เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 553 แบบนี้ใครจะทนไหว

ตอนที่ 553 แบบนี้ใครจะทนไหว

ตอนที่ 553 แบบนี้ใครจะทนไหว


คังหงเต๋าสัมผัสได้ว่าลมปราณโจวจงอี้หายไป ความคิดทุกอย่างพลันหายไป ยอดฝีมืออีกคนลอบโจมตีโจวจงอี้?

คนที่ลอบโจมตีน่ากลัวยิ่งกว่าเฉินเฟยตรงหน้าอีกหรือ? แค่กระบี่เดียวยังไม่อาจต้านทานแม้กระทั่งชั่วครู่!

ก่อนคังหงเต๋าจะคิดไปมากกว่านั้น กระบี่เฉียนหยวนในมือเฉินเฟยปะทะเข้ากับดาบคังหงเต๋าแล้ว

คังหงเต๋ากล้าโจมตีเฉินเฟยเพราะรู้ว่าโจวจงอี้คอยสนับสนุนอยู่ตรงนั้น ด้วยพลังของระดับรวมทวารขั้นกลางสองคน พวกเขาไม่มีทางแพ้เฉินเฟย

แต่ตอนนี้โจวจงอี้ตายไปแล้ว พลังของคังหงเต๋าคนเดียวไม่อาจเทียบกับเฉินเฟยได้ แม้คังหงเต๋าเป็นระดับรวมทวารขั้นกลางและไม่ถือว่าเป็นผู้อ่อนแอ แต่ผลลัพธ์ถูกตัดสินเป็นที่เรียบร้อย

“ตู้ม!”

ท่ามกลางเสียงดังสนั่น คังหงเต๋าพ่นหมอกเลือดออกมาเต็มปาก ร่างกายปลิวไปข้างหลัง

คังหงเต๋าพยายามถ่ายเทพลังมหาศาลในร่างกาย แต่พลังนี้น่ากลัวยิ่งนัก คังหงเต๋าไม่สามารถนำมันออกในเวลาสั้นๆ

“ชิ้ง!”

เสียงคมกระบี่ตัดผ่านอากาศดังขึ้น คังหงเต๋าเงยหน้ามอง เห็นเฉินเฟยพุ่งมาอยู่ตรงหน้าพร้อมทั้งฟันกระบี่ใส่

คังหงเต๋าแสดงสีหน้าขอความเมตตาโดยไม่ทันได้พักหายใจ เขาต้องการขอความเมตตา เขาอยากมีชีวิตอยู่ เขาไม่อยากตายแบบนี้

คังหงเต๋าขยับปากเล็กน้อย แต่ก่อนจะทันด้พูด คมกระบี่ของเฉินเฟยที่เหมือนกับภูเขาฟันผ่าลงมา

“ตู้ม!”

ผิวทะเลใต้เท้าเฉินเฟยจมลงหลายสิบหมี่ ระลอกคลื่นนับไม่ถ้วนแผ่ขยายออกไป คังหงเต๋าตัวแข็งทื่อ ดวงตาจ้องมองเฉินเฟย ลมปราณสลายไป

เฉินเฟยสบัดกระบี่เฉียนหยวน หยวนกระบี่ระเบิดออก ร่างคังหงเต๋ากลายเป็นเถ้าถ่าน

แก่นแท้วิญญาณอีกหนึ่งสายไหลลงสู่กระบี่เฉียนหยวน แสงบนกระบี่เฉียนหยวนขยายขึ้นแล้วหดลง

ถงหลินหยุนที่อยู่ไม่ไกลมองเฉินเฟยสังหารโจวจงอี้กับคังหงเต๋าด้วยความตกตะลึง รวมกับเหลียวหมิงเล่ยก่อนหน้านี้ ระดับรวมทวารขั้นกลางสามคนตายทั้งหมด

