เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6: รังยุงไฟ

บทที่ 6: รังยุงไฟ

บทที่ 6: รังยุงไฟ


บทที่ 6: รังยุงไฟ

"นี่... นี่มันอะไรกันเนี่ย!?"

ที่บริเวณชายขอบของสวนเห็ด ปูจิจำนวน 120 ตัวยืนเข้าแถวหน้ากระดานเรียงกัน 6 แถวอย่างเป็นระเบียบ

ปูจิป้อมปืน 40 ตัว: [กักเก็บเวท ระดับ 4] + [ปืนใหญ่เห็ด ระดับ 6] + [แม่นยำ ระดับ 4]

ปูจิสไลม์ 40 ตัว: [กักเก็บเวท ระดับ 4] + [ปืนใหญ่เห็ด ระดับ 6] + [สไลม์ย่อยสลาย ระดับ 3]

ปูจิภาพหลอน 20 ตัว: [สปอร์หลอนประสาท ระดับ 4] + [เปลือกแข็งไคติน ระดับ 4]

ปูจิวัวม้า 20 ตัว: [ถุงเก็บของ ระดับ 4] + [รัดตรึง ระดับ 3]

นี่คือการจัดทัพสำหรับทีมสำรวจที่ 14 ของหลินจวิน

ไม่ใช่ว่าหลินจวินไม่อยากยัดเยียดสกิลทั้งหมดลงไปในปูจิตัวเดียว แต่ยิ่งปูจิมีสกิลมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องใช้มานาและเวลาในการสร้างมากขึ้นเท่านั้น

อัตราการใช้ทรัพยากรที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นแบบทวีคูณ ดังนั้นการจำกัดสกิลไว้ไม่เกินสี่อย่างจึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและใช้งานได้จริงที่สุด

"เผ่าปูจิมีหลายประเภทขนาดนี้เลยเหรอ!"

อินอันนารู้สึกว่าตัวเองช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน เธอไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าปูจิจะมีสายพันธุ์ย่อยมากมายขนาดนี้

บางตัวมีหมวกเห็ดรูปร่างเหมือนหม้อ

บางตัวสวมเกราะทั้งตัว แต่ต่างจากปูจิเหมืองแร่ในโซนขุดเจาะตรงที่เปลือกของพวกมันมีรูพรุนมากกว่า

แถมบางตัวยังมีหนวดอีกด้วย!

โอ้ เยี่ยมไปเลย ถ้าเธอมีหนวดบ้าง ก็คงไม่ต้องเอาผลึกเวทมนตร์มาผูกไว้บนหัวแบบนี้...

"หลินจวิน นายบอกว่าพวกนี้คือทีมสำรวจ พวกเขาจะไปทำอะไรกันน่ะ?"

"ที่นี่คือเมืองใต้ดิน ก็ต้องไปล่ามอนสเตอร์สิ"

"สะ... ไส้เดือนดินเหรอ?"

สายตาของอินอันนาเหมือนจะบอกว่า "ถ้าเป็นไส้เดือนดิน ฉันไม่ไปด้วยนะ"

เธอไม่คิดจริงๆ ว่าไส้เดือนดินจะเป็นสิ่งที่เอาชนะได้ด้วยจำนวนปูจิที่มากกว่า

"บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ไส้เดือนดิน รอบนี้เป้าหมายคือยุงไฟ ปรสิตพวกนั้นที่ชอบบินเข้ามาในสวนเห็ด ผลิตอะไรเองก็ไม่ได้ วันๆ เอาแต่ปล้นชาวบ้านกิน! คราวนี้เราจะไปกวาดล้างรังของพวกมันให้สิ้นซาก!"

หลินจวินเองก็เอือมระอาเต็มทีกับการถูกก่อนกวนจากฟากฟ้าอยู่เนืองๆ เขาหารังเก่าของยุงไฟเจอตั้งนานแล้ว ที่ยังไม่กำจัดพวกมันก่อนหน้านี้ก็เพื่อเก็บไว้ฟาร์มสกิล 'ต้านทานความร้อน' ให้ยั่งยืน

ตอนนี้ สกิลต้านทานความร้อนอยู่ที่ระดับ 6 แล้ว การกวาดล้างยุงไฟรวดเดียวน่าจะทำให้ระดับเพิ่มเป็น 7 ซึ่งก็เพียงพอแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น แผนการหนีที่เขาวางไว้ได้เปลี่ยนไปใช้อินอันนาในการล่าไส้เดือนดิน แทนที่จะต้องแอบย่องผ่านปีศาจเพลิง ดังนั้นจึงยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะเก็บแมลงน่ารำคาญพวกนี้ไว้อีก

ปล่อยให้พวกมันทำหน้าที่สุดท้าย ด้วยการเป็นหินลองมีดให้กับทีมของเขาเถอะ

"อินอันนา เธอตามมาตรงกลางขบวน แล้วฟังคำสั่งฉัน"

"เข้าใจแล้วๆ"

