เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 568 เจตจำนงดาบขุนเขาสมุทร

ตอนที่ 568 เจตจำนงดาบขุนเขาสมุทร

ตอนที่ 568 เจตจำนงดาบขุนเขาสมุทร


ขอบนอกกำแพงเมืองทิศใต้ของเมืองไห่อวี้ เมื่อเทียบกับกำแพงเมืองด้านอื่น จำนวนอสูรทะเลในฝั่งนี้แทบจะไร้สิ้นสุด

แม้ส่วนใหญ่เป็นเพียงอสูรทะเลระดับหนึ่ง แต่อสูรทะเลระดับหนึ่งเหล่านี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในการโจมตีเมืองไห่อวี้ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้าย

นอกจากอสูรทะเลระดับหนึ่ง จำนวนอสูรทะเลระดับสองยังมากกว่าฝั่งอื่นหลายเท่า ยิ่งไปกว่านั้นยังมีอสูรทะเลระดับสามอยู่ด้วย

ไม่ใช่แค่อสูรทะเลระดับสามขั้นต้นธรรมดา ในเวลานี้มีอสูรทะเลระดับสามสูงสุดหลายตัวยืนอยู่ด้านนอก

ในขณะนี้กู่ตันอิงและระดับรวมทวารสูงสุดที่ถูกทิ้งไว้ในเมืองล้วนอยู่ที่นี่เพื่อต้านทานการโจมตีของอสูรทะเลระดับสามสูงสุดเหล่านี้

เดิมทีกู่ตันอิงไล่สังหารนักยุทธ์ปนเปื้อนภายในเมือง แต่สถานการณ์ของกำแพงเมืองทิศใต้ทำให้กู่ตันอิงต้องรีบมาช่วยเหลือ

เดิมทีด้วยพลังของค่ายกลเมืองไห่อวี้ ต่อให้อสูรระดับสามสูงสุดหลายตัวโจมตีพร้อมกันก็ไม่สามารถสั่นคลอนค่ายกล

แต่มีบางอย่างเกิดขึ้นกับค่ายกลเมืองไห่อวี้ แกนค่ายกลอันหนึ่งถูกทำลาย แม้แกนค่ายกลนี้ไม่ใช่แกนค่ายกลหลัก แต่ยังทำให้เกิดช่องว่างในการป้องกันของค่ายกล

ที่ตั้งแกนค่ายกลหลักของเมืองไห่อวี้เป็นความลับสุดยอด คนส่วนใหญ่ไม่มีทางได้รู้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการทำลายมัน แต่ค่ายกลนี้ถูกคนทำลายลง

ไม่มีแม้กระทั่งคำเตือนล่วงหน้า ผู้พิทักษ์แกนค่ายกลนี้หายตัวไปหลังจากแกนค่ายกลเสียหาย

ในขณะนี้ภายในเมืองไห่อวี้มีผู้ปนเปื้อนกำลังอาละวาท ไล่สังหาร และปล้นสะดม กู่ตันอิงทำได้เพียงปล่อยให้ระดับรวมทวารขั้นปลายไปสังหารพวกเขา ไม่อย่างนั้นถ้ารอให้กู่ตันอิงจัดการเรื่องก่อน เกรงว่ากำแพงเมืองทิศใต้คงพังทลาย

ดาบในมือกู่ตันอิงตัดผ่านอากาศ อสูรเต่าระดับสามสูงสุดสั่นเล็กน้อย พลังมหาศาลระเบิดออกจากร่างกาย พริบตาเดียวแขนขาอสูรทะเลตัวนี้กลายเป็นเลือดเนื้อเละเทะ

เทียบกับนักยุทธ์มนุษย์ ร่างกายอสูรทะเลแข็งแกร่งกว่ามนุษย์มาก สำหรับอสูรเต่า การป้องกันคือความสามารถของเผ่าพันธุ์มัน เป็นเรื่องยากที่ระดับรวมทวารสูงสุดจะทำร้ายมันได้

