อ โรงเรียนนี้ไม่เห็นนักเรียนเป็นคนหรือไงนะ ให้เรียนเสริมมันทุกห้อง แถมยังลากยาวไปจนถึงสี่ทุ่ม"
"พี่มืดที่อเมริกายังได้นอนหลับสบายกว่าฉันอีกมั้ง"
หลังจากบ่นพึมพำ เจียงซานที่กำลังเบื่อหน่ายก็มองออกไปนอกหน้าต่าง
หมอกหนาทึบสีเทาบดบังสายตาของเขา แสงไฟตามทางเดินในโรงเรียนส่องสว่างวูบวาบอยู่ท่ามกลางสายหมอก หมอกสีเทาดำดูราวกับกำลังกลืนกินทุกสรรพสิ่งนอกหน้าต่างจนมองอะไรไม่เห็น
"ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งทะลุปรอทหรือไง"
ภาพนอกหน้าต่างทำให้เจียงซานรู้สึกหดหู่ใจ ประกอบกับเรื่อง "ผี" ที่หลี่หนานพูดเมื่อครู่
เจียงซานอดไม่ได้ที่จะนึกย้อนไปถึงคาบเรียนภาคค่ำเมื่อวานซืน มีคนแปลกหน้าคนหนึ่งเข้ามาในห้องเรียนเพื่อจัดกิจกรรม "อบรมความปลอดภัย" และได้พูดประโยคหนึ่งไว้
หนึ่ง ผีไม่อาจถูกฆ่าให้ตายได้
สอง สิ่งเดียวที่จัดการผีได้ก็คือผี
สาม ต้องหยั่งรู้กฎของผี
นอกจากนั้นยังพูดพล่ามเรื่องผีแปลกๆ อีกตั้งมากมาย
ถึงแม้คนคนนั้นจะพูดจาดูจริงจังแค่ไหน แต่ในยุคสมัยนี้คงไม่มีใครเชื่อเรื่องผีสางกันแล้ว
แม้ในหัวของเจียงซานจะรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด แต่เขาก็คิดแค่ว่าตัวเองคงเคยอ่านเจอเรื่องสยองขวัญทำนองนี้ในนิยายสักเรื่องมาก่อน
ดังนั้นเพื่อนในห้องจึงทำตัวตามปกติ คิดซะว่าเป็นแค่เรื่องเล่าสยองขวัญขำๆ และตัวเขาเองก็เช่นกัน
"ไร้สาระ โลกนี้จะมีผีได้ยังไง"
"ต่อให้มีผีจริง ความกลัวทั้งหมดก็เกิดจากการที่มีอาวุธไม่หนักพอเท่านั้นแหละ"
ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่พอตระหนักถึงแววตาอันแปลกประหลาดของคนคนนั้น เจียงซานก็ยังรู้สึกขนลุกซู่ในใจ
เขาส่ายหน้า พยายามสลัดคำพูดเรื่องผีเหล่านั้นทิ้งไป
นี่มันศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดแล้ว เรื่องกฎสยองขวัญพวกนี้เอาไว้หลอกเด็กประถมเถอะ เขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด
"ซ่า... ซ่า..."
ทันใดนั้นไฟในห้องเรียนก็หรี่ลง แล้วสว่างวาบขึ้นมาในชั่วพริบตา
"!"
ในจังหวะที่ไฟกะพริบลงนั่นเอง
โดยไม่ทันตั้งตัว เจียงซานเหลือบไปเห็นเงาใบหน้าคนอยู่นอกหน้าต่างตรงโต๊ะข้างหน้า ดวงตาของเขาเบิกโพลง ร่างกายเกร็งเขม็งทันที
เมื่อเพ่งมองให้ชัด มันคือใบหน้าคนที่เน่าเฟะจนถึงที่สุด ผิวซีดเผือกมีเลือดซึม กำลังแนบสนิทอยู่กับกระจก สายตาที่เย็นยะเยือกและไร้ชีวิตชีวาปราศจากอารมณ์ความเป็นมนุษย์กำลังจ้องเขม็งไปที่เพื่อนโต๊ะหน้าของเขา!
เจียงซานรู้สึกหนังหัวชาวาบ หางตาเหลือบไปเห็นอีกด้าน
เขาพบว่าหน้าต่างข้างตัวเขาก็มีใบหน้าคนกำลังจ้องมองเขาอยู่เช่นกัน!