อินอันนาโล่งอกเมื่อได้ยินว่าจะไปสู้กับยุง

เธอรู้จักยุงไฟ เลเวลเฉลี่ยของพวกมันอยู่ที่ 20 และรูปแบบการโจมตีก็ตรงไปตรงมา ไม่ยากที่จะรับมือ

ส่วนที่น่ารำคาญคือพวกมันบินได้และมีสกิลหลบหลีก ทำให้โจมตีโดนยาก แถมยังชอบโผล่มาเป็นฝูง

แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพวกมัน ต่อให้เวทมนตร์ของเธอจะเอาชนะไม่ได้ แต่การเอาตัวรอดก็คงไม่ใช่ปัญหา

จะว่าไป นี่ก็ถือเป็นสงครามย่อมๆ ได้เหมือนกัน แม้จะเป็นสงครามระหว่างมอนสเตอร์ก็เถอะ

ตาแก่ที่บ้านไม่เคยอนุญาตให้เธอเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการผจญภัยทางทหารหรือเรื่องทำนองนี้เลย พอได้มาเจอด้วยตัวเองครั้งแรก เธอก็อดตื่นเต้นไม่ได้!

ทว่า ทีมปูจิเหล่านี้ช่างเป็นระเบียบและเดินทัพอย่างพร้อมเพรียงเสียจนแม้แต่กองทัพจริงๆ ก็ยังเทียบไม่ได้

เป็นเพราะหลินจวินเป็นคนควบคุมพวกมันทั้งหมดเลยหรือเปล่านะ?

— — — —

นั่นคือเหตุผลที่แท้จริง

ด้วยสกิลอย่าง 'การควบคุมบริวาร', 'เครือข่ายเส้นใย', และ 'ผสานจิต' ทำให้หลินจวินสามารถควบคุมปูจิเหล่านี้ได้เหมือนกับการเล่นเกมวางแผนการรบแบบเรียลไทม์ (RTS) แม้ว่าจะต้องใช้พลังจิตมากกว่าปกติก็ตาม

และด้วยการอาศัยความได้เปรียบจากการสั่งการที่เป็นเอกภาพนี้เอง ที่ทำให้เขาสามารถยืนหยัดอยู่ในเมืองใต้ดินได้ด้วยปูจิที่มีค่าสถานะทุกอย่างแค่ 1

ท้ายที่สุดแล้ว การใช้กลยุทธ์อย่างการล่อศัตรูเข้าไปในดงกับดัก หรือการหลอกล่อกลุ่มมอนสเตอร์ที่แทบไม่มีสติปัญญา ก็นับว่าเป็นการโจมตีที่เหนือชั้นกว่าอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องใช้แทคติกอะไร สิ่งที่เรียกว่าแทคติกจำเป็นก็ต่อเมื่อต้องการเอาชนะคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าเท่านั้น

แต่ตอนนี้ เมื่อเทียบกับยุงไฟแล้ว...

เขาต่างหากคือผู้แข็งแกร่ง!

แค่กดปุ่ม F1-F3 แล้วบุกเข้าไปเลยไม่สะใจกว่าหรือ?

แถมเขายังถือโอกาสโชว์พาวเพื่อเรียกความมั่นใจให้กับยัยตัวเล็กสีชมพูที่เพิ่งเข้าร่วมทีมได้อีกด้วย

— — — —

'โซนลึก' ของเมืองใต้ดิน หมายถึงพื้นที่ทั่วไปตั้งแต่ชั้นที่ 10 ลงไป เพราะจากตรงนี้ไปจะไม่มีเส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างชั้นอย่างชัดเจนอีกแล้ว

โซนลึกทั้งหมดเต็มไปด้วยเส้นทางสามมิติที่ซับซ้อนไขว้กันไปมานับไม่ถ้วน ซึ่งเชื่อมต่อโพรงถ้ำขนาดใหญ่เข้าด้วยกัน เหมือนกับที่รังของยุงไฟและสวนเห็ดของหลินจวินถูกเชื่อมต่อด้วยทางเดินที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าห้าสิบเมตร

ระหว่างรอยแตกของหินตลอดทาง มีเห็ดขึ้นกระจัดกระจายอย่างเงียบเชียบ เห็ดเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นทั้งดวงตาและสถานีถ่ายทอดสัญญาณ ช่วยให้หลินจวินขยาย 'เครือข่ายเส้นใย' ออกไปไกลกว่าขอบเขตของสวนเห็ด

เครือข่ายเส้นใยช่วยให้หลินจวินสามารถสั่งการกองทัพปูจิในรูปแบบกึ่งอัตโนมัติได้

มิฉะนั้น หากต้องควบคุมด้วยตัวเองผ่านสกิล 'การควบคุมบริวาร' เพียงอย่างเดียว มันจะกินแรงเขามากกว่านี้มาก

ขาสั้นๆ ของปูจิส่งเสียง "ปูจิ ปูจิ" ขณะย่ำไปบนพื้น เสียงสะท้อนก้องไปในทางเดิน สามร้อยเมตรข้างหน้า จู่ๆ จุดแสงสีแดงเข้มหลายจุดก็ปรากฏขึ้น เมื่อยุงไฟไม่กี่ตัวสังเกตเห็นทีมสำรวจ

"คมมีดน้ำแข็ง!"