ก่อนกู่ตันอิงจะมาถึง อสูรเต่าตัวนี้สู้กับระดับรวมทวารสูงสุดคนอื่นอยู่แล้ว แต่ทำได้เพียงผลักมันออกจากกำแพงเมืองเท่านั้น ไม่อาจสร้างบาดแผลขนาดใหญ่

แต่พอกู่ตันอิงมาถึง เขาตัดแขนขาของมันออกเป็นชิ้นๆด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว ความแตกต่างนี้ใหญ่มากจนน่าประหลาดใจ

อสูรเต่าล่วงหล่นลงสู่ทะเล น้ำหนักมหาศาลของมันบดขยี้อสูรทะเลระดับหนึ่งด้านล่างจนตาย พริบตาเดียวเลือดสีแดงแพร่กระจายไปทั่วทะเล

“โฮก!”

อสูรเต่าเงยมองกู่ตันอิง เสียงคำรามใหญ่โตดังจากปากมัน คลื่นเสียงดังสนั่นเชื่อมโยงปราณหยวนฟ้าดินรอบด้าน อสูรทะเลระดับหนึ่งใกล้เคียงที่โชคดีพอไม่ถูกบดขยี้จนตาย ตอนนี้ตกตายเป็นจำนวนมากทันที

สีหน้ากู่ตันอิงนิ่งเฉย ฟันดาบหลายเล่มใส่อสูรทะเลระดับสามสูงสุดตัวอื่นต่อ

เป็นเช่นเดียวกับอสูรเต่า พลังมหาศาลระเบิดจากภายในร่างกายพวกมัน การป้องกันอันแข็งแกร่งของร่างกายเป็นเหมือนของตกแต่งภายใต้ดาบนี้

คมดาบว่างเปล่า!

มรดกชั้นยอดในสมาคมเชียนอวี่ แม้แต่วิชาของสิบกองกำลังใหญ่ยังไม่อาจเทียบได้ มรดกนี้เป็นของผู้แข็งแกร่งขุนเขาสมุทรหมินเหยียนลู่

ในสมาคมเชียนอวี่มีมรดกชั้นยอดมากมาย ซึ่งทั้งหมดนี้มาจากหมินเหียนลู่ ด้วยพรสวรรค์ที่แตกต่างกันของลูกศิษย์ มรดกวิชาจึงต่างกันด้วย

มีเพียงผู้แข็งแกร่งขุนเขาสมุทรอย่างหมินเหยียนลู่ที่สามารถมอบมรดกชั้นยอดระดับรวมทวารให้ศิษย์แต่ละคน

คมดาบว่างเปล่าที่กู่ตันอิงฝึกฝนไม่ได้ตัดพื้นผิวร่างกาย แต่นำพลังผ่านความว่างเปล่า ระเบิดพลังจากภายในร่างกายอีกฝ่าย

เทียบกับการป้องกันพื้นผิวร่างกาย ต่อให้ภายนอกแข็งแกร่ง แต่ภายในอ่อนแอกว่ามาก

สถานการณ์ของนักยุทธ์ดีกว่าเล็กน้อย เพราะร่างกายนักยุทธ์ผ่านการฝึกฝนทั้งภายในและภายนอกตั้งแต่เริ่ม แม้ภายในอ่อนแอกว่า แต่ยังไม่ชัดเจนเท่าอสูรทะเล

โดยปกติแล้วร่างกายสัตว์อสูรมีขนาดใหญ่ ด้วยลักษณะเผ่าพันธุ์จึงทำให้ทนทาน และในการชุบหลอมปราณหยวนฟ้าดิน สัตว์อสูรจะกระจายมันไปที่ชั้นนอกของร่างกายตามสัญชาตญาณเพื่อให้แข็งแกร่งขึ้นในเวลาต่อสู้

