- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 547 ปิดฟ้าข้ามทะเล
ตอนที่ 547 ปิดฟ้าข้ามทะเล
ตอนที่ 547 ปิดฟ้าข้ามทะเล
ฉินไห่ซานด้านข้างเผยรอยยิ้ม แต่ในใจไม่มีความวุ่นวายใดเพราะรู้อยู่แล้วว่าวิชาเนตรของเฉินเฟยยอดเยี่ยม แทบหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะผ่านการทดสอบของสวีหวู่เฉิง
ตามที่ฉินไห่ซานรู้ เฉินเฟยยังไม่ใช้วิชาเนตรที่ทรงพลังที่สุด
ตอนค้นหามนุษย์ประหลาด ระดับรวมทวารขั้นปลายแห่งสำนักใต้พิภพยังทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายต้องยอมแพ้ไป แต่เฉินเฟยขุดมนุษย์ประหลาดตัวนั้นออกมาได้ทันที
“ดี”
ใบหน้าสวีหวู่เฉิงปรากฏรอยยิ้ม ทุกคนมาที่นี่เพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ มีคนสามารถทำภารกิจสำเร็จได้อย่างปลอดภัย แบบนี้สวีหวู่เฉิงจะไม่มีความสุขได้อย่างไร
“หลังจากนี้ต้องพึ่งเจ้าแล้ว!” สวีหวู่เฉิงมองเฉินเฟยแล้วพูดอย่างเคร่งขรึม
“ข้าจะทำให้ดีที่สุด!” เฉินเฟยไม่ปฏิเสธ
หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงการดักรอของอสูรทะเล ไม่ต้องพูดถึงการทำภารกิจให้สำเร็จเลย เกรงว่าจะโดนอสูรทะเลเหล่านั้นโจมตีก่อนไปถึงเป้าหมายด้วยซ้ำ
ตอนนี้ยังไปไม่ถึงด้านหลังอสูรทะเลอย่างแท้จริง หากถูกค้นพบอาจพอมีเวลาหลบหนี
หากถูกค้นพบในภายหลังคงบอกได้ยากว่าจะหนีไปได้กี่คน
เฉินเฟยใช้นิ้วกระบี่มือขวากรีดระหว่างคิ้ว ช่องว่างเปิดออกระหว่างคิ้ว ลำแสงส่องออกมา
เนตรสวรรค์ แต่มันต่างจากเนตรสวรรค์ที่เฉินเฟยเคยใช้ในอดีต
ในอดีตเนตรสวรรค์ให้ความสำคัญกับการเจาะลึกรายละเอียดเพื่อติดตามต้นกำเนิด แต่ตอนนี้เฉินเฟยไม่ต้องการรายละเอียดมากนัก เพียงต้องการมองด้านหน้าเพื่อวางแผนสร้างเส้นทาง
ดังนั้นเฉินเฟยจึงใช้ศาสตร์มองดาวเป็นพื้นฐาน ใช้วิชาเนตรอื่นร่วมเพื่อทำให้ศาสตร์มองดาวมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
นี่คือผลลัพธ์ที่ได้หลังจากฝึกฝนวิชาเนตรถึงระดับรู้แจ้งและผสานเข้าด้วยกัน
เป็นการแตะขอบเขตของวิชาก่อนทะลวงผ่านขอบเขต
สวีหวู่เฉิงทั้งสี่มองระหว่างคิ้วของเฉินเฟยด้วยความอยากรู้ เพียงมองครั้งเดียวก็บอกได้ว่าไม่ธรรมดา
ปรากฏว่าวิชาเนตรนี้อยู่ในมือของระดับรวมทวารธรรมดา สวีหวู่เฉิงและคนอื่นคิดว่าเฉินเฟยคงโชคดีได้รับมรดกพิเศษ
สมาคมเชียนอวี่พัฒนามานานหลายปี มีทักษะวิชาเอกลักษณ์อยู่มากมาย แต่ส่วนใหญ่สูญหายหรือไม่สมบูรณ์ บางคนบังเอิญค้นพบถ้ำเทวาและได้รับของขวัญจากคนรุ่นก่อน
