เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 542 โชคดีได้เข้าใจความลับฟ้าดิน

ตอนที่ 542 โชคดีได้เข้าใจความลับฟ้าดิน

ตอนที่ 542 โชคดีได้เข้าใจความลับฟ้าดิน


กระบี่ยอดสวรรค์ลี้ลับผสานจุดแข็งแกร่งของสำนักต่างๆ ภายในย่อมมีท่าร่างโดยธรรมชาติ

ตอนนี้ความชำนาญกระบี่ยอดสวรรค์ลี้ลับอยู่ในระดับเชี่ยวชาญเท่านั้น แต่ขณะที่เฉินเฟยใช้มัน ความเร็วกลับเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก

เนื่องจากความชำนาญกระบี่ยอดสวรรค์ลี้ลับเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ความเร็วท่าร่างของเฉินเฟยย่อมเร็วกว่านี้แน่นอน ในเวลานั้นไม่ใช่เรื่องเท็จที่อ้างว่าเหนือกว่าระดับเดียวกันในสมาคมเชียนอวี่

เฉินเฟยมองความว่างเปล่าด้านหลังขวา คมกระบี่เมื่อครู่หายไป ไม่มีร่องรอยผู้ใดเลย เฉินเฟยมองไประยะไกลอีกครั้ง ร่างสั่นไหวหายไปกลางอากาศ

อีกด้านหนึ่ง ไกลออกไปมีผู้แข็งแกร่งรวมทวารขั้นปลายคนหนึ่งโผล่ออกมาจากกับดักพันดวงตาประหลาด ทันใดนั้นอยู่ห่างออกไปยี่สิบลี้

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เฉินเต๋าเหิงเดินออกมาจากความว่างเปล่า มองจุดที่เฉินเฟายหายตัวไปด้วยสายตาสนใจ ขณะที่กำลังคิดว่าจะไล่ตามต่อหรือไม่ ทันใดนั้นสัมผัสได้ถึงลมปราณจากด้านหลัง

“ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ ข้าให้คอยเฝ้าระวังไม่ใช่หรือ!” คนหนึ่งปรากฏด้านข้างเฉินเต๋าเหิงพร้อมทั้งพูดตำหนิ

“อาจารย์ลุงฮวง!”

พอเห็นอีกฝ่าย เฉินเต๋าเหิงจึงกุมมือทำความเคารพ “มีคนเพิ่งผ่านมา ข้าจึงลองทดสอบดู”

“คนนั้นเห็นข้าเข้าออกถ้ำ?” หวงอวี่เหิงขมวดคิ้ว

“ไม่ คนนั้นหยุดห่างจากถ้ำสิบลี้ คงสัมผัสได้ถึงข้าจึงหันหลังจากไป”

เฉินเต๋าเหิงส่ายหน้าแล้วพูดต่อ “ข้าคิดว่าเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ สุดท้ายพบว่าอีกฝ่ายสัมผัสได้ถึงตำแหน่งของข้าจริง เป็นเพียงระดับรวมทวารขั้นต้น ควรมีสมบัติเวทย์ไม่ธรรมดา”

สีหน้าหวงอวี่เหิงขยับเล็กน้อย ศิษย์หลานคนนี้เป็นผู้นำในวัยเดียวกันของศาลาลั่วเทียน พูดอีกอย่างคือในสมาคมเชียนอวี่มีน้อยคนที่เทียบเคียงได้

โดยเฉพาะความเข้าใจวิชาประจำสำนักศาลาลั่วเทียนเคล็ดลั่วเทียนของเฉินเต๋าเหิง แม้แต่ผู้อาวุโสใหญ่ยังชื่นชมเฉิงเต๋าเหิงว่ามีโอกาสสูงที่จะทะลวงระดับรวมทวารสูงสุดในอนาคต

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ยังมีคนพบร่องรอยของเฉิงเต๋าเหิง มันเป็นเรื่องยากที่ระดับรวมทวารขั้นต้นจะทำได้

“มาจากสำนักใด?” หวงอวี่เหิงถาม

ในบรรดาสิบกองกำลังใหญ่ แต่ละสำนักเชี่ยวชาญศาสตร์ต่างกัน ในหมู่พวกเขาศาลาฟีนิกซ์ร่ายรำและสำนักใต้พิภพมีชื่อเสียงด้านวิชาเนตรที่สุด หากรวมกับสมบัติเวทพิเศษ การปกปิดรูปลักษณ์หรือซ่อนตัวเป็นเรื่องยากยิ่ง

“ไม่ได้มาจากสำนักไหน ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่ไล่ตามเช่นนี้”