ครู่ก่อนถงหลินหยุนโดนเหลียวหมิงเล่ยทั้งสามปิดล้อม ถงหลินหยุนมีรอยแผลเต็มตัว แต่เหลียวหมิงเล่ยทั้งสามไม่ได้รับบาดเจ็บ

ทุกครั้งที่โจมตี เหลียวหมิงเล่ยทั้งสามจะผ่อนคลายราวกับเดินเล่น หากเหลียวหมิงเล่ยทั้งสามไม่เต็มใจได้รับบาดเจ็บ ถงหลินหยุนคงไม่สามารถอยู่ได้นานขนาดนี้

ทว่าระดับรวมทวารขั้นกลางสามคนนั้นตายด้วยน้ำมือเฉินเฟย ชายหนุ่มที่ถงหลินหยุนมองว่ามีพรสวรรค์ที่ดีแต่ต้องการเวลาเติบโต

“ไป!”

เฉินเฟยเก็บสิ่งของของโจวจงอี้ทั้งสอง เดินไปด้านข้างถงหลินหยุน ฟันกระบี่ตัดลมปราณทั้งหมด จับไหล่นางแล้วหายไปจากจุดนั้น

เฉินเฟยมาที่เกาะร้างแห่งนี้เพราะเนตรสวรรค์ นี่เป็นหนึ่งในสองเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุดในการกลับไปเมืองไห่อวี้

ถงหลินหยุนหนีกลับไปเมืองไห่อวี้เช่นกัน แต่สุดท้ายถูกปิดกั้นให้หยุดบนเกาะร้างแห่งนี้

เฉินเฟยใช้เนตรสวรรค์ยืนยันแล้วว่าไม่มีผู้แข็งแกร่งคนอื่นอยู่รอบตัวถงหลินหยุน ดังนั้นจึงสังหารโจวจงอี้ทั้งสามและช่วยเหลือถงหลินหยุนไปพร้อมกัน

การต่อสู้จบลงในเวลาอันสั้น มันไม่ทำให้เฉินเฟยเสียเวลา ในทางกลับกันยังทำให้ได้รับถุงเฉียนคุนหลายใบ

หลังกลับไปเมืองไห่อวี้ เฉินเฟยไม่มีแผนออกจากเมืองในช่วงเวลาสั้นๆ

ตัวเองกลับมาที่เมืองไห่อวี้อย่างปลอดภัย หลังจากนี้คงยุ่งยากไม่น้อย การอยู่ในเมืองปลอดภัยกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยรากฐานของภารกิจนี้ เมืองไห่อวี้จะไม่จัดภารกิจอื่นให้เฉินเฟยไปอีกสักพัก

พูดได้ว่าหนึ่งภารกิจทำให้ภารกิจส่วนที่เฉินเฟยต้องทำในช่วงเวลาถัดไปเสร็จสิ้นล่วงหน้า

เฉินเฟยจับแขนถงหลินหยุน ใช้พลังหยวนช่วยรักษาอาการบาดเจ็บ ถงหลินหยุนอยู่ในอาการมึนงง เอนตัวพิงร่างเฉินเฟยแล้วหมดสติไป

อาการบาดเจ็บของถงหลินหยุนทำลายถึงต้นกำเนิด เพื่อให้สามารถเก็บลมหายใจไว้ได้ ต้องบอกว่าเจตจำนงของถงหลินหยุนมุ่งมั่นอย่างยิ่ง

ด้วยความช่วยเหลือของเนตรสวรรค์ เฉินเฟยทำให้การเดินทางหลังจากนั้นราบรื่นโดยไม่มีอุบัติเหตุใดอีก ในที่สุดกลับมาถึงเมืองไห่อวี้

กลับเข้าตัวเมือง ถงหลินหยุนตื่นขึ้น พบว่าตัวเองนอนอยู่บนหลังเฉินเฟย ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นสีแดง

โดยเฉพาะในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ เสื้อผ้าถงหลินหยุนฉีกขาด แม้เฉินเฟยสวมเสื้อคลุมให้นาง แต่นางยังอายอยู่เล็กน้อย