ในขอบเขตการมองเห็น เฉินเฟยเห็นภาพมุมกว้างที่อยู่ไกลไปหลายสิบลี้ เฉินเฟยเลือกทิศทางและบินไปข้างหน้าอย่างแผ่วเบา
สวีหวู่เฉิงทั้งสี่ตามไปโดยไม่ส่งเสียงแม้แต่น้อย
เป็นเรื่องยากที่จะมีสิ่งสมบูรณ์ในโลก ระยะเฝ้าระวังของอสูรทะเลเหล่านี้เป็นเช่นเดียวกัน
อสูรทะเลไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ พวกมันเดินไปมาคอยมองหานักยุทธ์ที่แอบเข้ามา แน่นอนว่าระยะเฝ้าระวังของอสูรทะเลถูกกำหนดไว้ พวกมันไม่สามารถเดินไปมาตามต้องการ
แต่หากมีขอบเขต ระยะเฝ้าระวังย่อมมีจุดบอดโดยธรรมชาติ จุดบอดนั้นคือสิ่งที่เฉินเฟยกำลังมองหา
ไม่มีการหยุดชะงักระหว่างทาง เฉินเฟยกับสวีหวู่เฉิงทั้งสี่บินไปอย่างช้าๆ แต่ไปด้วยความเร็วที่กำหนด
เพียงครู่เดียวก้าวหน้าไปอีกสามสิบลี้
เทียบกับสวีหวู่เฉิงที่คอยหาช่องโหว่ด้วยความลังเลเมื่อครู่ เฉินเฟยนำทางได้อย่างราบรื่นราวกับอสูรทะเลเหล่านั้นจงใจหลีกทางให้
เรื่องแบบนี้เป็นไปไม่ได้โดยธรรมชาติ แต่สวีหวู่เฉิงทั้งสี่รู้สึกแบบนั้น
หลังเคลื่อนที่ไปอีกยี่สิบลี้ เหลือประมาณห้าสิบลี้ก่อนไปถึงเป้าหมาย เฉินเฟยหยุดกะทันหัน
หัวใจถงหลินหยินทั้งสี่เต้นรัว พวกเขามองเฉินเฟยด้วยความสับสน ไม่ได้หยุดมาตลอดทาง เวลานี้กลับหยุดกะทันหัน หาทางข้างหน้าไม่พบหรือ?
สวีหวู่เฉิงไม่พูดอะไร มองไปรอบด้านด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ขณะที่เฉินเฟยเป็นผู้นำทาง สวีหวู่เฉิงไม่ได้พักผ่อนโดยตรง ทว่าคอยใช้วิชาเนตรสังเกตสภาพแวดล้อมโดยไม่ผ่อนคลาย
แต่หลังจากเข้าลึกไปสามสิบลี้ สวีหวู่เฉิงพบว่ายากจะหาเส้นทางต่อ รู้สึกเหมือนมีอสูรทะเลดักรออยู่รอบทาง
หากไม่ระวังอาจโดนอสูรทะเลเหล่านั้นสังเกตุเห็น
และพอมาถึงตรงนี้ สวีหวู่เฉิงรู้สึกเหมือนถูกปิดล้อมรอบด้าน เหมือนไม่ว่าจะไปทางไหนก็จะถูกค้นพบจับกุม
ก่อนรับภารกิจ สวีหวู่เฉิงรู้ดีว่าภารกิจนี้ยากยิ่ง ไม่เช่นนั้นคงไม่ถูกกำหนดให้เป็นภารกิจเร่งด่วน
แต่สวีหวู่เฉิงคิดไม่ถึงว่าภารกิจจะยากขนาด ถ้าไม่ใช่เพราะเพิ่มเฉินเฟยเข้ามา สวีหวู่เฉิงคงหยุดเคลื่อนไหวตั้งแต่ยี้สิบลี้ก่อนหน้านี้ แอบกลับไปคิดหาวิธีอื่น
แต่เป็นไปได้มากว่าคิดหาวิธีแก้ไขไม่ได้
แม้วิธีดักรอแจ้งเตือนของอสูรทะเลจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่มันได้ผลดีมาก
ทำได้เพียงปิดฟ้าข้ามทะเล หรือใช้พลังไร้เทียบเคียงทะลวงผ่านอสูรทะเลที่กำลังดักรอและตรงไปยังตำแหน่งเป้าหมาย
แต่สวีหวู่เฉิงไม่มีทั้งสองอย่าง ระดับรวมทวารขั้นปลายแข็งแกร่ง แต่เผชิญกับอสูรทะเลมากมาย สวีหวู่เฉิงก็ไร้พลังเช่นกัน