ความหนาวเหน็บแล่นจากฝ่าเท้าขึ้นสู่ทั่วร่าง ความหวาดกลัวขั้นสุดทำให้หัวใจของเจียงซานเต้นรัวราวกับกลองเพล เขาขบกรามแน่นเพื่อกลั้นเสียงร้องไม่ให้หลุดออกมา
"ตัวบ้าอะไรวะนั่น!"
เจียงซานสบถในใจด้วยความโกรธปนตระหนก เล็บจิกเข้าเนื้อแน่น หน้าซีดเผือกขณะดีดตัวลุกขึ้นยืนอย่างแรง ด้วยความกลัวจนร่างกายแข็งทื่อทำให้เขาชนโต๊ะเก้าอี้ล้มระเนระนาด
"โครม!"
เสียงดังสนั่นที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ห้องเรียนที่จอแจเงียบกริบลงทันตา เพื่อนร่วมชั้นทุกคนหันมามองเขาเป็นตาเดียว
"เจียงซาน เป็นอะไรหรือเปล่า รีบนั่งลงสิ เดี๋ยวครูประจำชั้นก็มาแล้ว" เฉินเย่ว์เพื่อนร่วมโต๊ะผู้หญิงของเจียงซานเตือนด้วยความหวังดี
แต่เจียงซานกลับเหมือนไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น สายตาที่หวาดกลัวของเขาจ้องเขม็งไปที่นอกหน้าต่าง
"ฮ่าๆๆ เจียงซาน นายเห็นผีหรือไง ทำหน้าตื่นซะขนาดนั้น"
"นอกหน้าต่างนั่นมันไม่เห็นจะมีอะไรเลย?"
ลู่เทาที่ตกใจกับเสียงโครมครามเมื่อครู่มองตามสายตาเจียงซานไปด้วยความหงุดหงิด นอกจากหมอกหนาสีเทาแล้ว เขาก็ไม่เห็นอะไรเลย
"เป็นไป... ได้ยังไง..."
ยังไม่ทันที่เจียงซานจะพูดจบ เสียงตะคอกด้วยความโมโหก็ดังมาจากหน้าประตู
"ฉันเพิ่งออกมาจากห้องพักครู อยู่ตรงทางเดินก็ได้ยินเสียงห้องเราดังที่สุด!"
"เจียงซาน! เธอลุกขึ้นมาทำอะไร เพื่อนทั้งห้องเขากำลังตั้งใจเรียนกันเธอไม่เห็นเหรอ ถ้าเธอไม่อยากเรียนก็อย่ามารบกวนคนอื่น!"
เวลานั้นเอง ครูประจำชั้นก็เดินเข้ามาทางประตูหน้า สีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่ากำลังโกรธจัด
เมื่อเห็นว่าครูประจำชั้นกำลังจะระเบิดอารมณ์ เฉินเย่ว์จึงรีบดึงชายเสื้อเจียงซานแล้วลากเขาให้นั่งลง
เจียงซานนั่งลงบนเก้าอี้โดยไม่พูดไม่จา เหงื่อเย็นไหลโซมกาย ขาทั้งสองข้างสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้
เขาขอสาบานเลยว่าเมื่อกี้เขาดูไม่ผิดแน่ นอกหน้าต่างนั่นมันหน้าคนตายชัดๆ!
แต่ทำไมหน้าคนพวกนั้นถึงจู่ๆ ก็หายไป?
หรือว่าเขาจะตาฝาดไปจริงๆ?
เจียงซานหน้าถอดสี เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติให้กลับมาเยือกเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ปัง!"
"หลี่หนาน เธอแหกตาดูสิว่าเธอเขียนอะไรลงไป ผีจับยัดหรือไงฮะ?!"
เสียงหนังสือฟาดลงบนโต๊ะหน้าชั้นเรียนทำเอาเจียงซานสะดุ้งโหยง เขาเงยหน้ามองไปตามเสียงทันที
ครูประจำชั้นยังคงตะคอกด้วยความเดือดดาล
"ไอ้โรงเรียนเนี่ย ถ้าเรียนไหวก็เรียน ถ้าเรียนไม่ไหวก็ไสหัวกลับบ้านไป!"