เฉินเต๋าเหิงส่ายหน้า หากมาจากสำนักเหล่านั้นเฉินเต๋าเหิงคงไม่สนใจทดสอบ

หวงอวี่เหิงพยักหน้าเมื่อได้ยินว่าไม่ได้มาจากสำนักใด แค่กำลังคิดว่าจะตามไปสังหารดีหรือไม่ ทันใดนั้นแผ่นหยกตรงเอวเริ่มสั่นไหว

สีหน้าหวงอวี่เหิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย พันดวงตาประหลาดซ่อนตัวไม่ได้อีกแล้ว เขาต้องสร้างค่ายกลในถ้ำหลายแห่งให้เสร็จโดยเร็วที่สุด ต้องร่วมมือกับผู้อื่นเท่านั้นจึงสามารถช่วยปกปิดได้

“ไป!”

หวงอวี่เหิงจับไหล่เฉินเต๋าเหิง ร่างวูบไหวหายไปจากจุดนั้น เฉินเต๋าเหิงเห็นสีแผ่นหยก รอยยิ้มบนใบหน้าหายไปทันที

ห่างออกไปหลายสิบลี้ เฉินเฟยรู้สึกผ่อนคลายเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ว่าไม่มีใครไล่ตามมาทัน

ตอนนี้เฉินเฟยกำลังเผชิญกับระดับรวมทวารขั้นปลาย เฉินเฟยไม่แน่ใจว่าจะหลบหนีได้อย่างปลอดภัยหรือไม่

ท้ายที่สุดขอบเขตสูงกว่าตัวเองหนึ่งระดับ ข้อได้เปรียบบางอย่างของเฉินเฟยไม่นับว่าเป็นอะไรเมื่อเผชิญกับระดับรวมทวารขั้นปลาย

“หลบหนีสู่ความว่างเปล่ามีแนวทางคล้ายกับศาลาลั่วเทียนเล็กน้อย”

เฉินเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะที่คิดถึงสิ่งที่เห็น คนของศาลาลั่วเทียนจะตกหลุมพรางพันดวงตาประหลาดได้อย่างไร ด้านนอกยังมีคนคอยระวังอยู่ด้วย

ทันใดนั้นเฉินเฟยจำได้ว่าได้รับวิชาของเก้ากองกำลังใหญ่ ขาดเพียงวิชาของศาลาลั่วเทียนเท่านั้น

ก่อนหน้านี้เฉินเฟยสัมผัสได้ว่ามีเพียงไม่กี่คนที่เดินไปมาในศาลาลั่วเทียน มีศิษย์อยู่ไม่มากนักดังนั้นจึงรอดมาได้ พันดวงตาประหลาดไม่ได้ฝังเมล็ดพันธุ์ไว้

มองย้อนกลับไปเมื่อครู่ ดูเหมือนสถานการณ์จะซับซ้อนกว่านั้น

แม้คนอื่นเห็นคนของศาลาลั่วเทียนเข้าออกกับดักพันดวงตาประหลาดก็คงไม่คิดอะไร ท้ายที่สุดการค้นพบถ้ำและริเริ่มสำรวจถ้ำนั้นถือเป็นเรื่องปกติสำหรับนักยุทธ์

คนอื่นไม่รู้ว่ามันเป็นถ้ำที่พันดวงตาประหลาดสร้างขึ้น แม้จะรู้เรื่องนี้แต่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่

แต่เมื่อนำข้อมูลทั้งสองมารวมกัน สิ่งต่างๆจึงดูแปลกเล็กน้อย

“ก่อนที่เจ้าสมาคมเชียนอวี่มาถึง ศาลาลั่วเทียนเป็นกองกำลังแข็งแกร่งที่สุดของที่นี่!”

ทันใดนั้นข้อความหนึ่งปรากฏในใจเฉินเฟย

ไม่กี่ชั่วยามต่อมา เฉินเฟยกลับมาที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เข้าสู่การฝึกฝนโดยตรง

ตอนนี้ความชำนาญของกระบี่ยอดสวรรค์ลี้ลับต่ำเกินไป หากเฉินเฟยฝึกฝนถึงระดับรู้แจ้ง มันจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งได้มาก

เฉินเฟยไม่รู้ว่าเมื่ออัจฉริยะกองกำลังใหญ่อยู่ในระดับรวมทวารขั้นกลางจะฝึกฝนวิชาประจำสำนักได้มากขนาดไหน

แต่สำหรับคนของศาลาลั่วเทียนที่เฉินเฟยพบในวันนี้ พิจารณาจากข้อมูลที่ได้รับจากเนตรสวรรค์ อีกฝ่ายอายุไม่มากนัก อายุไม่ควรเกินร้อยปี

