- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 534 ด้านบนค้นหาแดนสวรรค์ ด้านล่างเสาะหาน้ำพุเหลือง
ตอนที่ 534 ด้านบนค้นหาแดนสวรรค์ ด้านล่างเสาะหาน้ำพุเหลือง
ตอนที่ 534 ด้านบนค้นหาแดนสวรรค์ ด้านล่างเสาะหาน้ำพุเหลือง
หันปัญหาไปทางตะวันออก?
ไม่เลย นี่เป็นเพราะเฉินเฟยรู้ว่าสำนักใต้พิภพชอบสังหารสิ่งแปลกประหลาด ดังนั้นเขาจึงเดินทางหลายพันลี้เพื่อมาส่งสิ่งแปลกประหลาดให้สำนักใต้พิภพถึงหน้าประตูต่างหาก
พันลี้ไกลจริงหรือ ด้วยความเร็วของเฉินเฟยในตอนนี้ยังใช้เวลาบินหลายชั่วยาม จินตนาการได้เลยว่าไกลแค่ไหน
คนดีย่อมทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
มอบของขวัญสิ่งแปลกประหลาดให้แบบนี้ เฉินเฟยเกรงว่าสำนักใต้พิภพจะต้อนรับตัวเองอย่างอบอุ่นแน่น ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจไม่แสดงตัว สุดท้ายเฉินเฟยไม่คิดจะขอสิ่งตอบแทนจากการส่งสิ่งแปลกประหลาดตัวนี้ให้
ลำแสงพุ่งออกจากระหว่างคิ้วเฉินเฟย ไล่ติดตามร่องรอยเงาดำ
หลังเดินไปกว่าสิบลี้ เงาดำซึมเข้าไปในร่างปลาทะเล เคลื่อนตัวไปพร้อมกับปลาตัวนั้น
เฉินเฟยยืนอยู่จุดเดิม ใช้นิ้วกระบี่มือขวาวาดแผนภาพบนทะเล
เฉินเฟยรู้จักค่ายกลไม่มาก ค่ายกลที่เชี่ยวชาญที่สุดคือค่ายกลมังกรคชสารและค่ายกลปรับแต่งหัวใจ พูดได้ว่าสองค่ายกลนี้อยู่ในระดับสูงสุด
สำหรับค่ายกลอื่น เฉินเฟยเรียนรู้น้อยนิด พูดอีกอย่างคือไม่ได้ตั้งใจจะเรียนรู้ค่ายกลอื่น
สิ่งต่างๆเช่นค่ายกล หากเรียนรู้ได้ก็สามารถประยุกต์ใช้ในการต่อสู้ หากสามารถวางค่ายกลทรงพลังไว้ล่วงหน้า พลังของมันจะเพิ่มขึ้นมาก การใช้ความอ่อนแอสยบความแข็งแกร่งจะเป็นเรื่องปกติ
แต่ในทางกลับกันการพาผู้แข็งแกร่งเข้าสู่ค่ายกลที่เตรียมไว้ล่วงหน้าเป็นเรื่องยาก ยิ่งค่ายกลทรงพลังเท่าไหร่ยิ่งแผ่พลังอันแข็งแกร่ง
มีค่ายกลไม่มากนักที่มีพลังมหาศาลแต่สามารถปกปิดพลังทั้งหมดไว้ได้
พูดอีกอย่างคือทั้งสองอยู่ในทิศทางตรงข้าม ปลากับอุ้งตีนหมีได้มาพร้อมกันไม่ได้
ดังนั้นค่ายกลส่วนใหญ่จึงใช้กับประตูภูเขา อย่างไรแล้วการจัดวางอย่างมั่นคงย่อมดีกว่าโดยธรรมชาติ
เช่นเดียวกับเมืองจักรพรรดิ อาศัยข้อได้เปรียบระหว่างการหลอมรวมของสมบัติวิญญาณกับผืนดิน ยกระดับค่ายกลของเมืองจักรพรรดิให้อยู่ในระดับน่าอัศจรรย์
ในดินแดนนี้มีเพียงระดับรวมทวารขั้นต้นเหอเท่านั้นที่อาละวาด เมืองจักรพรรดิสามารถพูดได้ว่าแข็งแกร่งไม่มีทางถูกทำลาย ต่อให้ระดับรวมทวารขั้นต้นหลายคนร่วมมือกัน แต่ผลลัพธ์ยังคงเป็นเช่นเดิม
ค่ายกลมีข้อดี แต่มีข้อจำกัดในตัวเองเช่นกัน
ในการต่อสู้ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะคนอย่างเฉินเฟยที่มักเดินทางคนเดียว มีโอกาสน้อยมากที่จะนำค่ายกลมาใช้
ดังนั้นจนถึงตอนนี้เฉินเฟยเรียนรู้ค่ายกลเพียงไม่กี่อย่าง แต่เพราะฝึกฝนค่ายกลเหล่านี้ถึงจุดสูงสุด ดังนั้นจึงเข้าใจหลักการของค่ายกลหลายอย่าง
ให้เฉินเฟยสร้างค่ายกลทรงพลังอาจทำไม่ได้ แต่ด้วยหลักการของค่ายกลที่มีอยู่ การจัดวางค่ายกลขนาดใหญ่แต่ไม่แข็งแกร่งมากนักย่อมไม่มีปัญหา
