- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 572 ฝืนทะลวงผ่าน รวมทวารห้ารอบ
ตอนที่ 572 ฝืนทะลวงผ่าน รวมทวารห้ารอบ
ตอนที่ 572 ฝืนทะลวงผ่าน รวมทวารห้ารอบ
อสูรทะเลทั้งหมดที่บุกเข้ามาถอยกลับไป สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวกลับมายังค่ายพักในเมืองไห่อวี้เช่นกัน
เฉินเฟยได้รับแจ้งให้ไปโถงภารกิจ โถงภารกิจจะมอบรางวัลให้กับระดับรวมทวารทุกคน รางวัลไม่มากแต่เป็นความสบายใจอย่างหนึ่ง
ในสายตาระดับรวมทวารส่วนใหญ่ หมินเหยียนลู่รีบกลับมาพลิกสถานการณ์ แม้บางคนคาดเดาความเป็นไปได้บางอย่าง แต่ทำได้เพียงฝังมันไว้ในใจไม่กล้าพูดออกมา
ฉินไห่ซานและคนอื่นโชคดี มีแค่หยูโชวเฉิงที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่มีใครตาย
การรักษาชีวิตเอาไว้ได้ถือเป็นเรื่องโชคดีอย่างยิ่ง สำหรับอาการบาดเจ็บสามารถรักษาได้เสมอ
ถงหลินหยุนเดินไปหาเฉินเฟย ทั้งสองออกจากโถงภารกิจกลับไปยังห้องฝึกฝน
เฉินเฟยมองเมืองไห่อวี้ที่เคยรุ่งเรืองทว่าตอนนี้พังทลายลงเล็กน้อย ถนนและบ้านเรือนหลายหลังถูกทำลายจนราบคาบ
พลังของระดับรวมทวารระเบิดออกมาโดยไร้การควบคุม หากไม่หยุดเอาไว้ การทำลายเมืองจะเป็นเรื่องง่าย ต่อให้เป็นเมืองใหญ่อย่างเมืองไห่อวี้ก็ไม่รอด
กลุ่มคนที่ตายมากที่สุดในเมืองไห่อวี้คือนักยุทธ์การบ่มเพาะต่ำ เมื่อพวกเขาเผชิญการสังหารของระดับรวมทวารจึงไม่มีโอกาสโชคดี
“คนของสำนักเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” ถงหลินหยุนด้านข้างถามเสียงเบา
“ไม่เป็นไร ร่างแยกปกป้องได้พักหนึ่งก่อนข้าไปถึง ฝั่งเจ้าเป็นอย่างไร?” เฉินเฟยตอบแล้วถามกลับ
ร่างแยกสัมผัสได้ถึงลมปราณอสูรทะเลระดับสามล่วงหน้าซึ่งช่วยให้สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวหลีกเลี่ยงอันตรายมาได้ หากไม่ใช่เพราะร่างแยก ด้วยพลังของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวในตอนนี้ไม่รู้ว่าต้องสูญเสียไปเท่าไหร่
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เฉินเฟยทะลวงระดับรวมทวาร แม้สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวก้าวสู่การพัฒนาครั้งใหญ่ แต่เวลายังคงน้อยอยู่
พรสวรรค์ของนักยุทธ์ต้องใช้เวลาในการตระหนักรู้ ไม่สามารถเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน
ดังนั้นพลังของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวยังอ่อนแอเกินไป ทำได้เพียงปล่อยให้สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวใช้เวลาพัฒนาต่อไป
“คนตายบางส่วน โชคดีที่เจ้าเตือนตั้งแต่เนิ่นๆข้าจึงรีบกลับไป” ถงหลินหยุนตอบ
เขตป้องกันของสำนักถงหลินหยุนอยู่หน้าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ท้ายที่สุดพวกเขาแข็งแกร่งกว่าจึงต้องรับงานหนักกว่า