เฉินเฟยพาถงหลินหยุนไปโถงภารกิจ ขณะที่กำลังจะเข้าไปก็เห็นฉินไห่ซานอยู่ข้างหลัง แท้จริงแล้วฉินไห่ซานกลับมาถึงเมืองไห่อวี้ช้ากว่าเฉินเฟยหนึ่งก้าว

ด้วยความกังวลว่าจะโดนปิดกั้นที่ด้านนอกเมืองไห่อวี้ ฉินไห่ซานไม่มีวิชาเนตรอันโดดเด่นอย่างเฉินเฟย การอ้อมทางไกลจึงปลอดภัยกว่าโดยธรรมชาติ

ฉินไห่ซานมีความสุขมากเมื่อเห็นเฉินเฟย คิดไม่ถึงว่าเฉินเฟยที่โดนจ้าวเฉิงจงทั้งสองปิดกั้นจะกลับมาถึงเมืองเร็วกว่าตัวเอง

ฉินไห่ซานไม่ได้ถามเฉินเฟยว่าหนีมาได้อย่างไร แต่ฉินไห่ซานจำสิ่งหนึ่งได้ นั่นคือเฉินเฟยช่วยชีวิตตัวเองเอาไว้

ถ้าไม่ใช่เพราะเฉินเฟย ฉินไห่ซานรู้ดีว่าการเผชิญกับระดับรวมทวารขั้นกลางสองคน ตัวเองคงโชคไม่ดี

เฉินเฟยทั้งสามเข้าโถงภารกิจ เลือกส่งภารกิจ จากนั้นทั้งสามถูกพาไปที่ห้องลับ

“ตำแหน่งเป้าหมายมีการสร้างค่ายกลไร้เขตแดน...ระหว่างทางกลับถูกสกัดกั้น...”

ในห้องลับ เฉินเฟยเล่าอย่างละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างภารกิจ พอได้ยินเฉินเฟยพูดถึงค่ายกลไร้เขตแดน ใบหน้าซุนลี่หลินถึงกับเปลี่ยนไป

ซุนลี่หลินคิดไม่ถึงว่าภารกิจเร่งด่วนนี้จะเกี่ยวข้องกับค่ายกลไร้เขตแดน ซุนลี่หลินสามารถทำหน้าที่ผู้ดูแลห้องโถงภารกิจได้ ดังนั้นจึงเข้าใจว่าค่ายกลไร้เขตแดนคืออะไรโดยธรรมชาติ

พอซุนลี่หลินได้ยินว่าเฉินเฟยทั้งห้าถูกสกัดกั้น ตอนนี้ยังไม่รู้ที่อยู่ของสวี่หวู่เฉิงและกัวฮวาเซิง

ซุนลี่หลินจึงไม่กล้ารอช้ารีบไปรายงานสถานการณ์ทันที กลุ่มระดับรวมทวารขั้นปลายห้าคนออกไปจากเมืองไห่อวี้

นี่ก็ผ่านมานานแล้ว ตามที่เฉินเฟยพูดไว้ หากระดับรวมทวารขั้นปลายสามคนจัดการกับสวีหวู่เฉิงเพียงคนเดียว สวีหวู่เฉิงคงประสบปัญหา

แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องส่งคนออกไปค้นหา ไม่เช่นนั้นคงเป็นคนเย็นชาเกินไป

“ข้าต้องการเข้าพบเจ้าสมาคม!” หลังซุนลี่หลินกลับมา เฉินเฟยคิดอยู่พักหนึ่งก่อนพูด

ในความทรงจำหนิงเหยียนติง เฉินเฟยเห็นสายลับอยู่หลายคน หากเฉินเฟยบอกข้อมูลคนเหล่านี้ คนส่วนใหญ่คงไม่เชื่อ แม้ซุนลี่หลินจะเป็นผู้ดูแลโถงภารกิจ แต่ไม่ได้มีสิทธิ์อะไร

