- หน้าแรก
- ลุยดันเจี้ยน เจอแต่เห็ด
- บทที่ 6: รังยุงไฟ
บทที่ 6: รังยุงไฟ
บทที่ 6: รังยุงไฟ
บทที่ 6: รังยุงไฟ
"นี่... นี่มันอะไรกันเนี่ย!?"
ที่บริเวณชายขอบของสวนเห็ด ปูจิจำนวน 120 ตัวยืนเข้าแถวหน้ากระดานเรียงกัน 6 แถวอย่างเป็นระเบียบ
ปูจิป้อมปืน 40 ตัว: [กักเก็บเวท ระดับ 4] + [ปืนใหญ่เห็ด ระดับ 6] + [แม่นยำ ระดับ 4]
ปูจิสไลม์ 40 ตัว: [กักเก็บเวท ระดับ 4] + [ปืนใหญ่เห็ด ระดับ 6] + [สไลม์ย่อยสลาย ระดับ 3]
ปูจิภาพหลอน 20 ตัว: [สปอร์หลอนประสาท ระดับ 4] + [เปลือกแข็งไคติน ระดับ 4]
ปูจิวัวม้า 20 ตัว: [ถุงเก็บของ ระดับ 4] + [รัดตรึง ระดับ 3]
นี่คือการจัดทัพสำหรับทีมสำรวจที่ 14 ของหลินจวิน
ไม่ใช่ว่าหลินจวินไม่อยากยัดเยียดสกิลทั้งหมดลงไปในปูจิตัวเดียว แต่ยิ่งปูจิมีสกิลมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องใช้มานาและเวลาในการสร้างมากขึ้นเท่านั้น
อัตราการใช้ทรัพยากรที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นแบบทวีคูณ ดังนั้นการจำกัดสกิลไว้ไม่เกินสี่อย่างจึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและใช้งานได้จริงที่สุด
"เผ่าปูจิมีหลายประเภทขนาดนี้เลยเหรอ!"
อินอันนารู้สึกว่าตัวเองช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน เธอไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าปูจิจะมีสายพันธุ์ย่อยมากมายขนาดนี้
บางตัวมีหมวกเห็ดรูปร่างเหมือนหม้อ
บางตัวสวมเกราะทั้งตัว แต่ต่างจากปูจิเหมืองแร่ในโซนขุดเจาะตรงที่เปลือกของพวกมันมีรูพรุนมากกว่า
แถมบางตัวยังมีหนวดอีกด้วย!
โอ้ เยี่ยมไปเลย ถ้าเธอมีหนวดบ้าง ก็คงไม่ต้องเอาผลึกเวทมนตร์มาผูกไว้บนหัวแบบนี้...
"หลินจวิน นายบอกว่าพวกนี้คือทีมสำรวจ พวกเขาจะไปทำอะไรกันน่ะ?"
"ที่นี่คือเมืองใต้ดิน ก็ต้องไปล่ามอนสเตอร์สิ"
"สะ... ไส้เดือนดินเหรอ?"
สายตาของอินอันนาเหมือนจะบอกว่า "ถ้าเป็นไส้เดือนดิน ฉันไม่ไปด้วยนะ"
เธอไม่คิดจริงๆ ว่าไส้เดือนดินจะเป็นสิ่งที่เอาชนะได้ด้วยจำนวนปูจิที่มากกว่า
"บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ไส้เดือนดิน รอบนี้เป้าหมายคือยุงไฟ ปรสิตพวกนั้นที่ชอบบินเข้ามาในสวนเห็ด ผลิตอะไรเองก็ไม่ได้ วันๆ เอาแต่ปล้นชาวบ้านกิน! คราวนี้เราจะไปกวาดล้างรังของพวกมันให้สิ้นซาก!"