คมดาบว่างเปล่าถูกสร้างขึ้นตามคุณลักษณะนี้ มันเป็นวิชาชั้นยอดที่ทำร้ายอสูรทะเลระดับสามได้หลายตัวด้วยกระบวนท่าเดียว

แต่เทียบกับนักยุทธ์มนุษย์ สัตว์อสูรมีคุณสมบัติชัดเจนมากเช่นกัน นั่นคือการฟื้นฟูของพวกมันแข็งแกร่งมาก

สัตว์อสูรมีแนวโน้มไปทางร่างกาย พลังฟื้นฟูของพวกมันไม่ลดลงตามธรรมชาติ นั่นทำให้พวกมันฟื้นพลังต่อสู้ได้เร็วหลังบาดเจ็บ แทนที่จะถูกสังหารทันทีหลังบาดเจ็บ

หากนักรบมนุษย์ได้รับบาดเจ็บเหมือนอสูรทะเลเมื่อครู่ แม้ในเวลานี้ไม่ได้บาดเจ็บสาหัส พลังต่อสู้ก็ยังได้รับผลกระทบอย่างมาก

แต่อสูรทะเลเหล่านี้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังเลือดเนื้อถูกทำลาย อาการบาดเจ็บของพวกมันดีขึ้นครึ่งหนึ่ง หากไม่หยุดยั้งเอาไว้เกรงว่าบาดแผลคงหายดี

กู่ตันอิงและคนอื่นในระดับรวมทวารสูงสุดไม่แปลกใจกับสถานการณ์นี้

นี่เป็นจุดแข็งของสัตว์อสูร การสังหารในการโจมตีครั้งเดียวเป็นเรื่องยาก เว้นแต่ความแข็งแกร่งจะเหนือกว่า อย่างเช่นมีขอบเขตเหนือกว่าเล็กน้อย

แต่เหนือระดับสามสูงสุดคือระดับสี่ซึ่งเป็นระดับขุนเขาสมุทรของมนุษย์ นั่นคือการเปลี่ยนแปลงขั้นสูงสุด

เผชิญกับผู้แข็งแกร่งขุนเขาสมุทร ไม่รู้ว่าอสูรทะเลระดับสูงสุดเหล่านี้วิ่งหนีไปไหนต่อไหนแล้ว มันจะกล้าแสดงตัวแบบนี้ได้อย่างไร

อสูรเต่าตีแขนขาในทะเล คลื่นโหมขึ้นไปบนฟ้า ร่างกายมันเหมือนอุกกาบาตพุ่งเข้าชนกู่ตันอิง

พลังมหาศาลปกคลุมไปทุกทาง กระดองเต่าเปลี่ยนเป็นสีแดงในพริบตา อุณหภูมิอันน่าตกใจแผดเผาความว่างเปล่าโดยรอบจนทำให้เกิดระลอกคลื่น

สีหน้าระดับรวมทวารคนอื่นเปลี่ยนไป เห็นชัดว่าอสูรเต่าโดนกู่ตันอิงโจมตีจนบาดเจ็บสาหัส ในขณะนี้มันกลับต้องการสังหารกู่ตันอิงด้วยร่างกายอันใหญ่โตของมันโดยไม่สนใจสิ่งใด

ระดับรวมทวารสูงสุดธรรมดารับการโจมตีนี้ได้ยาก หากฝืนรับการโจมตีจะได้รับบาดเจ็บสาหัส

การหลบเป็นเรื่องง่าย เมื่อเทียบกับอสูรทะเลแล้ว ข้อดีอย่างหนึ่งของนักยุทธ์มนุษย์คือวิชาท่าร่าง

สัตว์อสูรมีร่างกายใหญ่โตและทนทาน แต่ความว่องไวนั้นอ่อนด้อย ดังนั้นไม่ง่ายเลยที่อสูรเต่าจะพุ่งชนโดน ในสถานที่แห่งอื่นนักยุทธ์สามารถหลบมันได้

