- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 563 บังคับคนให้ยอมจำนน
ตอนที่ 563 บังคับคนให้ยอมจำนน
ตอนที่ 563 บังคับคนให้ยอมจำนน
เลือดที่ลอยไปทั่วห้องไหลกลับสู่ร่างกายเฉินเฟย เฉินเฟยลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้องฝึกฝน เห็นคนสองคนสวมชุดโถงภารกิจของเมืองไห่อวี้ยืนอยู่ด้านนอก
“ท่านสองคนเป็นใคร?” เฉินเฟยถามด้วยความสับสน
“มีภารกิจที่ต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า นี่เป็นข้อมูลภารกิจ เจ้าต้องไปรายงานตัวก่อนเที่ยงวันพรุ่งนี้” ฟางซือฟู่มีแก้มแคบคางแหลม ดูแล้วเหมือนเป็นคนใจร้าย
ขณะนี้ฟางซือฟู่หยิบแผ่นหยกยื่นให้เฉินเฟยโดยไม่อธิบายสิ่งใด
เฉินเฟยมองแผ่นหยกแต่ไม่ได้รับ มองฟางซือฟู่จากนั้นหันไปมองคนด้านข้าง
“พวกเรามาจากโถงภารกิจ นี่เป็นแผ่นหยก เจ้าสามารถตรวจสอบได้” พอเห็นเฉินเฟยมอง โม่ชวี่หยางยิ้มเล็กน้อย หยิบแผ่นหยกจากแขนเสื้อให้
คนของโถงภารกิจมีใบรับรองประจำตัวเพื่อป้องกันไม่ให้คนแอบอ้างว่าเป็นสมาชิกโถงภารกิจ
ตอนนี้อยู่ในช่วงสงคราม ใครก็ตามที่แอบอ้างเป็นคนของโถงภารกิจจะถูกจับกุม หากต่อต้านสามารถสังหารได้ทันที
หากถูกคุมขังแล้วต้องการออกมาจะต้องทำภารกิจอันตรายต่างๆ
ดังนั้นภายในเมืองไห่อวี้แทบไม่มีคนกล้าแสร้งทำเป็นคนของโถงภารกิจ
“ไม่ได้สงสัยทั้งสองท่าน แต่ภารกิจนี้ข้าไม่ยอมรับ” เฉินเฟยพูดอย่างสงบโดยไม่มองแผ่นหยกของโม่ชวี่หยาง
“เจ้ายังไม่ทันอ่านข้อมูลภารกิจก็ปฏิเสธแล้ว?” พอได้ยินคำพูดเฉินเฟย ฟางซือฟู่ขมวดคิ้วด้วยสายตาไม่พอใจ
“ก่อนหน้านี้ทำภารกิจเร่งด่วนสำเร็จ ตามกฎของโถงภารกิจ ข้าไม่จำเป็นต้องทำภารกิจอื่นเป็นเวลาหนึ่งปี” เฉินเฟยมองตาฟางซือฟู่แล้วพูด
ภารกิจเร่งด้วนทุกอย่างของโถงภารกิจนั้นยากและอันตรายอย่างยิ่งโดยธรรมชาติ
ดังนั้นจึงมีข้อบังคับเพิ่มเติมในโถงภารกิจ ตราบใดที่ทำภารกิจเร่งด่วนเสร็จจะต้องทำภารกิจอื่นเป็นเวลาหนึ่งปี
ก่อนหน้านี้เฉินเฟยค้นพบค่ายกลไร้เขตแดน พูดได้ว่าทำภารกิจเร่งด่วนสำเร็จได้ดีมาก ด้วยเหตุนี้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเฉินเฟยจึงอยู่ในห้องฝึกฝนได้อย่างสบายใจ
“ตอนนี้ไม่ใช่ก่อนหน้านี้ ไม่นานมานี้สถานการณ์ภายนอกรุนแรงอย่างยิ่ง เจ้าไม่สามารถฝึกฝนอยู่ที่นี่อย่างสบายใจได้อีกแล้ว”
ฟางซือฟู่แสดงสายตาไม่พอใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินเฉินเฟยพูดถึงกฎของโถงภารกิจ