หากถงหลินหยุนปรากฏตัวในภายหลัง เกรงว่าสำนักของนางต้องสูญเสียศิษย์อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ในเวลานั้นมันจะเป็นเจ็บเนื้อเข้ากระดูกอย่างแท้จริง
ในเวลานี้มีคนตายหรือบาดเจ็บหลายคน นี่ถือเป็นพรท่ามกลางความโชคร้าย
เฉินเฟยพยักหน้า หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองกลับเข้าห้องฝึกฝนของตัวเองโดยไม่ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การฝึกฝน
หลังประสบกับความเป็นความตายของเมืองไห่อวี้ ถงหลินหยุนรู้สึกกดดันอย่างยิ่งและต้องการเก็บตัว
ในเวลานี้ทุกคนในเมืองตกอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างหนักรวมถึงเฉินเฟยด้วย
เดิมทีไม่เจอหมินเหยียนลู่อยู่ในเมือง แถมยังสัมผัสได้ถึงอสูรทะเลระดับสามสูงสุดมากมายรวมถึงอสูรทะเลระดับสี่ที่อาจปรากฏตัวด้วย
เฉินเฟยคิดว่าเมืองไห่อวี้ไม่สามารถป้องกันได้อีก ด้วยความแข็งแกร่งของเฉินเฟย เป็นเรื่องยากที่จะพาคนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวทั้งหมดหนีออกไปท่ามกลางฝูงอสูรทะเล
แม้กระทั่งโชคร้ายสักหน่อย หากตกเป็นเป้าหมายของอสูรทะเลระดับสามสูงสุดหรือสายลับเหล่านั้น เฉินเฟยคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหนีไปคนเดียว
หากเป็นสถานการณ์นี้ ชะตากรรมคนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวคงเกือบมาถึงจุดจบ
เฉินเฟยบังคับตัวเองให้ฝึกฝน ความเข้าใจสามวิชาเริ่มปรากฏในทะเลจิตสำนึก หัวใจเฉินเฟยค่อยๆสงบลง
เฉินเฟยสัมผัสได้ว่าจุดรวมทวารในร่างกายแย่อยู่บ้าง ขาดอีกเล็กน้อยก่อนฟืนคืนสภาพสมบูรณ์ เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งและตัดสินใจทะลวงรวมทวารห้ารอบในวันพรุ่งนี้
เดิมทีจะทะลวงผ่านในอีกสามสี่วัน เป็นผลให้เฉินเฟยพบว่าตัวเองอนุรักษ์เกินไป
ตอนนี้เฉินเฟยตั้งใจถ่ายพลังทั้งหมดของสมบัติวิญญาณเข้าจุดรวมทวาร ให้จุดรวมทวารฟื้นฟูเร็วขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขในการทะลวงรวมทวารห้ารอบ
ก่อนหน้านี้ที่เฉินเฟยใช้สมบัติวิญญาณ เขายังคงฝึกฝนด้วยวิธีที่เหมาะสมที่สุด สิ่งที่เรียกว่าเหมาะสมที่สุดคือใช้พลังทุกส่วนของสมบัติวิญญาณ
การใช้สมบัติวิญญาณหนึ่งครั้งต้องใช้ศิลาหยวนจำนวนมาก จำนวนศิลาหยวนที่ดูมากมายไม่อาจทนรับการใช้สมบัติวิญญาณเป็นเวลานาน
ดังนั้นสิ่งที่เฉินเฟยทำคือไม่ทำให้พลังของสมบัติวิญญาณเสียเปล่ามากที่สุด เป็นการหลอกตาว่าไม่เสียศิลาหยวนโดยเปล่า
ท้ายที่สุดศิลาหยวนระดับกลางเกือบร้อยก้อนถูกนำมาใช้ในเวลาไม่กี่ชั่วยาม คาดว่าไม่มีใครใช้ศิลาหยวนเหมือนเฉินเฟย
แต่แท้จริงแล้วตราบใดที่เต็มใจ สมบัติวิญญาณสามารถใช้พลังที่แข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน แต่ผลลัพธ์การทำเช่นนี้คือใช้ศิลาหยวนเพิ่มขึ้นอีก
ข้อดีคือลดเวลา ข้อเสียคือด้วยจำนวนศิลาหยวนที่เฉินเฟยมี เขาไม่สามารถใช้เป็นเวลานาน