แต่บังเอิญว่าเมืองไห่อวี้อยู่ข้างหลัง อีกทั้งการป้องกันของค่ายกลยังเกิดช่องว่าง หากอสูรเต่าโจมตีแบบนี้ ค่ายกลเมืองไห่อวี้จะได้รับความเสียหายมากกว่าเดิม

ในเวลานั้นไม่เพียงกำแพงเมืองทิศใต้อ่อนแอลง แต่การป้องกันของอีกสามกำแพงเมืองจะมีปัญหาใหญ่ตามมา

เพื่อฟื้นฟูค่ายกลเมืองไห่อวี้กลับเป็นปกติจึงต้องซ่อมแกนค่ายกลที่ถูกทำลายไป ในเวลานี้ปรมาจารย์ค่ายกลกำลังซ่อมแซมแกนค่ายกลอย่างสุดชีวิต

แต่มันเสียหายง่ายซ่อมแซมยาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงค่ายกลขนาดใหญ่ของเมืองไห่อวี้ แม้กระทั่งปรมาจารย์ค่ายกลอันดับต้นยังต้องใช้เวลาพอสมควรในการซ่อมค่ายกล

ระดับรวมทวารสูงสุดคนอื่นต้องการรีบเข้าไปช่วยขวางอสูรเต่า แต่ทันใดนั้นอสูรทะเลระดับสามสูงสุดตัวอื่นก็เข้ามาพัวพันกับพวกเขา ตรึงระดับรวมทวารสูงสุดเหล่านั้นให้อยู่กับที่

กู่ตันอิงมองพลังมหาศาลของอสูรเต่าที่เหมือนทะลวงออกมาจากช่องว่าง สีหน้าเขายังคงนิ่งเฉย คมดาบฟันผ่านไป คมดาบว่างเปล่าตรงเข้าไปในร่างอสูรเต่า

อสูรเต่าตัวสั่นเล็กน้อยแล้วคำรามด้วยความเจ็บปวด แต่ดาบนี้หยุดอสูรเต่าไม่ได้และยังทำให้มันคลั่งยิ่งกว่าเดิม

“เปิด!”

กู่ตันอิงตะโกนเสียงต่ำ ทันใดนั้นดาบในมือสั่นอย่างรุนแรง

“ตัด!”

กู่ตันอิงจับดาบฟันอสูรเต่า

เดิมทีอสูรเต่าพุ่งเข้าชนกันอย่างบ้าคลั่ง ทันใดนั้นมันเริ่มตัวสั่นอย่างรุนแรง ความกลัวตายเข้าปกคลุมอย่างสมบูรณ์

ไม่แค่อสูรเต่า ยังรวมถึงอสูรทะเลรอบด้าน ไม่ว่าเป็นระดับสามสูงสุดหรือระดับหนึ่งขั้นต้นล้วนรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะตาย

ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ทว่ามันเป็นไปตามธรรมชาติ เหมือนว่าการตายเป็นเพียงทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หนีไม่ได้และไม่อยากหนี

อสูรทะเลระดับหนึ่งจำนวนมากเริ่มสลายไป แบบที่เลือดเนื้อยุบลงอย่างเงียบๆ

อสูรทะเลระดับสองเหล่านั้นตัวแข็งทื่อ มันไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ การเอาชีวิตรอดที่สลักอยู่ในสัญชาตญาณเริ่มปะทะกันอย่างต่อเนื่องกับความตั้งใจที่จะตาย

ความคิดที่ถูกควบคุมโดยพลังอันแข็งแกร่งซึ่งรู้เพียงว่าต้องไปยังเมืองไห่อวี้เริ่มจางหายไป

มีเพียงอสูรทะเลระดับสามเท่านั้น แม้ในใจเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะตายแต่ไม่ถูกควบคุมโดยพลังนี้อย่างแท้จริง แต่พลังในร่างกายพวกมันอ่อนแอลงโดยไม่รู้ตัว ความคิดหนักแน่นที่สุดคือหันหลังกลับ อยู่ให้ห่างจากที่นี่