“เจ้าควรรู้ว่านอกเมืองไห่อวี้มีอสูรทะเลมากขึ้น กำลังคนของเรานั้นไม่เพียงพอ”
โม่ชวี่หยางมองเฉินเฟยด้วยรอยยิ้มและพูดต่อ “เรารู้ว่าเจ้าทำภารกิจเร่งด่วนสำเร็จมาก่อน แต่เจ้าพักมาหลายเดือนเช่นกัน ตอนนี้มีภารกิจที่ต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า ดังนั้นพวกเราจึงมาหาเจ้า”
“ที่พูดมามีเหตุผล”
เฉินเฟยพยักหน้าแต่ยังไม่รับแผ่นหยก เพียงมองโม่ชวี่หยางทั้งสอง
โม่ชวี่หยางได้ยินแบบนั้นเลยคิดว่าเฉินเฟยถูกชักชวนแล้ว ผลคือเฉินเฟยไม่มีความตั้งใจรับแผ่นหยก เมื่อใดก็ตามที่เฉินเฟบรับแผ่นหยกก็จะเห็นข้อมูลภารกิจด้านใน
ในเวลานั้นแม้เฉินเฟยไม่อยากไปก็ต้องไป เนื่องจากข้อมูลภารกิจมอบให้ผู้รับภารกิจเท่านั้น หากเฉินเฟยไม่ไป แล้วแสร้งทำข้อมูลภารกิจรั่วไหล สถานการณ์นี้ไม่อนุญาติให้เกิดขึ้น
ในเวลานั้นต่อให้เฉินเฟยทำภารกิจเร่งด่วนสำเร็จก็ต้องไปทำภารกิจใหม่
ด้วยเหตุนี้เมื่อเฉินเฟยเปิดประตูห้องฝึกฝน ฟางซือฟู่จึงตรงเข้าเรื่องและมอบแผ่นหยกให้
ต้องการมัดมือเฉินเฟยโดยไม่ทันตั้งตัว ให้เฉินเฟยฝืนรับภารกิจนี้ไป
ในช่วงสงคราม โถงภารกิจมีอำนาจใหญ่ มันไม่ใช่สถานที่ออกภารกิจเท่านั้น เมื่อจำเป็นต้องบังคับใช้กฎ คนของโถงภารกิจจะเป็นผู้ลงมือด้วย
ดังนั้นนักยุทธ์ธรรมดาเห็นคนของโถงภารกิจย่อมทำตัวอ่อนลงโดยธรรมชาติ หากไม่เข้าใจกฎของโถงภารกิจจะหลงทางได้ง่าย
เฉินเฟยไม่รู้รายละเอียดของโถงภารกิจ แต่ตราบใดที่ไม่รับสิ่งใดจากโถงภารกิจก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยเฉพาะถ้าเฉินเฟยยังมีเหตุผล
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร!” ฟางซือฟู่เห็นเฉินเฟยเมินเฉยจึงพูดเสียงทุ้มลึก
“อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ ข้าปฏิเสธภารกิจนี้” เฉินเฟยพูดอย่างสงบ
“ตอนนี้เป็นช่วงเวลาพิเศษ เมืองไห่อวี้ต้องการพลังของเจ้า และนี่คือการตอบรับของเจ้า?” ดวงตาฟางซือฟู่หรี่ลงเล็กน้อย เสียงพูดเริ่มดังขึ้น
“ข้าเพียงทำตามกฎของโถงภารกิจ” สีหน้าเฉินเฟยไม่เปลี่ยนแปลง
“สถานการณ์ในตอนนี้ซับซ้อน กฎเก่าเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เจ้าคือผู้สมัครเหมาะสมที่สุดสำหรับภารกิจนี้ หากเจ้าปฏิเสธ ภารกิจมีแนวโน้มไม่สำเร็จ ต่อให้ทำสำเร็จ เกรงว่าหลายคนต้องเสียสละ” โม่ชวี่หยางพูดเสียงทุ้ม
“หากกฎของโถงภารกิจมีการเปลี่ยนแปลงโปรดแจ้งข้าได้ตลอดเวลา ข้าจะปฏิบัติตามกฎใหม่”