ไม้บรรทัดสมบัติวิญญาณแตกหักปรากฏในมือ พลังอ่อนโยนห่อหุ้มเฉินเฟย ศิลาหยวนระดับกลางที่กระจายอยู่บนพื้นเริ่มหายไป เฉินเฟยรู้สึกว่าจุดรวมทวารกำลังฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว
พอใช้สมบัติวิญญาณโดยไม่คำนึงถึงการใช้ศิลาหยวนแบบนี้ ร่างกายเฉินเฟยรู้สึกเหมือนตอนใช้ดอกนภาครามเล็กน้อย
การหาดอกนภาครามเป็นเรื่องยาก พูดอีกอย่างคือเป็นไปไม่ได้ที่ระดับรวมทวารธรรมดาจะรับมัน เมื่อเทียบกับดอกนภาคราม การรับศิลาหยวนมีหลายหลายวิธี ความยากยังน้อยกว่ามาก
แน่นอนว่าเฉินเฟยต้องการศิลาหยวนค่อนข้างมาก เป็นศิลาหยวนระดับกลางหลายพันก้อนเพื่อให้ใช้สมบัติวิญญาณนานขึ้น
แนวคิดศิลาหยวนระดับกลางหลายพันก้อนคืออะไร นั่นคือมูลค่าของศิลาหยวนที่เฉินเฟยได้รับหลังสังหารระดับรวมทวารขั้นกลางหนึ่งคน ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น
ระดับรวมทวารขั้นกลางถือเป็นคนสำคัญแม้กระทั่งในสมาคมเชียนอวี่ แม้อยู่กันคนละพื้นทะเล คนอื่นก็ยังเคยได้ยินชื่อ
แน่นอนว่าทรัพย์สินแท้จริงของระดับรวมทวารขั้นกลางมีมากกว่านี้ ส่วนใหญ่เก็บไว้ในสำนักตัวเอง บางอย่างไม่อาจสัมผัสถึงในเวลาอันสั้น
แต่เฉินเฟยรับสิ่งเหล่านั้นได้ยากแม้จะสังหารคนไปแล้วก็ตาม
แต่ในเวลานี้อยู่ที่เมืองไห่อวี้ มีอีกทางหนึ่งคือสังหารอสูรทะเล อสูรทะเลมีมูลค่ามากเช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถรับภารกิจสังหารอสูรทะเลจากโถงภารกิจ
หนึ่งสิ่งสองประโยชน์
แต่เฉินเฟยจะรอจนกว่าศิลาหยวนระดับกลางในมือหมดก่อนค่อยไปทำสิ่งนี้
นับรวมกับสิ่งที่ได้รับในวันนี้ ศิลาหยวนระดับกลางของเฉินเฟยสามารถใช้ได้อีกสักพัก หลังผ่านช่วงเวลานี้ไปก็ยังไม่สายที่จะคิดหาทางรับศิลาหยวนระดับกลางจำนวนมาก
หากคนอื่นรู้ว่าศิลาหยวนระดับกลางมากกว่าหมื่นก้อนถูกใช้ในเวลาอันสั้น เกรงว่าคนเหล่านั้นคงบ้าคลั่ง ไม่เคยเห็นวิธีฝึกฝนที่บ้าขนาดนี้มาก่อน ทำเพื่อลดเวลาลงเท่านั้น
เห็นชัดว่าเฉินเฟยอายุน้อยกว่าสี่สิบปี เทียบกับระดับรวมทวารขั้นกลางคนอื่นนับว่าอายุน้อยมาก แต่ถึงอย่างนั้นเฉินเฟยกลับไม่พอใจ
บางครั้งความปรารถนาถือว่าเป็นแรงผลักดันในการเพิ่มพลัง
เวลาผ่านไป ศิลาหยวนระดับกลางส่วนใหญ่ที่ปกคลุมพื้นหายไป ส่วนจุดรวมทวารของเฉินเฟยฟื้นคืนสภาพเดิมแล้ว
แต่เฉินเฟยยังไม่หยุดเท่านั้นเพราะพบว่าภายใต้พลังพิเศษของสมบัติวิญญาณ จุดรวมทวารสามารถพัฒนาได้อีก
แม้จะเพียงเล็กน้อย แต่ตัดสินใจว่าจะใช้สมบัติวิญญาณถึงขีดสุดเพื่อพัฒนาความแข็งแกร่ง เฉินเฟยจึงไม่สนใจเรื่องการสิ้นเปลืองอีกต่อไป ตราบใดที่ความแข็งแกร่งพัฒนาขึ้น ทุกอย่างล้วนคุ้มค่า
การพัฒนานี้กินเวลาเกือบหนึ่งวัน ตกกลางคืนในวันรุ่งขึ้น เฉินเฟยสัมผัสได้ว่าจุดรวมทวารไม่ตอบสนองพลังพิเศษของสมบัติวิญญาณอีก
เห็นชัดว่าจุดรวมทวารเฉินเฟยมาถึงขีดจำกัด