หลินจวินเองก็เอือมระอาเต็มทีกับการถูกก่อนกวนจากฟากฟ้าอยู่เนืองๆ เขาหารังเก่าของยุงไฟเจอตั้งนานแล้ว ที่ยังไม่กำจัดพวกมันก่อนหน้านี้ก็เพื่อเก็บไว้ฟาร์มสกิล 'ต้านทานความร้อน' ให้ยั่งยืน
ตอนนี้ สกิลต้านทานความร้อนอยู่ที่ระดับ 6 แล้ว การกวาดล้างยุงไฟรวดเดียวน่าจะทำให้ระดับเพิ่มเป็น 7 ซึ่งก็เพียงพอแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น แผนการหนีที่เขาวางไว้ได้เปลี่ยนไปใช้อินอันนาในการล่าไส้เดือนดิน แทนที่จะต้องแอบย่องผ่านปีศาจเพลิง ดังนั้นจึงยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะเก็บแมลงน่ารำคาญพวกนี้ไว้อีก
ปล่อยให้พวกมันทำหน้าที่สุดท้าย ด้วยการเป็นหินลองมีดให้กับทีมของเขาเถอะ
"อินอันนา เธอตามมาตรงกลางขบวน แล้วฟังคำสั่งฉัน"
"เข้าใจแล้วๆ"
อินอันนาโล่งอกเมื่อได้ยินว่าจะไปสู้กับยุง
เธอรู้จักยุงไฟ เลเวลเฉลี่ยของพวกมันอยู่ที่ 20 และรูปแบบการโจมตีก็ตรงไปตรงมา ไม่ยากที่จะรับมือ
ส่วนที่น่ารำคาญคือพวกมันบินได้และมีสกิลหลบหลีก ทำให้โจมตีโดนยาก แถมยังชอบโผล่มาเป็นฝูง
แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพวกมัน ต่อให้เวทมนตร์ของเธอจะเอาชนะไม่ได้ แต่การเอาตัวรอดก็คงไม่ใช่ปัญหา
จะว่าไป นี่ก็ถือเป็นสงครามย่อมๆ ได้เหมือนกัน แม้จะเป็นสงครามระหว่างมอนสเตอร์ก็เถอะ
ตาแก่ที่บ้านไม่เคยอนุญาตให้เธอเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการผจญภัยทางทหารหรือเรื่องทำนองนี้เลย พอได้มาเจอด้วยตัวเองครั้งแรก เธอก็อดตื่นเต้นไม่ได้!
ทว่า ทีมปูจิเหล่านี้ช่างเป็นระเบียบและเดินทัพอย่างพร้อมเพรียงเสียจนแม้แต่กองทัพจริงๆ ก็ยังเทียบไม่ได้
เป็นเพราะหลินจวินเป็นคนควบคุมพวกมันทั้งหมดเลยหรือเปล่านะ?
— — — —
นั่นคือเหตุผลที่แท้จริง
ด้วยสกิลอย่าง 'การควบคุมบริวาร', 'เครือข่ายเส้นใย', และ 'ผสานจิต' ทำให้หลินจวินสามารถควบคุมปูจิเหล่านี้ได้เหมือนกับการเล่นเกมวางแผนการรบแบบเรียลไทม์ (RTS) แม้ว่าจะต้องใช้พลังจิตมากกว่าปกติก็ตาม
และด้วยการอาศัยความได้เปรียบจากการสั่งการที่เป็นเอกภาพนี้เอง ที่ทำให้เขาสามารถยืนหยัดอยู่ในเมืองใต้ดินได้ด้วยปูจิที่มีค่าสถานะทุกอย่างแค่ 1
ท้ายที่สุดแล้ว การใช้กลยุทธ์อย่างการล่อศัตรูเข้าไปในดงกับดัก หรือการหลอกล่อกลุ่มมอนสเตอร์ที่แทบไม่มีสติปัญญา ก็นับว่าเป็นการโจมตีที่เหนือชั้นกว่าอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องใช้แทคติกอะไร สิ่งที่เรียกว่าแทคติกจำเป็นก็ต่อเมื่อต้องการเอาชนะคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าเท่านั้น
แต่ตอนนี้ เมื่อเทียบกับยุงไฟแล้ว...
เขาต่างหากคือผู้แข็งแกร่ง!
แค่กดปุ่ม F1-F3 แล้วบุกเข้าไปเลยไม่สะใจกว่าหรือ?
แถมเขายังถือโอกาสโชว์พาวเพื่อเรียกความมั่นใจให้กับยัยตัวเล็กสีชมพูที่เพิ่งเข้าร่วมทีมได้อีกด้วย
— — — —
'โซนลึก' ของเมืองใต้ดิน หมายถึงพื้นที่ทั่วไปตั้งแต่ชั้นที่ 10 ลงไป เพราะจากตรงนี้ไปจะไม่มีเส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างชั้นอย่างชัดเจนอีกแล้ว
โซนลึกทั้งหมดเต็มไปด้วยเส้นทางสามมิติที่ซับซ้อนไขว้กันไปมานับไม่ถ้วน ซึ่งเชื่อมต่อโพรงถ้ำขนาดใหญ่เข้าด้วยกัน เหมือนกับที่รังของยุงไฟและสวนเห็ดของหลินจวินถูกเชื่อมต่อด้วยทางเดินที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าห้าสิบเมตร
ระหว่างรอยแตกของหินตลอดทาง มีเห็ดขึ้นกระจัดกระจายอย่างเงียบเชียบ เห็ดเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นทั้งดวงตาและสถานีถ่ายทอดสัญญาณ ช่วยให้หลินจวินขยาย 'เครือข่ายเส้นใย' ออกไปไกลกว่าขอบเขตของสวนเห็ด
เครือข่ายเส้นใยช่วยให้หลินจวินสามารถสั่งการกองทัพปูจิในรูปแบบกึ่งอัตโนมัติได้
มิฉะนั้น หากต้องควบคุมด้วยตัวเองผ่านสกิล 'การควบคุมบริวาร' เพียงอย่างเดียว มันจะกินแรงเขามากกว่านี้มาก
ขาสั้นๆ ของปูจิส่งเสียง "ปูจิ ปูจิ" ขณะย่ำไปบนพื้น เสียงสะท้อนก้องไปในทางเดิน สามร้อยเมตรข้างหน้า จู่ๆ จุดแสงสีแดงเข้มหลายจุดก็ปรากฏขึ้น เมื่อยุงไฟไม่กี่ตัวสังเกตเห็นทีมสำรวจ
"คมมีดน้ำแข็ง!"