“มีอะไร?” เสียงถงหลินหยุนดังอยู่ในหูเฉินเฟย
“หยุดพักก่อน วิชาเนตรใช้จิตวิญญาณมากเกินไป” ลำแสงระหว่างคิ้วเฉินเฟยหายไป หันกลับมากระซิบบอก
เทียบกับการใช้เนตรสวรรค์ในอดีต ครั้งนี้เฉินเฟยใช้อย่างสุดกำลัง โคจรจิตวิญญาณถึงขีดจำกัดเพราะกังวลว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดคิด
เนตรสวรรค์ใช้จิตวิญญาณอย่างหนัก เฉินเฟยโคจรเช่นนี้ จิตวิญญาณย่อมรู้สึกหนักหน่วงเป็นธรรมดา
ไม่ใช่ว่าขณะนี้จิตวิญญาณเฉินเฟยถึงจุดต่ำสุด แต่เฉินเฟยต้องเก็บบางส่วนไว้เพื่อสถานการณ์ฉุกเฉิน
แม้ความช่วยเหลือของเนตรสวรรค์ทำให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น แต่เฉินเฟยไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่เกิดเรื่องไม่คาดฝัน
“เอาตามนั้น”
สวีหวู่เฉิงถอนหายใจโล่งอกเมื่อได้ยินคำพูดเฉินเฟย แค่ไม่ใช่ว่าไม่มีทางไปต่อก็พอ
ขวดโอสถปรากฏในมือสวีหวู่เฉิง มอบมันให้เฉินเฟยโดยตรง
เฉินเฟยมองสวีหวู่เฉิง รับขวดโอสถแล้วเปิดออก
ไร้สีไร้กลิ่น ไม่มีกลิ่นหอมสมุนไพร แต่เฉินเฟยจำโอสถนี้ได้ทันที
โอสถจิตวิญญาณนภา โอสถระดับสามขั้นสูง เป็นโอสถวิญญาณที่หายากยิ่ง
แม้โอสถจิตวิญญาณจะไม่ใช่สิ่งที่สามารถพบเห็นแต่ไม่สามารถเรียกหา แต่ราคาของมันสูงกว่าโอสถพลังหยวนมาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงโอสถวิญญาณระดับสามขั้นสูงเลย
เฉินเฟยพกโอสถจิตวิญญาณไว้ในถุงเฉียนคุนเช่นกัน แต่เทียบกับโอสถจิตวิญญาณนภาแล้วยังด้อยกว่ามาก
เฉินเฟยหยิบโอสถจิตวิญญาณนภาเข้าปาก โคจรพลังหยวนในร่างกายเพื่อปรับแต่งฤทธิ์ยาโอสถจิตวิญญาณนภาอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปไม่นาน ความรู้สึกเย็นสบายปรากฏในทะเลจิตสำนึก เริ่มหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณเฉินเฟย
ใช้เวลาครึ่งชั่วยาม ในระหว่างนี้เฉินเฟยกินโอสถจิตวิญญาณนภาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งจิตวิญญาณฟื้นฟูกลับมา
ในช่วงครึ่งชั่วยามนี้เมฆที่เกิดจากหินรวมเมฆลอยไปตามลม มันไม่หยุดนิ่งอยู่ในทะเลเมฆ หากไม่เป็นเช่นนี้เกรงว่าอสูรทะเลคงสังเกตุเห็นสิ่งผิดปกติ
เฉินเฟยลืมตาขึ้น ลำแสงส่องจากระหว่างคิ้วอีกครั้ง
เฉินเฟยมองไปรอบด้าน พบว่าตำแหน่งของอสูรทะเลเปลี่ยนไปบ้างเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้
เฉินเฟยขยับเล็กน้อย บินไปข้างหน้าอย่างระวัง
ห้าสิบลี้ สี่สิบลี้ สามสิบลี้!