ในด้านพลังที่เฉินเฟยสัมผัสได้เมื่ออีกฝ่ายฟันกระบี่ ระดับความเข้าใจวิชาอาจเกือบเหมือนเฉินเฟยในตอนนี้

ด้วยความเร็วในการเข้าใจวิชาระดับนี้เท่านั้น อีกฝ่ายถึงสามารถพัฒนาการบ่มเพาะสู่ระดับรวมทวารขั้นกลางในอายุเท่านี้

ไม่อย่างนั้นต่อให้เป็นท่ามกลางกองกำลังใหญ่ ส่วนใหญ่ยังมีอายุเกือบสองร้อยปีเมื่อทะลวงระดับรวมทวารขั้นกลาง อันนี้ยังนับว่ามีพรสวรรค์แล้ว

หากพรสวรรค์ต่ำกว่านั้นเล็กน้อย ต่อให้เป็นท่ามกลางกองกำลังใหญ่ ในช่วงชีวิตนี้การบ่มเพาะอาจอยู่ในระดับรวมทวารขั้นต้นเท่านั้น

มีเพียงผู้มีพรสวรรค์แท้จริงที่สามารถก้าวสู่ระดับขัดเกลาสูงสุดในช่วงอายุสามสิบ ก้าวสู่ระดับรวมทวารขั้นปลายในสองร้อยปี ใช้เวลาอีกหลายปีในการทะลวงระดับรวมทวารสูงสุด

ด้วยความเร็วในการฝึกฝนนี้จึงสามารถตั้งตารอระดับขุนเขาสมุทรในอนาคต

ขณะที่เฉินเฟยเข้าสู่การฝึกฝน ข้อมูลเกี่ยวกับแนวป้องกันนอกสมาคมก็เริ่มแพร่กระจายในสมาคมเชียนอวี่

สำหรับข้อมูลพันดวงตาประหลาด เรื่องนี้ถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์ ยกเว้นสิบกองกำลังใหญ่และสำนักที่มีระดับรวมทวารขั้นปลาย คนอื่นล้วนถูกเก็บเป็นความลับ

สิบวันต่อมา ฉินไห่ซานและคนอื่นมาที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

“แนวหน้าขาดพลัง เกรงว่าพวกเราจะถูกคัดเลือกไปด้วย” ในลานบ้าน ฉินไห่ซานพูดเสียงทุ้ม

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาในสมาคมเชียนอวี่ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉินไห่ซานเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ ในอดีตแม้ว่าอสูรทะเลส่งผลกระทบครั้งใหญ่ทุกๆหลายสิบปี แต่ยังต้านทานได้อย่างง่ายดาย

อย่างมากเพียงแค่รับสมัครนักยุทธ์ขัดเกลาทวารเพื่อสร้างค่ายกลสังหารอสูรทะเล

“ในเวลานั้นหวังว่าพวกเราจะอยู่ในแนวป้องกันเดียวกันจะได้ดูแลกันได้” จ้าวเถียนซวนพูดเสียงเบา

เป็นไปไม่ได้เลยที่จะปฏิเสธการรับสมัครนี้และไม่มีใครกล้าปฏิเสธ นั่นเท่ากับเป็นการต่อต้านสมาคมเชียนอวี่ เกรงว่าถ้าไม่ไปแนวหน้าก็คงโดนจับไป

“ประมาณเมื่อไหร่?” เฉินเฟยขมวดคิ้ว

แม้เฉินเฟยได้รับข้อมูลจากสวนชาแล้ว แต่เฉินเฟยคิดไม่ถึงว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้

หากมีทางเลือก เฉินเฟยอยากอยู่ในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวและจดจ่อกับฝึกฝนต่อไป

ความลึกล้ำของกระบี่ยอดสวรรค์ลี้ลับเหนือกว่ากระบี่สามชีวิตตัดเงา เฉินเฟยได้รับประโยชน์มากมายจากการฝึกฝนแต่ละครั้ง ความแข็งแกร่งของตัวเองจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในถุงเฉียนคุนมีศิลาหยวนระดับกลางกว่าพันก้อน หากสมบัติวิญญาณดูดซับจนหมดจะสามารถรองรับการฝึกฝนของเฉินเฟยได้เป็นเวลานาน

แม้เฉินเฟยจะกินโอสถถึงขีดจำกัด แต่ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อยเกือบหนึ่งปีในการใช้ศิลาหยวนทั้งหมด

และมันไม่สำคัญว่าจะหมดลงหรือไม่ ช่วงนี้ทะเลด้านนอกมีอสูรทะเลมากมาย เฉินเฟยสามารถออกไปสังหารสองสามตัวเพื่อจัดหาทรัพยากรฝึกฝนต่อไป

