- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 576 ใจคนชั่วร้ายหลอกลวง
ตอนที่ 576 ใจคนชั่วร้ายหลอกลวง
ตอนที่ 576 ใจคนชั่วร้ายหลอกลวง
ที่นี่คือถ้ำเทพทมิฬ? ทำไมคนกับอสูรทะเลถึงเยอะนัก หินดำพวกนั้นคืออะไร?
คำถามมากมายปรากฏในใจเฉินเฟย เฉินเฟยเงยหน้ามองยอดเขาตรงหน้า สูงไม่ต่ำกว่าพันหมี่ ปกคลุมไปด้วยเมฆหมอก
ความสูงนี้ถือเป็นภูเขาที่สูงมากสำหรับคนธรรมดา แต่สำหรับระดับรวมทวาร ทุกคนสามารถกระโดดไปถึงจุดสูงสุดของภูเขาด้วยการกระโดดครั้งเดียว
เฉินเฟยก้มหน้า สะบัดมือไปมา สามารถสัมผัสถึงพลังหยวนในร่างกาย แต่มันนิ่งเฉยและไม่อาจใช้งาน จิตวิญยาณในทะเลจิตสำนึกเป็นเช่นเดียวกัน
ไม่ใช่แค่พลังหยวนและพลังจิตวิญญาณ ขณะนี้ความแข็งแกร่งร่างกายยังถูกปิดกั้น มีโซ่ตรวนผนึกเฉินเฟยให้อยู่ในสภาพคนธรรมดา
เฉินเฟยเหลือบมองกระบี่เฉียนหยวนในมือ ในเวลานี้กระบี่เฉียนหยวนซึ่งมาถึงจุดเปลี่ยนของสมบัติเวทระดับกลางเป็นเหมือนด้ามเหล็กธรรมดา ไม่มีร่องรอยสมบัติเวทแม้แต่น้อย
นอกจากนี้ยังมีถุงเฉียนคุนซึ่งไม่สามารถใช้เก็บสิ่งของ มันกลายเป็นถุงธรรมดา
“สหายท่านนี้เพิ่งเคยเข้าอาณาจักรเทพทมิฬหรือ?”
เสียงหนึ่งดังเข้าหูเฉินเฟย เฉินเฟยหันไปมองคนที่มา ผิวคล้ำริมฝีปากหนา เขามองเฉินเฟยด้วยรอยยิ้มจริงใจ
“เก๋อเซี่ยเป็นใคร?” เฉินเฟยไม่ตอบคำถามหมิงจงเจียงโดยตรง
“สหายอย่าเพิ่งกังวล ในอาณาจักรเทพทมิฬมีอันตรายอยู่มากมาย ข้าเพียงต้องการหาสหายเพิ่มสองสามคนเพื่อช่วยเหลือกันในยามลำบาก” หมิงจงเจียงเห็นเฉินเฟยระวังตัวจึงรีบอธิบาย
เฉินเฟยมองหมิงจงเจียง สีหน้าค่อยๆผ่อนคลายลง ไม่ตึงเครียดเหมือนก่อนหน้านี้
“อาณาจักรเทพทมิฬคืออะไร แล้วจะออกจากที่นี่ได้อย่างไร?” เฉินเฟยถาม
“อาณาจักรเทพทมิฬคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่เรียกสถานที่แห่งนี้ เรียกอีกอย่างว่าดินแดนเทพทมิฬหรือเมืองเทพทมิฬ แต่ไม่ว่าจะเรียกอย่างไรสถานที่นี้ก็เป็นของเทพทมิฬผู้ยิ่งใหญ่ หากเจ้าต้องการรับผลประโยชน์หรือไปจาก เจ้าต้องปฏิบัติตามกฎของเทพทมิฬ”
หมิงจงเจียงเห็นท่าทางเฉินเฟยเปลี่ยนไป ทัศนคติของเขาจึงกระตือรือร้นมากขึ้น
เฉินเฟยพยักหน้าไม่พูดอะไร รอให้หมิงจงเจียงพูดต่อ
“ตอนที่สหายก้าวสู่อาณาจักรเทพทมิฬ เจ้าน่าจะได้ยินเสียงของเทพทมิฬผู้ยิ่งใหญ่ใช่ไหม?” หมิงจงเจียงพูดเสียงเบา
“โลกไม่ยุติธรรม ทุกสิ่งไม่เท่าเทียมกัน?” เฉินเฟยพูดซ้ำสิ่งที่ได้ยิน
“ใช่ โลกไม่ยุติธรรม ทุกสิ่งไม่เท่าเทียมกัน! ทุกคนเกิดมาพร้อมกับคุณสมบัติและพรสวรรค์ที่ต่างกัน ภูมิหลัง และครอบครัวต่างกัน หลายครั้งที่คนหนึ่งเกิดมาแล้วถูกกำหนดโชคชะตาอย่างสมบูรณ์และยากจะเปลี่ยนแปลง”
หมิงจงเจียงชี้ผู้คนกับอสูรทะเลในระยะไกลแล้วพูดต่อ “มนุษย์อย่างเราเป็นแบบนี้ อสูรทะเลเหล่านั้นไม่มีข้อยกเว้น มันขึ้นอยู่กับสายเลือด บางตัวต้องอยู่ในระดับหนึ่งตลอดไปในขณะที่ตัวอื่นสามารถเป็นระดับสองสูงสุดเมื่อโตเต็มวัย มันเป็นสิ่งไม่ยุติธรรมสำหรับอสูรทะเล!”