เฉินเฟยไม่ตอบคำพูดของโม่ชวี่หยาง ผู้สมัครเหมาะสมที่สุดคืออะไร สมาคมเชียนอวี่กว้างใหญ่ มีนักยุทธ์มากมายไม่รู้จบที่มีความสามารถ
ไม่ต้องพูดถึงกองกำลังธรรมดา ในสิบกองกำลังใหญ่มีผู้แข็งแกร่งไม่รู้ตั้งเท่าไหร่
เฉินเฟยได้รับวิชาของกองกำลังเหล่านี้ ดังนั้นจึงรู้จักกองกำลังเหล่านี้เป็นอย่างดี ในขอบเขตบ่มเพาะเดียวกัน นักยุทธ์ของกองกำลังใหญ่แข็งแกร่งกว่าคนในระดับเดียวกันไม่น้อย
ไม่เพียงแข็งแกร่งกว่า แต่ความสามารถเสริมอย่างอื่นยังอยู่ในระดับชั้นยอด
ตอนนี้เฉินเฟยถูกบังคับให้รับภารกิจเร่งด่วนใหม่ เฉินเฟยแสดงให้โลกภายนอกเห็นว่าการบ่มเพาะอยู่ในระดับรวมทวารขั้นต้น ภารกิจนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน ดังนั้นจึงมามอบหมายให้เฉินเฟย
พูดตามตรงคือรู้สึกว่าเฉินเฟยไม่มีพื้นหลังและความสามารถค่อนข้างเหมาะสม ในสถานการณ์นี้เป็นเรื่องปกติที่จะมอบภารกิจอันตรายให้คนอย่างเฉินเฟย
ตอนนี้ในห้องโถงภารกิจไม่ได้เพียงมีคนของสมาคมเชียนอวี่ ยังมีระดับรวมทวารสูงสุดของสิบกองกำลังใหญ่
ความลำเอียงในการมอบภารกิจแทบหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้โลกนักยุทธ์จะต่างจากโลกคนธรรมดามาก แต่พื้นฐานของมนุษย์ยังคงอยู่ มันไม่เปลี่ยนแปลงและไม่สามารถเปลี่ยนแปลง
สำหรับการเสียสละในระหว่างภารกิจ ถ้าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเฉินเฟย นั่นจะเป็นความรับผิดชอบของเฉินเฟย เฉินเฟยพูดอะไรไม่ได้เช่นกัน
แต่การปราบปรามพวกเขาเป็นหน้าที่ของพวกเขา เฉินเฟยไม่ถือว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเกิดภาระทางใจ
หลังฝึกฝนในเส้นทางยุทธ์มาหลายปี หากเฉินเฟยไม่สามารถเห็นสิ่งเหล่านี้ การฝึกฝนในเส้นทางยุทธ์คงไร้ประโยชน์
ฟางซือฟู่กับโม่ชวี่หยางมองหน้ากัน เผชิญกับเฉินเฟยผู้ทนทานแบบนี้ พวกเขาไม่มีความคิดดีๆมาพักหนึ่งแล้ว
ท้ายที่สุดสิ่งที่พวกเขาทำในวันนี้ขัดต่อกฎเดิมของโถงภารกิจ
ดังนั้นพวกเขาทำได้เพียงใช้คำพูดยั่วยุเฉินเฟย ตามบันทึกข้อมูล เฉินเฟยอายุไม่มากนัก
เทียบกับระดับรวมทวารคนอื่นที่มักจะมีอายุมากกว่าหนึ่งถึงสองร้อยปี เฉินเฟยก้าวสู่ระดับรวมทวารตั้งแต่อายุน้อย บางครั้งอายุน้อยหมายถึงพรสวรรค์ บางครั้งหมายถึงการโน้มน้าวใจได้ง่าย
ตราบใดที่มีความชอบธรรม ด้วยการกดขี่เล็กน้อย หลายครั้งนักยุทธ์อายุเท่านี้จะพ่ายแพ้ไป
เป็นผลให้พอถึงคราวเฉินเฟยกลับไม่ได้ผล ไม่ยอมรับกลอุบายของพวกเขาเลย
“เมินเฉยสถานการณ์โดยรวม หึ!”