ค่ายกลที่เฉินเฟยสร้างในขณะนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพันดวงตาประหลาด ทว่าต้องการทำให้เกิดเสียงดังเพื่อดึงดูดคนของสำนักใต้พิภพ
เพียงครู่เดียวค่ายกลหนึ่งปรากฏบนทะเล น้ำทะเลโดยรอบถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์และอยู่ในสภาพสมดุล
เฉินเฟยเหลือบไปมอง เงาดำอยู่ห่างออกไปสิบลี้ ระลอกคลื่นเล็กๆเริ่มสั่นไหวอีกครั้ง
หนึ่งเค่อต่อมา พลังมหาศาลพวยพุ่งขึ้นฟ้า ส่งผลกระทบต่อบริเวณสิบลี้โดยรอบ
ภายในสำนักใต้พิภพ ผู้แข็งแกร่งระดับรวมทวารทุกคนรู้สึกใจเต้นแรง พวกเขาหันไปมองนอกสำนัก
ไม่ใช่แค่ระดับรวมทวาร นักยุทธ์ขัดเกลาทวารยังสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลอย่างชัดเจน แม้กระทั่งระดับขัดเกลาอวัยวะภายในที่มีจิตวิญญาณอ่อนด้อยยังตระหนักถึงเรื่องนี้
ศิษย์สำนักใต้พิภพแสดงสีหน้าประหลาดใจเมื่อสัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติ
ที่นี่คือสำนักใต้พิภพ กองกำลังใหญ่แห่งสมาคมเขียนอวี่ ทุกอย่างในระยะพันลี้อยู่ในอาณาเขตสำนักใต้พิภพ
แทบไม่มีใครกล้าสร้างปัญหาภายในอาณาเขตของสำนักใต้พิภพ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการสร้างปัญหาภายในสิบลี้
หลายร่างในสำนักใต้พิภพลอยขึ้นฟ้ารีบเร่งไปไกลหลายสิบลี้ ในหมู่พวกเขาไม่ใช่เพียงระดับรวมทวารขั้นต้น ยังมีผู้อาวุโสระดับรวมทวารขั้นปลายด้วย
การเดินทางสิบลี้สำหรับคนธรรมดา โดยเฉพาะในพื้นที่ทะเลอาจใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วยาม
แต่สำหรับคนที่เข้าถึงท้องฟ้าอย่างระดับรวมทวาร พูดไม่ได้ว่าเดินทางสิบลี้ในพริบตา แต่ต้องใช้เวลาเล็กน้อยเท่านั้น โดยเฉพาะระดับรวมทวารขั้นปลาย ระยะทางนี้สามารถไปถึงในเวลาเพียงชั่วครู่
เป่าซ่างหยุนไขว่มือไว้ด้านหลังเหมือนเดินเล่นในลานบ้าน จนกระทั่งมาถึงสถานที่สัมผัสได้ถึงการระเบิดก่อนหน้านี้ พบว่ามันสงบไร้ซึ่งร่องรอยการต่อสู้
ไม่ต้องพูดถึงร่องรอย แม้แต่ลมปราณที่ควรหลงเหลือยังหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เป่าซ่างหยุนขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปรอบด้านโดยมีแสงน้ำเงินอยู่ในดวงตา
เนตรใต้พิภพ วิชาเนตรชั้นยอดของสำนักใต้พิภพ เป็นที่รู้จักในนามด้านบนค้นหาแดนสวรรค์ ด้านล่างเสาะหาน้ำพุเหลือง ไม่มีเบาะแสใดหลบหนีการค้นหาของเนตรใต้พิภพ
สถานการณ์จริงไม่ได้เกินจริงมากนัก แต่ตาชิงหมิงสามารถตรวจจับสิ่งต่าง ๆ มากมายที่คนธรรมดาไม่สามารถตรวจจับได้ และไวต่อกลิ่นแปลก ๆ เป็นพิเศษ
การบ่มเพาะของเป่าซ่างหยุนอยู่ในระดับรวมทวารขั้นปลาย นั่นทำให้เขาเป็นคนสำคัญของสมาคมเชียนอวี่ ความสำเร็จในเส้นทางยุทธ์ไม่ธรรมดาโดยธรรมชาติ
ในขณะนี้เนตรใต้พิภพสัมผัสได้ถึงร่องรอยค่ายกล ขณะที่เป่าซ่างหยุนกำลังจะตรวจสอบ หัวใจพลันเต้นรัว เงยหน้าขึ้นมองไปไกลสิบลี้
ลมปราณเย็นแผ่มาจากจุดนั้น
เป่าซ่างหยุนขมวดคิ้ว สิ่งแปลกประหลาดมาที่อาณาเขตสำนักใต้พิภพด้วยตัวเอง? มีคนตั้งใจชักนำมันมาที่นี่หรือไม่?