บนกระดานไวท์บอร์ดที่ฉายภาพขึ้นจอ ปรากฏภาพการบ้านของหลี่หนาน
เส้นสายสีดำบิดเบี้ยวและเส้นสีแดงฉานราวกับเลือดประกอบกันขึ้นเป็นตัวอักษรวิปลาส สีแดงเลือดและสีดำทมึนตัดกับกระดาษสีขาวดูราวกับมันสมองที่น่าสยดสยอง
เรียงความแปดร้อยคำ ถูกเขาเปลี่ยนให้กลายเป็นงานศิลปะสยองขวัญไปเสียแล้ว
เพื่อนหลายคนกลั้นขำ พลางเหลือบตามองหลี่หนานที่ก้มหน้างุด
เจียงซานเองก็ไม่เข้าใจ หลี่หนานถึงจะเรียนไม่เก่ง แต่ก็ไม่น่าจะโง่ถึงขนาดทำตัวเหลวไหลอย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้
การทำตัวเหลวไหล มันต้องเนียนๆ สิถึงจะเรียกว่าศิลปะ
หลี่หนานเล่นแบบนี้ มันไม่ต่างอะไรกับจุดตะเกียงในห้องส้วม... รนหาที่ตายชัดๆ
เจียงซานปรายตามอง คิ้วขมวดมุ่น
ไม่รู้ทำไม แวบแรกที่เขาเห็น "อักษรผี" พวกนั้น ในใจกลับรู้สึกอึดอัดอย่างรุนแรง ความหวาดหวั่นผุดขึ้นมาในก้นบึ้งของจิตใจ
เมื่อเห็นหลี่หนานเอาแต่เงียบ ไฟโทสะของครูประจำชั้นก็ยิ่งลุกโชน
"ไสหัวออกไปยืนหน้าห้องจนกว่าจะเลิกเรียน พรุ่งนี้เช้าหกโมงเอาเรียงความมาส่งฉัน ถ้าส่งไม่ได้ก็ไสหัวกลับบ้านไปหาแม่แกซะ!"
เมื่อได้ยินคำสั่งของครูประจำชั้น หลี่หนานที่มีใบหน้าดำคล้ำก็อุ้มหนังสือเดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
......
21:30 น.
"แกรก... แกรก..."
ท่ามกลางความเงียบสงบ จู่ๆ ก็มีเสียงบาดหูแว่วมาจากนอกห้องเรียน
มันเหมือนเสียงชอล์กแห้งๆ ขูดขีดลงบนกระดานดำสากๆ ทำให้คนฟังรู้สึกรังเกียจและหงุดหงิดไปถึงขั้วหัวใจ
นักเรียนบางคนอดบ่นพึมพำไม่ได้ "หนวกหูชะมัด"
เจียงซานเองก็ได้ยินเสียงน่ารำคาญนี้เช่นกัน เขาขมวดคิ้วมุ่น
"หลี่หนานเล่นบ้าอะไรอีกวะเนี่ย"
ครูประจำชั้นที่นั่งอยู่บนโพเดียมหน้าห้องตวาดลั่น "ฉันว่าไอ้หมอนี่มันไม่อยากเรียนแล้วจริงๆ!"
เสียงนั้นดังมาจากนอกห้อง และนอกห้องก็มีแค่หลี่หนานคนเดียว
ไม่ต้องคิดให้เสียเวลา ครูประจำชั้นลุกพรวดเปิดประตูหน้าแล้วเดินออกไปอย่างหัวเสีย
ดูจากท่าทางขึงขังแบบนั้น หลี่หนานคงไม่รอดแน่
หลังจากครูประจำชั้นออกไปได้สักพัก เสียงขูดขีดนั่นก็เงียบหายไป
"ทำไมเงียบจัง"
เจียงซานเงี่ยหูฟัง แต่กลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยจากนอกห้อง
เงียบจนน่าขนลุก...
ครูประจำชั้นถึงจะไม่ลงไม้ลงมือ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ด่าสักคำไม่ใช่เหรอ?
เจียงซานเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี เขาเพิ่งจะขยับตัวลุกขึ้นแต่ก็ต้องชะงักค้าง เพราะเสียงบาดหูนั้นกลับดังขึ้นมาอีกครั้ง!
"แกรก... แกรก..."
"แกรก... แกรก..."
เสียงเขียนหนังสือที่กดดันและยุ่งเหยิงยังคงดังต่อเนื่องด้วยจังหวะเดิม ดูเหมือนจะไม่มีอะไรไปขัดจังหวะมันได้เลย
!
เสียงที่ดังขึ้นกะทันหันทำให้เจียงซานรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งตัว เพื่อนในห้องบางคนก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ
นักเรียนหญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่แถวหน้าใกล้ประตูพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ครูประจำชั้นออกไปแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเสียงนี้ยังดังอยู่อีก..."
[จบแล้ว]