เมื่อเข้าใกล้พื้นที่เป้าหมายภารกิจ ความเร็วในการบินของเฉินเฟยก็ช้าลงเรื่อยๆ
จำนวนอสูรทะเลใรบริเวณใกล้เคียงไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่พวกมันแข็งแกร่งขึ้นมาก
ตอนอยู่บริเวณรอบนอก ส่วนใหญ่เป็นอสูรทะเลระดับสามขั้นต้น แต่พอมาถึงที่นี่ ท่ามกลางพวกมันเต็มไปด้วยอสูรทะเลระดับสามขั้นกลาง เฉินเฟยยังเห็นอสูรทะเลระดับสามขั้นปลายหลายตัวอยู่ห่างออกไปยี่สิบลี้
“หากเห็นชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นด้านใน พวกเราก็ไม่ต้องไปต่อแล้ว” สวีหวู่เฉิงกระซิบ
สวีหวู่เฉิงรู้สึกว่าสถานที่นี้อันตรายมากแล้ว หากทุ่มสุดตัวคงพอมีโอกาสหลบหนี
แต่ถ้ายังก้าวเข้าไปอีก เมื่ออสูรทะเลรอบด้านสังเกตุเห็น สวีหวู่เฉิงไม่มั่นใจเลยว่าจะหลบหนีไปได้
ความรู้สึกนี้น่าตื่นเต้นเกินไป สวีหวู่เฉิงไม่มีประสบการณ์เช่นนี้มาหลายปีแล้วนับตั้งแต่การบ่มเพาะมาถึงระดับรวมทวารขั้นปลาย
สวีหวู่เฉิงยังเป็นขนาดนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงถงหลินหยุนและคนอื่นเลย
หากถูกค้นพบในที่แห่งนี้ สวีหวู่เฉิงสามารถหนีไปได้ แต่พวกเขาหนีไม่พ้นแน่นอน
คิดไว้แล้วว่าภารกิจยาก แต่คิดไม่ถึงว่าจะยากขนาดนี้ เป้าหมายภารกิจมีสถานะของอสูรทะเลในหัวใจสูงเกินไป
อสูรทะเลจำนวนมากถูกส่งไปเฝ้าระวัง ความหนาแน่นของอสูรทะเลในที่แห่งนี้เยอะกว่ากระแสอสูรทะเลขนาดเล็กก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ
เฉินเฟยพยักหน้า เขาไม่ต้องการไปต่อเช่นกัน แม้ยังมีช่องโหว่ในพื้นที่แจ้งเตือนและเฉินเฟยสามารถคว้าโอกาสที่เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่เหล่านี้ได้
แต่โอกาสยอมรับข้อผิดพลาดต่ำเกินไป หากไม่ระวังจะสูญเสียทุกสิ่ง
เผชิญกับอสูรทะเลระดับสามตรงหน้า สวีหวู่เฉิงยังไม่สามารถปราบปรามมันได้อย่างสมบูรณ์ในการสู้ตัวต่อตัว หากพวกมันจำนวนมากเข้ามาพร้อมกัน ทุกคนคงได้กลายเป็นอาหารของอสูรทะเล
จิตวิญญาณในทะเลสำนึกของเฉินเฟยยังคงสั่นไหว แสงที่ส่องจากระหว่างคิ้วเข้มขึ้น
ภาพที่อยู่ห่างออกไปสามสิบลี้ถูกเฉินเฟยดึงเข้ามา เฉินเฟยไม่กล้ามองอสูรทะเลระดับสามขั้นปลายที่เดินไปมาตามใจชอบ อสูรระดับนี้มีสัมผัสไวต่อการสอดแนม
แม้การค้นหาของเนตรสวรรค์จะซ่อนเร้น แต่เป็นการดีกว่าที่จะไม่เสี่ยง
“สถานที่นั้นถูกม่านพลังบดบังไว้”
ในที่สุดเฉินเฟยก็เห็นพื้นที่ภารกิจ แต่ตำแหน่งใจกลางมีม่านพลังสีดำปกคลุมด้านล่างไว้หมด
“สามารถมองผ่านเข้าไปดูว่าด้านล่างนั้นมีอะไรได้หรือไม่?” สวีหวู่เฉิงถาม
แม้รู้สึกว่าการถามสิ่งนี้เป็นการบังคับให้คนอื่นทำเรื่องยาก แต่มาถึงจุดนี้แล้ว การกลับไปแบบนี้เท่ากับทำภารกิจไม่สำเร็จ
“ข้าจะพยายาม!”
เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นประสานมุทรา พลังหยวนในร่างกายเริ่มโคจรในทิศทางแปลกๆ
นี่เป็นท่าลับที่บันทึกอยู่ในกระบี่ยอดสวรรค์ลี้ลับ ส่วนใหญ่เป็นเนตรใต้พิภพของสำนักใต้พิภพ
เนตรใต้พิภพเป็นที่รู้จักกันในชื่อด้านบนค้นหาแดนสวรรค์ ด้านล่างเสาะหาน้ำพุเหลือง วิธีตรวจสอบค่อนข้างต่างจากวิชาเนตรทั่วไป
แสงจางส่องจากระหว่างคิ้วเฉินเฟย
ห่างออกไปสามสิบลี้ ม่านพลังผันผวนเล็กน้อย อสูรทะเลระดับสามขั้นปลายหันหน้ากลับไปมองม่านพลังจากนั้นกวาดสายตาไปรอบด้าน