คมมีดน้ำแข็งยาวสองเมตรพุ่งออกไป แต่มันพลาดเป้าไปไกลโข ยุงไฟพวกนั้นไม่ได้ใช้สกิลหลบหลีกด้วยซ้ำ และมีดน้ำแข็งก็พุ่งไปปักเข้ากับผนังหินด้านบน

"ยัยมือใหม่ อย่าเปลืองมานา"

"อะ... จริงด้วย ขอโทษที"

อินอันนาเพิ่งสังเกตเห็นว่าเหล่าปูจิรอบตัวยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคงตามจังหวะเดิม ไม่มีการหยุดชะงักเพียงเพราะยุงไฟโผล่ออกมา

และยุงไฟไม่กี่ตัวนั้นก็ไม่ได้เข้ามาใกล้ แต่เลือกที่จะบินหนีเมื่อทีมสำรวจเข้าใกล้พวกมันมากขึ้น ก่อนจะบินหายลับไปในที่สุด

อินอันนามองดูยุงไฟที่หายไปจากสายตาแล้วถามด้วยความกังวล "พวกมันจะกลับไปรายงานหรือเปล่า?"

"แน่นอน พวกมันต้องรายงานอยู่แล้ว"

"ต่อให้เป็นมอนสเตอร์ที่มีสติปัญญาต่ำเตี้ยเรี่ยดินแค่ไหน พวกมันก็ยังมีสัญชาตญาณในการปกป้องรัง ฉันคาดว่าเดี๋ยวเราคงได้เจอกับฝูงยุงไฟเร็วๆ นี้แหละ"

อินอันนาอยากจะสวนกลับไปจริงๆ ว่า "นายเองก็เป็นมอนสเตอร์เหมือนกันไม่ใช่เหรอ...?"

"แล้วทำไมนายถึงปล่อยพวกมันไปล่ะ?"

ก็เพราะมันไกลเกินกว่าจะยิงโดนไงล่ะ

"แน่นอนว่าเพื่อกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากในรวดเดียวไงล่ะ"

— — — —

ภายใต้โดมถ้ำที่อบอวลไปด้วยไอน้ำ ยุงไฟนับร้อยบินวนขึ้นลงรอบสระน้ำขนาดใหญ่ตรงกลาง ส่งเสียงหึ่งๆ ดังจนแก้วหูแทบแตก

ยุงไฟพวกนี้ต้องการบ่อน้ำที่มีอุณหภูมิสูง คล้ายกับน้ำพุร้อน เพื่อการขยายพันธุ์ ช่วงชีวิตในวัยตัวอ่อนทั้งหมดของพวกมันจะอยู่ในสระน้ำ รอคอยการป้อนอาหารจากตัวเต็มวัย ดังนั้น หากสระน้ำนี้ถูกทำลาย ยุงไฟในบริเวณนี้ก็จะสูญพันธุ์ไปโดยปริยาย

ธรรมชาติของยุงไฟจึงต้องปกป้องรังของพวกมันอย่างสุดชีวิต

ดังนั้น เมื่ออินอันนาเดินตามปูจิมาจนสุดทางเดิน ต่อมเรืองแสงที่ส่วนท้องของยุงไฟทุกตัวจึงสว่างวาบขึ้นเป็นสีส้ม สัญญาณเตือนภัยอันตราย

ยุงไฟหลายตัวที่อยู่ใกล้เคียงเป็นกลุ่มแรกที่กระพือปีกบินตรงเข้ามา

"วิชางูน้ำ!"

เป็นอินอันนาอีกครั้ง เมื่อเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ที่บินได้ เธออดไม่ได้ที่จะร่ายเวทออกไปก่อน

ยังดีกว่าครั้งที่แล้ว อย่างน้อยเธอก็รู้จักเลือกใช้วิชางูน้ำที่พอจะควบคุมทิศทางได้บ้าง แทนที่จะเป็นมีดน้ำแข็งที่พุ่งไปทื่อๆ แต่น่าเสียดายที่ผลลัพธ์ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่

โชคร้ายที่เป้าหมายคือยุงไฟที่มีสกิลหลบหลีก งูน้ำเฉี่ยวโดนยุงไฟตัวหนึ่งไปนิดเดียว มันร่วงตกลงมาเพียงไม่กี่เมตรก่อนจะทรงตัวบินต่อได้

หลินจวินส่ายหัวเมื่อเห็นภาพนั้น

"เฮ้อ มือใหม่หนอมือใหม่"

จบบทที่ บทที่ 6: รังยุงไฟ

คัดลอกลิงก์แล้ว