เมื่อหมิงจงเจียงพูดเช่นนี้ สีหน้าเขาดูตื่นเต้นเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด
“ดังนั้นอาณาจักรเทพทมิฬสามารถให้ความยุติธรรม?” สีหน้าเฉินเฟยขยับเล็กน้อย
“ใช่ อาณาจักรเทพทมิฬทำได้!”
หมิงจงเจียงพยักหน้ายืนยัน “สหายควรเห็นว่าการบ่มเพาะถูกปิดกั้นไว้ ไม่ว่าเป็นพลังหยวน จิตวิญญาณ หรือร่างกายล้วนกลายเป็นคนธรรมดา นี่เป็นความยุติธรรมที่เทพทมิฬผู้ยิ่งใหญ่มอบให้”
“แล้วคนกับอสูรทะเลปีนแบกหินดำปีนขึ้นภูเขาแบบนั้นทำไม?”
เฉินเฟยชี้หินดำบนร่างคนและอสูรทะเลในระยะไกล แม้จะไม่สามารถใช้วิชาเนตร แต่เฉินเฟยยังเห็นว่าน้ำหนักของหินเหล่านั้นหนักมาก เป็นเรื่องยากที่คนและสัตว์อสูรจะแบกมัน
“ลบล้างความไม่ยุติธรรมทั้งหมด ทุกคนอยู่ในระดับเดียวกัน การแบกหินดำไปถึงจุดสุดของอาณาจักรเทพทมิฬสามารถแลกรางวัลหรือออกจากอาณาจักรเทพทมิฬได้” สีหน้าตื่นเต้นของหมิงจงเจียงค่อยๆสงบลง
ดวงตาหมิงจงเจียงเป็นประกายเมื่อพูดถึงรางวัลของอาณาจักรเทพทมิฬ
“รางวัล?”
ทันใดนั้นเฉินเฟยนึกถึงความสามารถพิเศษของปลาคาร์ปมังกรฟ้าที่เคลื่อนย้ายมากกว่ายี่สิบลี้ นั่นไม่ได้เป็นของปลาคาร์ปมังกรฟ้า แต่อีกฝ่ายกลับใช้มันได้
คาดว่าความสามารถนี้อาจมาจากยอดเขาเทพทมิฬแห่งนี้
“ใช่ ยิ่งแบกหินดำหนักเท่าไร เทพทมิฬยิ่งมอบรางวัลให้มากเท่านั้น ทุกคนได้รับรางวัลเท่ากับความพยายามของตนเอง นี่เป็นเรื่องยุติธรรมที่สุด!” หมิงจงเจียงพยักหน้า
ปลูกเท่าไร เก็บเกี่ยวได้เท่านั้น?
ในโลกความเป็นจริงสามารถรับรางวัลได้แม้ไม่ทำงานหนัก ตราบใดที่ครอบครัวแข็งแกร่งพอก็ไม่จำเป็นต้องทำงานหนัก แต่คนที่ทำงานหนักอาจไม่ได้อะไรเลย
จากมุมมองนี้ กฎของยอดเขาเทพทมิฬค่อนข้างคล้ายกัน อย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่รู้มาจนถึงตอนนี้
“เช่นนั้นตอนนี้เก๋อเซี่ยต้องการให้ทำอะไร?” เฉินเฟยมองหมิงจงเจียงแล้วพูด
“เดินทางร่วมกัน! ใจคนชั่วร้ายหลอกลวง การมีคนมากขึ้นสามารถหลีกเลี่ยงอันตรายไม่จำเป็นได้มากมาย ข้าพบแล้วสาม รวมเจ้าด้วยจะมีทั้งหมดห้าคน พวกเรามาขุดหินดำก้อนหนึ่งแล้วปีนขึ้นภูเขาด้วยกันเถอะ!”