เทียบกับดินแดนเมืองเซียนเมฆาที่ปราณหยวนฟ้าดินเบาบางซึ่งยากต่อการได้เห็นสัตว์อสูร วิธีหารทรัพยากรด้วยการต่อสู้เช่นนี้ทำได้ไม่ง่ายเลย

แต่ในสมาคมเชียนอวี่ กลัวว่าเจ้าจะไม่กล้าพอมากกว่า ไม่เช่นนั้นย่อมมีโอกาสได้รับศิลาหยวนมากมาย

เฉินเฟยไม่ต้องกังวลเรื่องไม่มีศิลาหยวนไปช่วงหนึ่งเลย

แต่ถ้าไปแนวหน้า ระดับเสี่ยงจะพุ่งสูงทันที มันไม่ใช่เรื่องของความกล้าอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของโชค

หากโชคไม่ดีนัก ไม่ว่าแข็งแกร่งแค่ไหนสุดท้ายก็ต้องตายอยู่ดี

“คงอีกแค่ไม่กี่วัน” ฉินไห่ซานตอบ

ตอนนี้ทุกคนในสมาคมเชียนอวี่ตระหนักถึงปัญหาของแนวป้องกัน เห็นชัดว่าสมาคมจงใจกระจายข่าวเพื่อให้ทุกคนเตรียมใจ

ถงจ้งชิวยังคงนิ่งเงียบ หลังสังหารเจี่ยนจิ้นเซิงถงจ้งชิวคิดว่าวิกฤตส่วนใหญ่ของสำนักกระบี่เซียนเมฆาได้รับการแก้ไขแล้ว ดังนั้นจึงอดทนรอใครสักคนในสำนักทะลวงระดับรวมทวาร

แม้ชีวิตของถงจงชิวจะสิ้นสุดลง แต่เขาจะไม่เสียใจเลย

คาดไม่ถึงว่าตอนนี้จะถูกเรียกตัวไปแนวหน้า ถงจ้งชิวไม่กลัวตาย แต่กลัวว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาจะล่มสลายหลังตัวเองตาย

“เอาล่ะ พอไปถึงแนวหน้า ลองดูกันว่าสามารถหาคนมารองรับจัดให้พวกเราอยู่ด้วยกันได้หรือไม่”

เฉินเฟยพยักหน้าแล้วพูด ท้ายที่สุดพวกเขาเป็นพันธมิตรกัน ถ้าประสบปัญหาในแนวหน้าจะได้ช่วยเหลือกันได้ แบบนี้ดีกว่าพบกับคนแปลกหน้า

หนึ่เค่อต่อมา ฉินไห่ซานและคนอื่นจากไป ส่วนเฉินเฟยกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ที่ลานบ้าน เริ่มฝึกฝนกระบี่ยอดสวรรค์ลี้ลับทันที

ในการเพิ่มความชำนาญวิชา ไม่ว่าอยู่ที่ไหนเฉินเฟยล้วนทำได้ สิ่งนี้ต่างจากการกินโอสถฝึกฝนพลังหยวน

แน่นอนว่าหากนักยุทธ์คนอื่นต้องการเรียนรู้วิชา พวกเขาต้องเลือกสถานที่เงียบสงบ ท้ายที่สุดการเรียนรู้วิชาต้องใช้จิตวิญญาณ พวกเขากลัวการโดนผู้อื่นรบกวนมากที่สุด

อาจมีแรงบันดาลใจเกิดขึ้น แต่ก่อนจะลงลึกกลับโดนขัดจังหวะเสียก่อน นั่นเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมที่สุด

ในทางกลับกันเฉินเฟยไม่มีความกังวลเช่นนั้น ตราบใดที่โคจรกระบี่สามชีวิตตัดเงา ความเข้าใจกระบี่ยอดสวรรค์ลีลับจะปรากฏในทะเลจิตสำนึกทำให้เฉินเฟยซึมซับมันอย่างเป็นธรรมชาติและเปลี่ยนเป็นของตัวเอง

บางครั้งเฉินเฟยก็สงสัยว่าแผงระบบนี้คืออะไรกันแน่

ทุกคนในโลกเผยแพร่เรื่องกลับชาติมาเกิด แต่ไม่มีใครเคยเห็นของจริง แต่ในหมู่นักยุทธ์ หากโชคดีได้เข้าใจความลับฟ้าดิน ผู้ยิ่งใหญ่บางคนต้องกลับชาติมาเกิดและฝึกฝนใหม่แน่นอน

เป็นไปได้ไหมที่แผงระบบนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงผลเต๋าของผู้ยิ่งใหญ่?

จบบทที่ ตอนที่ 542 โชคดีได้เข้าใจความลับฟ้าดิน

คัดลอกลิงก์แล้ว