คมมีดน้ำแข็งยาวสองเมตรพุ่งออกไป แต่มันพลาดเป้าไปไกลโข ยุงไฟพวกนั้นไม่ได้ใช้สกิลหลบหลีกด้วยซ้ำ และมีดน้ำแข็งก็พุ่งไปปักเข้ากับผนังหินด้านบน
"ยัยมือใหม่ อย่าเปลืองมานา"
"อะ... จริงด้วย ขอโทษที"
อินอันนาเพิ่งสังเกตเห็นว่าเหล่าปูจิรอบตัวยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคงตามจังหวะเดิม ไม่มีการหยุดชะงักเพียงเพราะยุงไฟโผล่ออกมา
และยุงไฟไม่กี่ตัวนั้นก็ไม่ได้เข้ามาใกล้ แต่เลือกที่จะบินหนีเมื่อทีมสำรวจเข้าใกล้พวกมันมากขึ้น ก่อนจะบินหายลับไปในที่สุด
อินอันนามองดูยุงไฟที่หายไปจากสายตาแล้วถามด้วยความกังวล "พวกมันจะกลับไปรายงานหรือเปล่า?"
"แน่นอน พวกมันต้องรายงานอยู่แล้ว"
"ต่อให้เป็นมอนสเตอร์ที่มีสติปัญญาต่ำเตี้ยเรี่ยดินแค่ไหน พวกมันก็ยังมีสัญชาตญาณในการปกป้องรัง ฉันคาดว่าเดี๋ยวเราคงได้เจอกับฝูงยุงไฟเร็วๆ นี้แหละ"
อินอันนาอยากจะสวนกลับไปจริงๆ ว่า "นายเองก็เป็นมอนสเตอร์เหมือนกันไม่ใช่เหรอ...?"
"แล้วทำไมนายถึงปล่อยพวกมันไปล่ะ?"
ก็เพราะมันไกลเกินกว่าจะยิงโดนไงล่ะ
"แน่นอนว่าเพื่อกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากในรวดเดียวไงล่ะ"
— — — —
ภายใต้โดมถ้ำที่อบอวลไปด้วยไอน้ำ ยุงไฟนับร้อยบินวนขึ้นลงรอบสระน้ำขนาดใหญ่ตรงกลาง ส่งเสียงหึ่งๆ ดังจนแก้วหูแทบแตก
ยุงไฟพวกนี้ต้องการบ่อน้ำที่มีอุณหภูมิสูง คล้ายกับน้ำพุร้อน เพื่อการขยายพันธุ์ ช่วงชีวิตในวัยตัวอ่อนทั้งหมดของพวกมันจะอยู่ในสระน้ำ รอคอยการป้อนอาหารจากตัวเต็มวัย ดังนั้น หากสระน้ำนี้ถูกทำลาย ยุงไฟในบริเวณนี้ก็จะสูญพันธุ์ไปโดยปริยาย
ธรรมชาติของยุงไฟจึงต้องปกป้องรังของพวกมันอย่างสุดชีวิต
ดังนั้น เมื่ออินอันนาเดินตามปูจิมาจนสุดทางเดิน ต่อมเรืองแสงที่ส่วนท้องของยุงไฟทุกตัวจึงสว่างวาบขึ้นเป็นสีส้ม สัญญาณเตือนภัยอันตราย
ยุงไฟหลายตัวที่อยู่ใกล้เคียงเป็นกลุ่มแรกที่กระพือปีกบินตรงเข้ามา
"วิชางูน้ำ!"
เป็นอินอันนาอีกครั้ง เมื่อเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ที่บินได้ เธออดไม่ได้ที่จะร่ายเวทออกไปก่อน
ยังดีกว่าครั้งที่แล้ว อย่างน้อยเธอก็รู้จักเลือกใช้วิชางูน้ำที่พอจะควบคุมทิศทางได้บ้าง แทนที่จะเป็นมีดน้ำแข็งที่พุ่งไปทื่อๆ แต่น่าเสียดายที่ผลลัพธ์ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่
โชคร้ายที่เป้าหมายคือยุงไฟที่มีสกิลหลบหลีก งูน้ำเฉี่ยวโดนยุงไฟตัวหนึ่งไปนิดเดียว มันร่วงตกลงมาเพียงไม่กี่เมตรก่อนจะทรงตัวบินต่อได้
หลินจวินส่ายหัวเมื่อเห็นภาพนั้น
"เฮ้อ มือใหม่หนอมือใหม่"