หมิงจงเจียงพูดและพาเฉินเฟยไปที่หุบเขา สามคนกำลังรออยู่ตรงนั้นโดยแบกหินดำอยู่บนหลัง พอเห็นหมิงจงเจียงและเฉินเฟยจึงพยักหน้าให้
“หินดำขุดจากตรงนี้ แถวนี้มีสถานที่คล้ายกันหลายแห่ง นี่ก็เริ่มมืดแล้ว เราจะขุดหินดำเลยหรือไม่?”
หมิงจงเจียงนำเฉินเฟยไปหาทั้งสาม มองพวกเขาแล้วพูด
“เริ่มกันเถอะ ไม่มีประโยชน์ให้เสียเวลาอยู่ที่นี่” เสวียตงฉวนด้านข้างพูดอย่างเคร่งขรึม ในบรรดาสี่คน รูปร่างเสวียตงฉวนแข็งแกร่งสุด จากการมองด้วยสายตา อย่างน้อยสูงถึงสองเมตร
“หินดำนี้ดูแข็ง แต่สามารถใช้อาวุธขุดออกมาได้อย่างง่ายดาย” หมิงจงเจียงพูด
เฉินเฟยพยักหน้า เดินมาถึงแนวหิน เฉินเฟยสังเกตอยู่ครู่หนึ่งแต่ยังไม่ใช้กระบี่เฉียนหยวนขุดหินดำออกมา
“ทำไมไม่ขุดล่ะ อย่าเสียเวลา!”
“สหาย เจ้ารออะไรอยู่?” เสียงหมิงจงเจียงดังมาจากด้านหลังอย่างหมดความอดทน
“หากขุดมันออกมาจะมีปัญหาอื่นหรือไม่?”
เฉินเฟยชักกระบี่เฉียนหยบวนออกมาและเกิดแสงกระบี่ เฉินเฟยหันกลับไปมองหมิงจงเจียง
“สหายกังวลเกินไปแล้ว พวกเรามีหินดำเช่นกัน” หมิงจงเจียงตบหินดำข้างมือแล้วพูด
“จริงหรือ? แต่หัวใจคนคาดเดาไม่ได้ ข้าต้องการสังเกตมากกว่านี้!” เฉินเฟยพูดอย่างใจเย็น
รอยยิ้มหมิงจงเจียงหยุดชะงัก ขณะที่มองเฉินเฟย รอยยิ้มเริ่มจางลง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย เดิมทีหมิงจงเจียงดูเรียบง่ายซื่อสัตย์ แต่พอรอยยิ้มหายไป อารมณ์ก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
“ข้าบอกแล้วว่าวิธีของเจ้าไม่มีประโยชน์ มีแต่จะเสียเวลาเปล่า”
เสวียตงฉวนยิ้ม สายตาเลื่อนจากหมิงจงเจียงไปหาเฉินเฟย ดวงตาเปลี่ยนเป็นเย็นชา “เจ้าจะขุดออกมาเอง หรือจะให้พวกเราหักขาเจ้าก่อนถึงจะขุด!?”
เสียงเสวียตงฉวนเย็นชาต่างจากเมื่อครู่มาก ไม่ใช่แค่เสวียตงซวน ขณะนี้อีกสองคนต่างมองเฉินเฟยอย่างเย็นชา เดินเข้ามาปิดล้อมเฉินเฟย
“ดูเหมือนการขุดหินดำจะมีอันตรายซ่อนอยู่” สำหรับการถูกปิดล้อม เฉินเฟยสงบราวกับว่าเป็นผู้ปิดล้อมคนอื่น
“เจ้าหนู ถ้าอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับการขุดหินดำ พอเจ้าขุดแล้วจะได้รู้เอง!”
เสวียตงซวนก้าวไปข้างหน้า จ้องมองเฉินเฟยแล้วพูดขู่ “ข้าจะนับถอยหลังถึงสาม หากเจ้ายังไม่ยอมขุด อย่าหาว่าข้าโหดร้าย!”
พอเสวียตงฉวนพูดจบ ทั้งสี่ก็ชักอาวุธออกมา
ขอบเขตการบ่มเพาะถูกผนึกอย่างสมบูรณ์ เมื่อก่อนแข็งแกร่งแค่ไหนตอนนี้ก็ไม่มีความหมาย ข้อดีของจำนวนคนสะท้อนให้เห็นในอาณาจักรเทพทมิฬทันที
“การต่อสู้เป็นสิ่งหลีกเลี่ยงได้ หากเจ้าขุดหินดำตอนนี้จะไม่ต้องตาย หากพวกเราลงมือ มันจะสายเกินไปที่เจ้าจะเสียใจ!” หมิงจงเจียงพูดอย่างเย็นชา
“สาม!” เสวียตงฉวนตะโกนเสียงดัง ทั้งสี่จ้องมองจุดสำคัญเฉินเฟย เหมือนกำลังมองหาจุดสำคัญสำหรับการโจตี
“ไม่ต้องนับแล้ว ข้ากำลังรีบ” เฉินเฟยพูดอย่างสงบ
“รนหาที่ตาย!”