ดังนั้นเฉินเฟยต้องไปพบกับหมินเหยียนลู่เท่านั้น ในสมาคมเชียนอวี่ มีเพียงหมินเหยียนลู่ซึ่งเป็นระดับขุนเขาสมุทรที่สามารถตัดสินด้วยคำพูดเดียว

เกรงกว่าหมินเหยียนลู่จะมีความอดทนต่อสายลับต่ำที่สุดเช่นกัน

ซุนลี่หลินมองเฉินเฟย คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูด “ข้าไม่สามารถตัดสินได้ว่าเจ้าสมาคมจะเห็นด้วยหรือไม่ แต่ข้าสามารถแจ้งคำขอของเจ้าแก่เจ้าสมาคมได้!”

“ขอบคุณ!” เฉินเฟยพูดพร้อมกุมมือขึ้น

“ช่วงนี้อย่าพึ่งออกจากเมือง ไม่มีใครกล้าทำอะไรเจ้าในเมืองนี้” ซุนลี่หลินเตือน

“ได้!” เฉินเฟยทั้งสามพยักหน้า

ซุนลี่หลินมองเฉินเฟยทั้งสามหายไปจากโถงภารกิจ ซุนลี่หลินรายงานผลของภารกิจเร่งด่วนนี้อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันส่งคำขอเข้าพบของเฉินเฟยแก่เจ้าสมาคม

นี่คือทั้งหมดที่ซุนลี่หลินสามารถทำได้

รางวัลสำหรับภารกิจเร่งด่วนนี้ยังไม่ได้แจกจ่าย พวกเฉินเฟยไม่สามารถพูดอะไรได้ ไม่ว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไรจะต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบซึ่งใช้เวลาพอสมควร

ค่ายกลไร้เขตแดน เมืองไห่อวี้ไม่มีทางปล่อยผ่านเรื่องนี้

“เจ้ามีที่พักอาศัยหรือยัง?” บนถนน ถงหลินหยุนหันไปมองเฉินเฟยด้วยดวงตาเป็นประกาย

“พอมาถึงเมืองไห่อวี้ก็ได้รับภารกิจนี้เลย”

เฉินเฟยยิ้มแล้วส่ายหัว “แต่ข้าตั้งใจเช่าห้องฝึกฝน ช่วงที่อยู่ในเมืองไห่อวี้จะอยู่ในห้องฝึกฝน”

เมืองไห่อวี้ถูกปกคลุมด้วยค่ายกลขนาดใหญ่ ห้องฝึกนี้ตั้งอยู่ใกล้รอยต่อค่ายกล ดังนั้นพลังหยวนภายในนั้นจึงสมบูรณ์กว่าที่อื่น

และเนื่องจากอยู่ใกล้รอยต่อ แนวป้องกันของห้องฝึกฝนนี้จึงเชื่อมโยงกับค่ายกลเมืองไห่อวี้ พูดได้ว่าหากเมืองไห่อวี้ไม่พังทลายก็ไม่มีใครในห้องฝึกฝนนี้สามารถทำลายมันได้

​ไม่ว่าเป็นความปลอดภัยหรือความเป็นส่วนตัว ห้องฝึกฝนแห่งนี้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม

“งั้นหรือ ข้าอยู่ที่ห้องฝึกฝนเช่นกัน ช่างเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ” รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าถงหลินหยุน

เฉินเฟยหันไปมองฉินไห่ซาน ฉินไห่ซานส่ายหน้า “ข้าจะไปพักโรงเตี๊ยม”

ห้องฝึกฝนมีประโยชน์มากมาย แต่มีราคาแพงเช่นกัน เทียบกับผลของโอสถ ปราณหยวนในห้องฝึกฝนถือได้ว่าเป็นไอซิ่งบนเค้ก

ในฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองไห่อวี้ เฉินเฟยทั้งสองปรากฏตัวที่นี่