การทำลายเมืองไห่อวี้ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดอีกต่อไป

ในเมืองไห่อวี้ เฉินเฟยที่กำลังวิ่งไปสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวหันไปมองกำแพงเมืองทิศใต้

พลังของระดับขุนเขาสมุทร แต่ยังไม่ใช่ทั้งหมด

เฉินเฟยเคยพบกับหมินเหยียนลู่ผู้แข็งแกร่งขุนเขาสมุทร ในขณะนี้สัมผัสได้ว่าลมปราณที่กำแพงเมืองทิศใต้นั้นเหมือนของหมินเหยียนลู่ฉบับอ่อนแอลงหลายเท่า

นี่ควรเป็นทางเลือกสุดท้ายของหมินเหยียนลู่

“ตู้ม!”

เสียงระเบิดดังก้องไปทั่วเมืองไห่อวี้ เมืองไห่อวี้ตกอยู่ในความเงียบไปชั่วขณะ แต่ทันใดนั้นผู้ปนเปื้อนสิ่งแปลกประหลาดเริ่มไล่สังหารอีกครั้ง

ผู้ปนเปื้อนสิ่งแปลกประหลาดเหล่านี้ไม่สนใจชีวิตและความตายเลย

เฉินเฟยกระโดดขึ้นไปเหยียบชายคาบ้าน เงยมองไปข้างหน้า กำแพงเมืองขนาดใหญ่ปรากฏในสายตา

ตอนนี้เขตป้องกันของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวอยู่ด้านนอก

เฉินเฟยกระโดดขึ้นสูง เพิ่งผ่านด้านบนของกำแพงเมือง ทันใดนั้นค่ายกลด้านล่างสั่นไหวเล็กน้อย

เฉินเฟยหันกลับมา เห็นว่าไม่ไกลนักหลิวหวั่นกู่แห่งสำนักฉางชุนกำลังมองเขาด้วยรอยยิ้มดุร้าย

ในเวลานี้ดวงตาหลิวหวั่นกู่เป็นสีเทา เห็นชัดว่าปนเปื้อนพันดวงตาประหลาด ไม่น่าแปลกใจที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของสำนักฉางชุนได้ ปรากฎว่าต้นตออยู่ที่นี่

ในเวลานี้การควบคุมค่ายกลที่ปกคลุมกำแพงเมืองส่วนหนึ่งอยู่ในมือหลิวหวั่นกู่ หลิวหวั่นกู่รออยู่ที่นี่ ใครที่ผ่านมาที่นี่และต้องการออกไปข้างนอกเพื่อหยุดอสูรทะเลจะถูกหลิวหวั่นกู่ลากเข้าค่ายกลนี้

เฉินเฟยมองพื้นที่อยู่ไม่ไกลจากหลิวหวั่นกู่ ขณะนี้มีสองคนอยู่ตรงนั้นซึ่งไม่หายใจอีกต่อไป

“เป็นเจ้านี่เอง!”

สีหน้าหลิวหวั่นกู่ปรากฏรอยยิ้มโหดเหี้ยม เขาจำเฉินเฟยได้ คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะได้พบเฉินเฟย เช่นนั้นใช้เวลานี้สังหารทิ้งซะ!

“ความผันผวนการต่อสู้ถูกปกปิดไว้?” เฉินเฟยสังเกตค่ายกลโดยรอบ พบว่าพวกมีผลปกปิดเท่านั้น

“พอเจ้าตายก็จะไม่มีใครรู้ ไม่มีใครช่วยเจ้าได้ทั้งนั้น!” ดวงตาหลิวหวั่นกู่เต็มไปด้วยสีเทา มุมปากยิ้มกว้างจนเกือบถึงโคนหู

จบบทที่ ตอนที่ 568 เจตจำนงดาบขุนเขาสมุทร

คัดลอกลิงก์แล้ว