ฟางซือฟู่ส่งเสียงหึเย็นชาและหันหลังจากไป โม่ชวี่หยางเหลือบมองเฉินเฟยแล้วส่ายหน้าเหมือนผิดหวังในตัวเฉินเฟย
เฉินเฟยเห็นภาพนี้แล้วอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตลก จนถึงตอนนี้ทั้งสองยังไม่ยอมแพ้ พวกเขาต้องการยั่วยุเฉินเฟยเป็นครั้งสุดท้าย
แต่สิ่งต่างๆอย่างชีวิตเป็นของเฉินเฟยเอง คนอื่นอาจไม่แยแสชีวิตของเฉินเฟย แต่เฉินเฟยต้องรับผิดชอบต่อตัวเอง
เฉินเฟยปิดประตูห้องฝึกฝน ขจัดเรื่องของฟางซื่อฟู่ทั้งสองออกจากใจ เริ่มฝึกฝนพลังหยวนและสามวิชาต่อไป
หลังฝึกฝนเป็นเวลาหลายเดือน จุดรวมทวารที่มีรอยแผลเนื่องจากการทะลวงรวมทวารสี่รอบ ตอนนี้ฟื้นตัวแล้วกว่าครึ่ง คาดว่าอีกเดือนกว่าจุดรวมทวารจะกลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างสมบูรณ์
ในเวลานั้นเฉินเฟยจะทะลวงรวมทวารห้ารอบ
ฟางซือฟู่ทั้งสองคนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเมื่อเห็นเฉินเฟยปิดหห้องฝึกฝน
ตามที่เฉินเฟยคาดไว้ ภารกิจนี้อันตรายอย่างยิ่ง สำหรับผู้สมัครที่เหมาะสมสำหรับภารกิจนี้ หลายคนสามารถพบได้ในสิบกองกำลังใหญ่
ตามคำพูดของพวกเขาเมื่อครู่ เฉินเฟยเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับภารกิจนี้ พวกเขาทำได้เพียงโน้วน้าวเพื่อให้เฉินเฟบรับภารกิจ
ในภารกิจนี้ไม่มีกับดักอื่น มันอันตรายอย่างแท้จริง รางวัลนั้นสูงมากซึ่งสอดคล้องกับความอันตรายของภารกิจนี้
แต่เพราะมันอันตรายเกินไป สิบกองกำลังใหญ่จึงลังเลที่จะปล่อยให้คนของตัวเองไปเสี่ยง ในเวลานี้หากมีระดับรวมทวารคนอื่นทำภารกิจนี้ สิบกองกำลังใหญ่จะยินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นเรื่องนี้เกิดขึ้น
นั่นเป็นเหตุผลที่วันนี้เดินทางไปมอบหมายภารกิจ
น่าเสียดายที่เฉินเฟยปฏิเสธจะเคลื่อนไหว เขาใช้กฎของโถงภารกิจเพื่ออธิบายทุกอย่าง ปิดกั้นข้อแก้ตัวทั้งหมดของพวกเขา พวกเขาทำอะไรไม่ได้เลย
เว้นแต่โถงภารกิจจะเปลี่ยนกฎนี้ เฉินเฟยจึงไม่สามารถปฏิเสธ แต่หากกฎนี้มีการเปลี่ยนแปลง กลับกันแล้วอันตรายซ่อนเร้นจะปรากฏในโถงภารกิจ
ท้ายที่สุดภารกิจเร่งด่วนแสดงถึงความเสี่ยงสูง ผลคือเพิ่งทำภารกิจหนึ่งเสร็จยังต้องไปทำอีกภารกิจหนึ่งในเวลาอันสั้น นี่เป็นการบังคับให้ไปตายเท่านั้น
“ต้องการปรับเขตป้องกันของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวหรือไม่?” ฟางซือฟู่พูดด้วยความโกรธเล็กน้อย
แม้เขตป้องกันรอบเมืองไห่อวี้จะใกล้เคียงกัน แต่ยังมีความแตกต่างในรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย สถานที่บางแห่งอันตรายาและอัตราความเสียหายสูงกว่า
โม่ชวี่หยางเข้าใจคำพูดฟางซือฟู่ คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า
โถงภารกิจสามารถปรับเขตป้องกันของกองกำลังเหล่านี้ แต่การทำเช่นนี้ชัดเจนเกินไป ที่สำคัญกว่านั้นโม่ชวี่หยางได้ยินว่าเฉินเฟยคนนี้เหมือนจะรู้จักกู่ตันอิงศิษย์ของเจ้าสมาคม
กู่ตันอิงยังแสดงความชื่นชมต่อเฉินเฟยในบางโอกาส
การปรับเขตป้องกันของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวแบบนี้เหมือนเป็นการฉีกหน้าเฉินเฟย