เฉินเฟยลืมตาขึ้น โบกมือเก็บศิลาหยวนระดับกลางทั้งหมดบนพื้นลงถุงเฉียนคุน ในขณะเดียวกันเก็บสมบัติวิญญาณเข้าช่องมิติ
หลังฝึกฝนอย่างต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน จิตวิญญาณเฉินเฟยไม่หมดลงอีกทั้งมีพลังมากขึ้น
ไม่จำเป็นต้องปรับตัว ตอนนี้เฉินเฟยอยู่ในจุดสูงสุดแล้ว เป็นช่วงเวลาเหมาะสมในการทะลวงผ่าน
เฉินเฟยประสานมุทรา เป็นเช่นเดียวกับตอนฝืนทะลวงรวมทวารสี่รอบ แรงกดดันมหาศาลเริ่มปรากฏรอบจุดรวมทวาร บีบอัดจุดรวมทวารให้ยุบลง
เทียบกับตอนทะลวงรวมทวารสี่รอบ คราวนี้เฉินเฟยรู้สึกเลยว่าการบีบอัดรุนแรงกว่าครั้งก่อน
การทะลวงขอบเขตยากขึ้น เรื่องนี้เป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุนี้คนจำนวนมากจึงติดอยู่ในขอบเขตหนึ่ง ไม่สามารถทะลุผ่านไปได้ สุดท้ายต้องเสียเวลาไปหลายปี
สีหน้าเฉินเฟยยังคงนิ่งเฉย ระหว่างคิ้วเกิดรอยแตก แสงจากเนตรสวรรค์ส่องไปยังจุดรวมทวาร ควบคุมการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยทั้งหมดในจุดรวมทวาร
ในเวลาเดียวกันโคจรกระบี่ยอดสวรรค์ลี้ลับ กระบี่ยอดสวรรค์ลี้ลับระดับสมบูรณ์สามารถให้พลังแข็งแกร่งและละเอียดอ่อนกว่าเดิม ด้วยการควบคุมของเนตรสวรรค์ จุดรวมทวารของเฉินเฟยเริ่มหดตัวลงอย่างช้าๆ
อย่างไรก็ตามเมื่อการหดตัวไปได้ครึ่งทาง มันกลับหยุดลงตรงจุดนั้น ในตำแหน่งนี้ยังห่างไกลจากจุดเปลี่ยนของขอบเขตรวมทวารห้ารอบ
ในการทะลวงรวมทวารสี่รอบก่อนหน้านี้ อย่างน้อยการบีบอัดจุดรวมทวารยังหยุดนิ่งในจุดเปลี่ยน ผลคือตอนนี้ก้าวสู่รวมทวารห้ารอบกลับเจอปัญหาตั้งแต่ต้น
การฝืนทะลวงผ่านนี้แทบจะเป็นวิธีมหัศจรรย์ แม้ลดเวลาลงนับไม่ถ้วน แต่อันตรายที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างนั้นเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน
สองมือเฉินเฟยเปลี่ยนรูปมุทรา จุดกึ่งกลางมังกรคชสารสั่นเล็กน้อย จากนั้นเคลื่อนเข้าหาจุดรวมทวาร เข้าปกคลุมจุดรวมทวารเอาไว้
ฝืนทะลวงผ่าน เฉินเฟยย่อมคำนึงถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและเตรียมวิธีแก้ไข
ตัดสินใจแล้วลงมือทำ รู้วิธีหยุดเมื่อได้กำไร!
การเพิ่มจุดกึ่งกลางมังกรคชสารเข้ามาได้ทำลายการหยุดชะงักทันที จุดรวมทวารเริ่มหดตัวต่อไป
สองชั่วยามต่อมา เฉินเฟยลืมตาขึ้น ทันใดนั้นจุดกึ่งกลางมังกรคชสารหดตัวลง จุดรวมทวารถูกล็อคให้มีขนาดเท่ากัน
“ฟู่ม!”
ระลอกคลื่นแผ่จากร่างเฉินเฟย ปราณหยวนในห้องฝึกฝนย้อนกลับทันที พลังหยวนในตัวเฉินเฟยเริ่มบีบอัดและบริสุทธิ์ขึ้น ลมปราณเฉินเฟยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปราณหยวนหลั่งไหลเข้าร่างกายนานหลายชั่วยาม หลังจากนั้นจึงกลับคืนสู่ความสงบ
เทียบกับรวมทวารสี่รอบก่อนหน้านี้ การทะลวงรวมทวารห้ารอบในวันนี้ใช้เวลาน้อยกว่าเดิม
เฉินเฟยค่อยๆกำหมัดแน่น สัมผัสถึงพลังในร่างกาย เหลืออีกเพียงก้าวเดียวก็จะถึงระดับรวมทวารขั้นปลาย