ดังนั้นร่องรอยค่ายกลเมื่อครู่ทำเพื่อดึงดูดความสนใจของสำนักใต้พิภพ?
ความคิดหลายอย่างแวบขึ้นมาในใจ เป่าซ่างหยุนเดาเรื่องราวทั้งหมดได้ทันที
ดวงตาเป่าซ่างหยุนหรี่ลง สำนักใต้พิภพไล่ล่าสิ่งแปลกประหลาดทุกประเภทในสมาคมเชียนอวี่ ทุกที่ที่มีข่าวลือสิ่งแปลกประหลาด ที่นั่นอาจมีศิษย์สำนักใต้พิภพด้วยเช่นกัน
แต่มันไม่ได้หมายความว่าสามารถใช้สำนักใต้พิภพเป็นเกราะป้องกัน
หากกล้าวางแผนใช้สำนักใต้พิภพ เช่นนั้นต้องเตรียมใจถูกคนของสำนนักใต้พิภพคิดบัญชีหลังทำความดีด้วย
เป่าซ่างหยุนโบกมือขวา ปิดผนึกร่องรอยที่เหลือของค่ายกลใต้เท้าเก็บไว้ในแขนเสื้อ รอเอาไว้ให้คนของสำนักใต้พิภพนำไปค้นหาในภายหลัง
เป่าซ่างหยุนเหลือบมองทางที่สิ่งแปลกประหลาดปรากฏแล้วหันหลังจากไป
ตราบใดที่สิ่งแปลกประหลาดตัวนั้นมีสติปัญญาอยู่บ้าง มันจะเข้าใจว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ในอาณาเขตใดและจากไปอย่างเชื่อฟัง หลังจากเป่าซ่างหยุนพบว่าใครที่กล้าหาญกล้าใช้สำนักใต้พิภพ มันยังไม่สายที่จะจัดการสิ่งแปลกประหลาดตัวนี้
สิ่งแปลกประหลาดต้องสังหารอยู่แล้ว แต่ก่อนสังหารมันให้สังหารคนสร้างค่ายกลนี้ก่อน!
สมาชิกคนอื่นของสำนักใต้พิภพเห็นเป่าซ่างหยุนจึงเอ่ยปากถาม พอได้ยินคำตอบของเป่าซ่างหยุนจึงเข้าใจความร้ายแรงของเรื่องนี้
“ฟู่ม!”
ห่างออกไปสิบลี้ พื้นที่สั่นเล็กน้อย พลังเย็นแผ่ออกมา
สีหน้าเป่าซ่างหยุนเปลี่ยนไปทันที ระดับสามสุงสุด แท้จริงแล้วเป็นสิ่งแปลกประหลาดระดับสามสูงสุด เทียบกันนักยุทธ์ มันคือผู้แข็งแกร่งรวมทวารสูงสุด
ในสมาคมเชียนอวี่ไม่มีสิ่งแปลกประหลาดแข็งแกร่งเช่นนี้มานานหลายปีแล้ว
สุดท้ายมีผู้แข็งแกร่งขุนเขาสมุทรอยู่ในสมามคมเชียนอวี่ สติปัญหาของพวกมันไม่ได้ต่ำนัก ดังนั้นพวกมันจึงไม่กล้าที่อยู่ในสมาคมเชียนอวี่โดยธรรมชาติ
ในเวลานั้นการกลืนกินเลือดเนื้ออร่อยแค่ไหน การไล่ล่าของผู้แข็งแกร่งขุนเขาสมุทรยิ่งโหดร้ายกว่า
บางทีระดับขุนเขาสมุทรไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหวเอวด้วยซ้ำ ระดับรวมทวารสูงสุดสองคนในสำนักใต้พิภพเพียงพอสะกดความแข็งแกร่งของสิ่งแปลกประหลาดแล้ว
ลมปราณสิ่งแปลกประหลาดตกมาจากที่สูง สุดท้ายสัมผัสถึงมันไม่ได้ หากอยู่ห่างเล็กน้อยอาจสัมผัสถึงลมปราณสิ่งแปลกประหลาดไม่ได้เลย
ลมปราณสิ่งแปลกประหลาดที่ปะทุขึ้นเมื่อครู่เป็นผลจากการมาถึง มันมาถึงแล้วจึงเป็นเช่นนั้น
หากไม่มีแรงดึงดูดจากการค่ายกลของเฉินเฟย ลมปราณของสิ่งแปลกประหลาดคงไม่เพียงพอดึงดูดความสนใจของสำนักใต้พิภพ ท้ายที่สุดมันหายไปในพริบตา สิ่งแปลกประหลาดตัวนี้ยับยั้งตัวเองอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามค่ายกลนี้ชักนำคนของสำนักใต้พิภพมาที่นี่ เป่าซ่างหยุนใช้เนตรใต้พิภพสังเกตสิ่งแปลกประหลาด ทำให้ลมปราณสิ่งแปลกประหลาดที่ปะทุออกมาอยู่ในสายตาเป่าซ่างหยุนอย่างสมบูรณ์