เฉินเฟยพบว่าถงหลินหยุนไม่คุ้นเคยกับห้องฝึกฝนที่นี่มากนัก เหมือนว่านางมาเช่าห้องฝึกฝนครั้งแรก

เหมือนสัมผัสได้ถึงการจ้องมองของเฉินเฟย ใบหน้างดงามของถงหลินหยุนดอดไม่ได้ที่จะแดงขึ้น แต่นางแสร้งทำเป็นนิ่งเฉยทันที

ยามดึก เฉินเฟยกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ในห้องฝึกฝน การตกแต่งที่นี่เรียบง่ายมาก เตรียมไว้สำหรับการฝึกฝนโดยเฉพาะ หากต้องการการเข้าพักที่สะดวกสบายกว่านี้ โรงเตี๊ยมขนาดเล็กในเมืองคือตัวเลือกแรก

เฉินเฟยมองสิ่งของตรงหน้า ถุงเฉียนคุนห้าใบและสมบัติเวทระดับกลางห้าชิ้น

ไม่ต้องพูดถึงสิ่งอื่นใด แค่สมบัติเวทระดับกลางห้าชิ้นก็มีมูลค่าเกือบแปดหรือเก้าพันศิลาหยวนระดับกลาง นี่เป็นตัวเลขที่เกินจริงอย่างมาก

ในทางกลัยกันสิ่งของในถุงเฉียนคุนมีมูลค่าน้อย ส่วนใหญ่เป็นโอสถและสมุนไพรรักษา มีศิลาหยวนระดับกลางอยู่บ้างโดยธรรมชาติ

ทั้งหมดนี้รวมถึงสมบัติเวทระดับกลางห้าชิ้นมีมูลค่ามากกว่าศิลาหยวนระดับกลางหนึ่งหมื่นก้อน

“ครืน!”

ค่ายกลในห้องฝึกฝนเฉินเฟยสั่นไหว นั่นคือมีคนด้านนอกขอเข้ามา

เฉินเฟยเก็บถุงเฉียนคุนไว้ในแขนเสื้อ เดินไปเปิดประตูห้องฝึกฝน เห็นถงหลินหยุนยืนอยู่ด้านนอก

“อาการบาดเจ็บภายในสาหัสเกินไป ไม่รู้ว่าเจ้าช่วยรักษาให้หน่อยได้หรือไม่?” ถงหลินหยุนมองเฉินเฟยด้วยสายตาหลงใหล

ยิ่งนักยุทธ์สตรีแข็งแกร่ง ข้อกำหนดด้านรูปลักษณ์ยิ่งสูง ขณะนี้ถงหลินหยุนดูเหมือนเด็กสาว

ผิวของนางอาจแตกได้ด้วยการตี รูปร่างน่าหลงใหลใต้เสื้อผ้าหลวมไม่อาจปกปิดไว้ได้ ใบหน้านางซีดขาวเพราะอาการบาดเจ็บ นั่นทำให้ดูน่าสงสารมากขึ้น

เฉินเฟยตกใจเล็กน้อย เดินออกไปต้อนรับถงหลินหยุนเข้าห้องฝึกฝน

หลังจากนั้นไม่นาน ปราณหยวนฟ้าดินในห้องฝึกฝนสั่นไหวอย่างต่อเนื่อง

เวลาเป็นเหมือนคลื่นโหมซัดซาด กวาดไปทั่วฟ้าดิน เวลาเป็นเหมือนน้ำพุไหลผ่าน ต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน!

ถงหลินหยุนป้องกันได้ดี แต่วันนี้ถงหลินหยุนพบว่าไม่อาจทนรับการโจมตีของเฉินเฟยได้

คลื่นโถมใส่ลูกแล้วลูกเล่า เป็นใครก็ทนไม่ไหว!

จบบทที่ ตอนที่ 553 แบบนี้ใครจะทนไหว

คัดลอกลิงก์แล้ว