ดวงตาเสวียตงฉวนเบิกกว้างเมื่อได้ยินคำพูดเฉินเฟย มือที่จับดาบฟันไปทางหัวเฉินเฟย
แม้ไม่มีการสนับสนุนจากพลังหยวน แต่ดาบของเสวียตงฉวนมีความดุร้ายแฝงเร้น ขณะที่เสวียตงฉวนลงมือ หมินจงเจียทั้งสามจับอาวุธเข้าโจมตีเฉินเฟยเช่นกัน
สองหมัดไม่สู้สี่มือ เป็นเรื่องยากที่คนธรรมดาจะชนะเมื่อเผชิญการปิดล้อมสี่คนพร้อมกัน
ไม่อย่างนั้นต้องโจมตีคนหนึ่งจนจนนองเลือดเพื่อทำให้คนอื่นกลัว แต่ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายต่างถืออาวุธ หากใช้วิธีนี้จริง ร่างกายเฉินเฟยคงมีรูพรุนสองสามรู้ และเฉินเฟยได้ตายก่อนแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นหมิงจงเจียงและคนอื่นเป็นนักยุทธ์เช่นกัน ความกล้าหาญธรรมดาไม่สามารถทำให้พวกเขาหวาดกลัว แรงกดดันไม่ดีเท่า พลังไม่เหนือกว่า ถูกปิดล้อมไร้ทางหนี ดูเหมือนทำได้เพียงรอความตายเท่านั้น
แต่ในการต่อสู้ของคนธรรมดา หากผู้อ่อนแอต้องการชนะผู้แข็งแกร่ง ทักษะการต่อสู้ถือเป็นพลังมหาศาล
กระบี่เฉียนหยวนในมือเฉินเฟยชี้ไปที่ดาบเสวียตงฉวนเหมือนละมั่งห้อยเขา
เสวียตงฉวนมองเฉินเฟยที่แสดงท่ากระบี่ด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย พวกเขาล้วนเป็นนักยุทธ์ พลังหยวนหายไป แต่ไม่มีทางลืมกระบวนท่าต่อสู้ที่เคยใช้ตอนอยู่ในระดับปรับแต่งร่างกาย
เฉินเฟยมีกระบวนท่าต่อสู้ แล้วพวกเขาไม่มีหรือ?
ขณะที่ความคิดนี้แวบเข้ามาในใจเสวียจงฉววน ระหว่างที่อาวุธปะทะกัน ทันใดนั้นเห็นว่าดาบในมือไหลออกไปด้านข้าง เหมือนกับว่าดาบในมือไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป
“ชิ้ง!”
เสียงกระบี่ทะลุผ่านอากาศดังขึ้น รอยเลือดปรากฏบนแก้มเสวียตงฉวน ในช่วงเวลาวิกฤติเสวียตงฉวนเอนหลังตามสัญชาตญาณ แผ่นหลังเกือบแนบติดพื้น สิ่งนี่ป้องกันไม่ให้หัวของเขาโดนกระบี่แทง
เสวียตงฉวนตกใจกลัวจนหลั่งเหงื่อเย็นเต็มแผ่นหลัง เมื่อครู่อยู่ห่างจากความตายแค่ก้าวเดียว
สีหน้าเฉินเฟยนิ่งสงบ หันกระบี่ไปโจมตีอาวุธของหมิงจงเจียงทั้งสาม เป็นเช่นเดียวกับเสวียตงฉวน พลังบนอาวุธหมิงจงเจียงทั้งสามเหมือนหายไป อาวุธไหลไปทางอื่นโดยไม่อาจควบคุม
เป็นเรื่องจริงที่ทุกคนเป็นนักยุทธ์ เป็นความจริงที่พัฒนามาจากระดับปรับแต่งร่างกาย
แต่ตอนที่เฉินเฟยอยู่ในระดับปรับแต่งร่างกาย เขาฝึกฝนวิชาต่อสู้หลายสิบอย่าง ความชำนาญแต่ละอย่างอยู่ในระดับรู้แจ้ง สิ่งที่พบบ่อยที่สุดคือกระบวนท่าต่อสู้ขั้นพื้นฐาน