สิ่งแปลกประหลาดระดับสามสูงสุด ความแข็งแกร่งของสิ่งแปลกประหลาดตัวนี้ขัดขวางแผนการเดิมของเป่าซ่างหยุนโดยสิ้นเชิง
สมาคมเชียนอวี่กำหนดว่าหากพบบางสิ่งแปลกประหลาดแข็งแกร่งเช่นนี้ ต่อให้ไม่ได้สังหารมันก็ต้องรายงานเรื่องนี้ ท้ายที่สุดสิ่งแปลกประหลาดยังแฝงตัวอยู่ในสมาคมเชียนอวี่ มันเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง
เป่าซ่างหยุนสั่นจี้หยกในอ้อมแขนของเขา หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ค่ายกลสำนักใต้พิภพเปิดออก พลังมหาศาลพุ่งไปบนฟ้า
เผชิญกับสิ่งแปลกประหลาดเช่นนี้ หากไม่ระวังตัวให้ดร ต่อให้เป็นสำนักใต้พิภพก็ต้องประสบกับความสูญเสียอย่างหนัก
เป่าซ่างหยุนนำระดับรวมทวารคนอื่นถอยกลับอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งไปถึงประตูภูเขาสำนักใต้พิภพ
เผชิญกับสิ่งแปลกประหลาดระดับนี้ ระดับรวมทวารธรรมดาสามารถเข้าร่วมการต่อสู้ได้ แต่มีความสำคัญเพียงเล็กน้อย ในทางกลับกันมันง่ายที่จะพ่ายแพ้เรียงคน สุดท้ายจะได้ไม่คุ้มเสีย
ในอีกด้านหนึ่ง เมื่อพันดวงตาประหลาดมาถึง มันสัมผัสได้ว่ามีลมปราณหลายสายล็อคร่างกาย พอเห็นค่ายกลสำนักใต้พิภพในระยะไกลก็ตกตะลึงทันที
ดวงตาสีแดงเกือบพันดวงกลอกไปมา ครู่ต่อมา สิ่งแปลกประหลาดกลายเป็นหมอกดำรีบไปยังที่ที่มันจากมา
ไม่อาจทำอะไรได้ พันดวงตาประหลาดไม่ไปไล่สังหารคน เดิมทีวางแผนซ่อนข้อมูลของตัวเองต่อไป ดังนั้นจึงตั้งใจจะสังหารคนที่เปิดเผยตัวเอง
ในเวลาต่อมาไม่อาจไปถึงที่นั่น ติดอยู่ในตำแหน่งรอยต่อและยังสูญเสียต้นกำเนิดบางส่วน สิ่งนี้ทำให้พันดวงตาประหลาดโกรธเคืองและต้องการทำให้มนุษย์คนนั้นชดใช้
ดังนั้นพอสัมผัสได้ว่าตัวเองสามารถมาถึงที่หมายได้อีกครั้ง พันดวงตาประหลาดก็แทบรอไม่ไหวที่จะบีบอัดมาที่นี่ เป็นผลให้ต้องเจอกับสถานการณ์เช่นนี้
“ปัง!”
พันดวงตาประหลาดเข้าชนเข้าระลอกคลื่นทันที แต่แทนที่จะผ่านเข้าไปได้อย่างง่ายดายเหมือนก่อนหน้านี้ มันกลับส่งเสียงทื่อราวกับชนแผ่นเหล็ก
ไม่รู้ว่าระลอกคลื่นหยุดนิ่งตั้งแต่เมื่อไหร่ มันเหมือนภาพหยุดนิ่งโดยสิ้นเชิง
“ดวงตาประหลาดเก้าร้อยหกสิบห้าดวง ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
ไม่รู้ว่ามีร่างหนึ่งปรากฏเหนือพันดวงตาประหลาดตั้งแต่เมื่อไหร่ หนวดเคราเหมือนง้าว นั่นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเจียงหยงโจวผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักใต้พิภพ ระดับรวมทวารสูงสุด เป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดภายใต้ระดับขุนเขาสมุทร